ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 147 น้ำแกงปลาสดอร่อย

                ผมของจ้าวซีเหอเปียกแนบลู่ไปกับศีรษะ เมื่อลมพัดผ่านร่างกายเขารู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที เขายิ้มแหยก่อนจะเดินไปนั่งข้างกองไฟเพื่อผิงไฟ

                เขามองหนิงมู่ฉือที่ยิ้มกว้างจนดวงตาเปล่งเป็นประกาย เขารู้ดีว่ารอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจหรือว่าการที่นางอยู่กับเฉินเกอ นางจะมีความสุขมากกว่าอยู่กับเขา

                เขาเกิดความคิดอยากถอยห่างออกมา มองทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะคิกคักเขาเกิดความรู้สึกว่าไม่ควรเข้าไปรบกวนคนทั้งคู่

                เขาไม่ได้นอนหลับสนิทมานานแล้ว ความง่วงจึงเข้ามาจู่โจมหนังตาหนักจนแทบจะยกไม่ขึ้น จนในที่สุดเขาก็ฟุบหน้าลงผล็อยหลับไป

                หนิงมู่ฉือควักเครื่องในปลาออกมาและล้างจนสะอาดเอี่ยมก่อนจะพบว่าข้างกายนางไม่มีแม้แต่เงาของจ้าวซีเหอ นางลุกขึ้นยืนอย่างตกใจแม้แต่ปลาในมือก็ไม่สนใจ ปล่อยให้ตกลงพื้น “ซื่อจื่อเล่า!”

                เฉินเกอได้ยินเช่นนั้นก็ชี้ไปยังทิศทางที่จ้าวซีเหอหลับอยู่ “หลับอยู่ตรงนั้น สงสัยเพราะเหนื่อยเกินไป”

                หนิงมู่ฉือพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบปลาที่ตายแล้วขึ้นมาส่งให้เฉินเกอ “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ท่านช่วยข้าขอดเกล็ดปลาได้หรือไม่ ข้าจะไปดูเขาสักหน่อยร่างกายซื่อจื่ออ่อนแอ ไม่สบายง่าย” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย

                เฉินเกอชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้า เขามองหนิงมู่ฉือเดินไปหาจ้าวซีเหอจากนั้นก้มหน้าขอดเกล็ดปลาอย่างเงียบๆ

                หนิงมู่ฉือค่อยๆ เดินเข้าไปหาจ้าวซีเหออย่างเงียบเชียบ นางนั่งลงด้านข้างมองผมที่เปียกชื้นจนแนบไปกับใบหน้าของเขา ริมฝีปากยกเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

                ริมฝีปากเขาเม้มแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงดวงตาปิดสนิทจนเห็นขนตางอนยาวได้อย่างชัดเจน คิ้วขมวดเป็นปมแน่นราวกับถูกจับมัดเอาไว้

                นางยื่นมือไปที่คิ้วของเขา เพื่อจะคล้ายปมให้

                เสียงลมหายใจของเขาดังกว่าเดิมเล็กน้อยกลิ่นดอกบัวก็แรงกว่าเดิมเล็กน้อยเช่นกัน นางถูกกลิ่นดอกบัวจากตัวเขาทำให้เหม่อไปครู่หนึ่งทว่าต่อมาไม่นานนางก็สะบัดศีรษะและเรียกสติตัวเองกลับคืนมาได้

                นางหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้เขา นั่งมองเขาอย่างเหม่อลอยจ้าวซีเหอมีหน้าตาหล่อเหลา ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่คนยื้อแย่งอยากเป็นเจ้าของทว่าตอนนี้เขากลับมานั่งหลับอยู่ข้างกายนางโดยไร้การป้องกันและไม่ระวังตัวใดๆ

                นางมองขอบตาดำคล้ำของเขา ซึ่งทำให้นางรู้สึกปวดใจยิ่งนัก ดูท่าตอนที่นางไม่อยู่เขาคงจะรู้สึกผิดมาก แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แค้นของสกุลนางยังไม่ได้รับการชำระนางจึงไม่สามารถคิดเรื่องรักใคร่ระหว่างชายหญิงได้

                ครั้นนางเห็นจ้าวซีเหอขยับริมฝีปาก นางนึกว่านางกวนจนเขาตื่นรอยยิ้มที่แต้มอยู่บนริมฝีปากเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห้ง แม้แต่ลักยิ้มบนแก้มก็หายไป

                นางรีบเดินไปหาเฉินเกอ พบว่าเขาขอดเกล็ดปลาเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งยังช่วยล้างปลาจนสะอาดให้นางอีกด้วย นางพยักหน้าพร้อมกับมองเขาอย่างพึงพอใจ “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ข้าต้องมองท่านในแง่ใหม่เชียวนะ ท่านขอดเกล็ดปลาได้ทั้งล้างปลาได้สะอาดดีจริงๆ”

                เฉินเกอเช็ดเลือดปลาที่เปรอะบนใบหน้า ยิ้มเขินอายให้หนิงมู่ฉือ “ฉือเอ๋อร์ชมเกินไปแล้ว”

                สีหน้านางเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย หยิบมีดสั้นออกมา กรีดลงไปบนตัวปลาเพียงไม่นานนางก็เลาะเอาก้างปลาออกมาได้สำเร็จ

                “คนที่เลาะก้างปลาออกได้แบบนี้แสดงว่าต้องเข้าใจเรื่องวัตถุดิบเป็นอย่างดีและต้องใช้เวลาฝึกฝนฝีมืออยู่หลายปี ฉือเอ๋อร์ เจ้ายังอายุน้อย เจ้าทำได้อย่างไร”

                เฉินเกอมองหนิงมู่ฉือเลาะก้างปลาโดยที่เนื้อปลาไม่มีส่วนไหนเสียหายเลยแม้แต่น้อยด้วยสีหน้าตกตะลึงเขาเคยเห็นคนอายุใกล้เจ็ดสิบคนหนึ่งเลาะกระดูกปลาด้วยวิธีเช่นนี้ซึ่งมันเป็นวิธีที่ต้องใช้ฝีมืออย่างมาก

                หนิงมู่ฉือได้ฟังคำชมพลันยิ้มอย่างเขินอาย “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่มีวันหนึ่งข้าสลบไป พอถูกช่วยจนฟื้นขึ้นมา ข้าก็เป็นเรื่องพวกนี้แล้ว”

                เฉินเกอได้ฟังก็นึกว่าหนิงมู่ฉือพูดล้อเล่น “ฉือเอ๋อร์เจ้าพูดล้อเล่นอีกแล้ว”

                หนิงมู่ฉือทำหน้างง ที่นางพูดคือเรื่องจริงนะก่อนหน้านี้นางไม่รู้เรื่องการทำอาหารเลยแม้แต่อย่างเดียว

                นางถอนหายใจ ถือปลาและหน่อไม้เดินไปอีกด้านหนึ่ง นางใส่ต้นหอม ขิงและกระเทียมลงไปในกระบอกไม้ไผ่ ตามด้วยปลา ใส่น้ำมัน เครื่องปรุงรสลับของนางจากนั้นตามด้วยหน่อไม้

                เฉินเกอมองปลาในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งยังคงขยับอยู่จึงเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ“เหตุใดปลาถึงยังขยับได้”

                ได้ยินเช่นนั้นหนิงมู่ฉือมองลงไปในกระบอกไม้ไผ่ อย่างประหลาดใจ “มันยังขยับอยู่จริงๆ ด้วย หรือว่าปลาในแอ่งน้ำร้อนจะมีชีวิตยืนยาวกว่าปลาจากที่อื่นจอมยุทธ์น้อยเฉิน ปลาตัวนี้ต้องอร่อยมากเป็นแน่”

                เฉินเกอพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อคลายความหิว

                จ้าวซีเหอหลับสนิท ทว่าจู่ๆ มีกลิ่นหอมของบางอย่างลอยเข้ามาในฝันจึงลืมตาตื่นขึ้นมา

                “หอมเหลือเกิน กลิ่นอะไรหรือ” จ้าวซีเหอขยี้ตาสายตามองไปที่กระบอกไม้ไผ่

                หนิงมู่ฉือเห็นจ้าวซีเหอตื่นแล้วจึงกวักมือเรียก “ท่านตื่นแล้วหรือรีบมาดูเร็วว่าพวกเราทำอาหารอร่อยๆ ใดให้ท่านทาน”

                จ้าวซีเหอส่ายหน้า ยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไรเมื่อครู่ข้าอิ่มแล้ว ตรงโน้นมีผลไม้ ข้าไปเก็บผลไม้ก่อนนะ”

                เขาลุกขึ้นยืน มองเสื้อคลุมที่คลุมอยู่บนตัวในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาโดยพลัน แต่เมื่อหันไปมองหนิงมู่ฉือที่นั่งอยู่ข้างเฉินเกอทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก ในใจเขารู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหว

                “ซื่อจื่อ…” หนิงมู่ฉือร้องเรียกกลับต้องพบว่าจ้าวซีเหอหมุนตัวเดินจากไปแล้ว

                จ้าวซีเหอได้กลิ่นหอมของเนื้อปลาที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆกอปรกับปลาตัวนั้นเป็นเฉินเกอที่จับมา หากเขาทาน มันจะยิ่งดูแปลกเข้าไปใหญ่เขาจึงอ้างว่าจะไปเก็บผลไม้แล้วเดินจากมา

                หนิงมู่ฉือเองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าปลามีกลิ่นแปลกๆ แม้กลิ่นจะหอม ทว่ากลิ่นดูแตกต่างจากเนื้อปลาที่นางทานตอนปกติ

                นางขบคิด หรือนางใส่เครื่องปรุงรสน้อยเกินไปคิดได้เช่นนั้นนางก็ไม่คิดมากอีก

                จ้าวซีเหอเดินเข้าไปที่ส่วนในสุดของแอ่งน้ำร้อน ในแอ่งน้ำร้อนยังคงมีควันลอยกรุ่นขึ้นมา อากาศเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นสายตาของเขามองเห็นหมอกจางๆ ชั้นหนึ่ง เขาเดินตรงไปข้างหน้า หมอกสีขาวจับขนตาเขาจนเป็นหยดน้ำ

                เขามองผลบ๊วยที่กำลังสุกได้ที่ เด็ดมันลงมา กัดเข้าไปคำเล็กภายในเต็มไปด้วยน้ำบ๊วยสีม่วงแดง ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

                หนิงมู่ฉือเห็นกระบอกไม้ไผ่กำลังสั่นเพราะกำลังเดือดได้ที่ ความที่นางรีบเอามันลงมามือจึงโดนความร้อนจากกระบอกไม้ไผ่จนพอง นางรีบเอานิ้วมือเข้าปาก “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ถ้าต้มอีกหน่อไม้ได้แข็งหมดแน่”

                เฉินเกอมองนิ้วของหนิงมู่ฉือที่โดนความร้อนจากกระบอกไม้ไผ่จนนิ้วพองสีหน้าเปลี่ยนเป็นร้อนใจ รีบยื่นมือไปดึงมือของนางมา “ฉือเอ๋อร์ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ นิ้วของเจ้าพองหมดแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392