ััหยาบโลนจากฝ่ามือหนาของลุงข้างห้องที่ลากไล้ผ่านขาอ่อนขึ้นมาถึงจุดกึ่งกลางลำตัว ปลุกปั่นอารมณ์ใคร่ของฉันให้ะเิออกทันทีในความมืดที่ไร้แสงไฟ
"อา... ลุงนนท์... อย่าค่ะ..." ฉันครางประท้วงเสียงแ่ แต่มันช่างไร้แรงต้านทานโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มของร่างกายที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของเขา สองขาของฉันสั่นเทาและแยกออกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อต้อนรับปลายนิ้วหยาบกร้านของลุงข้างห้องที่ค่อย ๆ แตะสะกิดลงบนกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำผ่านแพนตี้ลูกไม้สีดำตัวบางที่ยับย่น
"บอกให้อาหยุด... แต่ตัวเธอแฉะเยิ้มขนาดนี้เลยเหรอคะ หนูมีน" เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบตอบกลับมาข้างใบหู ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาเป่ารดผิวแก้มของฉันจนร้อนฉ่า ลุงนนท์เค้นยิ้มในความมืดที่ฉันมองไม่เห็น แต่ััได้ถึงกลิ่นอายความดุดันและร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา นิ้วกลางยาวของเขาจงใจบดคลึงและขยี้เน้นย้ำลงบนจุดเสียวอย่างหนักหน่วงกะทันหัน
"อ๊ะ! อ๊า... ลุง... อา..." ฉันสะดุ้งตัวโยนโก่งสะโพกขึ้นจากพื้นปูนขัดมันเย็นเฉียบที่นอนราบอยู่ แผ่นหลังของฉันเบียดชิดกับผนังห้องพัก 405 ของเขาอย่างเหนียวแน่น ในสมองขาวโพลนไปหมดด้วยความเสียวซ่านรุนแรงที่แล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ ฉันเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ต่อความ้าทางเพศต่ำทรามนี้อย่างรวดเร็ว และเกลียดนิ้วเรียวที่กำลังขยี้ปัดป่ายจุดอ่อนไหวของฉันราวกับนักดนตรีผู้ช่ำชอง
ลุงนนท์ไม่ปล่อยให้ฉันได้พักหายใจ ฝ่ามือหนาอีกข้างของเขารวบเอวคอดกิ่วของฉันไว้มั่นก่อนจะอุ้มยกตัวฉันขึ้นจากพื้นราวกับร่างของฉันเบาหวิวเหมือนปุยฝุ่น เขาพาฉันเดินกึ่งอุ้มกึ่งลากตรงไปยังโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องมืด โยนร่างของฉันลงบนเบาะหนังหนานุ่มที่เยือกเย็นและยุบตัวลงตามน้ำหนักตัว
"อื้อ..." ฉันอุทานเสียงแ่เมื่อแผ่นหลังัักับเบาะโซฟา ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างใหญ่โตกำยำของลุงข้างห้องก็ทาบทับตามลงมาแทรกกลางระหว่างสองขาของฉันทันที เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอระหงของฉันอย่างตะกรุมตะกราม ริมฝีปากอุ่นร้อนและหนวดเคราสากจาง ๆ เม้มดึงและจูบเม้มผิวเนื้ออ่อนบริเวณซอกคอและลาดไหล่อย่างรุนแรง ดุดัน เอาแต่ใจ
"อา... ลุงนนท์... อ๊า... เจ็บ..." ฉันครางระเส่าเบี่ยงหน้าหนีแต่กลับทำได้เพียงแอ่นอกชูชันขึ้นสู้กับััของเขา สองมือของฉันสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมเส้นหนาของเขา ดึงรั้งและบีบเค้นหนังศีรษะของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านปนเจ็บแปลบที่เขามอบให้ รอยจูบสีกุหลาบเข้มคงกำลังฝังแน่นอยู่บนผิวเนื้อของฉันในเวลานี้
"บอกแล้วใช่ไหม... ว่าในความมืดนี้ต้องเรียกฉันว่าอะไร" ลุงนนท์ผละริมฝีปากออกมากระซิบสั่ง น้ำเสียงของเขาดุดันและทรงอำนาจแบบที่ผู้ชายวัย 52 ปีผู้กุมอำนาจทุกอย่างเหนือกว่าจะใช้บงการเหยื่อ
"อา... อานนท์... อ๊า... อย่ารังแกมีน..." ฉันสะอื้นไห้ครางเรียกสรรพนามตามที่เขา้า นิ้วมือของเขากำลังเกี่ยวรั้งและดึงแพนตี้ลูกไม้สีดำตัวจิ๋วของฉันให้รูดหลุดพ้นไปจากปลายเท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองทิ้งลงบนพื้น เสียงเข็มขัดหนังและซิบกางเกงสแลกรูดดัง *แกรก* ชัดเจนท่ามกลางเสียงฟ้าร้องระงมภายนอก
ฉันนอนตัวสั่นเทาอยู่บนโซฟาในความมืดสนิทที่มองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงััทางกายและการได้ยินที่เฉียบคมขึ้นอย่างน่าตระหนก ฉันได้ยินเสียงสะบัดเสื้อผ้า เสียงลมหายใจหอบหนักของลุงข้างห้อง และกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่ออุ่นอวลโชยเข้ามาจนหัวใจของฉันเต้นโครมคราม
ในวินาทีถัดมา ััอุ่นร้อนหนาใหญ่ของแกนกายแกร่งร้อนที่ขยายใหญ่แข็งตึงเต็มที่เบียดบดเข้ากับร่องสาวที่ฉ่ำแฉะเปียกชื้นของฉัน ความร้อนแรงของส่วนหัวที่แตะสะกิดทางเข้าทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกและพยายามจะหนี
"อา... ใหญ่ไป... มีนเจ็บ... อ๊า!"
"ชู่ว... นิ่ง ๆ สิคะเด็กดี แฉะเยิ้มขนาดนี้แล้วจะเจ็บได้ยังไง" ลุงนนท์สั่งเสียงพร่าพลางใช้สองมือหนากดตรึงต้นขาเรียวทั้งสองข้างของฉันให้แยกออกกว้างขึ้นจนสุด จากนั้นเขาก็ดันกายสูงใหญ่กระแทกกระทั้นส่วนแกร่งร้อนล่วงล้ำเข้ามาภายในร่างกายของฉันในคราวเดียวจนสุดความยาว
*สวบ!*
"อ๊ายยย! ฮึก... อานนท์..." ฉันกรีดร้องเสียงหวานระเส่าลั่นห้อง สองมือจับไหล่กว้างหนาหนั่นของเขาไว้แน่น ร่างกายเกร็งกระตุกริ้วเพราะความใหญโตคับแน่นที่รุกล้ำเข้ามาเติมเต็มจนไม่มีช่องว่างเหลืออยู่ ความรู้สึกเสียวซ่านผสมผสานความอึดอัดแน่นตึงแล่นริ้วขึ้นมาจนน้ำตาไหลอาบสองแก้ม รอยแยกภายในบีบรัดแกนกายของเขาอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณตอบสนอง
"ซี๊ด... แน่นชะมัด หนูมีน... ตอดอาแน่นขนาดนี้เชียวรึ" ลุงนนท์ครางเครือทุ้มต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านสุดขีด เขาแช่กายค้างไว้สักพักเพื่อให้ช่องทางของฉันได้ปรับตัวขยับขยาย ก่อนที่สะโพกสอบสอบของชายวัยกลางคนจะเริ่มขยับโยกเข้าออกอย่างเป็จังหวะเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง
*ตั่บ... ตั่บ... ตั่บ...*
เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังสะท้อนก้องคลอเคล้ากับเสียงลมพายุฝนภายนอก ลุงนนท์ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนมาดลุงใจดีตอนกลางวันเลยสักนิด ััของเขาดิบเถื่อน ดุดัน และเต็มไปด้วยความกระหายอยากบงการ เขาขยับโยกกระแทกกระทั้นเน้นย้ำเข้าใส่จุดเสียวภายในลึกๆ ของฉันซ้ำๆ อย่างแม่นยำราวกำลังคำนวณตำแหน่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"อ๊า... อานนท์... เบาหน่อย... มีนเสียว... ฮื่อ... จะขาดใจแล้ว..." ฉันส่ายหน้าไปมาบนโซฟาหนังนุ่ม สองเต้าอวบอิ่มชูชันกระเด้งคลอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ฝ่ามือใหญ่ของลุงนนท์เลื่อนขึ้นมาตะโบมบีบเค้นเต้าเต่งตึงทั้งสองข้างของฉันอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ปลายนิ้วของเขาหยิกขยี้ยอดอกของฉันจนบิดเกร็งสะท้าน
"เบาไม่ได้หรอกค่ะ... ร่องของเธอมันรัดตรึงอาแน่นขนาดนี้... ยิ่งกระแทกเธอยิ่งตอดรัดดีเหลือเกิน ร้องครางออกมาดังๆ สิคะหนูมีน ร้องบอกอาสิว่าชอบขนาดไหน" ลุงนนท์กระซิบDirty Talkกระตุ้นอารมณ์ใคร่ด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อน สะโพกสอบขยับเร่งจังหวะเร็วขึ้น รุนแรงกระแทกกระทั้นเน้นหนักหน่วงจนร่างของฉันบิดส่ายและเลื่อนขยับไปตามเบาะโซฟา
"ชอบ... อ๊า... มีนชอบ... อานนท์ขา... แรงๆ... กระแทกมีนแรงๆ..." ฉันปล่อยตัวปล่อยใจละทิ้งศีลธรรมความอับอายไปจนสิ้น ปล่อยให้ความร่านร้อนบงการคำพูดครางขอร้องอย่างน่าละอาย สองขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรัดรอบเอวสอบของเขาไว้มั่น แอ่นสะโพกกลมกลึงตอบรับการกระแทกล่วงล้ำแสนดุดันป่าเถื่อนของลุงข้างห้องอย่างบ้าคลั่ง
---
*(เปลี่ยนมุมมองการเล่าเื่ - POV-1: ลุงนนท์)*
ผมกระแทกกระทั้นแกนกายแกร่งร้อนบดเบียดเข้าใส่ร่องรักแสนนุ่มนิ่มชุ่มฉ่ำของเด็กสาวใต้ร่างอย่างบ้าคลั่งในความมืดมิด เสียงครางหวานระเส่าสะอื้นไห้ของเธอที่พร่ำร้องขอให้ผมทำแรงขึ้นทำให้อารมณ์ดิบและสัญชาตญาณความดิบเถื่อนของเสือร้ายในตัวผมพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
หนูมีนที่แสนเรียบร้อยในตอนกลางวัน เวลา นี้กลับร่านร้อนและรัดตรึงแกนกายของผมแ่าจนผมแทบสำลักความเสียวซ่าน ผมบดเบียดสะโพกกระแทกกระทั้นเน้นลึกเข้าไปจนสุดโคน ขยี้จุดอ่อนไหวของเธอซ้ำๆ จนร่างบอบบางเกร็งกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำรักอุ่นร้อนของเธอหลั่งชโลมชลประทานจนเสียงเนื้อกระทบกันดังเฉอะแฉะกระตุ้นไฟราคะในห้องมืด
ผมช้อนตัวอุ้มร่างบอบบางที่กอดคอผมแน่นขึ้นมานั่งบนตักทั้งที่แกนกายยังคงเสียบคาเชื่อมต่อลึกซึ้ง บังคับให้เธอขยับร่อนสะโพกบดเบียดเข้าใส่ผมด้วยตัวเองท่ามกลางความมืดมิด
"อ๊ะ... อ๊า... อา... มีนเหนื่อย... ไม่ไหวแล้ว..." เธอครางซบหน้าลงกับบ่าของผม สองมือกอดไหล่กว้างของผมแน่น
"ขยับสิคะเด็กดี... บดสะโพกลงมาแรงๆ ให้อาชื่นใจสิคะ" ผมสั่งเสียงต่ำพร่าพลางเด้งสะโพกสวนรับขึ้นไปหนักๆ ส่งผลให้ร่างบอบบางกระตุกเกร็งกรีดร้องเสียงหลงคาอกผม
*ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!*
ผมโยกขยับร่างของเธอกระแทกกระทั้นขึ้นลงบนตัวผมอย่างป่าเถื่อนและยาวนาน รสรักร่วมชั่วโมงผ่านพ้นไปทว่าความ้าของผมยังคงพุ่งสูง ผมพาร่างสั่นเทาของเธอขยับย้ายจากโซฟาตรงไปยังเตียงนอนกว้างหนานุ่ม กดร่างอวบอิ่มลงนอนคว่ำแล้วยกสะโพกกลมกลึงขึ้นสูงขยับเข้ากระแทกกระทั้นจากทางด้านหลังอย่างรุนแรงและเร่งจังหวะเร็วถี่ระรัวใน่สุดท้ายเพื่อก้าวข้ามขอบ์
"อานนท์... จะออก... มีนจะเสร็จ... อ๊าาา!"
"พร้อมกันนะเด็กดี... ซี๊ด... ตอดดีเหลือเกิน!" ผมครางคำรามเสียงทุ้มต่ำลั่นห้องเร่งจังหวะซอยสะโพกกระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ส่วนลึกของเธอรวดเร็วและหนักหน่วงราวกระหน่ำกลองรบเป็สิบครั้งติดต่อกัน ก่อนที่ร่างของผมและเธอจะเกร็งกระตุกริ้วพร้อมกัน ผมฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนหลั่งทะลักเข้าสู่ภายในร่องสาวเนียนละเอียดของเธอจนล้นปรี่ไหลย้อนออกมาตามง่ามขา
ผมทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบอบบางที่อ่อนระทวยสลบไสลคาเตียงนอนกว้าง ลมหายใจของผมและเธอหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มซาลงภายนอก ความพึงพอใจและสัญชาตญาณการเติมเต็มหัวใจของผมจนเปี่ยมสุข ผมกดจูบขมับชื้นเหงื่อของเธอเบาๆ ก่อนจะพลิกกายลงมานอนเคียงข้างประคองร่างบางเข้ามากอดแน่น
เวลาผ่านไปจนเกือบเช้า พายุฝนสงบลงเหลือเพียงความเงียบและแสงสลัวรำไรที่เริ่มสาดส่องผ่านขอบม่านเข้ามา
หนูมีนขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกมีรอยแดงรักปรากฏเด่นชัดทั่วเรือนร่าง เธอมองผมด้วยสายตาไหวระริก เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ละอายใจ และสับสนปนเป
ผมยันกายขึ้นนั่ง หยิบเนกไทผ้าไหมสีดำสนิทจากโต๊ะข้างเตียงโยนลงบนฟูกข้างลำตัวของเธอ ั์ตาของผมภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธอด้วยความเ็าแต่อบอวลด้วยเสน่ห์อันดำมืด
"ตื่นแล้วก็ฟังอาให้ดีนะคะหนูมีน... ต่อไปนี้คือข้อตกลงและกฎเหล็ก 5 ข้อระหว่างเรา หากเธอ้าััแสนตื่นเต้นและเสียวซ่านจากอาอีกในอนาคต" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเฉียบขาด
เธอนอนมองผมเงียบๆ ั์ตาเบิกกว้างกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นเกร็งรอฟังคำสั่ง
"ข้อแรก... ห้ามเปิดไฟในพื้นที่ของเราเด็ดขาด ความสัมพันธ์ของเราจะเกิดขึ้นเฉพาะในความมืดสนิทเท่านั้น"
"ข้อสอง... ห้ามสืบค้นประวัติหรือชื่อจริงของกันและกัน เราจะรู้จักกันในฐานะอานนท์และหนูมีนเท่านั้น"
"ข้อสาม... ห้ามทักทายหรือพูดคุยกันในเวลากลางวันเด็ดขาด เมื่อเผชิญหน้ากันข้างนอก เราคือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน"
"ข้อสี่... ห้ามปฏิเสธหรือขัดขืนคำสั่งของอาในความมืด ร่างกายของเธอเป็ของอาเมื่อแสงไฟดับลง"
"ข้อห้า... ห้ามบอกเล่าเื่ราวในห้องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด มันจะเป็ความลับดำมืดที่ตายไปกับเราสองคน"
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาไหวระริกของเธอ คลี่รอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยอันตรายแสนเย้ายวน
"เข้าใจและยอมรับกฎของอาไหมคะ... เด็กดี?" ผมถามพลางเอื้อมมือหนาไปเชยคางมนของเธอขึ้นมาสบตาในความสลัวยามเช้า รอคอยคำตอบจากเหยื่อสาวที่บัดนี้ตกหลุมพรางแสนหวานของเสือร้ายโดยไร้ทางต่อสู้...