พอคุณเมลองแสดงสีหน้าเลียนแบบผมออกมานั้นเขาก็หัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากอีกครั้งคุณอิซาเบลล่าก็ยกมือขึ้นป้องปากแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ให้ตายสิสามีภรรยาคู่นี้รักกันดีเหลือเกินเลยแฮะ
เขาหัวเราะต่ออีกพักหนึ่งแล้วก็ใช้ฝ่ามือตบหลังของผมไปด้วย
จากนั้นไม่นานนักก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่โผล่หน้าออกมาจากประตูบ้านเธอไว้ผมแกละสีน้ำตาลอมแดง ั์ตากลมโตทรงเสน่ห์ ช่างเป็เด็กที่น่ารักมากเลย
“คุณแม่ขา พ่อกลับมาแล้วเหรอคะ?”
“โอ้! ลิเลียสุดที่รักของพ่อ! พ่อกลับมาแล้วจ้า! ดูนี่สิลูกดูเ้าฮอร์นแรบบิทนี่สิ!”
“โห! ตัวใหญ่มากเลย!”
“ใช่ไหมล่ะ? พ่อใช้ธนูนัดเดียวจัดการมันได้เลยนา”
“คุณพ่อสุดยอดไปเลย!”
เด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าลิเลียนั้นะโหยองๆ ไปรอบตัวของคุณเมลอง
“โอ้ะใช่แล้วล่ะลิเลีย นายคนนี้ชื่อมาซากินะเขาจะอาศัยอยู่ที่บ้านนี้พักหนึ่งเพราะฉะนั้นขอให้สนิทกับเขาให้มากๆ นะ มาซากินี่คือลูกสาวของฉันลิเลีย ถ้ารบกวนอะไรเข้าล่ะก็ขอให้ช่วยเอ็นดูด้วยความปรานีหน่อยแล้วกันนะก๊ากฮ่าๆๆ!”
เด็กสาวคนนี้มีหน้าตาเหมือนกับคุณอิซาเบลล่ามากถึงรูปลักษณ์ภายนอกจะไม่มีส่วนของคุณเมลองเลยก็ตามแต่ความร่าเริงสดใสนั้นเหมือนกับคุณพ่ออย่างไม่มีผิด

“สวัสดีครับลิเลียจังผมชื่อมาซากิครับ”
“ลิเลียค่า!”
“ลิเลียจังอายุเท่าไรเอ่ย?”
“5 ขวบค่า!”
ลิเลียกางฝ่ามือเหยียดนิ้วทั้ง 5 ออกมาด้วยรอยยิ้มที่เบ่งบานและร่าเริงที่คับคั่ง
ว่าแต่มีลูกมา 5 ปีแล้วเหรอเนี่ยอันที่จริงเรามันก็อยู่ในวัยที่ควรจะมีลูกแล้วด้วยซ้ำไปล่ะมั้งแต่ตอนนี้ยังไม่เข้าใกล้คำว่าจะแต่งงานด้วยซ้ำไป อื้ม แอบอิจฉาคุณเมลองเล็กน้อยแฮะ
“จ้าๆ เอาเป็ว่ามารับประทานข้าวเที่ยงกันเลยไหมคะถึงจะเร็วไปสักหน่อยก็เถอะ รบกวนคุณช่วยไปเก็บของในห้องเก็บของหน่อยนะคะแล้วก็คุณมาซากิคะ”
“คะ ครับผม!”
“รบกวนช่วยเล่นเป็เพื่อนของลิเลียหน่อยจะได้ไหมคะ? ลิเลียกว่าข้าวจะเสร็จลูกไปเล่นกับพี่ชายมาซากิก่อนนะจ๊ะ”
“ได้เลยค่า!”
“ฝากด้วยนะจ๊ะลิเลียจัง”
“อื้อ!”
เมื่อผมอมยิ้มแล้วเหยียดมือออกไปลิเลียจังก็คว้ามือของผมเอาไว้แล้วก็เหวี่ยงขึ้นลงอย่างร่าเริง
ว่าไงดีล่ะแค่มองใบหน้าของลิเลียจังอย่างเดียวก็ได้รับพลังความร่าเริงมาอย่างเต็มเปี่ยมเลย
“พี่ชายมาซากิคะ เล่นอะไรกันดีเหรอคะ?”
ลิเลียจังจูงมือของผมไปยังสวนหลังบ้าน
“นั่นสิน้า...ปกติแล้วลิเลียจังมักจะเล่นอะไรเอ่ย?”
“ลิเลียชอบเล่นจับแมลงมากเลยค่า! แบบนี้ไงค่ะ”
พอกล่าวจบแล้วลิเลียจังก็ใช้มือทั้งสองข้างยกหินก้อนโตที่อยู่ตรงเท้าของตัวเองขึ้นจึงเผยให้เห็นเหล่าแมลงตัวน้อยที่หลบอยู่ใต้ก้อนหินเป็จำนวนมากแล้วกำลังพยายามวิ่งหนีเอาเป็เอาตายแต่กระนั้นลิเลียก็ใช้มือข้างหนึ่งของเธอเข้าไปจับแมลงหนึ่งตัวเอาไว้
“นี่งาย!”
“เฮ้ย”
ลิเลียจังที่ชูแมลงโบกไปมาให้กับผมเห็นนั้นมันทำให้ผมเผลอร้องเบาๆ ออกมา
“นี่ไงค่ะ! นี่ไงค้าพี่ชายมาซากิ!”
“ยะ หยุดนะ— หยุดเดี๋ยวนี้”
“นี่งาย นี่งาย!”
โดยส่วนตัวของผมที่เป็คนกลัวแมลงหลายขานั้นพอลิเลียจังเดินเข้ามาใกล้หนึ่งก้าวผมก็ถอยหลังไปสองก้าว
ลิเลียจังที่เห็นท่าทีของผมแล้วรู้สึกตลกนั้นเธอจึงจงใจถือแมลงแล้วก็ออกวิ่งไล่ตาม
“หยุดเดี๋ยวนี้น้า!”
“แว้ก!”
ท้ายที่สุดแล้วมันก็กลายเป็การวิ่งไล่จับไปโดยปริยาย
“หยุดเดี๋ยวนี้น้า!”
“อึก ไวชะมัด”
การอาศัยอยู่ในหุบเขาแบบนี้คงเป็เหตุผลที่ทำให้ลิเลียจังเท้าไวกระมังเธอเล่นวิ่งไล่ตามมาโดยไม่มีการอาการเหนื่อยหอบเลยอยากให้พวกเด็กที่อยู่ในเมืองหลวงเอาเป็เยี่ยงอย่างจริง ๆ
แต่อย่าได้ใจไปใหญ่เลยนะลิเลียจังเพราะว่าพี่ชายคนนี้ได้รับพลังสุดโกงจากพระเ้ามาแล้วยังไงล่ะ
“ใช้งาน ‘บูสต์*!’”
พลังแล่นไปทั่วร่างกายจนทำให้ความเร็วพุ่งสูงขึ้นในคราวเดียว
“โห!? พี่ชายมาซากิเร็วมากเลย!”
“เป็ไงล่ะกลัวแล้วยังล่ะ!”
ผมะโขึ้นไปยืนอยู่บนหินก้อนใหญ่แล้วก็เอามือเท้าใส่เอวพร้อมกับหัวเราะลั่น
“สุดยอดเลยค่าสุดยอดเลย! พี่ชายมาซากิก็ไวเหมือนกันสินะคะ!”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
พลังความสามารถสุดโกงที่ได้ใช้เป็ครั้งแรกในโลกต่างมิตินั้นก็เพื่อเอาชนะฝั่งตรงข้ามที่เป็เด็กผู้หญิงตัวเล็ก
...ประเด็นนี้ละเอาไว้คงดีกว่า
หลังจากนั้นผมกับลิเลียจังก็เล่นปีนต้นไม้แล้วก็เด็ดดอกไม้ร่วมกัน
แต่พอเผลอทีไรก็จะถูกลิเลียจังเอาแมลงยัดใส่ในเสื้อผ้าด้วยไม่ต้องพูดถึงเลยว่าผมจะร้องออกมาอย่างสาวแตกขนาดไหนและด้วยการเล่นไร้สาระแบบนี้จึงทำให้ผมกับลิเลียจังสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วถึงขั้นที่ตอนคุณเมลองมาเรียกพวกเราไปทานข้าวนั้นเขาก็แอบอิจฉาเล็กๆ เลย
“เอาล่ะไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ”
“ท้องของลิเลียร้องจ๊อกๆ แล้ว”
“โหน่าอร่อยมากเลยครับ”
เมื่อมาถึงที่โต๊ะรับประทานอาหารนั้นก็พบกับจานอาหารวางเรียงรายโดยใช้เนื้อเป็หลัก
“เดี๋ยวเหอะมาซากิไม่ใช่ ‘น่าอร่อย’ หรอกนะอาหารของอิซาเบลล่าน่ะต้องอร่อยอยู่แล้ว”
“อ๊ะขออภัยด้วยครับ”
“โธ่ คุณล่ะก็อะนี่ค่ะคุณมาซากิ เชิญทานเลยนะคะ”
“ขอบพระคุณมากครับ”
ผมรับถ้วยน้ำซุปมาจากคุณอิซาเบลล่าพอวางลงบนโต๊ะหน้าตัวเองเสร็จแล้วผมก็ประกบมือเข้าทั้งสองข้าง
“กินแล้วนะครับ!”
แต่แล้วในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าฉงนลิเลียจังเองก็งุนงงเหมือนกัน
“อะไรน่ะมาซากิคำว่า ‘กินแล้วนะครับ’นี่มันคือ?”
“อ๊ะ ก็แบบคืองี้นะครับ...”
ซวยแล้วไงเล่นพูดคำว่า “กินแล้วนะครับ”ไปตามนิสัยส่วนตัวไปเสียได้ ก็อาหารที่อยู่ตรงหน้ามันน่ากินมากเกินไปจนทำให้ลืมไปเลยว่าตอนนี้เซ็ตติ้งของตัวผมเองคือนายความจำเสื่อม
เอาล่ะตรงจุดนี้จะแถยังไงดีหว่า...
“พี่ชายมาซากิคะ คำว่า ‘กินแล้วนะครับ’ นี่มันคืออะไรคะ?”
ทั้งคุณเมลองคุณอิซาเบลล่าและลิเลียจังนั้นต่างก็หันมามองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ
“คำว่า ‘กินแล้วนะครับ’เนี่ยมันเป็ถ้อยคำที่แสดงความขอบคุณต่อเหล่าสัตว์และพืชพันธุ์ที่เรากำลังจะลงมือกินยังไงล่ะครับ...มั้งนะ”
“ที่ว่า ‘มั้งนะ’นี่มันหมายความว่าไงล่ะนั่น มาซากิ”
“ก็ไม่รู้สิครับคือจู่ๆ มันก็ผุดขึ้นมาในหัวของผมเลยบางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องอะไรกับประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของผมก็ได้ล่ะมั้งครับ”
“แหมๆ บางทีนี่อาจจะเป็เบาะแสในการรื้อฟื้นความทรงจำของคุณมาซากิกลับมาอีกรอบล่ะมั้งคะ”
พอได้ยินถ้อยคำของคุณอิซาเบลล่านั้นคุณเมลองก็เริ่มครุ่นคิด
“อื้มคือฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่มันก็คงเป็อย่างที่อิซาเบลล่าพูดไว้บางทีนี่อาจจะเป็เบาะแสอะไรบางอย่างก็ได้ เอ้ามาซากิมีอะไรอย่างอื่นที่นึกออกอีกรึเปล่าน่ะ?”
“น่าเสียดายที่ไม่มีอย่างอื่นอีกเลยล่ะครับ”
“...งั้นเหรอเอาเถอะ เดี๋ยวสักวันก็คงจำได้เองแหละนะ”
“ใช่แล้วล่ะค่ะคุณมาซากิคิดในแง่ดีเข้าไว้นะคะ ว่าแต่วลี ‘กินแล้วนะครับ’ ที่คุณมาซากิพูดช่างเป็วลีที่ดีมากเลยล่ะค่ะ ฉันเองก็ขอพูดด้วยจะได้ไหมคะ?”
“ฟังดูไพเราะดีเหมือนกันแฮะเอ้ามาซากิ ให้ฉันได้ร่วมแสดงความขอบคุณด้วยแล้วกันนายพรานอย่างฉันไม่เคยแสดงความขอบคุณต่อของกินแบบนี้มาก่อนเลยล่ะ”
“ลิเลียเอาด้วย! ลิเลียก็อยากจะพูดเหมือนกัน!”
“ฮะๆๆงั้นทุกคนก็มาพูดด้วยกันนะครับ”
พวกเราทั้งสี่คนต่างก็พนมมือตรงหน้าจากนั้นก็พูดออกมาว่า
““““กินแล้วนะครับ/ค่ะ””””
อาหารที่ทำมาจากผักผลไม้หลังบ้านนั้นไม่ว่าจะจานไหนมันก็ช่างอร่อยเหลือเกิน
บูสต์ : เพิ่มพลังกาย