ผมคิดเอาว่าตัวเองเขียนตอนที่สองสมควรแก่ความยาวสำหรับตอนพอสมควร(สองพันกว่าคำ,หากว่าผมจำไม่ผิด)...เื่การเขียนอย่างไม่ค่อยเป็เื่เป็ราวหรือได้น้ำได้เนื้อของผมนี้ ผมถือว่าเป็การเขียนอย่าง เป็การฝึกซ้อมในการเขียนอย่างหนึ่ง ดูท่าทางจะเป็การยากกับเป็การฝืนธรรมชาติสำหรับการเขียนของผมอยู่มากเหมือนกัน ที่จะเอาแต่เขียนเื่สั้นเขียนนิยายได้เป็เื่เป็ราวทุกกระเบียดนิ้วเอาเสียเลยในแต่ละครั้ง การจะเกิดเื่สั้นนวนิยายหรือนิยายขึ้นมาสักเื่สำหรับผม ต้องมีเวลากับการฟักตัวและการสุกงอมของเื่นั้นๆ รวมถึงอารมณ์คนเขียนอย่างผมอีกด้วย งานเขียนจึงไม่ค่อยจะเกิดขึ้นอย่างง่ายดายนัก สำหรับผม นอกเสียจากการจะคัดลอกเอางานที่ตัวเองเขียนทิ้งเขียนคว้างเอาไว้มาเขียนใหม่ พอเขียนมาถึงตรงนี้ ผมก็น่าจะมีงานเขียนที่อยู่รายรอบตัวในลักษณะของงานเขียนแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อยู่มากมายเหมือนกัน แน่นอนล่ะว่า หากมีเวลาผมสมควรคัดลอกเอามาให้ท่านได้อ่านกัน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อท่านผู้อ่านทั้งต่อคนเขียนอย่างผมทั้งสองฝ่าย คือ คนอ่านจะได้อ่านแต่งานเขียนที่เป็เืเป็เนื้อในทางแห่งเนื้อหาสาระอย่างดีสำหรับเื่ที่อ่าน สำหรับคนเขียนอย่างผมก็ย่อมสบายขึ้นมาอีกอย่างนั่นคือ ไม่ต้องขบคิดเื่ราวแบบใหม่ๆ ให้เหนื่อยหนักรอยหยักในหัวสมองของตัวเอง คิดได้อย่างนี้ ในตอนแก้ไขเื่นี้ ณ คราวต่อไป ผมสมควรกระทำเสียดีกว่า