บทที่ 2 ความอบอุ่นที่โหยหา
ครืด ครืด. . .
มือเรียวหยิบมือถือขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าใครเป็คนส่งข้อความมา เธอไม่เสียเวลาอ่าน กดบล็อกเบอร์และบล็อกข้อความของอีกฝ่ายทันที
อะไรที่เธอทิ้งแล้ว เธอไม่คิดเก็บมันมาใช้อีก ก็แค่เศษขยะที่ไร้ค่าในสายตาของเธอเท่านั้น ความรักที่เคยมีให้ฉางเหลียงตายไปพร้อมกับเธอคนเก่าแล้ว
ครืด ครืด เสียงสั่นของมือถือบ่งบอกว่ามีสายโทรเข้ามา
“ฮัลโหล”
“หนิงอัน เธอหย่ากับพี่ฉางเหลียงแล้วเหรอ?”
“ใช่ ถามทำไม?” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม
“เธอบ้าไปแล้วเหรอ พี่ฉางเหลียงคือรักแรกและรักเดียวของเธอ ทำไมถึงยอมหย่าง่าย ๆ หรือคิดจะเรียกร้องความสนใจ” ปลายสายเอ่ยถามแสร้งเหมือนเป็ห่วงแต่ประโยคหลังกลับถากถาง
“รักแรกและรักเดียวแล้วยังไง หย่าก็คือหย่า” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ในขณะที่อีกคนคบหาด้วยความจริงจัง แต่อีกคนกลับอิจฉาริษยา คอยยุยงส่งเสริมในทางที่ผิด เพื่อนแบบนี้อย่ามีเลยดีกว่า
“หนิงอันเธอไม่รักพี่ฉางเหลียงแล้วเหรอ? เธอตัดได้จริง ๆเหรอ? ไม่ใช่คิดจะเปลี่ยนใจทีหลังนะ”
“ทำได้ไม่ได้ฉันก็หย่าไปแล้ว แล้วเธอล่ะ ตัดใจจากเขาได้แล้วเหรอ?” เฟิ่งหนิงอันเอ่ยถาม
“เธอพูดอะไร ตัดใจจากใคร?” น้ำเสียงปลายสายฟังดูร้อนรน
“หึ ๆ อดีตสามีของฉันยังไงล่ะเพื่อนรัก แต่ตอนนี้ฉันหย่าแล้วนี่หรือเขาไม่เอาเธอแล้ว” น้ำเสียงของเฟิ่งหนิงอันเยาะเย้ยอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“เธอรู้เหรอ?” ปลายสายเอ่ยถามด้วยความใ
“หึ ๆ รู้สิ รู้มาตลอดแหละ ฉันจะบอกอะไรให้นะหลินฟาง ฉางเหลียงเขาคงเลือกเฉิงเจียอี้มากกว่าเธอ” การปั่นหัวให้ศัตรูร้อนใจอยู่ไม่สุข ก็คือการเอาคืนอย่างหนึ่ง
“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ”
“โธ่ ๆ หลินฟางเพื่อนรัก ทำใจหน่อยนะ เฉิงเจียอี้เป็ลูกพี่ลูกน้องของฉัน เป็ลูกสาวตระกูลเฉิง แล้วเธอล่ะเป็ใครกัน”
“หนิงอัน แกจะพูดอะไร?” ปลายสายตะคอกถามด้วยความเกรี้ยวกราด สิ่งที่เฟิ่งหนิงอันเอ่ยออกมามันเหมือนตอกย้ำปมด้อยในใจของเธอ
“เธอเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ลูกสาวนอกสมรสอย่างเธอ ฉางเหลียงเขาจะยอมลดตัวมาแต่งด้วยเหรอ” ก็จี้ปมในใจไปเลย คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำหรือไม่ทำย่อมทำได้
“ไม่จริง”
“หึ ๆ ยอมรับความจริงให้ได้นะ อดีตเพื่อนรัก” พูดจบก็กดวางสาย แล้วกดบล็อกทุกช่องทางติดต่อ เพื่อนแบบหลินฟางไม่มีเพื่อนยังจะดีเสียกว่า เอาไว้จะคิดบัญชีทบต้นทบดอกทีหลัง ถ้ายังไม่เลิกมาวุ่นวายกับเธอนับจากนี้
บ้านตระกูลเฟิ่ง
ในที่สุดก็ได้พบหน้าคนที่รักและคิดถึงมากที่สุด แม้อีกฝ่ายจะแสดงออกยามพบหน้าด้วยความเ็า แต่เชื่อเถอะว่าเขากำลังดีใจที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้
“ยอมกลับบ้านแล้วเหรอ?”
“พี่ใหญ่ก็รู้เื่หมดแล้ว ทนายก็เป็คนของพี่ใหญ่ น้องรู้นะคะ” เป็อาหารมื้อเย็นที่พร้อมหน้าพร้อมตาในรอบสองปีสำหรับสองพ่อลูกเฟิ่งเลี่ยงหรงและเฟิ่งเลี่ยงจิน คนเป็พี่ชายสบมองน้องสาวอย่างไม่วางตา ใบหน้าแสดงออกถึงความเฉยชาอย่างเห็นได้ชัด
แต่สำหรับเฟิ่งหนิงอันแล้วนับเป็เวลายาวนานสามสิบกว่าปีที่ไม่ได้ทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน รสชาติอาหารที่คุ้นเคยในตอนเด็ก
“อันนี้ของโปรดคุณพ่อ” ยังจดจำทุกอย่างได้เป็อย่างดี
“ส่วนนี้ของโปรดพี่ใหญ่” เฟิ่งหนิงอันตักอาหารให้พ่อและพี่ชายตัวเองอย่างเอาใจ อยากจะชดเชยทุกอย่างให้กับพ่อและพี่ชาย
“ยังจำได้อีกเหรอ? เหอะ ๆ” คนเป็พี่ชายเอ่ยออกมา ในขณะที่ตักอาหารที่น้องสาวตักให้เข้าปาก ในใจกำลังดีใจแต่ไม่อยากแสดงออกมาให้อีกฝ่ายได้รู้ ในที่สุดน้องสาวของเขาก็กลับมาสักที แม้น้องสาวจะดูเปลี่ยนไปมาก แต่เขากลับดีใจที่เธอเป็แบบนี้
“คุณพ่อทานเยอะ ๆ นะคะ”
“อืม” ในใจของคนเป็พ่ออย่างเฟิ่งเลี่ยงหรงมีความสุขไม่แพ้ลูกชายคนโตอย่างเฟิ่งเลี่ยงจิน เขาก็แค่เก็บอาการเอาไว้ ไม่อยากแสดงออกมา ในใจกลับมีความสุขเป็อย่างมาก ในที่สุดลูกสาวคนเดิมก็กลับมา นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสามคนพ่อลูก
เดิมทีคิดว่าหนิงอันจะโศกเศร้าเสียใจเพราะผู้ชายสารเลวอย่างฉางเหลียง แต่เปล่าเลย แววตาของเธอสดใส มีความสุข ใบหน้ามีรอยยิ้ม สายตาเต็มไปด้วยความคิดถึงและความโหยหา เห็นแบบนี้เขาก็เบาใจ เขาสบมองลูกชายคนโตด้วยสายตาที่เข้าใจกัน
เฟิ่งเลี่ยงจินเข้าใจสายตาที่คนเป็พ่อส่งมา เื่นี้ไม่ต้องให้ถึงมือคนเป็พ่อหรอก เขาจะลงมือเอง ในเมื่อน้องสาวไม่มีใจให้ผู้ชายสารเลวอย่างมัน เตรียมรับผลกรรมของมันได้เลย เขาจะตอบแทนมันอย่างสาสมกับความเสียใจที่น้องสาวเขาได้รับ ที่เขาไม่เอ่ยปากถามเพราะไม่อยากให้หนิงอันนึกถึงผู้ชายสารเลวอย่างมัน ในเมื่อน้องสาวหย่าขาดและตัดสินใจกลับมาที่บ้าน นั่นก็แปลว่าเธอเลือกพ่อและพี่ชายอย่างเขา
“คุณพ่อ พี่ใหญ่” เฟิ่งหนิงอันเอ่ยเรียกทั้งสองคน
“เื่ที่พี่ใหญ่และคุณพ่อคิดจะทำ หนูจะทำเอง” เฟิ่งหนิงอันบอกกับทั้งสองคนตามตรง เธอสบมองแววตาของพ่อและพี่ชายด้วยความจริงจัง
“หนิงอัน” คนเป็พี่เรียกน้องสาวเสียงดุ ๆ
“น้องทำได้”
“แต่...”
“ให้น้องจัดการเถอะ” คนเป็พ่อสบสบตากับลูกชายคนโตที่ส่งสายตาไม่พอใจมาให้เขา
บทเรียนชีวิตที่ได้มาจากคนเห็นแก่ตัว ทำให้ลูกสาวของเขาโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อเลือกที่จะเดินออกมาแล้วก็อย่าทำให้พ่ออย่างเขาต้องผิดหวังอีกครั้ง เฟิ่งเลี่ยงหรงให้โอกาสลูกสาวเป็คนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาคงจะตามใจเธอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ด้วยตัวเอง ไม่ว่ายังไงเขาก็พร้อมจะยืนอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวเสมอ
“ถ้ามีอะไรก็ให้คนของพี่ช่วย ห้ามไปเจอมันอีกเด็ดขาด” คนเป็พี่ชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขากลัวน้องสาวจะใจอ่อนกลับไปหามันอีก ยามนึกถึงแววตาที่น้องมองผู้ชายสารเลวอย่างมันใจคนเป็พี่ก็เ็ปแทบขาดใจ แววตาที่ทั้งรักทั้งหลง ยอมตายแทนได้เพื่อปกป้องผู้ชายเห็นแก่ตัว ทั้ง ๆ ที่มีอำนาจในมือแต่เขากลับทำอะไรมันไม่ได้ เพราะถ้ามันเป็อะไรไป คนที่แตกสลายและเสียใจที่สุดก็คือหนิงอัน เพราะแบบนี้เขาถึงได้ยอมกัดฟันทนมาตลอดสองปี
“พี่ใหญ่สบายใจได้ อะไรที่น้องทิ้งไปแล้ว น้องไม่เก็บมันมาใช้อีกแน่นอน” เฟิ่งหนิงอันบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง นึกขอโทษพี่ชายในใจ ขอโทษที่ทำให้พี่ชายเสียใจและเ็ป
“ดีแล้ว ทำให้ได้อย่างที่พูด” คนเป็พี่พอใจกับประโยคที่ได้ยิน ทั้งสามคนก็ก้มหน้ากินอาหารมื้อค่ำต่อ เฟิ่งหนิงอันคอยตักอาหารที่พ่อและพี่ชายชอบให้อย่างเอาใจเหมือนอย่างในวันวานที่เธอชอบทำเป็ประจำ
พอจะดูออกว่าทั้งสองคนมีความสุขแค่ไหน แต่พยายามเก๊กเอาไว้ ความรู้สึกอบอุ่นใจที่โหยหามาตลอดเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อได้อยู่ท่ามกลางคนที่รักอย่างคนในครอบครัว
หนึ่งสัปดาห์ระหว่างรอเดินทางไปไอแลนด์ เฟิ่งหนิงอันก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ศึกษาและหาข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจของตระกูลเฟิ่งและคู่แข่ง โดยเฉพาะศัตรูที่อยู่ในเงามืด และหาข้อมูลองค์กรมืดในโลกนี้ด้วย ในองค์กรใต้ดินมีกลุ่มคนมีเงินจำนวนไม่น้อยยอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อจ้างนักฆ่ามือหนึ่งในองค์กรไปลอบสังหารผู้นำตระกูลเฟิ่ง คู่แข่งที่ว่าน่ากลัวก็ไม่น่ากลัวเท่าศัตรูที่มาในคราบของมิตร
ตระกูลเฟิ่งเป็ตระกูลผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ มีอำนาจต่อรองในหลายเขตปกครองและหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศทีซีแลนด์และประเทศในหมู่เกาะไอแลนด์
อิทธิพลยังขยายไปยังยูแลนด์และเอทีแลนด์ที่อยู่คนละฟากฝั่งของมหาสมุทรอีกด้วย เพราะตระกูลเฟิ่งมีเทคโนโลยีที่กลุ่มคนมีอำนาจและผู้นำประเทศ ผู้ปกครองแต่ละเขต้า นั่นคืออาวุธและเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยม
มันถูกพัฒนาขึ้นและส่งต่อมาสามรุ่น ในปัจจุบันผู้นำตระกูลเฟิ่งก็คือ เฟิ่งเลี่ยงหรง ชายอายุ 58 ปี ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนอายุ 58 เลยสักนิด บอกว่าอายุสามสิบปลาย ๆ ก็ยังมีคนเชื่อ พ่อของเธอเป็หนุ่มรุ่นใหญ่ที่เป็ที่หมายตาของสาวเล็กสาวใหญ่มากมาย แต่พ่อไม่เคยสนใจใครเลย นับั้แ่แม่ของเธอจากไป
นอกจากนี้ยังมีทายาทอย่าง เฟิ่งเลี่ยงจิน พี่ชายของเธอ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง อายุ 26 ปี มากไปด้วยความสามารถ มาช่วยดูแลั้แ่อายุ 18 ปี เน้นการส่งออกอาวุธและพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร แถมยังควบตำแหน่งเ้าพ่อการเงินของประเทศทีซีแลนด์อีกด้วย เป็หนุ่มหล่อที่สาว ๆ อยากออกเดทด้วยมากที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้
ในขณะที่เธอเฟิ่งหนิงอัน เติบโตมาที่บ้านหลังเดียวกัน แต่ถูกเลี้ยงดูต่างกันเป็อย่างมาก ราวกับเ้าหญิงในหอคอย ที่มองโลกทุกอย่างสวยงามไปหมด จนได้พบกับหนุ่มรุ่นพี่ที่มาช่วยเธอให้พ้นจากการถูกรถชน
หนุ่มรุ่นพี่คนนั้นคือฉางเหลียง ชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อและดูดี เป็คุณชายตระกูลฉางที่ร่ำรวย เป็จุดเริ่มต้นความรักแสนโง่เง่าของเธอเอง ถ้าเธอเชื่อพ่อและพี่ชายั้แ่แรก เชื่อในหลักฐานที่พ่อและพี่ชายมี ไม่ใช่โง่งมงายในความรักจนหูตามืดบอดมองไม่เห็นความจริง เชื่อเพียงคำพูดของผู้ชายเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยรักและจริงใจกับเธอเลย
แต่ทุกอย่างไม่อาจจะย้อนกลับไปได้แล้ว แต่สามารถแก้ไขมันได้นับจากนี้ไป เธอจะโอบกอดปัจจุบันและอนาคตเอาไว้เป็อย่างดี ไม่ทำให้พ่อและพี่ชายต้องผิดหวังในตัวเธอเป็ครั้งที่สอง
เธอจะเป็คุณหนูตระกูลเฟิ่ง ที่ปกป้องครอบครัวของเธอเอาไว้ ไม่ให้ใครมาทำลายได้
“พี่ใหญ่ไม่ไปทำงานเหรอคะ” ถามทั้ง ๆที่เดาได้ไม่อยาก
“ไม่ไป” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบคนเป็น้องสาว
“ไม่ไปนัดบอดที่พ่อจัดให้เหรอคะ” ที่ตามเธอมาชอปปิงเพราะหาข้ออ้างโดดงานและหนีนัดบอดที่คุณพ่อหาให้มากกว่า
“อยากได้อะไร” มีหรือจะยอมตอบน้องสาวว่าตัวเองไม่อยากไปนัดบอดที่คนเป็พ่อจัดหามาให้
“พี่ใหญ่จะจ่ายใช่ไหมคะ” คนเป็น้องเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม”
“พูดแล้วห้ามคืนคำนะพี่ใหญ่” ไม่ได้ผลาญเงินพี่ใหญ่นานมาก กลับมาคราวนี้เธอจะจัดหนักจัดเต็ม เพราะทุกบาทที่เสียไปคือความสุขของพี่ชายใหญ่ที่ได้เปย์น้องสาวตัวน้อย ๆ อย่างเธอ
“ได้ โทรหาพ่อบอกว่าพี่อยู่กับน้อง” มีหรือจะยอมเสียผลประโยชน์ คนเป็น้องสาวสบมองพี่ชายด้วยแววตาเข้าใจ สมเป็ผู้สืบทอดตระกูลเฟิ่ง แม้แต่กับน้องสาวก็ไม่ยอมเสียเปรียบ
มือเรียวกดมือถือมาต่อสายหาคนเป็พ่อ รอไม่นานปลายสายก็กดรับ
“คุณพ่อประชุมอยู่หรือเปล่า?”
“คุยได้” ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หนูพาพี่ใหญ่มาชอปปิง เสร็จแล้วจะไปดูหนังต่อนะคะ ไม่ได้ควงพี่ใหญ่มาชอปปิงนานเลย ขออนุญาตลางานให้พี่ใหญ่ครึ่งวันนะคะคุณพ่อ” เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนปลายสาย
“นะคะคุณพ่อ”
“นะคะ” หนิงอันใช้น้ำเสียงออดอ้อนคนเป็พ่อเหมือนที่ชอบใช้เวลาอยากจะได้อะไร
“อืม” ตอบเพียงเท่านี้ปลายสายก็วางไป เฟิ่งหนิงอันหันมาส่งยิ้มให้พี่ชาย
ก่อนจะพาอีกฝ่ายเข้าร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา เครื่องประดับและอีกหลายสิบร้านค้า ได้ของมามากมาย ดีที่คนติดตามของพี่ใหญ่มีจำนวนมาก สลับกันขนของไปเก็บเป็ว่าเล่น
“พี่ใหญ่สร้อยเส้นนี้เหมาะกับน้องหรือเปล่า?”
“ยังจะซื้ออีกเหรอ?” น้องสาวตัวดีเล่นงานเขาเข้าให้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นสายตาดุๆ ก็จ้องมองสร้อยคอที่น้องสาวเลือก ก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ เสียเงินที่หามาได้กับน้องสาวมีอะไรที่สุขใจกว่านี้ได้อีก
“เอาเส้นนี้”
“แล้วก็เส้นนี้ด้วย” มันเข้ากับรูปร่างของเธอมากจริงๆ เป็สร้อยที่ทำมาจากทองคำขาวและมีจี้เพชรสีชมพูเป็รูปหัวใจอีกเสร็จก็ทำมาจากทองคำขาวแต่จี้เป็รูปดาวสีน้ำเงินทำมาจากเพชรสีน้ำเงินน้ำร้อยสองกะรัต เป็เพชรที่หายากและมีราคาแพง
“เข้าใจเลือก” คนเป็พี่ชายยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตที่มีไม่กี่ใบบนโลกให้กับพนักงาน
“พี่ใหญ่ใส่ให้น้องหน่อย นะ ๆ นะพี่ใหญ่คนดีของน้อง” เธอเลือกเส้นที่มีจี้เพชรสีน้ำเงิน ออดอ้อนพี่ชายเหมือนตอนเด็ก คนเป็พี่รับสร้อยมาก่อนจะสวมให้น้องสาว ทำเอานึกถึงน้องสาวตัวน้อยในวันวาน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น แม้จะรู้สึกว่าน้องสาวเปลี่ยนไป แต่คนตรงหน้าก็ยังคงเป็น้องสาวเขาอยู่ดี แววตาที่ทอดมองมามันบ่งบอกทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนิงอัน คงต้องตามสืบให้ลึกลงไปอีก เผื่อว่าคนของเขาพลาดเื่บางอย่างไป นับจากฟื้นขึ้นมา น้องสาวก็ติดต่อกลับมาหาทนายของครอบครัว จัดเตรียมเอกสารการหย่าขาด พอออกจากโรงพยาบาลก็หย่าขาดจากฉางเหลียงอย่างไม่สนใจไยดี
“เหมาะกับน้องมากจริง ๆ” หากเป็เมื่อก่อนเพชรสีชมพูคงเหมาะกว่า แต่ในตอนนี้เพชรสีน้ำเงินดูเหมาะสมกับน้องสาวที่สุดแล้ว
“น้องสวยใส่อะไรก็สวย ขอบคุณพี่ใหญ่ที่เปย์น้อง”
“หึ ๆ ไปดูหนังกันได้แล้ว” คนของเขาให้สัญญาณว่าเคลียร์พื้นที่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว เป็หนังแอคชั่นแฟนตาซี นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนัง
เฟิ่งหนิงอันเองแทบจำไม่ได้เลยว่าดูหนังครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ คงเป็่วัยรุ่นที่เรียนมัธยม ในชีวิตที่สองเธอแทบไม่ออกมาเดินห้างสรรพสินค้าหรือที่ที่มีคนพลุกพล่าน ยิ่งในเมืองยิ่งไม่ชอบ ไม่ต้องพูดถึงชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปเพราะมันไม่เคยมี
ต้องคอยระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา มาตอนนี้กลับได้ใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน โอกาสที่สามมันช่างดีจริง ๆ ลึก ๆ เธอเองก็รู้ว่าคนเป็พ่อและพี่ชายต่างก็สงสัยในตัวของเธอ แต่พวกเขาไม่เอ่ยถาม คงเพราะรอให้เธอเป็คนบอกกับทั้งคู่เอง ขอเธอจัดการเื่บางอย่างให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะบอกทุกอย่างกับพวกเขา
“กินเยอะระวังจะอ้วน”
“ก็มันอร่อยนี่น่า”
“หึ ๆ อ้วนมาระวังจะขายไม่ออก
“น้องออกจะสวย หาสามีใหม่ได้ไม่ยากหรอกน่า”
“ว่ายังไงนะ” คนเป็พี่ชายใเอ่ยถามเสียงดัง
“อะไรของพี่ใหญ่” เฟิ่งหนิงอันใเล็กน้อย ดูสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังของพี่ชายในตอนนี้สิ
“น้องพึ่งจะหย่า เื่หาสามีใหม่ ควรเอาออกไปจากหัวได้แล้ว ดูหนัง เลิกคิดเื่หาสามีใหม่” เขาพึ่งจะได้น้องสาวกลับมา เื่อะไรจะยอมให้น้องสาวมีสามีใหม่ ฝันไปเถอะ
“ชิ” สองพี่น้องหันสนใจหนังที่กำลังฉาย สองชั่วโมงกว่า ๆ หนังก็ฉายจบ
“สนุกจังเลย”
“หึ ๆ ไปกินข้าวกัน”
“ไม่กลับไปกินข้าวที่บ้านเหรอคะ”
“ไม่อยากเจอพ่อ” อยากกินข้าวกับน้องสาวตามลำพังมากกว่า นานแล้วที่เราสองคนพี่น้องไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน เขาเองก็มีงานที่รัดตัว ยิ่งน้องสาวตัดขาดกับครอบครัวเขายิ่งทุ่มเวลาไปลงกับงานทั้งหมด นาน ๆ ได้พักทีก็ดีเหมือนกัน
“พี่ใหญ่เลี้ยงนะคะ ไปร้านโปรดของพี่ใหญ่กัน”
“ได้สิ เข้าใจเอาใจจริง ๆ”
“ก็พี่ใหญ่เปย์น้องมาทั้งวันแล้ว น้องก็ต้องตามใจพี่ใหญ่บ้างสิ พี่ใหญ่ของน้องใจดีที่สุด” คนน้องที่คล้องแขนคนพี่อยู่ก็ซบหัวมาที่ต้นแขนของคนเป็พี่ชาย เนื่องจากส่วนสูงที่ต่างกัน
คนเป็พี่ได้แต่ยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความชอบใจกับท่าทีของน้องสาวตัวน้อย ก่อนจะนึกถึงเื่ที่คนของเขารายงานมา
“คนของพี่บอกว่าน้องสั่งปืนแล้วก็อาวุธอีกหลายอย่างกับเลขาของคุณพ่อ”
“ใช่แล้ว น้องอยากจะฝึกยิงปืนแล้วก็เรียนรู้เื่อาวุธปืนและอาวุธอื่น ๆ ด้วย” เฟิ่งหนิงอันตอบตามความเป็จริง เทคโนโลยีของตระกูลเฟิ่งถือว่าดีที่สุด ทั้งยังมีเทคโนโลยีด้านอาวุธอีกหลายอย่างที่มีใช้เฉพาะคนในตระกูลเฟิ่งเท่านั้น เธอจะนำความรู้จากชีวิตที่สองมาประยุกต์ใช้และพัฒนาให้มันดีกว่าเดิม
“จริงจัง?”
“มาก ๆ เลยด้วย”
“อย่าทำให้เสียงาน”
“แต่ขอพักผ่อนแล้วก็เที่ยวเล่นก่อนนะคะ”
“ศูนย์วิจัยใหญ่อยู่ที่ไอแลนด์” เสียงเข้มเอ่ยบอกน้องสาว บางทีการได้ทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะทำให้น้องสาวของเขาลืมอดีตสามีเฮงซวยได้เร็วขึ้น
นานแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ถือโอกาสนี้ไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านในไอแลนด์สักอาทิตย์ ก็ดีเหมือนกัน
------TBC-----