
"ระวังตัวด้วย ถึงมันจะดูแก่เฒ่า แต่พลังไม่ใช่คนธรรมดา" มารผู้หญิงเตือนพวกพ้องที่อยู่ข้างๆ "ไม่นึกว่ามนุษย์แก่แบบนี้ จะทำให้เจ้าออกปากชมเชยเช่นนี้ด้วย"เสียงอีกฝ่ายพูดตอบไม่ว่าหน้าไหน ก็พูดจาไม่รักษาน้ำใจเลยรึไง... คำก็แก่ สองคำก็ลุง โมโหวุ้ยจังหวะที่ตัวซือหลินครุ่นคิดอยู่ในใจ พริบตานั้นพวกมารทั้งสองก็เตรียมอาวุธขึ้นมามารหนุ่มใช้อาวุธคมกริบ ลักษณะคล้ายถุงมือที่มีกรงเล็บของสัตว์ป่าเป็นอาวุธ ในขณะที่มารหญิงนั้นใช้ดาบทำจากแร่ทมิฬ ซึ่งเป็นแร่ที่แข็งแกร่ง เป็นที่นิยมใช้ในแดนมาร ทั้งสองวิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว...หมายปริดชีวิตในพริบตาการหลบกระบวนยุทธของทั้งสองทำได้ หากแต่ว่า... ปวดหลังเหลือเกินนนนนนนหลังจากต้องเดินทางตลอดทะเลาะกับเจ้าลมกรดตลอดข้ามวันข้ามคืน ไหนจะหนีฝูงหมาป่า ไหนจะตกหน้าผา และไหนจะไปสู้กับพวกโจรกองเกวียนก่อนหน้านี้...รู้ตัวเลยว่า...ร่างกายเริ่มถึงขีดจำกัดแล้วสมัยก่อนจะปราบสัตว์ประหลาดหนักหนาแค่ไหนก็ไม่เป็นไรแท้ๆ ตอนนี้เริ่มมึนซะแล้ว...ร่างกายเหนื่อยง่ายขึ้น การเคลื่อนไหวเริ่มลำบากขึ้นทุกที...ที่บ่นในใจนี่ไม่ใช่ว่ายอมรับเรื่องอายุหรอกนะ ! แต่แบบนี้ท่าจะลำบาก...ต้องจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด !เมื่อคิดแบบนั้นแล้วก็เลย ก็จึงชักดาบออกมา อาศัยจังหวะได้เปรียบ โจมตีฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
เคร้ง ! ! !
การโจมตีใส่อาวุธอีกฝ่ายได้ผลตามคาด ประหนึ่งมันโดนกรรไกรตัดเล็บ อาวุธของศัตรูเสียหาย บิ่น และแตกกระจายลงบนพื้นดวงตาของศัตรูเบิกโพลงด้วยความตกใจ มารชายตัดสินใจถอยหลังหลบไปตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดสบถออกมา หลังจากมองอาวุธของตน มันก็ถอนแล้วโยนถอดถุงมือออกทันทีในขณะที่เราจะเข้าไปจัดการให้ศัตรูยุติการสู้...ฟุ่บ!!ก็รู้ตัวว่ามารสาวพุ่งดาบเข้าไปยังหัวซือหลิน ...ถึงจะปวดหลังแต่ก็ก้มหลบทันเฉียดฉิวพอตั้งหลักได้ แล้วมองไปอีกฝั่งหนึ่ง พวกมารต่างนิ่งงัน ได้ยินเสียงเหนื่อยหอบเล็กๆ ออกมาอย่างแผ่วเบา พวกมันกำลังอ่อนล้า..."มัวรีรอไรอยู่ จัดการกับมันสิ" นายท่านผิงเป็นผู้ทำลายความเงียบงันนั้น ชายร่างเตี้ยซ่อนร่างเล็กเตี้ยชุดแดงสดด้วยการหลบอยู่หลังเกวียน คงมีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่รู้ว่ามารทั้งสองกำลังอิดโรย"ข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ควรรับใช้ผู้ชายคนนี้เลยนะ"พูดตามที่คิด"รับใช้? ไอ้นายผิงนะหรือ มันก็แค่มนุษย์เศษสวะโลภมากคนหนึ่ง เป็นได้มากเพียงบันได ให้พวกข้าเหยียบก้าวหน้าขึ้นไปตั้งหาก!"มารชายเผยความจริง"ถ้าหากข้าจับมนุษย์กลับไปได้แล้วล่ะก็...ข้าจะเอามันไปเป็นข้าทาสแรงงานเช่นกัน!"หว่าย พูดแรงจริงจัง หน้าซีดไปเลย เจ้าเตี้ยคนที่แอบอยู่หลังเกวียนทำหน้าโกรธหน้างอ หน้ามู่ทู่ไปแล้ว..."ไยเจ้าจึงโจมตีแต่อาวุธ ไม่โจมตีใส่พวกข้า"มารหญิงเอ่ยออกมา"การต่อสู้ควรจบลง เมื่ออีกฝ่ายไร้ซึ่งอาวุธและความคิดจะต่อกร คือคติที่ข้ายึดถือ""ไอ้มนุษย์โอหัง! เจ้ากำลังดูแคลนศักดิ์ศรีมารของพวกเรา!"มารทั้งสองเอ่ยไม่ได้คิดว่าไปหยามศักดิ์ศรีอะไรเสียหน่อย!
ฟ้าว ! !
เสียงของพวกมารพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว...หลังจากดูเชิงต่อกันอยู่ชั่วครู่ สถานการณ์การต่อสู้ครั้งที่สองก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งมารหญิงตัดสินใจส่งดาบให้พวกพ้องมารของตน...เป็นเพลงยุทธผสานกันว่องไวดีเยี่ยม มันคว้าดาบเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเราอีกเพียงไม่กี่ก้าว ! !...กับร่างของเราตอนนี้ ปวดหลังมากเลย ถ้าไม่ระวังก็จะเสียท่าได้ !พอคิดแบบนั้นเลยหลบพอให้พ้น เน้นขยับร่างกายถนอมแรงให้น้อยเข้าสู้โดยพยายามหลบให้พอเหมาะพอควร จะไม่ต้องมากให้เสียหลักล้มหรือปวดหลังมากเกินไป...
ควับ~
ดาบมารพุ่งเข้ามาที่หัว...แต่ช้ามาก!
เคว้ง !
ได้ผลตามคาดเหมือนทุกครั้ง หลังจากใช้ดาบปัดป้องกัน ดาบศัตรูเมื่อปะทะก็พลันแตกละเอียด ตอนนี้อาวุธหนึ่งเดียวของอีกฝ่ายแตกหักหมดทุกอย่างแล้ว...
เปรี้ยง...
"อุ่ก...โอ้ว!"มารหญิงพุ่งมาตลบหลัง หล่อนที่ไร้อาวุธพยายามประชิดตัว แล้วใช้พลังฝ่ามือซัดเข้ามาที่กลางหลัง ดาบที่หล่อนส่งมอบให้สหายมารใช้ฟันโจมตีเรา เป็นเพียงแค่กลยุทธ์ตัวล่อเท่านั้น...ทว่าโชคเข้าข้างที่ถูกเพียงตื้นเขิน...ถ้าหากโดนเข้าอย่างจัง กระดูกหลังคงป่นปี้แล้วแต่พูดก็พูดเถอะ... "เอื้อ หลังข้า ใช่แล้วอีหนู ตรงจุดโคตร! ! ""หะ...ว่ายังไงนะ!?"คือแบบว่า...ตรงนั้นแหละ ใช่เลย คือถ้าโดนฝ่ามือแรงกว่านี้ คงหายอาการปวดขึ้นไม่น้อยแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเท่าไร...
ผัวะ !
"อ๊อก! !"อาศัยที่กำลังตะลึง เลยใช้สันดาบตีหัวเจ้าหล่อนแรงๆ จนอีกฝ่ายล้มหงายตึงไปเสร็จไปหนึ่ง เหลืออีกหนึ่ง..."ย้าก ! ! !"มารหนุ่มใช้หมัดเข้าสู้ไม่รู้มันประมาทใบดาบครึ่งเล่มในมือหรือเดือดดาลที่เห็นเพื่อนร่วมรบโดนฟาดกบาลอย่างไรไม่ทราบแต่นี้คือโอกาสเผด็จศึกแล้ว! !
ฉัวะ!!!
"อั่ก" ดาบฟันที่ท้อง ไม่ได้โดนจุดตาย แต่ก็ทำให้มันเข่าทรุดลงพื้นได้"ไม่จริงน่า เกราะทหารปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยัง..."มารหนุ่มพึมพำ หน้าของมันซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนว่า มันกำลังสงสัย กระวนกระวาย และหวาดกลัว"ถ้าเจ้าเป็นปีศาจ เจ้าควรจำดาบของข้าเอาไว้เสียหน่อยนะ..."ตอนแรกพูดให้อีกฝ่ายสงสัยครุ่นคิดสับสนจนไม่คิดสู้ แต่ไม่นึกว่าจะทำให้อีกฝ่ายชะงักนิ่งไป"ข้าจำได้แล้ว...ดาบเล่มนี้ ดาบในตำนานที่ทำลายล้างได้ทุกสิ่ง ดาบของไอ้มนุษย์ที่กล้าต่อกับท่านจอมมารฑีคา! เจ้าไปเอามาจากไหน ไอ้ลุงแก่!"วาจาเดือดดาลของมาร ทำให้รู้ว่ามันจำดาบเล่มนี้ได้"หัดคิดหัดฟังให้มากหน่อยสิ ดาบเล่มนี้เป็นของข้าก็ตั้งแต่แรกแล้ว""ไม่จริง...เจ้าคือซือหลิน ผู้กล้าของพวกมนุษย์อย่างนั้นเหรอ!?""นั่นมันอาชีพเก่า ตอนนี้ข้าเป็นคุณพ่อแสนดี คนเก็บสมุนไพรต่างหาก"ตอบไปตามความจริงเสมอ ทำไมไม่มีใครเชื่อเลยสักคนกันนะ...เฮ้อ !"อั่ก..."มันทรุดร่างทั้งตัวลงที่พื้น ดูเหมือนบาดแผลเริ่มสร้างความเจ็บปวดให้มันจนเริ่มลุกไม่ขึ้นแล้ว กระนั้นก็ตาม เจ้ามารยังไม่ยอมแพ้ พยายามเงยหน้าขึ้นมาหา แล้วกัดฟันพูดโดยที่เลือดเต็มปาก"มัวรีรออะไรอยู่ จะฆ่าก็ฆ่าเสียซิ...เจ้าผู้กล้ามนุษย์ลุง"มารเอ่ยปาก ดูท่าคงพร้อมใจตายแล้ว แววตาดูเลื่อนลอย"ข้าไม่ได้โจมตีที่จุดตาย อย่ามาทำหมดอาลัยตายอยากใส่ข้า"พูดอบรมใส่เจ้ามารก่อนเอ่ยต่อ"ความตายของเจ้า จะทำให้เพื่อนที่สลบอยู่ของเจ้าลำบากไปด้วย"อีกอย่างหนึ่ง...คนเป็นพ่อต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกซิ ถ้าข้าฆ่าพวกเขาที่นี่ ต่อไปฟานจะเห็นข้าเป็นพ่อจ๋าแบบไหนกัน...ต้องจับไปมอบตัว ให้ทางการตัดสินความผิดกันต่อไป..."ข้าไม่ต้องการความเมตตาจากมนุษย์อย่างเจ้า ชีวิตของมารที่ไม่อาจทำภารกิจสำเร็จก็ไร้ซึ่งความหมาย เจ้าทำลายแผนการของพวกข้าย่อยยับ ข้าไม่มีหน้ากลับไปยังดินแดนเกิดได้อีกแล้วชั่วนิรันดร์""ผิดแล้ว ชีวิตทุกชีวิตมีค่า เมื่อข้ามีลูกจึงเข้าใจคำนี้จากใจ""...เจ้าจงมีชีวิตอยู่ให้แก่ จนปวดหลังเดาะแบบข้าก่อนเถอะ ค่อยมาบ่นอาลัยตายอยาก!"ไม่รู้ว่าให้โอวาทไปแล้ว จะตอบสนองกลับไปคิดได้หรือเปล่านะ ในขณะที่คิดเช่นนั้น ก็ตัดสินใจไปจากการเรื่องราวต่างๆให้จบ..."เจ้าผู้กล้า..."มารเอ่ยขึ้น ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง"จงจำไว้ กองทัพของท่านจอมมารจะกลับมาทำลายล้างพวกเจ้าให้สิ้น"เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับไปโดยไม่คิด"เรื่องนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่..."ร่างของมารแน่นิ่งไปหลังจากพูดจบ..."ส่วนเจ้าคือหัวหน้าผิง หัวหน้าของพวกลักพาตัวพวกนี้สินะ"หันไปพูดใส่นายผิงที่ยังแอบดูที่หลังเกวียน"เดี๋ยวก่อนสิ ผู้กล้าเลยงั้นเหรอ ช่วยข้าด้วย ไม่ได้ยินเหรอ ข้าก็ถูกพวกมันหลอกใช้เหมือนกันนะ!?"พูดพลางขาสั่นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแหม กลัวขนาดนี้จะให้อยู่เฉย คงไม่อบรมให้เป็นผู้เป็นคนหน่อยคงเสียชื่อผู้กล้าหมด "โทษฐานที่เจ้าทำให้ข้าอดนอนอดนอน เสี่ยงตายขึ้นเขาลงผา เจอหมาป่าเจอฝูงคนโฉด โทษฐานที่ทำให้ข้าถูกเรียกว่าลุงทั้งที่ยังหนุ่มเฟี้ยวเช่นนี้ และที่สำคัญโทษฐานที่ลักพาตัวลูกของข้าไป ทำให้ร้องไห้และทำให้ช่วงเวลาดีๆ ที่ข้ากับลูกในวันสองวันมานี้ต้องหายไป ระดับหัวหน้าขบวนการมหาโทษหลายสถาน คุณเอ็งต้องโดนให้สาสมหน่อยแล้ว""ฮี่~~ "นายผิงร้องผวาดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเผชิญหน้ากลับผู้กล้าเข้าให้แล้ว ก็สิ้นเรี่ยวสิ้นแรงตัวสั่นงกๆ อ่อนแรงในทันทีพูดขู่แค่นี้ก็พอแล้วกัน เดี๋ยวลูกฟานอยู่แถวนี้ มาเห็นมาได้ยินจะดูไม่ดี...ขวัญหนีดีฝ่อขนาดนี้คงพอแล้ว... "จงจัดการปล่อยคนในหมู่บ้านอื่นที่ขังไว้ด้วย อย่าริอ่านมาเป็นโจร อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ไม่เช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน"พูดขู่เสร็จ นายผิงก็ตาเหลือกไปมา กลัวจนขาดใจตายหรือเปล่านะ...ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งเอาเถอะ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว หวังว่าจะเข้าใจดีแล้วนะค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อย..."แอ๊ อ้อ "ทันใดนั้นเราก็เห็นฟาน ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของหญิงคนหนึ่ง...พอเห็นฟานถูกอุ้มแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาเลยล่ะ...อา... ลูกฟาน ปลอดภัยดีสินะ... พ่อจ๋าจะเข้าไปหาเดี๋ยวนี้...แหละแล้วจู่ๆ สติก็ขาดหายไป
----------------------------
ได้กินของหอมของอาหารต้มสุก และก็สัมผัสของหมอนเน่าที่คุ้นเคย
รู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในบ้านแสนสุขซะแล้ว โดยที่ร่างของเรามีใครบางคนกำลังบีบนวดอยู่อา...มือหนักดีวุ้ย สุขโคตร...
"ท่านผู้กล้าท่านฟื้นแล้วเหรอครับ"เสียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น เข้าผละมือที่นวดหลังอยู่ออก
แหม กำลังเคลิ้มเชียว...
เด็กคนนี้ดูเป็นนักบวช แต่ดูท่าอายุยังน้อยกว่าสักประมาณสิบปี ท่าทีคงเป็นเด็กฝึกหัดติดตามนักบวช เขามีผมดำสนิทเหมือนชาวต้าจินเราโดยทั่วไป หน้าตาดูสะอาดสะอ้านดี ราวกับคุณชายจากเมืองใหญ่ที่ไหนสักแห่ง เขาใส่ชุดสีฟ้าเนื้อผ้าดีที่นิยมใช้ตามกฎศาสนาและมัดรวบผมเกล้าไว้
"เกิดอะไรขึ้นกับข้า ทำไมมีคุณชายที่ไหนมานวดให้ข้า..." "ข้ามีนามว่าเวทินครับ เป็นนักบวชฝึกหัดครับท่านซือหลิน ท่านสลบไปสองวันเต็มๆ ท่านคงจะเหนื่อยมามาก เพื่อช่วยเหลือพวกเราจับโจรลักพาตัว เราขอขอบคุณทุกจากใจจริงครับ ท่าหลบดาบพวกโจร ท่าต่อสู้ของท่านสุดยอดไปเลยครับ ข้าชื่นชมมากเลย"เด็กชายแนะนำตัวด้วยความสุภาพ นัยน์ตาดูเป็นประกายชอบกล
ถึงว่าทำไมรู้จักเราด้วย หนึ่งในเด็กที่ถูกจับอยู่ในเกวียนนี่เอง จะเห็นจะได้ยินที่เราสู้กันก็ไม่แปลก"เอ่อ แล้วลูกของข้าล่ะ?"
"ไม่ต้องเป็นกังวลครับ ข้าและอาจารย์คอยดูแลลูกของท่านเป็นอย่างดี"
มีคนแปลกหน้ากำลังดูแลลูกจ๋าสุดที่รักของข้าอยู่อย่างนั้นเหรอ...ไม่ได้!!!"ข้าตามหาลูกมาสองสามวันนะ ไม่รู้ล่ะ ข้าจะไปหาลูก ข้าจะไปหาฟาน ฟานจ๋า! ลูกพ่อ!"พยายามดิ้น แต่หลังยังปวดระบมอยู่เลย"เอ่อ ใจเย็นก่อนเถอะครับท่านผู้กล้า พักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวข้าจะไปตามท่านอาจารย์เอง" ประมาณสองสามนาทีต่อมา ร่างของฟานก็ถูกอุ้มมาโดยผู้หญิงที่เห็นจะก่อนหมดสติไป"เด็กน้อยกินอิ่ม นอนหลับแล้วค่ะ"หญิงสาวนักบวชเอ่ย"ข้าคืออาจารย์หลี่เจ้าค่ะ ท่านผู้กล้า"นักบวชหญิงเรือนผมยาวสีน้ำตาลแดง ดูเป็นสาวงามอายุราวยี่สิบต้นๆ เธอมีผ้าบางละเอียดปิดบังใบหน้า ชุดนักบวชเป็นสีฟ้าอ่อนดูน่าศรัทธาและเดินเหินสะดวกในเวลาเดียวกัน เป็นชุดที่คุ้นตามากสำหรับซือหลิน"เวทิน เจ้ารออยู่ข้างนอก""ขอรับท่านอาจารย์"เมื่อเด็กชายออกไปและเธอเข้ามาใกล้ จึงเริ่มไถ่ถามความเป็นมาทันที "ท่านหญิงดูแลลูกข้าสินะ ขอบคุณท่านเป็นอย่างมาก บุญคุณท่านช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน""ข้าทำสิ่งที่ควรทำค่ะ...ทางเราก็ขอบคุณเช่นกันท่านผู้กล้า ท่านคงคิดถึงลูกจะแย่แล้ว"เธอมอบฟานให้กับมือซือหลิน เขาประคองอุ้มด้วยความดีใจ เด็กทารกนอนหลับพริ้มอย่างปรกติสุข"ฟานลูกพ่อ ดีใจจริงๆที่เจ้าปลอดภัย ต่อไปพ่อจะไม่ปล่อยเจ้าไว้ในบ้านตามลำพังอีกแล้ว!"พูดเสร็จก็หันไปเอ่ยกับนักบวชหญิง"แล้วชาวบ้านกับเด็กและคนอื่นๆล่ะ ท่านหลี่?""ทุกคนปลอดภัยค่ะ ทางการจับกุมกลุ่มโจรและมารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว เป็นเพราะท่าน เราจึงช่วยเหลือทั้งคนในป่าเหมันต์และคนต่างหมู่บ้านไว้ด้วยค่ะ""ได้ยินแบบนี้ ก็ดีแล้ว"ซือหลินพยักหน้าก่อนพูดต่อ"การแต่งกายของท่าน ช่างเหมือนคนในนิกายดวงตาดาราเวียนว่ายใช่หรือเปล่า""ท่านรู้จักท่านอาจารย์เมย์ใช่หรือไม่ค่ะ ท่านซือหลิน"เมย์ คือชื่อของนักบวชหญิงพยากรณ์ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแห่งโหราศาสตร์ เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านการทำนาย เป็นสมาชิกระดับสูงของนิกายดวงตา เธอมีพลังที่สามารถทำนายอนาคตได้ซึ่งน้อยคนจะมี และที่สำคัญที่สุด เธอคือหนึ่งในตำนานสมาชิกของกลุ่มผู้กล้าซือหลินที่ต่อกรกับจอมมารฑีคาอีกด้วย"ข้ากับเมย์เราคุ้นเคยกันมานาน ตั้งแต่สมัยเธอยังสวมชุดนักบวชฝึกหัดในนิกายดวงตา และตัวข้าเพิ่งเข้าเมืองเพื่อเริ่มฝึกวิชาต่อสู้ ข้าไม่ได้พบหรือติดต่อนางมากนัก หลังจากสงคราม เมย์ยังสุขสบายดีใช่ไหมครับ?""อาจารย์เมย์ล้มป่วยมาสักพักแล้วค่ะ"นักบวชหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ"เธอป่วยด้วยโรคบางอย่าง ปัจจุบันได้เดินทางไปที่จักรวรรดิศวาติ เพื่อหาทางรักษา""นางป่วยหรือนี่!? การไปจักรวรรดิศวาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการรักษา คงช่วยนางได้""ก่อนเดินทาง อาจารย์ได้เห็นนิมิตบางอย่าง จึงให้ข้าเดินทางมาพบท่านที่หมู่บ้านเหมันต์เพื่อแจ้งให้ท่านทราบ ทว่าเกิดเรื่องเสียก่อน""นิมิตอะไรอย่างนั้นหรือ ท่านนักบวช?"หญิงสาวจับมือของผู้กล้า เธอหลับตาครู่หนึ่งพร้อมบริกรรมคำสวดบางอย่าง...ฉับหลันเหมือนมีกระแสพลังบางอย่างปรากฏขึ้นมา...มันเป็นพลังที่ซือหลินเคยเห็นจากเพื่อนสนิทมาก่อน มันคือการถ่ายทอดภาพนิมิต...ซือหลินมองเห็นสนามรบที่ตนเคยต่อสู้...เขามองเห็นกองทัพใหญ่ของพวกมารจำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนทัพ...เขามองเห็นการต่อสู้และการนองเลือด..."นิมิตที่เห็นเป็นเพียงความจริงส่วนหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ท่านซือหลิน ในนิมิตของข้าเห็น ข้าเห็นเปลวไฟแห่งสงครามกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า ความโกลาหล ความตาย ภัยร้ายอันมหันต์ กำลังมาเยือนดินแดนเอซิเรียของเรา ความสงบสุขกำลังจะถึงคราวสิ้นสุด และมีเพียงท่าน ...ท่านซือหลิน ...ท่านคือผู้ที่จะช่วยเหลือพวกเราทุกคนได้""จะบอกว่าหมู่ปีศาจมารคิดทำสงครามอีกครั้งเหรอ เป็นไปไม่ได้ พวกมันไม่มีวันทำสงครามกับเราอีก"
นักบวชสาวเงยหน้ามองผู้กล้าก่อนตอบ"ท่านก็เห็นเป็นประจักษ์สายตาแล้ว ว่าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ก็คือพวกมาร พวกมันเริ่มต้นจะทำสงครามแล้ว อย่างที่ท่านเห็น อย่างที่ท่านได้ยิน...ขอท่านจงตรึกตรองดูเทอญ คำพยากรณ์ของข้ากำลังจะเป็นจริงแล้ว""เช่นนั้นต้องทำอย่างไร..."ซือหลินถาม"ท่านซือหลิน ท่านต้องรวมเหล่าผู้กล้ามาต่อกรกับพวกมารอีกครั้ง ท่านและเหล่าผู้กล้าในอดีต จะต้องกลับมาทำภารกิจกอบกู้โลกของเราอีกครั้งหนึ่งค่ะ"----------------------
[เปิดเพลง อเวนเจอร์ขึ้นมาเลยคร่า! ฮา] หลังจากไรท์ผ่านเข้ารอบมาก็ดีใจมาเลยล่ะ เย้ แต่ว่าตอนนี้คือของจริงยิ่งกว่า การต่อสู้รั่วๆป่วนๆกอบกู้โลกของลุงซือหลินของจริงก็เพิ่งเริ่มต้นเช่นกัน ติดตามความเข้มข้นกันต่อไปน่า หวังว่าทุกท่านจะส่งพลังใจมาให้ไรท์น่า กดให้เรื่องนี้อยู่ในชั้นหนังสือกันน่า เย้ / ไรท์เบนนี่ ขอบคุณภาพประกอบน่ารักๆ และภาพเข้มข้นการทำนายจากจากเพจ Saimai ครับ
