ตอนที่ 10
สู้เขาเ้าอ้วน
ฉางเก้อหนึ่งในนายทหารองครักษ์ที่พระชายามู๋เก้อแต่งตั้งมา
นางโปรดปรานคนเก่งมีฝีมือยิ่งนัก ว่ากันว่าฉางเก้อสามารถล้มช้างศึก
ได้ด้วยมือเปล่า เพราะมีร่างกายใหญ่ กล้ามเนื้ออัดแน่นแข็งแกร่ง
ดุจเหล็กไหล และพละกำลังมาก ประกอบกับน้ำหนักตัวมากถึงสี่ร้อยชั่ง
ครั้นเมื่อมีศึกายามรบ ทหารห้าสิบนายประกอบอาวุธ
ยังไม่อาจหยุดยั้งเขาได้ คู่ต่อสู้ผู้ใดมาร้องขอชีวิตเขามักจะซ้ำให้ตาย นี่คือความโหดที่ถูกเลื่องลือ
~~~~~~กรรมการให้สัญญาณ เริ่มประลองยุทธ~~~~~~
ฉางเก้อท้าทายเ้าอ้วนทันใด
“นี่เขาว่าเ้ามีหมัดเด็ดเหรอ”
“เอาสิ ข้าให้เ้าเริ่มก่อนเลย”
เป็การต่อสู้ที่แปลกมาก มีอย่างนี้ด้วยหรือ
ฉางเก้อถอดเสื้อออก ตัวเขาใหญ่หนากว่าเ้าอ้วนเสียอีก
ความหนาแน่นของมวลกล้ามเนื้อเป็มัดใหญ่ดีมาก
เขาเบ่งกล้ามให้แน่นขึ้น แต่ละมัดเบียดกันเป็ลอนๆ แน่นเปรี๊ยะ เหมือนกับก้อนเหล็กไหลที่ทับถมกัน รอให้ฝ่ายตรงข้ามอัดหมัดเข้ามา
เ้าอ้วน อึ้ง ทึ่ง กับร่างกายของฉางเก้อ ได้สักพัก
จากนั้นตั้งสติได้ จึงร่ายลมปราณ
“ถ้างั้นข้าไม่เกรงใจละนะ”
รวบรวมพลัง
“ย้ากส์ๆ!”
ครั้งนี้ต้องทุ่มสุดตัว เพราะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้า คือเหล็กตันดีๆ นั่นเอง หากเอาเขาไม่ลง ตัวเราเองต้องร่วงแน่ๆ
“ย้ากส์ๆ”
“อู้ว พลังเยอะดีจริง”
ฉางเก้อเกร็งกล้ามท้องจนปูดใหญ่ยิ่งขึ้น ทหารั์ใหญ่ตนนี้
ถูกร่ำลือว่าโรคจิต ชอบความเ็ปเป็นิจ และเขาพร้อมถูกกะซวกแล้ว
“ดีเหมือนกัน จะได้จบเร็วๆ”
เ้าอ้วนเร่งพลังมากขึ้น
“เปรี๊ยะๆๆ!”
ลมปราณหมุนเวียนที่หมัดเป็มวลก้อนใหญ่ขึ้น
เพื่อนๆ ตะลึงว่าเ้าอ้วนมีพลังถึงขั้นนี้แล้วเชียวหรือ
ชาวบ้านต่างก็อึ้งไม่แพ้กัน
“เอาละ! จะซัดละนะ!”
“ย้ากส์!”
“เปรี้ยง!”
พลังลมปราณพุ่งทะยานไปที่หน้าท้อง
ฉางเก้อถึงกลับเปล่งเสียงออกมา
“โอ้วๆ!”
“มันส์ โอ้ว!”
แต่พลังมันมาก หนักหน่วงเกินกว่าที่ฉางเก้อจะรับไหว
“โอ้ว!”
“อุ๊บส์!”
“อ๊ากส์!”
หมัดหนักอย่างกับลูกตุ้มเหล็กหวดเข้าที่หน้าท้อง
เ้าอ้วนอัดลมปราณเพิ่มเข้าไปอีกครั้ง จนเกิดะเิใหญ่
ฝุ่นตลบอบอวล
“ตูม!”
พอฝุ่นสงบสลายไป ฉางเก้อยืนค้างอยู่ท่าเดิม
ทุกอย่างเงียบสงบ หมัดเ้าอ้วนยังคาอยู่ที่ท้องเขา
“อั่ก อั่ก อั่ก”
เสียงกระอักของฉางเก้อ
“อั่ก อั่ก อั่ก”
“วะ ฮะ ฮะ ฮ่า”
“วะ ฮะ ฮะ ฮ่า”
เขาหัวเราะได้ใจยกใหญ่
“หมัดลมปราณที่ว่าแน่หนักหนา ทำได้แค่นี้เองหรือ”
“วะ ฮะ ฮะ ฮ่า จั๊กจี้ สิ้นดี ทีข้าบ้างละนะ”
ฉางเก้อสวนหมัดหนาเตอะอย่างกับท่อนซุงใส่พุงโตๆ ของเ้าอ้วน
“ตูม!”
“อุ้บ!”
“ท้องยุบเชียวนะ วะ ฮะ ฮะ ฮ่า”
“อ้วกๆๆๆ”
เ้าอ้วนคุกเข่าทรุด อาหารเช้าที่กินมา สำรอกออกมาจนหมด
“แบบนี้ข้าชนะหรือยัง วะ ฮะ ฮะ ฮ่า”
“ยะ ยัง หรอก”
เ้าอ้วนกลั้นใจ ฮึบ! หยุดอ้วก พยุงตัวเองขึ้นมา
ฉางเก้อต้องเอ่ยปากชมในความพยายามเลยทีเดียว เขาก็ยังมั่นใจว่าจะชนะเ้าอ้วนได้ไม่ยาก แล้วยังทำท่าล้อเลียน ยั่วโมโห
“เอ้าตาเ้าแล้วล่ะ แต่ต่อยข้าไหวไหมล่ะ มาสิ มาสิ เร็วๆ”
“ฮู้ว ช้าจัง”
ฉางเก้อเต๊ะท่ารอเ้าอ้วนอยู่นาน
เ้าอ้วนยืนเท้าเข่า ขาสั่นระริก เพราะจุกอยู่มาก เครื่องในท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
มันเห็นความอ่อนแอของพ่างไจ๋แล้วจึงหงุดหงิด คิดปิดบัญชีโดยเร็ว
“ถ้าไม่ชก งั้นข้าชกละนะ”
แล้วะโสูงเหนือหัวเ้าอ้วน พุ่งลงมาพร้อมกำปั้นั์
เขกหัวอย่างแรง
“ตูม!”
เ้าอ้วนหน้าคว่ำจม พื้นหิมะเป็รอยบุ๋มลงไป
“กระตุกๆ”
ดูเหมือนว่าเ้าอ้วนจะชักกระตุก ร่างกายเขายังไหวไหม
เพื่อนๆ เริ่มเป็ห่วง หลินหลินสงสารเพื่อนน้ำตาซึม จะวิ่งเข้าไปห้าม
“หมับ”
เ้าบื้อจับแขนเธอไว้
“จงไว้ใจเขา”
“ถ้าเกินกว่านี้ ข้าจัดการเอง”
กู่ไท่หยางเริ่มมีอารมณ์ขึ้น
ฉางเก้อเห็นพ่างไจ๋หน้าคว่ำ ตัวกระตุกๆ
จึงวิ่งเข้าไปเอาเท้ากระทืบหัวใหญ่ หวังซ้ำให้ตายไวๆ
“กระทืบๆๆๆ!”
ใส่ไม่ยั้ง หัวเขาจมชั้นดินลึกลงไปแล้ว
“กระตุกๆ”
เ้าอ้วนชัก
“จ้ากส์”
เสียงฉางเก้อร้องลั่น เกิดอะไรขึ้น ทุกคนต่างสงสัย
แต่เ้าอ้วนยังหน้าคว่ำจมดินอยู่
ฉางเก้อโมโหวิ่งเข้าไปกระทืบอีก
“กระทืบๆๆๆ!”
“จ้ากส์”
ไฟฟ้าแลบแปร๊บๆ ฉางเก้อถูกไฟช็อต เป็ไปได้อย่างไร
“หึ หึ หึ”
พ่างไจ๋เงยหน้ามาจากพื้นดิน ใบหน้าปูดบวมช้ำ กำเดาไหล
ฟันหัก เขาทำกากบาทเอาข้อมือ เสียดสีๆ ถูๆ ชนกัน เพราะปลอกข้อมือ
ของลุงฟู่ที่ให้มามีส่วนผสมของเหล็กฉีชี่ ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตนั่นเอง
“จริงๆ ข้าก็สลบไปแล้วนะ”
“แต่โชคดีชะมัด ที่ปลอกข้อมือนี้มันนำไฟฟ้าดีเหลือเกิน
แขนข้าเผลอไปถูกันจนเกิดไฟฟ้าช็อตข้าซะสะดุ้งตื่นเลย”
ไฟฟ้าช๊อตเ้าอ้วนถูกจุด เหมือนไปกระตุ้นต่อมลมปราณ ให้มีพลังงานมากขึ้น แม้ร่างกายจะบอบช้ำไปบ้าง แต่พลังกายเขาฟื้นคืนขึ้นมาพร้อมต่อสู้กันอีกครั้ง
คราวนี้เ้าอ้วนพุ่งเข้าใส่ก่อน ใช้หมัดอัดเข้าที่หน้าฉางเก้อ
มันก็อัดที่หน้าเ้าอ้วนกลับ แลกกันหมัดต่อหมัด เืแตกกระเซ็น ชาวบ้านบางคนปิดตาไม่กล้าดู
ไม่น่าเชื่อว่าพ่างไจ๋จะทนหมัดล้มช้างของฉางเก้อได้ พระชายาเริ่มหวั่นใจ
ผั๊วะ ผั๊วะ!
ทั้งสองแลกกันต่อยคนละทีอย่างบ้าคลั่ง
แม้เพลี่ยงพล้ำแต่ไม่มีใครยอมล้มลง
“ตูมมม!”
หมัดชนหมัดปะทะกัน ทั้งสองกระเด็นถอยออกมาตั้งหลัก
หากชกกันแบบนี้คงกินเวลาอีกมากโข เ้าอ้วนรู้ ส่วนฉางเก้อ
ก็รับรู้ได้เช่นกัน คงต้องวัดกันที่หมัดสุดท้าย ทุ่มพลังให้สุดๆ ไปเลย
“พนันกันหมัดนี้ล่ะนะเพื่อน ถ้าล้มไม่ได้ข้าคงได้ไป์แทน”
ท่าทางเ้าอ้วนเปลี่ยนไป มิใช่การร่ายรำกระบวนท่าของหมัดลมปราณัั เพื่อนๆ มีดูอยู่เห็นแล้วสงสัย เห็นเ้าอ้วนถูๆ ที่ข้อมือ
“เขาจะผนวกลมปราณเข้ากับไฟฟ้าสถิตที่ปลอกข้อมือสินะ”
เถ้าแก่ที่มาชมอยู่ด้วยเอ่ย
ถูๆๆๆๆ เร็วขึ้น แล้วร่ายลมปราณ
“เปรี๊ยะๆๆๆๆ!”
มีกระแสไฟฟ้ามาล้อมรอบลมปราณอีกชั้น
“โอ้วๆๆ หมัดข้าสั่นะเืไปหมด”
พ่างไจ๋เองก็ประหลาดใจเช่นกัน
ฉางเก้อเห็นดังนั้น อยากลองดีรับหมัดดูสักครั้ง
“หมัดกระจอกเข้ามาเลย”
“ในปฐีนี้ไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งเกินไปกว่าข้าอีกแล้ว”
เขาแบ่งพลังกล้ามเหล็กไหลปูดนูนขึ้นกว่าเดิม กล้ามหน้าท้องเปลี่ยนเป็สีเข้มดังลูกเหล็กเรียงติดกัน
เ้าอ้วนพุ่งเข้าใส่ทันใด
“ย้ากส์!”
“หมัดลมปราณสายฟ้า!”
“เปรี้ยงงงงงงง!”
กล้ามเนื้อเหล็กไหล ค่อยๆ แยกออก เป็รอยร้าวราน
ฉางเก้อทรุดร่วงลงแล้ว มันรู้ตัวว่ารับหมัดของเ้าอ้วนไม่ไหวแน่ๆ แต่ยังไว้ลายทิ้งท้ายเหวี่ยงหมัดเฉื่อยออกมาก่อนล้มลง
เ้าอ้วนไม่ทันระวัง จึงไม่ได้เกร็งกล้ามเนื้อป้องกัน เขาหันมาหาเพื่อนๆ ชูสองนิ้วว่าฉันชนะแล้ว หมัดเฉื่อยของฉางเก้อฟาดมาเต็มกราม
เขาลอยละลิ่ว ปลิวไปไกล ร่างอัดกระแทกต้นไม้
ฉางเก้อล้มลงนอนคว่ำ
เพื่อนๆ จะวิ่งไปดูเ้าอ้วน กรรมการห้ามไว้ หากเข้ามายุ่งจะผิดกฎแล้วแพ้ทันที
การประลองนี้ใครชนะกัน ชาวบ้านแอบลุ้น คู่ประลองนอนแน่นิ่ง
กรรมการจึงป่าวประกาศ
“หากผู้ใดลุกขึ้นยืนได้ก่อนจะเป็ผู้ชนะ”
ฉางเก้อได้ยินกรรมการ พยายามฟื้นตัว เอามือและหัวยันพื้นเพื่อดันตัวขึ้น แต่เขายังอ่อนเปลี้ย สั่นระริกจากการถูกหมัดลมปราณสายฟ้า เพราะมีกระแสไฟฟ้าช็อต กล้ามเนื้อกระตุกรัวๆ
เขายังคงพยายามลุกขึ้นยืนด้วยกำลังที่เหลืออยู่
ส่วนเ้าอ้วน หน้าคว่ำ ตัวกระตุกๆ เหมือนเดิม
ฉางเก้อเอามือเท้าพื้น คุกเข่าได้แล้ว เขากำลังฝืนยืนขึ้น
ความแปลกประหลาดบังเกิด เ้าอ้วนที่นอนแผ่อยู่ม้วนตัวลอยขึ้นมายืนได้ก่อนอย่างสง่าผ่าเผย แม้ใบหน้าจะปูดบวมก็ตามที
มันเห็นดังนั้น สุดท้ายแล้วก็ลุกไม่ไหว ยอมถอดใจล้มลง แผ่นอนไปทันที
“พ่างไจ๋คือผู้ชนะ”
กรรมการประกาศพร้อมยกชูมือเขา
เพื่อนๆ เข้าไปกอดดีใจ เขาทำได้อย่างไร ดูอย่างไรเขาก็ไม่น่าจะลุกขึ้นได้ แพ้เต็มประตูเห็นๆ
พ่างไจ๋กอดเพื่อนหนุ่ม ขอบใจเ้าบื้อสำหรับผลไม้วิเศษ
“ข้าเก็บมันไว้ครึ่งลูก เผื่อหิว”
“ที่ข้าหน้าคว่ำแล้วตัวกระตุกๆ รอบหลังน่ะ ไม่ใช่ไฟฟ้าช็อตนะ แต่เป็เพราะแอบกินผลไม้วิเศษนั่นเอง”
กู่ไท่หยางอดยิ้มไม่ได้
“แต่นั่นมันครึ่งลูกสุดท้ายแล้ว ถ้าอยากได้อีกคงต้องกลับไปที่ป่าเฉียนมี่แล้วสิ ฮ่าๆๆ”