ภายในห้องนั้นเงียบสงบจนหลัวเซียนได้ยินถึงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ เฉวียนหวาฉียังคงไม่รู้สึกตัว ร่างที่เปลือยท่อนบนเอนไปด้านหลังเล็กน้อย หลัวเซียนกึ่งนั่งในท่าคุกเข่าเพื่อประคองร่างของเฉวียนหวาฉีเอาไว้ เมื่อเฉวียนหวาฉีเอนตัวไปด้านหลัง ท่อนบนของทั้งสองยิ่งแนบชิดมากกว่าเดิม
หลัวเซียนแม้รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่ในเวลานี้ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า หลัวเซียนเอื้อมมือไปด้านหน้ากุมมือของเฉวียนหวาฉีเอาไว้ จากนั้นเร่งเร้าพลังลมปราณหมื่นทิวาถ่ายทอดความร้อนในร่างเข้าสู่ร่างของเฉวียนหวาฉี ลมปราณนี้กระตุ้นให้ตัวยาออกฤทธิ์หมุนวนไปตามกระแสลมปราณที่หลัวเซียนชักนำ หากใช้เพียงแค่ยาเม็ดเก้าไพศาลโดยมิได้ใช้ลมปราณช่วยเหลือ เฉวียนหวาฉีดูเหมือนมีอาการดีขึ้น ในห้าปีสิบปีต่อจากนี้ภายนอกดูเหมือนหายจากพิษเย็น แต่เมื่อผ่านเวลานานเข้า อวัยวะภายในทั้งห้าที่พิษเย็นหลบซ่อนอยู่จะเริ่มออกอาการมากขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้หลัวเซียนช่วยเหลือก็ไม่ทันการแล้ว
ถังจื่อฉวนเฝ้าประตูอยู่ด้านนอก รู้สึกเหมือนมีลมร้อนพัดวูบออกมาจากภายในห้อง ลมร้อนนี้แปลกนักกลับทำให้ถังจื่อฉวนรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ต่างไปจากลมร้อนในยามสายของวัน ลมร้อนที่ไม่รู้สึกร้อนนี้น่าจะมาจากกำลังภายในของหลัวเซียน ถังจื่อฉวนอายุมากกว่าหลัวเซียนอยู่หลายปี ทั้งยังประมือกับหลัวเซียนอยู่หลายครา กลับไม่ทราบว่าที่แท้หลัวเซียนฝึกปรือวิชาของสำนักใด กระบวนท่าที่หลัวเซียนใช้ออก ธรรมดาอย่างถึงที่สุด
เพลงฝ่ามือสามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่พอหลัวเซียนร่ายรำออกมา กระบวนท่าที่ดูธรรมดานี้กลับส่งอานุภาพราวกับเป็วิชาชั้นสูง
“นี่ต้องเรียกว่า ทื่อด้านกลับแหลมคม ธรรมดาสามัญจึงพิสดาร” ถังจื่อฉวนชื่นชมอยู่ภายในใจ
อีกด้านหนึ่งหลัวหวินเจ๋อออกไปส่งท่านหมอแล้วจึงเดินกลับเข้ามาที่เรือนด้านใน มองเห็นสหายของบุตรชายยืนเฝ้าที่ด้านหน้าห้องนอนของหลัวเซียนอยู่อย่างแข็งขัน
“คุณชายถัง”
“ท่านลุงหลัว”
“อาเซียนเล่า ใช่อยู่ในห้องหรือไม่ แล้วเหตุใดคุณชายถังจึงยืนอยู่ด้านนอกไม่เข้าไป”
“ท่านลุงเรียกข้าว่า จื่อฉวน เถอะขอรับ เออ ท่านลุงมาก็ดีแล้ว ข้าพอดี้าหาที่พักให้กับคนคุ้มกันที่มาด้วย คนมากมายปานนี้คงไม่เหมาะที่จะรบกวนท่านลุง”
ถังจื่อฉวนนับว่าคิดอ่านว่องไว สองมือทำท่าคำนับใช้สายตาอ้อนวอนไปยังหลัวหวินเจ๋อเพื่อขอคำแนะนำ นับว่าหลัวหวินเจ๋อเป็คนจิตใจดี เมื่อสหายของบุตรชายออกปากถึงเพียงนี้ ไหนเลยจะบ่ายเบี่ยงได้ กลับหัวร่อด้วยความยินดี
“เช่นนั้นข้าเรียกเ้าว่า จื่อฉวนก็แล้วกัน มา มา เมืองถงซือนี้มีโรงเตี๊ยมเพียงแห่งเดียว แต่เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป โรงเตี๊ยมนั้นว่างอยู่ตลอดเวลา ข้าจะพาจ้าไปเองก็แล้วกัน”
หลัวหวินเจ๋อยิ้มแย้มรับคำ ใช้มือดันหลังถังจื่อฉวนไปที่ด้านนอกด้วยกัน ถังจื่อฉวนไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่ใช้วิธีนี้หลัวหวินเจ๋อคงต้องเปิดประตูห้องเข้าไปแน่นอน หลัวเซียนกำลังลงมือรักษาเฉวียนหวาฉี ไม่แน่ว่ากำลังอยู่ใน่คับขัน หากถูกรบกวนอาจเป็อันตรายกับคนทั้งสองได้
“หลัวเซียน ข้าเฝ้าประตูให้เ้าไม่ได้แล้ว ข้าไปไม่นานจะรีบกลับมา” ถังจื่อฉวนหันไปมองหน้าประตู คร่ำครวญอยู่ภายในใจ
หลัวเซียนได้ยินที่ถังจื่อฉวนกล่าวกับบิดาต้องรู้สึกโล่งอก หากบิดาเข้ามาเห็นตนเองกับเฉวียนหวาฉีในสภาพนี้ ไม่รู้ว่าบิดาจะตอบสนองอย่างไร แต่คงมิใช่เื่ดีเป็แน่
หลัวเซียนชักนำลมปราณของตนเองไหลเวียนผ่านร่างของเฉวียนหวาฉีได้สิบกว่ารอบ ในแต่ละรอบกระแสความเย็นที่อยู่ในชีพจรของเฉวียนหวาฉีก็ลดลงส่วนหนึ่ง ตอนนี้พิษเย็นถูกกักเอาไว้ที่อวัยวะภายในทั้งห้าจนหมดสิ้น ขอเพียงกินยาเม็ดเก้าไพศาลอีกหนึ่งเม็ดกับเดินลมปราณหมื่นทิวาอีกหลายครั้ง พิษเย็นที่เฉวียนหวาฉีได้รับมาคงสามารถลบล้างได้จนหมด
ในตัวของเฉวียนหวาฉีนั้นนอกจากพิษเย็นแล้วยังมีกระแสลมปราณอีกแขนงหนึ่งคอยต่อต้านลมปราณของหลัวเซียนอยู่ ลมปราณนี้ใสกระจ่างบริสุทธิ์ หยุ่นเหนียวคอยคุ้มครองชีพจรหัวใจของเฉวียนหวาฉีอยู่ หากมิใช่เฉวียนหวาฉียังมีลมปราณนี้อยู่ในตัว เกรงว่าคงไม่อาจอดทนจนมาถึงเมืองถงซือได้ คาดว่าคงเป็ผู้มีพลังการฝึกปรือสูงล้ำให้การช่วยเหลือเอาไว้ ไม่แน่ว่าอาจเป็ประมุขสกุลถัง แต่แนวทางลมปราณกลับไม่คล้าย แต่กระนั้นแม้ถอนพิษให้ไม่ได้แต่ยังคงมีประโยชน์ไม่น้อย
“อืม” เฉวียนหวาฉีส่งเสียงออกมาเบา ๆ
หลัวเซียนใแทบแย่รีบรั้งพลังลมปราณกลับ สีหน้าแดงร้อนลวกขึ้นมาในทันที
“พี่หวาฉี” หลัวเซียนกลั้นใจเรียกทั้งที่ร่างยังแนบชิดกันอยู่
“อือ” เฉวียนหวาฉีแม้ตอบคำ แต่ยังคงไม่ได้สติ
หลัวเซียนโล่งใจอยู่ไม่น้อย รีบจัดท่าร่างของเฉวียนหวาฉีให้นอนลง ส่วมใส่เสื้อตัวนอกให้อีกฝ่าย จากนั้นจึงจัดแจงเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย หลัวเซียนถอนหายใจยาว ใช้สามนิ้วจับชีพจรที่ข้อมือของเฉวียนหวาฉีที่ยังคงหลับตาอยู่
“ท่านพักพ่อนสักหลายวัน สองวันหลังจากนี้ข้าจะเข้ามารักษาท่านต่อ”
หลัวเซียนยิ้มแย้มอย่างสุขใจ การช่วยเหลือเฉวียนหวาฉีแม้ต้องเสียตัวยาล้ำค่าไปถึงสองเม็ด แต่ในใจของหลัวเซียนกลับไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับร่างของหลัวเซียนที่หายไปจากสายตา เฉวียนหวาฉีลืมตาขึ้นมาเหม่อมองไปยังประตูห้องที่ปิดลง ในใจยังรู้สึกแปลกประหลาดนัก เฉวียนหวาฉีรู้สึกตัวนานแล้ว ยามร่างเปลือยเปล่าัั แม้เป็เพียงท่อนบน แต่ใจของเฉวียนหวาฉีกลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ดีที่ตนเองรู้สึกตัวได้เร็วจึงสามารถยับยั้งไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นลมปราณของตนเองอาจตีกลับ ต่อต้านลมปราณของหลัวเซียนได้
เฉวียนหวาฉีแม้ไม่ทราบถึงวิธีที่หลัวเซียนรักษา แต่กลับไม่คิดต่อต้านแม้สักน้อย เพียงแต่หากหลัวเซียนยังกอดรัดตนเองอยู่เช่นนี้ นานไปกว่านี้เฉวียนหวาฉีคงไม่อาจเสแสร้งนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เฉวียนหวาฉีโคจรลมปราณในร่าง พบว่าพิษเย็นในร่างกายถูกขับไปอยู่รวมกันที่อวัยวะภายในทั้งห้าจนหมดสิ้น
“หลัวเซียน เ้าช่วยเหลือข้าเช่นนี้ ข้าจะตอบแทนเ้าอย่างไรจึงเหมาะสม”
เฉวียนหวาฉีหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน มุมปากกลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มบางเบา
“อาเซียน”
“หลัวเซียน”
หลัวเซียนเดินออกมาที่เรือนนอก ทั้งบิดากับถังจื่อฉวนต่างก็ส่งเสียงเรียกออกมาพร้อมกัน หลัวหวินเจ๋อนั้นเรียกหาด้วยความห่วงใย ถังจื่อฉวนเรียกหาด้วยความโล่งใจ
ตู้เต๋ออี้เป็เ้าสำนักดาบทมิฬ ชาวยุทธฝ่ายอธรรมเรียกหาด้วยฉายาว่า ดาบเบิกฟ้าแห้งกุ้ยโจว แต่สำนักฝ่ายธรรมะเรียกหาว่าดาบทมิฬแห่งกุ้ยโจว ด้วยเื้ัสำนักดาบทมิฬกระทำการปล้นฆ่า เรียกค่าคุ้มครอง ศิษย์ในสำนักมีแต่พวกเลวร้าย ไม่ต่างกับค่ายโจร แต่ตู้เต๋ออี้มีฝีมือไม่ต่ำทราม สำนักฝ่ายธรรมะเล็ก ๆ ไม่อาจยื่นมือยุ่งเกี่ยว สำนักวัดเส้าหลิน สำนักหัวซาน สกุลใหญ่ในฝ่ายธรรมะล้วนก็อยู่ห่างไกล น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้ ทำให้ตู้เต๋ออี้ยังคงเป็ใหญ่ในแถบนี้เรื่อยมา
ภายในสำนักดาบทมิฬวันนี้ ตู้เต๋ออี้ออกมารับแขกจากเมืองหลวงด้วยตัวเอง ภายในห้องโถงใหญ่โตโอ่อ่า นอกจากตู้เต๋ออี้ที่นั่งอยู่้าแล้ว ที่เก้าอี้รับแขกด้านล่าง ยังมีชายชราท่าทางสุภาพใบหน้าไร้หนวดเครา ดื่มน้ำชาอยู่
“เ้าสำนักตู้ เื่คราวนี้คงต้องรบกวนท่านเป็ธุระ นายเหนือหัวของข้า รับปากจะมอบทองคำสองพันตำลึง คดีของสำนักดาบทมิฬ นอกจากนี้เ้าเมืองกุ้ยโจวจะลบคดีของสำนักดาบทมิฬออก ต่อแต่นี้ท่านไม่ต้องเป็กังวลเื่ทางการจะเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก”
“ท่านเกาไม่ต้องเป็กังวล หมู่บ้านเล็ก ๆ คนไม่กี่ร้อยเพียงเท่านั้น ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”
“นี่เป็ตั๋วแลกเงิน หนึ่งพันตำลึงทอง เ้าสำนักตู้รับไปก่อน หากหาผู้ที่ทอผ้านั้นออกมาได้ ข้าจะส่งคนมารับคนไปพร้อมกับมอบส่วนที่เหลือ”
ตู้เต๋ออี้หัวร่อเสียงดัง
“ขอบคุณท่านเกา ที่ใจกว้าง ข้ารับปากท่านเื่นี้ข้าจะลงมือด้วยตัวเอง นอกจากคนที่ท่านตามหาแล้ว ผู้อื่นเล่า ท่านเกาเห็นว่าควรจัดการเช่นไร”
“ข้าสนใจแต่เพียงผู้ที่ทอผ้าเท่านั้น ผู้อื่นจะเป็จะตาย ข้าไหนเลยสนใจ”
“เช่นนั้นก็ง่ายดายยิ่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตู้เต๋ออี้หัวร่ออย่างอารมณ์ดียิ่งนัก การค้านี้ได้มากถึงสองพันตำลึงทอง นี่เท่ากับทำการค้าเพียงครั้งเดียวเทียบเท่ากับรายได้ถึงสองปี
ผ่านมาห้าหกวันแล้ว วันนี้หลัวเซียนต้องเดินลมปราณรักษาเฉวียนหวาฉีอีกครั้งหนึ่ง เฉวียนหวาฉีกินยาเม็ดเก้าไพศาลเม็ดที่สองไปเมื่อวานนี้ หลังจากขับพิษในวันนี้แล้ว เฉวียนหวาฉีก็จะกลับเป็เหมือนคนปกติทั่วไป วันข้างหน้าไม่ต้องกังวลเื่ของพิษเย็นอีก
หลัวเซียนเปิดประตูห้องเข้ามาที่ด้านใน มองเห็นเฉวียนหวาฉีนั่งหลับตาอยู่บนเตียง สีหน้าของเฉวียนหวาฉีดูมีเืลม แม้จะยังดูอิดโรยอยู่บ้างแต่เทียบกับหลายวันก่อนหน้า ถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เฉวียนหวาฉีลืมตาขึ้นก่อน
“เ้ามาแล้ว”
หลัวเซียนกลับรู้สึกเขินอาย แทบจะไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายเอ่ยเสียงเบาว่า
“ข้าจะถ่ายทอดลมปราณขับพิษให้ท่าน รบกวนท่าน เออ เออ”
“ได้”
เฉวียนหวาฉีลอบยิ้ม ถอดเสื้อตัวนอกออกจนเห็นหน้าอกเปลือยเปล่า ขยับนั่งในท่าขัดสมาธิ หลัวเซียนอ้อมเดินไปอีกด้าน ค่อย ๆ บรรจงถอดเสื้อตัวนอกของตนเองออก ย่างขาขึ้นบนเตียงแนบกายท่อนบนสนิทชิดกับแผ่นหลังของเฉวียนหวาฉี
“ท่านจับมือข้าไว้ให้แน่น ผ่อนลมหายใจ ห้ามเดินลมปราณต่อต้านข้าเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้ว ข้าจะปล่อยให้เ้านำพาโดยไม่ขัดขืน”
หลัวเซียนฟังที่เฉวียนหวาฉีตอบ รู้สึกว่าคำพูดนี้เหมือนมีนัยแอบแฝง แต่ไม่นานก็สลัดความคิดทิ้งไป หลัวเซียนกำมือของอีกฝ่ายแน่น ลมปราณหมื่นทิวาแผ่พุ่งจากท้องน้อย ครอบคลุมไปทั่วร่างจากนั้นกระจายจากร่างของหลัวเซียนเข้าสู่ร่างกายของเฉวียนหวาฉี ลมปราณเร่าร้อนอบอุ่น วิ่งผ่านจุดชีพจรของเฉวียนหวาฉี โอบล้อมอวัยวะทั้งห้า ละลายความเย็นที่เฝ้าเกาะกุมอยู่
เฉวียนหวาฉีรู้สึกชาที่ฝ่ามือ นิ้วทั้งสิบรู้สึกราวกับมีความเย็นสายหนึ่งแล่นเข้าหา จากนั้นพยายามจะทะลุผ่านออกจากปลายนิ้วทั้งสิบ ราวชั่วอึดใจ ลมปราณของหลัวเซียนก็ร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกตีบตันที่ปลายนิ้วพลันแตกกระจายออก เฉวียนหวาฉีลืมตาขึ้น มองเห็นไอความเย็นไหลออกจากปลายนิ้วราวกับสายน้ำ
ร่างกายของเฉวียนหวาฉีเหมือนกลับมามีพลังเหมือนครั้งที่ยังไม่ได้รับพิษ ลมปราณที่อยู่ร่างเริ่มไหลเวียนเกาะเกี่ยวล้อไปกับลมปราณอันอบอุ่นของหลัวเซียน
“พี่หวาฉี พิษเย็นของท่านถูกขับออกจนหมดสิ้นแล้ว ที่เหลืออยู่มีไม่มาก ลมปราณของท่านสามารถขับออกได้เอง ข้าจะถอนลมปราณของข้า ออกมาจากท่านอย่างช้า ๆ ท่านไม่ต้องขัดขืน”
“อ่อ” เฉวียนหวาฉีตอบ แต่กลับรู้สึกใจหายยิ่งไม่อยากให้ตนเองหายเร็วเยี่ยงนี้
เฉวียนหวาฉีชักนำลมปราณของตนเองขึ้นมา ขับไล่ไอเย็นที่ยังค้างอยู่ตามเส้นลมปราณ ขณะที่หลัวเซียนถอนลมปราณหมื่นทิวาออกมาอย่างช้า ๆ ราวกับเสียดายวันเวลาเช่นกัน
หมู่บ้านหยางจิ้งในวันนี้ดูคึกคักกว่าทุกวัน ทางอำเภอให้คนให้คนมาส่งข่าวว่าอีกสองวันข้างหน้า ขบวนประกาศผลการสอบจะมาแจ้งข่าวอย่างเป็ทางการที่หมู่บ้าน
หมู่บ้านหยางจิ้งปีนี้มีคนสอบผ่านเป็ชิ่วไฉถึงสามคน ในหมู่บ้านมีการประดับโคมไฟติดกระดาษสีแดงสดใส คนในหมู่บ้านต่างร่วมยินดีกับหงสือเมิ่งที่ลูกศิษย์ทั้งสามคนต่างก็สอบได้เป็ชิ่วไฉพร้อมกันในปีเดียว
“ต้าเป่า เสี่ยวซาน เสื้อผ้าใหม่ที่อาเซียนส่งมาให้ เอาไว้ใส่ในวันรับป้ายประกาศ”
“ขอรับอาจารย์” เด็กสองคนรับปากอย่างยิ้มแย้ม
หลัวเซียนแม้ส่วนมากอยู่ที่เมืองถงซือ แต่บ้านหลัวจะกลับมาที่หมู่บ้านหยางจิ้งรับขบวนประกาศผลสอบพร้อมกัน ราวพรุ่งนี้เย็นบ้านหลัวก็จะมาถึงแล้ว ั้แ่เมื่อเช้าคนในหมู่บ้านต่างก็จัดเตรียมข้าวของเพื่อฉลองรับชิ่วไฉของหมู่บ้าน แม้ว่ากว่าขบวนของทางการจะมาถึงในอีกสองวันก็ตาม ตอนนี้หมู่บ้านหยางจิ้ง ต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อนมากนัก เมื่อก่อนคนฝยหมู่บ้านเก้าในสิบคน หากไม่ทำนาก็เข้าป่าล่าสัตว์แม้ไม่ลำบากนักแต่ก็มิได้สุขสบายเท่าวันนี้
ั้แ่บ้านหลัวริเริ่มขยายการค้าผ้าออกไป จนตั้งร้านภายในเมืองถงซือ ทั้งยังไม่ลืมเลือนคนในหมู่บ้านชักชวนให้คนในหมู่บ้านมีอาชีพทอผ้าเสริมจากการทำนาที่มีอยู่ ความเป็อยู่ของคนในหมู่บ้านก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน
โคมไฟที่แขวนเอาไว้ พอตกเย็นก็เริ่มมีแสงไฟส่องสว่าง ผู้คนทยอยกลับเข้าบ้าน แต่ก็ยังส่งเสียงทักทายกันอย่างมีความสุข มองจากด้านนอกหมู่บ้านยังคงเห็นแสงไฟสว่างสดใส
ที่กลางป่าบนเนินสูงห่างจากหมู่บ้านไปไม่กี่หลี่ คนราวห้าสิบคนขี่ม้าสวมใส่ชุดดำปกคลุมหน้าตา ที่ด้านหลังสะพายดาบใหญ่เอาไว้ทุกคนกำลังจ้องมองลงมาที่หมู่บ้าน
ตู้เต๋ออี้เป็ผู้เดียวที่มิได้ปกคลุมใบหน้าเอาไว้ หมู่บ้านเล็ก ๆ เช่นนี้ยังต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีก ตู้เต๋ออี้เงยหน้ามองดูท้องฟ้า กล่าวว่า
“ลงมือเมื่อเข้ายามห้าย ( (亥:hài) คือ 21.00 - 22.59 น.) ”