สำหรับคนนอกที่เพิ่งเคยัักับ 'การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์' เป็ครั้งแรก มันจะทำให้รู้สึกเหมือนโลกทัศน์กำลังถูกทำลายลงจริง ๆ เพราะการทดลองนี้หักล้างทฤษฎีเหตุและผลของโลกมหภาคโดยสิ้นเชิง
ต้องเข้าใจก่อนว่า ลำดับก่อนหลังและการกระทำที่เป็เหตุเป็ผลในโลกมหภาคคือ...
[มหภาค : เพราะจักรพรรดิส่งขันทีจำนวนหนึ่งไปยังจวนผู้ว่าการ ผ่านสองแม่น้ำเพื่อส่งจดหมาย เมื่อขันทีเดินทางมาถึงหน้าประตูจวนผู้ว่าการ ท่านผู้ว่าการจึงจะได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วจักรพรรดิส่งขันทีมาทั้งหมดกี่คน]
แต่ในโลกจุลภาค ลำดับเหตุและผลไม่ได้เป็เช่นนั้น แต่กลับเป็ดังนี้
[จุลภาค : เพราะท่านผู้ว่าการ รู้ว่าจักรพรรดิจะส่งขันทีมา 1 คน ท่านผู้ว่าการจึงเลือกที่จะไปรอรับขันทีที่ประตูชานเมือง]
[จุลภาค : เพราะท่านผู้ว่าการ รู้ว่าจักรพรรดิจะส่งขันทีมา 2 คน ท่านผู้ว่าการจึงแกล้งป่วยและเลือกที่จะอยู่บ้าน ส่งผลให้ไม่ได้ออกไปรอรับขันที]
ไม่นานก็ค่อย ๆ มีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่เริ่มเข้าใจ 'การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์' ผ่านเื่ราวที่เรียบง่ายนี้!
[คอมเมนต์ : ไม่จริง... เข้าใจง่ายขนาดนี้ ทำเอาฉันขนลุกเลย!]
[คอมเมนต์ : ฉันยังงง ๆ อยู่เลย มีเทพคนไหนช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม?]
[สาวน้อยค้อนกล้ามโตตอบว่า : ฉันเป็นักศึกษาสายวิทย์ เื่นี้เป็เื่จริงและมีอยู่จริงค่ะ พิธีกรเจียงเจ๋อจริง ๆ แล้วกำลังพูดถึงสององค์ประกอบ 1.การทดลองสลิตคู่ 2.การทดลองทางเลือกหน่วงเวลา]
[สาวน้อยค้อนกล้ามโตตอบว่า : ซึ่งข้อ 2 คือเวอร์ชันอัปเกรดของข้อ 1 ค่ะ อธิบายง่าย ๆ คือ ข้อสรุปของการทดลองสลิตคู่หรือการเลี้ยวเบนคือ ถ้าคุณสังเกตว่าขันทีเดินออกมาจากเส้นทาง A หรือ B คุณก็จะเห็นขันทีเดินออกมาจากเส้นทาง A หรือ B เพียงคนเดียว เหตุผลคือจักรพรรดิส่งขันทีมาส่งจดหมายเพียงคนเดียว]
[สาวน้อยค้อนกล้ามโตตอบว่า : แต่ถ้าคุณไม่สังเกตว่าขันทีเดินออกมาจากเส้นทางไหน จะมีขันทีเดินออกมาจากทั้งเส้นทาง A และ B รวมเป็ 2 คน เหตุผลคือจักรพรรดิส่งขันทีมาส่งจดหมาย 2 คน นี่ก็คือการที่ทางเลือกของท่านผู้ว่าการในขณะนี้เป็ตัวกำหนดว่าในอดีตจักรพรรดิส่งขันทีมาให้ท่านผู้ว่าการกี่คนค่ะ]
เมื่อคำอธิบายจบลง ข้อความบนหน้าจอก็หลั่งไหลออกมามากขึ้น
[คอมเมนต์ : อะไรนะ? เพราะท่านผู้ว่าการรู้ว่าจักรพรรดิจะส่งขันทีมาเท่าไหร่ เขาถึงเลือกที่จะออกไปรับหรือไม่รับเนี่ยนะ ตรรกะโลกมหภาคแบบนี้มันเป็ไปไม่ได้เลย!]
[คอมเมนต์ : ก็เพราะมันเป็ไปไม่ได้ในโลกมหภาคไงล่ะ นี่จึงเป็ 'ทฤษฎีเหตุและผล' ของโลกจุลภาค!]
[คอมเมนต์ : ซี้ด~]
เมื่อได้รับการอธิบายอย่างละเอียดจากผู้รู้ ผู้ชมจำนวนมากก็ตกตะลึงอีกครั้ง พวกเขาบางคนถึงกับช็อกจนชาไปหมด บางคนถึงกับอยากบอกว่าไม่น่าลองฟังเื่กลศาสตร์ควอนตัมที่ดูไม่เป็วิทยาศาสตร์นี่เลย!
ในขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มประหลาดใจในความคิดที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำใครของเจียงเจ๋อ เมื่อมองดูคำอธิบายของเจียงเจ๋อบนเวที บรรดาผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ที่มุมด้านล่างต่างมองหน้ากันและส่ายหัวอย่างสมเพชตัวเอง
"ฉันขอโทษสำหรับความโอหังก่อนหน้านี้!"
"เขามีของจริง ๆ ทุกครั้งที่ฉันคิดว่าเขาใกล้จะพัง เขาก็สวนกลับมาด้วยไม้ตายทุกที!"
"ไม่แน่หรอก เขายังไม่ได้วกกลับไปเื่ 'แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์' เลย ฉันรู้สึกว่าเขาพยายามเลี่ยงแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ เพื่อดึงเวลาให้ยาวขึ้นแล้วค่อยจบรายการ ถ้าโชคดีเขาอาจจะถูกรับเลือกและพวกเราอาจจะได้เป็พิธีกรสำรอง"
"นี่นายยังจะกังวลเื่นี้อีกเหรอ เป็เพราะรายการของเขาไม่สนุกหรือนายคิดว่านายเก่งกว่าเขา?"
"เอ่อ... ฉันเงียบดีกว่า"
...
ในห้องประชุมผู้บริหาร
ที่นี่เงียบกริบ เหล่าผู้บริหารและพิธีกรทุกคนต่างมองหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของทุกคนฉายแววตื่นตระหนกและใ คนนอกฟังเพื่อความแปลกใหม่ แต่คนในฟังเพื่อหาแก่นแท้
แม้เหล่าจ้าวจะเข้าใจในใจแต่ก็ยังรู้สึกไม่คลายสงสัย เขาหันไปหาหวังหลิน พิธีกรรายการวิทยุสายไซไฟ "ที่นายพูดถึง 'ความลับ' เมื่อกี้ คือเื่ที่เจียงเจ๋อพูดนี่เหรอ ทำไมฉันฟังแล้วรู้สึกสยองนิด ๆ สิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องหรือเปล่า?"
พอคำนี้หลุดออกมา ผู้บริหารทุกคนก็หันไปมองหวังหลินทันที หวังหลินเป็นักศึกษาสายวิทย์เพียงคนเดียวและได้ัักับผลงานไซไฟมามากมายจึงเป็คนเดียวในนี้ที่ตามความคิดของเจียงเจ๋อทัน
หวังหลินอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง "ถูกต้องครับ ถ้ามองในโลกมหภาคท่านผู้ว่าการไม่รู้ว่าจักรพรรดิส่งขันทีมาให้เขากี่คน พอมองแบบนี้มันสมเหตุสมผลดี แต่ในโลกจุลภาคท่านผู้ว่าการรู้ว่าแท้จริงแล้วจักรพรรดิส่งขันทีมาให้เขากี่คน"
"เพราะท่านผู้ว่าการรู้ตอนจบจึงเลือกได้ว่าจะออกไปรับหรือไม่ พอมองแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผล แต่ในความเป็จริงนี่คือจุดสำคัญของ 'การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์' ครับ"
เมื่อเทียบกับเจียงเจ๋อ พวกเขาเลือกที่จะเชื่อหวังหลินมากกว่า เพราะทุกคนยังไม่ค่อยรู้จักเจียงเจ๋อดีพอ ตอนนี้เห็นเพียงว่าเจียงเจ๋อมีฝีมือและเป็ฝีมือที่ไม่ธรรมดาเท่านั้น
เมื่อคำพูดจบลงทุกคนในที่นั้นก็ตกอยู่ในความตกตะลึงและตื่นตระหนกอีกครั้ง บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่
หวังกั๋วเซิ่งมองนาฬิกาข้อมือ "เหลือเวลาอีก 7 นาทีจะจบการนำเสนอ ตามจังหวะนี้ดูเหมือนจะพูดไม่ถึงตอนจบของ แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ แล้ว!"
เหล่าจ้าวครุ่นคิดแล้วพูดว่า "รอดูต่อไป ถ้าเวลาไม่พอจริง ๆ ก็ให้เขาเอาข้อสรุปไปไว้ใน่ตอบคำถามผู้ชมถัดไป"
...
ในขณะนี้ ภายใน เมืองซู
บ้านเรือนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มเปิดไฟ หากสังเกตดี ๆ หลายครอบครัวต่างรับชมรายการของสถานีโทรทัศน์ซู และกำลังตั้งใจดูเจียงเจ๋อดำเนินรายการอย่างจดจ่อ
มีเด็กอัจฉริยะชั้นประถมคนหนึ่งมองเนื้อหาในโทรทัศน์แล้วตกอยู่ในความสงสัยในตัวเองอย่างลึกซึ้ง "คุณพ่อครับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณพ่อที่กำลังตกตะลึงอยู่ข้าง ๆ ก็อุทาน "หือ?"
เด็กอัจฉริยะถามด้วยสีหน้ามึนงง "คุณพ่อครับ ผมไม่อยากเรียน 'ทฤษฎีสัมพัทธภาพ' แล้วครับ ไอน์สไตน์บอกว่าความเร็วแสงคงที่ ยิ่งเร็วมาก มวลยิ่งมาก แต่ความหมายอีกนัยหนึ่งของพี่เจียงดูเหมือนจะบอกว่าโลกจุลภาคไม่จำเป็ต้องทำตามกฎนี้ ดังนั้นผมอยากเรียนกลศาสตร์ควอนตัมมากกว่าครับ"
"อยู่ดี ๆ ทำไมถึงไม่อยากเรียนทฤษฎีสัมพัทธภาพล่ะลูก อนาคตลูกต้องเป็วิศวกรการบินอวกาศนะ!"
เด็กอัจฉริยะตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง "คุณพ่อครับ ผมไม่ได้โหยหานอกโลกแล้ว แต่ผมเริ่มโหยหาโลกคู่ขนาน ทฤษฎีเหตุและผล ทฤษฎีผลเกิดก่อนเหตุ จิตสำนึกกำหนดสสาร ไม่ใช่สสารกำหนดจิตสำนึก ดังนั้นผมจะเริ่มเรียนกลศาสตร์ควอนตัมเพื่อที่ในอนาคตผมจะได้มีส่วนช่วยในการเดินทางข้ามเวลาและอวกาศ จะได้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎการอนุรักษ์พลังงานครับ"
พอคำนี้หลุดออกมา มุมปากของคุณพ่อก็กระตุก "นี่มัน..." เขาถูกลูกสวนกลับจนพูดไม่ออกในทันที
จะโทษใครได้ล่ะ จะโทษใครดี! เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าพิธีกรเมืองซูคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ตัวเขาเองก็เป็แค่ครูประจำชั้นมัธยมปลาย ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะสอนกลศาสตร์ควอนตัมให้กับนักเรียนได้ไหม
บอกแล้วว่าคนที่เรียนกลศาสตร์ควอนตัมจนจบจะมีแค่สองประเภท หนึ่งคนบ้า! สองคนบ้าที่สงสัยในชีวิต! กลศาสตร์ควอนตัมนี่มันลัทธิวิทยาศาสตร์ชัด ๆ ทำคนพังพินาศจริง ๆ !
จากนั้นคุณพ่อก็หยิบเข็มขัดออกมา และภายในห้องก็มีเสียงของเด็กอัจฉริยะที่ยอมตายแต่ไม่ยอมจำนนดังขึ้น
...
เมืองจิงตู มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ ในห้องทำงาน
ศาสตราจารย์เฝิงจ้องมองการบรรยายของเจียงเจ๋อในโทรทัศน์อย่างหลงใหล "นี่มัน... ใช้เื่ราวสั้น ๆ ที่เข้าใจง่ายมาเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับประชาชนทั่วไป... ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นของเขามันแปลกใหม่มาก!"
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังต้องตกตะลึงกับจุดเริ่มต้นและกระบวนการคิดของเจียงเจ๋อ กระทั่งพอลองจินตนาการดู เขาก็ััได้ว่าตอนจบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ที่เจียงเจ๋อจะพูดถึงนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
"ความคิดของเขา วิธีการคิดของเขา ไม่เหมือนกับนักเรียนหรือเพื่อนร่วมงานคนไหนที่ฉันเคยเจอมาเลย ทำไมถึงมีคนที่สามารถเข้าถึงเื่นี้ในมุมนี้ได้ วิธีการคิดของเขาเป็สิ่งที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริง ๆ !" ศาสตราจารย์เฝิงค่อย ๆ เริ่มสงสัยในตัวเอง
ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ความคิดที่โดดเด่นจะเป็ตัวกำหนดระดับความสูงของนักวิทยาศาสตร์คนนั้น แต่ในขณะนี้ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ต้องยอมสยบให้กับสติปัญญาอันแปลกใหม่ของเจียงเจ๋อ
"น่าเสียดายที่เวลาของเขาใกล้จะหมดแล้ว ดูเหมือนวันนี้จะไม่ได้ฟังตอนจบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ แล้วสิ มันคาใจจริง ๆ !"
ในตอนนั้น ภายในสตูดิโอ
เจียงเจ๋อแตะหูฟัง ในหูฟังมีเสียงของผู้กำกับรายการดังขึ้น "อาจารย์เจียงครับ ตอนนี้รายการของคุณดึงดูดประชาชนมาก ตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตถกเถียงกันจนบ้าไปแล้ว ทางหลังบ้านเราเปิดโหวต ผลโหวตแสดงว่า 86% อยากให้คุณยกตัวอย่างต่อ หลายคนยังเข้าใจแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ถ้ายกตัวอย่างเพิ่มอีกสักนิดจะช่วยดึงเรตติ้งให้สูงขึ้นได้อีกครับ เวลาของคุณใกล้จะหมดแล้ว พยายามดึงเรตติ้งให้สูงสุดก่อนจบรายการนะครับ!"
เจียงเจ๋อชะงัก เขาไม่คิดว่าเื่ราวการทดลอง 'ทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัม' ที่เขาตั้งใจทำให้ง่ายจะได้รับความนิยมขนาดนี้!
ตอนนี้เขาถึงเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าประชาชนทั่วไปไม่ชอบการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็เพราะคนในโลกนี้ยังหาวิธีที่ถูกต้องในการกระตุ้นโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ของประชาชนทั่วไปไม่เจอ
เขานึกภาพกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เขียนสมการที่คนทั่วไปอ่านไม่รู้เื่ หรือแม้แต่สูตรการคำนวณลงบนไวท์บอร์ดและกระดานดำเพื่อสอน มันจะน่าเบื่อหน่ายขนาดไหน พฤติกรรมแบบนั้นอาจใช้ได้ในโรงเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัยแต่ประชาชนทั่วไปจะมีสักกี่คนที่เคยเข้ามหาวิทยาลัย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเจ๋อจึงจงใจผ่อนน้ำเสียงลงและเล่าเื่อย่างค่อยเป็ค่อยไปเพื่อชักนำ
"จริง ๆ แล้วนอกจากตัวอย่างนี้ ยังมีตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากมายที่ยกขึ้นมาได้ แต่เนื่องจากเวลาเหลือไม่มากแล้ว เพื่อตอบสนองคำขอของชาวเน็ตจำนวนมาก ผมจะยกตัวอย่างให้อีกหนึ่งเื่ครับ! ตัวอย่างเช่น 'การลอบสังหารเคนเนดี!' "