ตอนที่17:เปิดศึก
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่มีพระาาทรงประทับอยู่บนเก้าอีใหญ่ด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียดและหวาดกลัว
“กอร์รันเดล ใกล้ได้เวลาแล้ว” เซียร์เธอเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบ ด้วจสีหน้าจริงจัง
“งั้นหรอ… ” พระาากล่าวสั้นๆก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปยังลานประกาศที่มีประาาทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
//อะไรหนะจู่ๆก็เรียกพวกเรามาร่วมกันแบบนี้//ผู้คนต่างสงสัยและต่างพอกันพูดซุบซิบไปมาไม่หยุด
“ข้าต้องขออภัยที่ต้องทำแบบนี้กับพวกเ้าทุกคน”
“นี่มันเื่อะไรกันพะยะคะฝ่าา?”
พระาาหลับตาลงสูดอากาศเข้าอย่างใจเย็นก่อนจะเริ่มอธิบาย
“พวกเรากำลังเจอภัยหนักในหลังจากนี้ ข้าสะเพร่าเองที่ทำอะไรโดยไม่คิด ตอนนี้อณาจักรกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก บอกตามตรงข้าเองก็ไม่เห็นแววที่จะชนะได้เลย“
“มันหมายความว่างยังไงกัน”
“เกิดอะไรขึ้นหนะ?…”
“ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
ทุกคนต่างพากันใที่อยู่ๆก็ได้รับฟังสิ่งที่น่าหวาดกลัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เหตุนั้นข้าจึงต้องขอโทษอย่างสุดใจ ที่หลังจากนี้ต้องพาพวกเ้าไปอยู่ในสถาณที่ที่ไกลมากๆ”
“เดี๋ยวก่อนสิท่าน ช่วยอธิยายให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิ พวกข้ามึนงงกันไปหมดแล้วนะ”
“ข้าต้องขอโทษจริงๆที่ข้าไม่สามารถอธิบายอะไรให้พวกเ้ารับรู้ได้เลยแม้แต่น้อย แต่ข้าไม่อาจจะเอาชีวิตพวกเ้ามาเสียงด้วยได้ เพราะเหตุนั้นข้าจึงพาพวกเ้าทุกคนในเมืองหลวงแห่งนี้ไปยังเมืองข้างๆเพื่อความปลอดภัย“
“แน่นอนว่าประชากรมากมายขนาดนี้การเคลื่อนย้ายเป็เองที่ลำบากอย่างมาก ข้าจึงต้องพึ่งแรงของผู้มากความสามารถล้นเหลือ เซียร์ ที่จะมาใช้เวทมนต์เคลื่อย้ายทุกคนไปในคราวเดียว”
“ข้าทำได้เพียงเท่านี้จริงๆหวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจในตัวข้า”
//ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด//เสียงของชาวเมืองต่างพากันสงสัยกับสิ่งที่พระาากล่าวขึ้นมา
โซเรนตาเลียเซียร์ที่เห็นเหตุการณ์เริ่มไม่สู้ดีนักเธอจึงลงมือเคลื่อนย้ายทุกคนทันที โดยไม่ได้ให้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย เหล่าประกรนับแสนที่อยู่อัดกันในลานกว้างค่อยเลือนหายไปหลังจากถูกใช้เวทย์มนต์ของเซียร์ จนเหลือแต่เพียงพื้นที่โล่งๆไร้ผู้คนไปในพริบตา
“คงจะไม่ว่ากันนะที่ข้าทำอะไรโดยพาระการหนะ”
“ไม่เลย ข้าควรขอบคุณท่านมากกว่า”
“แล้วไอรีนกับโซเรนตาเลียหละ?…“
“ข้าพาพวกเขาไปที่ปลอดภัยแล้ว เ้าเองก็ต้องไปด้วยเช่นกัน”
“ไม่ ข้าจะอยู่ที่นี่ด้วยกับทุกคน-” เซียร์ไม่แม้แต่ที่จะฟังคำพูดของาาเธอเคลื่อนย้ายาาไปที่สถาณที่ลับที่เธอเตรียมเอาไว้อย่างกระทันหัน
“เอาหล่ะพวกเ้าเตรียมพร้อมกันแล้วหรือยัง?”
เซียร์พูดถามกับเหล่าทหารที่พร้อมถวายชีวิตเพื่อเมืองแห่งนี้พร้อมกับเหล่าผู้มีความสามารถทั้งทั้งหก ได้แก่ เซียร์ กาเลา อีริน่า ไคน์ โอเกอร์ ไดมาส
“ไม่พร้อมก็คงต้องพร้อมสินะ” ไคน์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เพื่ออณาจักรกับผู้คนที่เชื่อในตัวนายแท้ๆนะ ช่วยมีกระจิตกระใจหน่อยสิ” อีริน่าที่เห็นท่าทางของไคน์ก็พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“เอ๋?… พูดตามตรงฉันน่าจะไร้ประโยชน์สุดๆเลยนะ แต่ต้องมาต่อสู้โดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มันก็…”
“ผิดแล้วเ้าหนู คนที่จะช่วยเมืองนี้ได้ในตอนนี้จำเป็ต้องมีเ้าด้วยต่างหาก อย่าพึ่งด้อยค่าตัวเองสิ” เซียร์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและจ้องมองมาที่ไคน์
“ครับ?…” ไคน์ตอบกลับด้วยสีหน้ามึนงงและสงสัยกับคำพูดของเซียร์
จะเป็แบบนั้นจริงไหมเถอะครับ… ในระหว่างที่ฉันกำลังพักฟื้นสภาพร่างกาย อีริน่าที่แอบตามคาเรนไปอย่างเงียบๆ ก็ได้รายงานว่าเธอเป็สายให้ศัตรูอยู่แบะดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้ตัวจนกระทั้งตอนนี้ ด้วยภาพลักษณ์และเป็คนรู้จักกันกับเซียร์แท้ๆ มันเป็เื่ที่ทุกคนไม่คาดณ์คิดกันเลยแม้แต่น้อย เซียร์เองก็คงจะรู้สึกทรมาณไม่น้อยแน่ๆหลังจากที่รู้ว่าคนที่เปรียบดังน้องสาวแท้ๆกำลังหักหลังอยู่
บอกตามตรงเื่คราวก่อนฉันกลัวจนแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย แต่คราวนี้ฉันจะลุกขึ้นสู้อย่างสุดความสามารถเลยเพราะตอนนี้ฉันมีคนที่สามารถพึ่งพาได้ตั้งหลายคนนี่นะ การที่มีพวกเขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูดเลยเหมือนกันนะนี่หรือเปล่านะที่เขาเรียกกันว่าเพื่อน
“ท่านเซียร์ครับ….” หัวหน้าจองกองกำลังทหารเดินเข้ามาพูดคุยกับเซียร์ด้วยสีหน้าตึงเครียด
“มาแล้วสินะ ทุกคนเตรียมพร้อม!!!!”
ทุกคนต่างหยิบอาวุธและวิ่งเข้าประจำที่ของตนหลังจากได้ยินคำสั่งของเซียร์
“ไงทุกคน… สบายดีไหมเอ่ย หิหิ” เสียงที่คุ้นเคยพูดขึ้นมาหลังจากผ่านไปชั่วครู่นึง
คาเรนยืนจ้องมองทุกคนอยู่บนหลังคาของราชวังและยิ้มออกมาด้วยสีหน้ามีความสุข พร้อมกับเหล่าคนปริศนาที่ส่วมผ้าคุมปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด
“คาเรน เธอทำแบบนี้เพราะอะไร?” เซียร์หรี่ตาลงและจ้องมองคาเรนอย่างเครียดแค้น
“เื่นั้นท่านไม่จำเป็ต้องรู้หรอกนะ” คาเรนยิ้มและเอียงตัวลงเล็กน้อยแสดงท่าทีใส่สื่อ
“พวกแก้าอะไรกัน?” อีริน่าซักถามคาเรนพร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้
“อืม… ก็แค่คำสั่งของท่านผู้นั้นก็แค่นั้นเองละมั้ง? ท่านเขาหวาดกลัวตัวตนของเ้าหนูตรงนั้นหนะ ไม่เข้าใจจริงๆกับคนที่ไม่ได้ความแบบนั้นจะต้องกลัวไปทำไมกันนะ หิหิ”
“คาเรนเธอพูดมากเกินไปแล้วนะ….” เสียงของหญิงปริศนาที่พูดขึ้นพร้อมกับค่อยเปิดผ้าคุมออกเผยให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน แววตาสีแดงที่ไร้จิติญญา เส้นผมสีแดงเข้มดั่งสีเื
“อ๊ะ โทษทีนะ(ดีอ่านา)ฉันลืมตัวไปหน่อย”
“เป็แบบนี้ตลอดแหละเธอหนะ” หญิงสาวปริศนาอีกคนก็ค่อยๆเปิดผ้าคุมออก แสดงให้เห็นใบหน้าที่อ่อนวัย ดวงตาสีม่วงอ่อนและเส้นผมสีดำเป็ประกายเธอมีชื่อว่าเอลม่า
เหล่าคนที่เหลือก็ต่างพากันเปิดเผยใบหน้าภายใต้ผ้าคุมด้วยเช่นกัน ชายคนแรกที่นั้งย่อตัวอยู่นั้นมีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน มีใบหน้าที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลามีฟันแหลมดั่งกับสัตว์ดุร้ายเขามีขื่อว่า(เซาร์) ชายอีกคนมีผิวสีเข้มดวงตาสีเทาและมีรอยสักทั่วร่างกายแสดงสีหน้าเข้มอยู่ตลอดเวลามีชื่อว่า(มอร์แกน) ชายคนสุดท้ายที่ยืนเขามือไคว้หลังมีเส้นผมยาวสีเหลืองทอง ดวงตาสีฟ้ามักจะยิ้มมุมปากอยู่ตลอดเวลามีช่อว่า(ซิลวา)
เหล่าทหารต่างพากันเหงื่อตกหลังจากเห็นออร่าที่น่าหวาดกลัวแพร่ออกมาจากคนเ่าั้ ทั้งแรงกดดันทั้งจิตสังหารตลบอบอวนไปทั่ว
หลักจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องมองกันอย่างตึงเครด เซาร์ก็ดีดนิ้วพร้อมกับชี้ลงไปที่กลุ่มทหารที่ยืนอยู่จำนวนมากก่อนที่จะมีเงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างตกลงมาจากท้องฟ้านับพันตัว
//นี้มันตัวอะไรวะเนี่ย// อสูรกายที่มีแววตาอมหิตและร่างกายใหญ่กว่ามนุษย์ถึงสองเท่าดูเหมือนกำลังจะหิวกระหายอย่างมาก
“คิกคิก กินให้อิ่มนะเด็กๆ” เซาร์พูดพร้อมหัวเราะออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
“
อสูรกายและทหารก็ต่างพากันกระจัดกระจายไปทั่วสร้างความเสียหายกับเมืองอย่างรุนแรง ถึงฝ่านทหารจะพอตอบโต้ได้เล็กน้อยแต่ด้วยเื่พละกำลังพวกเขาเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันจัดการเองทุกคนหลบไป!!!” กาเลาที่ผสานร่างอยู่กับซารัคได้ใช้พลังสายฟ้าของัผ่าลงมากระจ่ายไปทั่วสร้างความเสียหายให้กับอสูกายไปจำนวนมาก
“สุดยอดสุดๆเลยแห๊ะ เ้านั้น” ไคน์ตะลึงกับความสามารถใหม่ที่กาเลาใช้เวลาฝึกกับเซียร์
“คิกคิก ังั้นหรอ เ้านั่นเองสินะ หมารับใช้ที่เลี้ยงไม่เชื่อง ขอฉันจัดการเ้าเด็กนั่นเอง”
“ตามใจแกสิวะ….”
“ถ้าอย่างงั้นเ้าเอลฟ์คนนั้นฉันขอนะ”
“ฉันว่าเราก็ต่างมีคนที่อยากสู้ด้วยกันอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นมาแข่งกันไหมใครจะจบงานได้ไวกว่ากัน” ซิลว่ายิ้มพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าที่ดูกำลังสนุก
“ก็แค่จบๆงานแล้วก็กลับไม่เห็นต้องแข่งอะไรแบบนั้นสักหน่อย” อัลม่าถอนหายใจก่อนที่ตะพูดด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
“เอ๋… กลัวแพ้งั้นหรอ?” คาเรนพูดเยาะเย้ยด้วยท่าทางสุขใจ
“ห้ะ?!!!พูดอีกทีดิ๊” อัลม่าหงุดหงิดกับท่าทางของคาเรนก่อนจะยอมแข่งกับพวกเขาด้วยความโกรธ กลุ่มคนเ่าั้ก็ต่างเลือกคู่ต่อสู้ตาม้าได้เสร็จก็กระโจนลงไปหาคู่ของแต่ละคนอย่างรวดเร็ว