ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านของพ่อกับแม่พี่กาย พ่อกับแม่พี่กายก็เป็ลุงกับป้าของฉันเอง วันนี้พี่กายจะกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่ไม่ได้มานานมาก วันนี้พวกเราเลยจัดงานเลี้ยงตอนรับพี่กายกัน เราจัดกันแบบเล็กๆ นะ มีแค่ พ่อแม่พี่กาย ฉัน และก็แม่ฉัน เห็นว่าจะมากันทั้งวงเลยนิ คุณผู้จัดการก็มาด้วย วันนี้แม่กับป้าเลยลงมือทำอาหารกันเอง แม่ทำขนมที่พี่กายชอบมาด้วย ตื่นเต้นจัง
“กลับมาแล้วครับ”
“พี่กาย!!” พอได้ยินเสียงพี่กายฉันก็ะโกอดพี่กายทันที
หน้าพี่กาย และหน้าเพื่อน ๆ พี่กายทุกคน ต่างเหวอ อะไรเนี๊ยะอย่าบอกนะว่าจำน้องไม่ได้อ่ะ
“โหวว เฮียกาย ร้ายอ่ะ” เพื่อนคนหนึ่งของพี่กายพูดขึ้น ส่วนอีกสองคนไม่ได้ว่าอะไรแค่มองเฉย ๆ ฉันสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งมองฉันด้วยสายตาดูถูกด้วย แต่ฉันไม่ได้สนใจ ตอนนี้งอนพี่กายแล้ว
“อย่าบอกนะว่าจำน้องไม่ได้อ่ะ” ฉันทำหน้างอใส่เขา
“ห๊ะ อย่าบอกนะว่ายัยน้องขี้แยของพี่”
“โอ้ยยย ไรอ่ะ จำน้องไม่ได้ งอนแล้ว” ตอนเด็ก ๆ ฉันชอบทำแบบนี้กับพี่กายประจำ
“โอ๋ ๆๆๆ ไม่เอาไม่งอนนะคนเก่ง ก็สวยขึ้นขนาดนี้ใครจะไปจำได้” พี่กายเดินเข้ามากอดและลูบหัวฉัน เหมือนที่เคยทำในตอนที่เราเป็เด็ก
“ชิ ให้อภัยก็ได้ ชมน้องว่าสวยหรอกนะ”
“มะแหงก นิ ซนเหมือนเดิม” พี่กายแขกหัวฉันเบา ๆ ทีหนึ่ง
“คิกคิก คิดถึงพี่กายจังค่ะ” ฉันกอดพี่กายแน่น
“พี่ก็คิดถึงน้อง และทุก ๆ คนที่นี่มาก” พี่กายกอดฉันแน่นขึ้นอีก
“อ้าวมากันแล้วเหรอลูก” แม่พี่กายพูดขึ้น
“ตายแล้วมะลิ ไปกวนพี่เขาทำไมลูก ทำเป็เด็กไปได้นะเรา” แม่ฉันมาถึงก็ใส่เลย
“ก็มะลิคิดถึงพี่กายนิค่ะ” ฉันว่าอย่างงอน ๆ
“เอาเถอะ ๆ พี่น้องเขาไม่ได้เจอกันนานก็คิดถึงกันเป็ธรรมดา ป่ะ ๆ เข้าบ้านกัน” พ่อพี่กายพูดตัดบท
“สวัสดีครับ พ่อแม่ น้าหอม” แล้วพี่กายก็เข้ามากอดทั้งสามคน
“สวัสดีคร้าบบ” เพื่อนพี่กายคนที่ดูทะเล้น ๆ พูดขึ้น ดูท่าน่าจะอายุเท่าเรานะ แล้วอีกสองคนก็ยกมือไหว้ตาม อีกสองคนดูเงียบมาก พี่อีกคนหนึ่งไม่เท่าไหร่ แต่อีกคนทำไมดูน่ากลัวจัง ทำไมรอบตัวเขาเหมือนมีแต่ความมืดกันนะ บรรยากาศรอบตัวน่ากลัว
“อ่ะ” ตะกี้เราสบตากันด้วย ฉันรีบหันหน้าหนีเขาทันที หล่อมากแต่ก็น่ากลัวมากเหมือนกัน เอาจริง ๆ เพื่อนพี่กายหล่อทุกคนเลย แต่พี่กายของฉันหล่อสุด อิอิ อวยพี่ตัวเองหน่อย
“ ทุก ๆ คนครับ นี่เพื่อน ๆ ในวงของผมครับ นี่จูเนียร์เป็น้องเล็กของวง น่าจะอายุเท่า ๆ กับยัยน้องนะ ส่วนคนนั้นที่หน้านิ่งนั้น มันชื่อ เค ครับ อายุเท่าผม และก็นั้นหน้าอมทุกข์อยู่ตรงนั้น ไอ้โชยะ อายุเท่าผมกับเคครับ”
“ยินดีได้รู้จักนะทุกคน ทำตัวตามสบายคิดว่าเป็บ้านตัวเองนะ”
“สวัสดี มะลิ เราจูเนียร์นะ” ทำไมตานี้น่ารักจัง สดใสมาก ๆ เลย เราอาจจะเป็เพื่อนกันได้นะ
“สวัสดีจูเนียร์ แล้วก็พี่ ๆ สองคนด้วยค่ะ” ฉันทักจูเนียร์แล้วก็ยกมือไหว้สองคนนั้น พี่เครับไหว้ฉัน แต่พี่คนชื่อโชยะแค่มองฉันนิ่ง ๆ อะไรของเขา หยิ่งจัง
ตอนนี้เรามานั่งทานอาหารกันแล้ว
“ว่า แต่ว่า ยัยน้องทำอะไรอยู่เหรอตอนนี้ เรียนจบแล้วนิ” พี่กายถามฉันนี่ไม่ได้รู้เื่อะไรของฉันเลย
“น้องเป็อาจารย์สอนศิลปะอยู่มหาลัยนะกาย” แม่พี่กายตอบแทนฉัน
“ห๊ะ!! เป็ไปได้ไง”
“หมายความว่าไงคะ พี่กาย” ชิ้ง ฉันสงสายตาอาฆาตไปให้พี่กาย
“ฮ่า ๆๆๆ”
“มึงหัวเราะอะไรว่ะไอ้เนียร์”
“ก็หัวเราะเฮียไง ที่กลัวน้องจนเข้าเส้น”
“นี่จูเนียร์ เราจะบอกอะไรให้นะ พี่กายอะ..อุ๊บ”
“อุ๊บ อ่อยอ้องอะ (ปล่อยน้องนะ)” พี่กายเอามือมาปิดปากฉันไม่ให้ฉันพูด
“ยัยน้องของพี่ทั้งสวยและเก่งมากเลยจ้า” กลัวฉันจะเอาความลับของตัวเองไปบอกคนอื่นล่ะสิ
“ชิ”
“เฮ้อออ สองคนนี้จริง ๆ เลย ั้แ่เล็กจนโตก็ยังเหมือนเดิม” แม่พี่กายพูดขึ้น
“มะลิหนูโตแล้วนะลูก จะทำกับพี่เขาเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้แล้ว พี่เขาก็เป็คนดังด้วย เราทำอะไรต้องระวังนะ”
“มะลิจะไม่มีพี่ชายเหมือนเดิมแล้วเหรอคะ พี่กายจะไม่รักมะลิเหมือนเดิมเหรอคะ” ฉันทำท่าจะร้องไห้ พี่กายรีบมากอดฉัน ทันที
“โอ๋ ๆๆ ไม่เอาไม่ร้องนะ พี่ก็ยังเป็พี่ชายของน้องเหมือนเดิม”
“เฮ่อออ เมื่อไรลูกจะโตนะมะลิ” แม่ฉันพูดอย่างปลง ๆ
“แน่นะ” ฉันมองพี่กายนิ่ง
“ครับ กินข้าวได้แล้ว นี่ถ้าพ่อไม่บอกว่าเป็อาจารย์นะ ไม่เชื่อหรอก นึกว่าเด็กมัธยม”
“ฮ่า ๆๆๆ “ แล้วทุกคนก็หัวเราะฉัน ที่โดนพี่กายว่าแบบนั้น แม้แต่พี่เคที่ว่านิ่ง ๆ ยังหัวเราะเลย ส่วนพี่โชยะนะเหรอ เขาทำแค่ยิ้มมุมปากนะ
“ดีจังเลยนะครับ”
“ทำไมเหรอจูเนียร์”
“ก็ครอบครัวพี่กายอบอุ่นจัง แถมพี่กายยังมีน้องสาวน่ารักอย่างมะลิอีก” หันมาทำหน้าทะเล้นให้ฉัน
“อะแฮ่ม น้องกู”
“งั้นเอางี้ เรามาเป็เพื่อนกันม่ะ” ฉันบอกกับจูเนียร์
“ดะได้เหรอ” ทำไมต้องใด้วยเนี๊ย แค่เป็เพื่อนกันอ่ะ
“ได้สิ งั้นถือว่าตอนนี้มะลิกับจูเนียร์เป็เพื่อนกันแล้วนะ ถ้าจูเนียร์มาเมืองไทยนะมาพักที่บ้านมะลิได้เลย”
หมับ “จริงนะ จริงๆนะ มะลิ” จูเนียร์กอดฉันแน่นเลย
“จะจูเนียร์ปล่อยมะลิก่อน มะลิหายใจไม่ออก”
“หึ” พี่โชยะเขาเป็อะไร
“ไอ้เนียร์น้องกู” พี่กายมาดึงจูเนียร์ออกไปจากฉัน
“ขอโทษครับมันดีใจนิ นาน ๆ ผมจะมีเพื่อนสักคนที่ไม่หวังอะไรจากผมอ่ะ”
ทุกคนใกับคำพูดของจูเนียร์มาก
“ไม่เป็ไรลูก ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็มาที่นี่ได้ทุกเมื่อ ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคน” แม่ฉันพูดขึ้นบ้าง คงจะเหงาสินะ แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ เป็เหมือนจูเนียร์มั๊ย
“ใช่แล้ว จูเนียร์ เราเป็เพื่อนกันนิ”
“ลูกสองคนด้วยนะ ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อย ก็มาได้ทุกเมื่อ” แม่ของพี่กายพูดกับพี่เคและพี่โชยะ
“ขอบคุณครับ ไว้พวกผมจะมาบ่อย ๆ นะครับ” พี่เคพูดกับแม่พี่กาย
“ครับ” แค่นี้ เขาช่างเป็คนพูดน้อยจริง ๆ คุณนักร้องนำ
“เอ่อ ว่าแต่ว่าน้องมะลิ สอนศิลปะแขนงไหนครับ “ พี่เคถามฉัน
“เอ่อ ลายเส้น สีน้ำมันค่ะ “
“งั้นเหรอ พวกพี่กำลังจะออกแบบหน้าปกอัลบั้มใหม่ ถ้าเป็ไปได้น้องมะลิมาช่วยพวกพี่มั๊ยครับ” พี่เคเสนอให้ฉันช่วยงานเขา
“นั้นสิยัยน้อง มาทำงานกับพี่สิ”
“จะดีเหรอคะ น้องก็มีสอนนะ”
“ดีสิ นะมะลิ มาทำงานด้วยกันนะ นะ” จูเนียร์อ้อนฉัน
“จะทำได้เหรอ” นี่เขาดูถูกฉันเหรอ คุณนักร้องนำ
“ก็ได้ค่ะ ชิ” ฉันจิปากไปที
“หึ”
“ดี ๆ ยัยหนูจะได้ไม่ซน”
“ลุงค่ะ” ฮึยยยย ทำไมทุกคนต้องรุมเราด้วย
“ฮ่า ๆๆ”
“ขนมอร่อยมากเลยครับ” จูเนียร์พูดขึ้น
“แม่เราทำเองแระ คุณนายหอมเขาเปิดร้านขนมไทยนะ”
“อร่อยจริงด้วย” พี่เค
“กูบอกพวกมึงแล้ว ว่าร้านน้าหอมอ่ะ ใคร ๆ ก็รู้จัก”
“อร่อย” ประหยัดคำพูดไปไหนนะ พี่โชยะ
“งั้นผมกินหมดนี่เลยนะครับ” แล้วจูเนียร์ก็ดันจานมาไว้ที่หน้าตัวเองคนเดียว
“มึงแบ่งคนอื่นบ้างไอ้เนียร์”
“ยังอีกเยอะลูกไม่ต้องแย่งกัน” แม่ฉันแกล้งแหย่พวกเขา
“ฮ่า ๆๆๆ”