สองเท้าก้าวกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองด้วยจังหวะที่รวดเร็วและแ่เบาราวกับย่างเท้าของแมวขโมย หลิวเหมยรีบปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมาด้านนอก ความร้อนรุ่มที่ปรากฏบนใบหน้ายังคงไม่จางหายไปไหน แม้ว่าสายลมเย็นที่พัดผ่านระหว่างทางเดินจะช่วยบรรเทาได้บ้างแล้วก็ตาม
นางพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูไม้ สองมือยกขึ้นกุมแก้มของตนเองที่ยังคงร้อนผ่าว ััจากปลายนิ้วของตัวเองยิ่งทำให้นางตระหนักถึงความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นในเรือนเพาะชำแห่งนั้น... ความจริงที่ทั้งน่าอับอายและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
"ข้าทำอะไรลงไป..." เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างแ่เบา ในหัวสมองยังคงขาวโพลน สับสน และว้าวุ่นไปหมด ภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีก่อนหน้า
ภาพของลุงคนสวน... อาชาง... ที่โน้มตัวเข้ามาใกล้... กลิ่นกายบุรุษที่ผสมปนเปกับกลิ่นดินและกลิ่นเหงื่อจางๆ... ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างใบหู... และััหยาบกร้านแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่แตะลงบนเอวของนาง... ทุกอย่างยังคงสดใหม่และตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
แต่ที่ทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวและสั่นะเืที่สุดคือ... ภาพของปลายนิ้วของนางที่ถูกดูดเข้าไปในปากอุ่นของอาชาง ความรู้สึกจากลิ้นที่อ่อนนุ่มแต่แข็งแกร่งที่เลียเืออกจากแผลเล็กๆ อย่างแ่เบา... การดูดที่อ่อนโยนแต่เร่าร้อน... และสายตาที่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนางอย่างเจาะลึกขณะที่เขาทำเช่นนั้น
หลิวเหมยหลับตาลงแน่น พยายามสลัดภาพเ่าั้ให้ออกไปจากหัว แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพเ่าั้กลับยิ่งชัดเจนและแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความใระคนประหลาดใจ... สตรีในกระจกนั้นคือตัวนางเองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่า... ใบหน้าขาวนวลที่เคยเรียบเฉยกลับแดงซ่านระเรื่อราวกับลูกท้อสุก ดวงตากลมโตที่เคยสงบนิ่งกลับทอประกายวูบไหว เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยายได้ ริมฝีปากอิ่มที่เคยเม้มสนิทกลับเผยอออกเล็กน้อยราวกับกำลังรอคอยการจุมพิตจากใครบางคน
นี่คือตัวนางจริงๆ หรือ? หลิวเหมยยกมือขึ้นััใบหน้าของตนเองอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ ััเย็นๆ จากปลายนิ้วที่แตะลงบนแก้มร้อนๆ ยิ่งทำให้นางรู้สึกราวกับว่ากำลังมองดูคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง... สตรีในกระจกคนนี้ดูราวกับ... ดอกไม้ที่กำลังจะผลิบานอย่างเต็มที่หลังจากที่ถูกกักขังอยู่ในกระถางมาเนิ่นนาน... เป็ดอกไม้ที่กำลังโหยหาแสงแดดและสายฝน... โหยหาการััจากภายนอก...
ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของหลิวเหมยอย่างช้าๆ นางเป็ถึงฮูหยินของตระกูลหลิว เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามประเพณีของหลิวซานผู้เป็สามี การกระทำที่เกิดขึ้นในเรือนเพาะชำนั้น... แม้จะยังไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการััเพียงเล็กน้อย แต่ในใจของนางกลับรู้สึกราวกับว่าได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งบางๆ ที่ไม่ควรก้าวไปแล้ว
บรรพบุรุษของตระกูลหลิวที่แขวนภาพอยู่บนผนังห้องโถงใหญ่... คำสอนเื่ความซื่อสัตย์ภักดีของสตรี... จารีตประเพณีที่เคร่งครัดซึ่งนางถูกปลูกฝังมาั้แ่เยาว์วัย... ทุกสิ่งทุกอย่างถาโถมเข้ามาในความคิด ทำให้นางรู้สึกราวกับเป็คนบาป เป็สตรีที่ไร้ยางอาย
"ไม่... ข้าไม่ควรคิดเช่นนี้..." นางพยายามบอกกับตัวเอง พยายามขับไล่ความคิดชั่วร้ายเ่าั้ออกไปจากหัว แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพของอาชางกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ใบหน้าของบุรุษสูงวัยที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา... ดวงตาที่ลุ่มลึกราวกับห้วงน้ำ... รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์และอบอุ่น... และคำพูดที่เปรียบเปรยเื่ต้นไม้ใบหญ้า แต่กลับแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่นางจะปฏิเสธได้
ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานหลายปีภายใต้ชีวิตสมรสที่จืดชืดและไร้ซึ่งความรักใคร่เริ่มปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ความกระสันที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
หลิวเหมยเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอน ผ้าห่มไหมเนื้อดีที่เคยให้ความอบอุ่นกลับรู้สึกเย็นเฉียบเมื่อัักับผิวกายของนาง นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากร่าง ความรู้สึกผิดบาปและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงทำให้จิตใจของนางปั่นป่วนราวกับพายุโหมกระหน่ำ
"ข้าควรทำเช่นไรดี..." เสียงสะอื้นแ่เบาหลุดออกมาจากลำคอ นางรู้สึกสับสนและโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในโลกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และข้อห้าม นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ความปรารถนาส่วนตัวจะแข็งแกร่งจนสามารถสั่นคลอนรากฐานชีวิตของนางได้ถึงเพียงนี้
นางหลับตาลงอีกครั้ง พยายามหาทางออกให้กับความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ แต่ในความมืดมิดนั้น กลับมีเพียงภาพของอาชางที่ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน ราวกับว่าบุรุษผู้นั้นได้เข้ามาพื้นที่ในจิตใจของนางอย่างสมบูรณ์แล้ว
ภาพของปลายนิ้วที่ถูกดูดเข้าไปในปากอุ่นของอาชางยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นางรู้สึกได้ถึงความอุ่นและความชื้นจากลิ้นที่เลียเืออกจากแผลเล็กๆ อย่างแ่เบา การดูดที่อ่อนโยนแต่เร่าร้อนนั้นทำให้กระแสไฟแลบผ่านร่างกายของนางจากปลายนิ้วพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ และจากหัวใจก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวและสั่นะเืไปทั้งร่าง
ในที่สุด หลิวเหมยก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง นางเดินไปยังชั้นหนังสือไม้จันทน์ที่ตั้งอยู่มุมห้อง สองมือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบตำราเล่มนั้นออกมาจากซอกหลืบที่ซ่อนไว้ แสงเทียนที่ริบหรี่ส่องกระทบปกตำราที่ทำจากผ้าไหมสีเข้ม ทำให้ลวดลายที่ปักประดับดูเลือนรางและลึกลับยิ่งขึ้น
นางเปิดตำราออกอย่างช้าๆ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ภาพวาดสตรีในอิริยาบถต่างๆ ที่เคยทำให้นางรู้สึกประหลาดใจและอับอายเมื่อครั้งแรกที่เห็น บัดนี้กลับดูแตกต่างออกไป
สายตาของนางกวาดมองไปตามเส้นสายที่อ่อนช้อยของสตรีในภาพ... ทรวงอกอิ่มที่ผายผึ่ง... สะโพกผายที่โค้งมน... และเรียวขาที่เกี่ยวรัด... แต่ทว่า... ทุกภาพที่ปรากฏในตำรากลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจของนางได้เท่ากับจินตนาการที่ผุดขึ้นมาในหัว
ภาพของชายหนุ่มในตำราที่เคยเป็เพียงเงาเลือนราง บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยใบหน้าและร่างกายที่กำยำของลุงคนสวน... อาชาง... ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา... ดวงตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความปรารถนา... แผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่เรียบง่าย... และแขนที่แข็งแกร่งที่เคยโอบเอวนางไว้เมื่อครู่
หลิวเหมยจ้องมองภาพวาดหน้าแรกที่เป็สตรีนุ่งห่มบางเบา กำลังนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่เร้าใจ ใบหน้าของสตรีในภาพดูอ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา แต่เมื่อนางพยายามจินตนาการถึงตัวเอง... นางเห็นภาพของตัวนางเองที่นั่งอยู่บนเตียงในท่าทางเดียวกัน แต่แทนที่จะมีชายหนุ่มในตำรา กลับเป็อาชางที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาคมกริบของเขาจ้องมองร่างกายของนางด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด
นางพลิกไปหน้าถัดไป ภาพวาดแสดงให้เห็นชายหนุ่มกำลังโน้มตัวลงไปจุมพิตสตรีที่นอนอยู่บนเตียง มือของชายหนุ่มวางอยู่บนทรวงอกของสตรี ขณะที่สตรีก็ยกมือขึ้นโอบคอเขาไว้ หลิวเหมยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเมื่อจินตนาการถึงตัวเองในบทบาทของสตรีในภาพ และอาชางในบทบาทของชายหนุ่ม
นางจินตนาการถึงมือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของอาชางที่วางลงบนทรวงอกของนาง ััจากฝ่ามือที่อุ่นและมีพลัง ต่างจากมือที่อ่อนนุ่มและเย็นเฉียบของหลิวซานผู้เป็สามี นางจินตนาการถึงการที่อาชางโน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่ใบหน้า และริมฝีปากที่หนาและแข็งแรงของเขาที่จะแตะลงบนริมฝีปากของนาง
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจินตนาการนั้นชัดเจนจนน่าใ นางรู้สึกเหมือนได้ััจริงๆ ได้กลิ่นอายของเขาที่ผสมระหว่างกลิ่นดิน กลิ่นแสงแดด และกลิ่นเหงื่อไคลที่ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกขยะแขยง แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น
นางพลิกไปหน้าถัดไปอีก ภาพวาดแสดงให้เห็นชายหนุ่มกำลังจูบลงไปที่คอของสตรี มือของเขาเลื่อนลงไปตามเส้นโค้งของร่างกาย ขณะที่สตรีก็โค้งหลังขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าของสตรีเต็มไปด้วยความสุขและความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด
หลิวเหมยััได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเมื่อจินตนาการถึงริมฝีปากของอาชางที่จูบลงไปที่คอของนาง นางจินตนาการถึงการที่เขาจูบและเลียไปตามเส้นโค้งของคอ ลิ้นอุ่นๆ ของเขาที่เลียไปตามิัที่บอบบาง ทำให้นางสั่นะเืด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
นางนึกถึงมือที่หยาบกร้านของอาชางที่เลื่อนลงไปตามเส้นโค้งของร่างกายนาง ััจากปลายนิ้วที่หนาและมีรอยแผลเป็จากการทำงาน ที่จะััิัที่นุ่มนวลของนางอย่างแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความปรารถนา มือของเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อัักับร่างกายของนาง? จะร้อนและแข็งแรงเหมือนที่นางจินตนาการไว้หรือไม่?
ภาพต่อไปที่นางเปิดดูทำให้นางต้องกลั้นหายใจ ภาพวาดแสดงให้เห็นชายหนุ่มกำลังจูบทรวงอกของสตรี มือของเขาโอบรัดเอวที่เรียวของสตรีไว้ ขณะที่สตรีก็ยกมือขึ้นกอดศีรษะของเขาไว้กับอก ใบหน้าของสตรีเงยขึ้นสู่ฟ้า ปากเผยอออกเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่าน
หลิวเหมยรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นในท้องน้อย ความร้อนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางจินตนาการถึงริมฝีปากของอาชางที่จูบลงไปที่ทรวงอกของนาง ลิ้นอุ่นๆ ของเขาที่เลียไปตามิัที่บอบบาง ทำให้นางสั่นะเืด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรง
นางนึกถึงมือที่แข็งแกร่งของอาชางที่โอบรัดเอวของนางไว้ ความแข็งแกร่งและความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากเขา ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน มือของเขาจะกุมเอวของนางไว้แน่น ดึงร่างกายของนางเข้าหาเขา จนนางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
นางพลิกไปหน้าสุดท้าย ภาพวาดแสดงให้เห็นชายหนุ่มและสตรีที่กอดกันอย่างแน่นแฟ้น ร่างกายของทั้งสองเกี่ยวพันกันอย่างสนิทสนม ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงจุดสุดยอดของความรักใคร่ระหว่างชายหญิง
หลิวเหมยรู้สึกราวกับว่าอาชางได้ก้าวออกมาจากภาพวาดเ่าั้ มายืนอยู่ตรงหน้า มาัั มาโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางกัดริมฝีปากแน่น พยายามสะกดกลั้นเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอ
นางจินตนาการถึงการที่อาชางโอบกอดนางไว้แน่น ร่างกายที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาที่กดแนบกับร่างกายที่อ่อนนุ่มของนาง ความร้อนที่แผ่ออกมาจากิัของเขาที่จะทำให้นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นและเร่าร้อน
นางนึกถึงการที่เขาจะกระซิบคำหวานใส่หูนาง เสียงทุ้มต่ำของเขาที่จะทำให้นางสั่นะเืด้วยความเสียวซ่าน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดที่ใบหูและคอของนาง ทำให้ขนลุกซู่ขึ้นมาทั่วร่าง
ที่สำคัญที่สุด นางนึกถึงปลายนิ้วของนางที่ถูกดูดเข้าไปในปากอุ่นของอาชางเมื่อครู่ ความรู้สึกจากลิ้นที่อ่อนนุ่มแต่แข็งแกร่งที่เลียเืออกจากแผลเล็กๆ อย่างแ่เบา การดูดที่อ่อนโยนแต่เร่าร้อนนั้นทำให้กระแสไฟแลบผ่านร่างกายของนางจากปลายนิ้วพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ และจากหัวใจก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
นางจินตนาการถึงการที่อาชางจะดูดปลายนิ้วของนางอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อทำความสะอาดแผล แต่เพื่อความเสียวซ่าน เขาจะดูดปลายนิ้วของนางอย่างช้าๆ ใช้ลิ้นเลียไปรอบๆ ปลายนิ้ว ทำให้นางสั่นะเืด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรง
นางจินตนาการต่อไปว่าเขาจะดูดนิ้วของนางทีละนิ้ว เลียไปตามฝ่ามือ จูบไปตามข้อมือ และค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตามแขน ริมฝีปากและลิ้นของเขาจะััิัของนางไปทุกตารางนิ้ว ทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านและตื่นเต้นจนแทบจะทนไม่ไหว
ความคิดเหล่านี้ทำให้หลิวเหมยรู้สึกร้อนผ่าวและหอบหายใจแ่เบา นางรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังเรียกหาการััจากอาชาง เรียกหาความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของเขา เรียกหาการที่เขาจะทำให้นางรู้สึกเป็สตรีอย่างแท้จริง
นี่คือความปรารถนาที่แท้จริงของนางกระนั้นหรือ? ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกนอกของสตรีผู้สูงศักดิ์... ความปรารถนาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยบุรุษผู้ต่ำต้อย... บุรุษที่ควรจะเป็เพียงคนสวนในบ้านของนาง
แต่เมื่อนางเปรียบเทียบอาชางกับหลิวซานผู้เป็สามี ความแตกต่างนั้นชัดเจนเหมือนกลางวันกับกลางคืน หลิวซานเป็ชายหนุ่มที่อ่อนแอและซีดเซียว ไม่เคยแสดงความปรารถนาใดๆ ต่อนาง การััของเขาเย็นเฉียบและไร้ชีวิตชีวา เหมือนการััจากผู้ตาย ไม่เคยทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นหรือเสียวซ่านแม้แต่น้อย
ในขณะที่อาชาง... เพียงแค่การััเล็กน้อยจากเขาก็ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นในร่างกาย เขาเป็ชายแท้ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต เต็มไปด้วยความปรารถนาและความแข็งแกร่ง การที่เขามองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนานั้นทำให้นางรู้สึกเป็สตรีอย่างแท้จริง
นางปิดตำราลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก สองมือสั่นเทาเก็บตำรากลับเข้าที่เดิมอย่างลนลาน หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวไม่หยุดหย่อน ความลับที่หนักอึ้งนี้... ความปรารถนาที่ไม่อาจเปิดเผยได้นี้... กำลังกัดกินจิตใจของนางอย่างช้าๆ
นางรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังเรียกหาบางสิ่งบางอย่างที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน เรียกหาการััที่จะทำให้นางรู้สึกมีชีวิตชีวา เรียกหาความร้อนที่จะละลายความเย็นเฉียบที่เกาะกินหัวใจของนางมานานหลายปี
นางเดินไปที่หน้าต่าง ดึงม่านออกเล็กน้อยเพื่อมองดูสวนพฤกษาที่มืดมิด แสงจันทร์ส่องลงมาทำให้เห็นเงาของต้นไม้ที่โยกไหวตามสายลม นางสงสัยว่าอาชางกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ เขาคิดถึงนางบ้างหรือไม่? เขารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนเพาะชำเมื่อครู่?
นางนึกถึงวิธีที่เขามองนางขณะที่ดูดปลายนิ้วของนาง สายตาที่เจาะลึกและเต็มไปด้วยความปรารถนา ราวกับเขากำลังดูดดวงิญญาของนางออกมาพร้อมกับหยดเืเล็กๆ นั้น การกระทำของเขาไม่ได้เป็เพียงการช่วยเหลือธรรมดา แต่มันเป็การแสดงความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด
นางััได้ถึงความตั้งใจของเขา รู้ได้ว่าเขา้านางเช่นเดียวกับที่นาง้าเขา ความรู้สึกนี้ทำให้นางทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัว เพราะมันหมายความว่านางไม่ได้เป็คนเดียวที่มีความรู้สึกเช่นนี้
หลิวเหมยเดินกลับมาที่เตียงนอน ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นางมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องอย่างเงียบงัน ราวกับจะเยาะเย้ยความสับสนวุ่นวายในจิตใจของนาง
นางรู้ดีว่านับจากนี้ไป ชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความลับที่ซ่อนอยู่ในเรือนเพาะชำ... ความปรารถนาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น... และภาพของอาชางที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ... ทั้งหมดนี้กำลังจะเปลี่ยนหลิวเหมยไปตลอดกาล
นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของเื่ราวที่ซับซ้อนและอันตราย... เื่ราวที่นางไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะนำพานางไปสู่จุดใด... แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้แน่ชัดคือ... นางไม่อาจต้านทานความเย้ายวนของบุรุษผู้นั้นได้อีกต่อไปแล้ว