หญิงสาวที่ใกับการกระทำของหลงอี้ฟางอยู่ ทำให้นางต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะได้สติ แล้วจึงตอบคำถามของหลงอี้ฟาง “ ข้ามิเป็อันเ้าค่ะ ขอบคุณท่านมากที่มาช่วยข้าเอาไว้ ”
หลงอี้ฟางยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูดขึ้น “ มิเป็อันใดก็ดีแล้ว เ้าออกมาข้างนอกผู้เดียวงั้นรึ ให้ข้าช่วยไปส่งเ้าดีกว่า หากเกิดเื่เช่นนี้อีกย่อมไม่ดีแน่ ๆ ”
‘ ฮึ ๆ ข้าจะได้รับของตอบแทนที่ช่วยเหลือเ้ามาด้วยไงเล่า ฮ่า ๆ ๆ ’เมื่อหลงอี้ฟางคิดถึงจำนวนเงินที่จะได้รับมานางก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
หลงอี้ฟางเลือกที่จะพูดเสนอตัวเข้าช่วยเดินไปส่งหญิงสาว โดยที่นางเลือกที่จะไม่ใช้เป็ประโยคคำถาม เพราะหลงอี้ฟางไม่้าเปิดช่องทางให้อีกฝ่ายปฏิเสธ
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็แสดงสีหน้าลำบากใจ แล้วพูดขึ้นด้วยความกังวล “ จะดีหรือเ้าคะ ข้ามิ้าให้ท่านลำบากเปล่า ๆ เพียงแค่ช่วยข้าในเื่นี้ข้าก็มิรู้จะขอบคุณอย่างไรแล้วเ้าค่ะ ”
หลงอี้ฟางทำสีหน้าลำบากใจแล้วพูดขึ้น “ เ้ามิต้องกังวลไป ที่ข้าทำเพราะ้าสิ่งตอบแทน ”
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็ทำสีหน้าซาบซึ้ง “ ท่านช่างเป็คนดีจริง ๆ เ้าค่ะ ทั้งที่ไม่้าสิ่งใดตอบแทนแท้ ๆ แต่คงเพราะท่านเห็นข้าแสดงความลำบากใจจึงพูดเช่นนี้ หากเป็เช่นนี้ข้าก็มิเกรงใจได้โปรดพาข้าไปส่งที่บ้านด้วยนะเ้าคะ ”
‘ เฮ้อ... ข้าช่างแสนดีจริง ๆ ต้องจำใจยอมรับสิ่งของล้ำค่าหรืออาจจะเป็เงินจำนวนมากจนถือมือเดียวไม่หมด ’
สวี่เจ๋อที่ตื่นขึ้นมาก็อดที่จะพูดด้วยความดูถูกหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ ‘ ช่างโง่เง่าเสียจริง เ้าถูกหลงอี้ฟางหลอกแล้วละ นาง้าเงินจริง ๆ ยิ่งเ้าให้เงินจำนวนมากนางยิ่งชอบ เพราะตอนนี้นางจนอยู่ แค่เงินซื้ออาหารนางยังไม่มีเลย ’
‘ เ้านะเงียบไปซะ หากข้าอดตายเพราะไม่ได้กินอาหาร เ้าจะไม่มีคนช่วยขโมยโชคของลูกรัก์นะ ’ หลงอี้ฟางที่แม้จะทะเลาะกับสวี่เจ๋ออยู่ แต่ภายนอกนางก็ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน
หลงอี้ฟางที่เดินตามหญิงสาวมาได้สักพักนางก็นึกขึ้นได้ว่ายังมิรู้ชื่อแซ่อีกฝ่ายเลยจึงถามขึ้น “ จริงสิ เ้าชื่ออะไรงั้นรึ ”
หญิงสาวที่ได้ยินคำถามก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมา “ ข้านี่แย่จริง ๆ เื่แบบนี้กลับลืมบอกท่านผู้มีพระคุณเสียได้ ข้าชื่อเซหยู่เ้าค่ะ ”
หลงอี้ฟางหยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดขึ้น “ ข้าชื่อหลงอี้ฟาง ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยเื่ทั่วไป ส่วนใหญ่หลงอี้ฟางจะถามถึงเื่ภายในเมืองหรือภายในโลกมหาเทพแห่งนี้ เพราะนางอยากรู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง นอกเหนือจากที่อ่านจากนิยายของสวี่เจ๋อ
หลังจากนั้นสักพักหลงอี้ฟางก็เดินมาถึงบ้างของเซหยู่ นางเห็นเพียงประตูหน้าบ้านตระกูลเซที่ใหญ่โต อีกทั้งเมื่อหลงอี้ฟางหันไปดูกำแพงบ้านของตระกูลเซก็พบว่ามันยาวมาก จนนางไม่แน่ใจว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ใด หลงอี้ฟางที่ได้เห็นแบบนั้นก็ยิ่งอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก
แต่เมื่อลองคิดดูดี ๆ หลงอี้ฟางกลับพบเื่น่าสงสัย ‘ เหตุใดบ้านใหญ่โตเช่นนี้กลับมิมีคนเฝ้าหน้าประตู หากมีผู้ใดมาแล้วจะต้องะโเรียกหรืออย่างไร แปลกจริง ’
ทางด้านเซหยู่ก็ไม่ได้รู้ถึงความสงสัยของหลงอี้ฟาง นางเพียงยกมือขึ้นมาเปิดประตูด้วยตัวเอง
และเมื่อประตูเปิดออกหลงอี้ฟางก็ต้องรู้สึกใกับสิ่งที่นางเห็น เพราะข้างในนั้นดูทรุดโทรมเป็อย่างมาก ‘ ดูเหมือนข้าจะมิได้โชคดีสินะ ’
สวี่เจ๋อที่ได้ยินเสียงในใจของหลงอี้ฟางก็ได้พูดขึ้น ‘ โชคติดลบมากมายเช่นนั้นเหตุใดเ้าถึงคิดว่าตนจะโชคดีได้อะไรมาง่าย ๆ เล่า ’
เซหยู่หันมายิ้มให้หลงอี้ฟางด้วยความอ่อนโยน แล้วผายมือเชิญนางเข้าไปด้านใน เมื่อเซหยู่มาถึงคนในบ้านที่รับรู้ว่ามีคนมาก็รีบพากันเดินมายังด้านหน้า
พวกเขาดูสูบผอมเหมือนคนอดยากมากกว่าคนมั่งคั่งที่มีบ้านหลังใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนเซหยู่คือการแต่งกายของพวกเขานั้นเป็เสื้อผ้าคุณภาพดี ดูเหมือนแม้ว่าฐานะจะเปลี่ยนไป แต่พวกเขาก็ยังคงพยายามแต่งกายให้ดูดีมากที่สุด
แน่นอนว่าหลงอี้ฟางย่อมไม่แสดงสายตาดูถูกพวกเขา มิใช่เพราะตอนนี้นางไม่มีเงิน แต่เป็หนึ่งในหลายเื่ที่นางได้เรียนรู้ตอนได้เกิดใหม่อีกครั้งในโลกนภา ทำให้มุมมองของหลงอี้ฟางแตกต่างจากชีวิตแรกของนาง
แล้วเมื่อหลงอี้ฟางมองไปยังโชคของพวกเขาแล้วนางก็ต้องขมวดคิ้ว ‘ เหตุใดคนเหล่านี้ที่ดูมิใช่คนเลวร้าย แต่กลับมีโชคติดลบกันทุกคนเช่นนี้ ช่างน่าแปลกเสียจริง ’
‘ เอ่อ... ข้าว่าเ้าอย่าด่วนตัดสินใจไป บางทีพวกเขาอาจจะมีความลับที่น่ากลัวซ่อนอยู่ ’ สวี่เจ๋อพูดขึ้นแต่น้ำเสียงของเขากลับดูไม่มั่นใจเลยสักนิด
ถึงแม้น้ำเสียงของสวี่เจ๋อจะดูไม่มั่นใจ แต่ก็ทำให้หลงอี้ฟางได้ครุ่นคิดอีกครั้ง และนางก็รู้สึกเหมือนที่สวี่เจ๋อพูดว่านางไม่ควรด่วนตัดสินใจไป
หลงอี้ฟางที่เข้ามาในบ้านก็ถูกพวกเขาปฏิบัติกับนางเป็อย่างดี โดยเซหยู่ได้เล่าเื่ที่ถูกหลงอี้ฟางช่วยไว้ให้คนเ่าั้ฟัง
แต่คนที่นั่งฟังจริงจังตลอดเวลาก็มีเพียงสองคนที่เซหยู่บอกว่าเป็พ่อและแม่ของนาง ส่วนคนอื่นที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาฟังเื่ราวคร่าว ๆ แล้วก็พูดขอบคุณหลงอี้ฟางก่อนจะรีบจากไป
แม้เหตุการณ์นี้จะดูแปลก ๆ แต่หลงอี้ฟางเห็นว่าพวกเขาไม่ได้แสดงแววตาหรือท่าทางคิดร้ายต่อนาง หลงอี้ฟางจึงเลือกไม่ใส่ใจกับเื่ราวเล็กน้อยเช่นนี้
และคิดว่าผู้คนนั้นล้วนแตกต่างอาจจะมีคนทำเื่แปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็คนไม่ดี แล้วใช้เพียงความคิดของตนไปตัดสินหรือต่อว่าพวกเขา
หลงอี้ฟางเพียงพยักหน้าเป็พัก ๆ เพื่อรับคำขอบคุณ ในตอนนี้โชคของหลงอี้ฟางก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เพราะนางกำลังตั้งใจพูดคุยกับคนตรงหน้าอยู่ ทำให้หลงอี้ฟางไม่ได้สังเกตเื่นี้
หลังจากขอบคุณกันเสร็จพ่อแม่ของเซหยู่ก็ชวนหลงอี้ฟางให้กินอาหารด้วยกัน แน่นอนว่าเื่นี้หลงอี้ฟางย่อมไม่ปฏิเสธ เพราะั้แ่นางได้กลับมายังโลกมหาเทพด้วยการเข้าร่างของจิ้งจอกเก้าหาง นางก็ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด
หากหลงอี้ฟางเป็ผู้ฝึกตนขั้นสูงนางคงไม่สนใจเื่อาหารมากนัก แต่ในตอนนี้นางเป็เพียงผู้ฝึกตนปราณขั้นต้น หลงอี้ฟางย่อม้าอาหารอยู่
เซหยู่เดินนำหลงอี้ฟางมาถึงโต๊ะอาหาร นางก็ได้เห็นอาหารที่น่ากินมากมาย หลงอี้ฟางนั่งลงตามคำเชิญของเซหยู่และพ่อแม่ของนาง หลังจากที่หลงอี้ฟางนั่งลงทั้งสามก็นั่งลงตาม แล้วจึงเริ่มลงมือกินอาหารกัน
หลงอี้ฟางที่มองไปยังถ้วยข้าวของนางก็พบว่ามันมีปริมาณมากกว่าถ้วนของผู้อื่น อีกทั้งเมื่อเริ่มลงมือกินอาหารพวกเขาก็เพียงคีบผักและซดน้ำซุปกัน
พวกเขาไม่ได้แตะต้องเนื้อเลยสักนิด แล้วยังส่งมอบรอยยิ้มที่อ่อนโยนให้หลงอี้ฟาง ทั้งยังเชิญให้นางได้กินเนื้อเยอะ ๆ อีกด้วย
หลงอี้ฟางยกยิ้มตอบพวกเขาแล้วพูดขึ้น “ ข้าชอบกินผักพวกท่านกินเนื้อกันเถอะ ”