นิทาน
“เนย่า เนย่า ตื่นสิ ตื่น ๆ” เสียงเล็ก ๆ ของมินิมปลุกเนย่าที่หลับใหลให้หลุดจากห้วงฝันที่เลวร้ายในฉับพลัน
“มีอะไรเหรอมินิม” เนย่าผุดลุกขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ แล้วกวาดั์ตาสีเขียวมรกตมองเพื่อน ๆ ที่นั่งล้อมเธออยู่
“เป็อะไรไปเนย่า เรียกตั้งนานก็ไม่ยอมตื่นแถมร้องไห้สะอึกสะอื้นอีก คิดถึงพ่อกับแม่รึไง” นีโล่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิ เวลาฉันตื่นนอนก็มักมีน้ำตาเสมอแหละเป็มาหลายปีแล้ว อย่าถามเลยแล้วได้อะไรมาบ้างล่ะ” เนย่ารีบเปลี่ยนประเด็นทันทีเมื่อถูกถามถึงพ่อแม่ เพราะมีเธอเพียงคนเดียวในกลุ่มที่หาต้นตอที่มาไม่ได้ว่าพ่อแม่คือใคร
เธอหนีจากบ้านเด็กกำพร้ามาหลบอยู่ในโพรงไม้และออกขโมยของั้แ่อายุแปดขวบจนกระทั่งเธอเป็นางโจรน้อยผู้เก่งกาจไปเสียแล้วในสายตาเพื่อน ๆ
“ก็ได้มาไม่มากหรอกถูกจับได้เสียก่อนเลยขโมยมาได้แค่นี้แหละ” ชาร์กัสส่งอมยิ้มสีหวานที่ขโมยมาจากร้านขายขนมให้เนย่าอย่างเขินอายที่ตัวเองไร้ความสามารถ
“โธ่เอ๊ย! เ้าอ้วนไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้ วันนี้ฉันได้ลาภก้อนใหญ่เชียวนะ นี่ ๆ เอาไปแบ่งกันคงไม่ต้องออกไปขโมยของอีกนานเป็เดือน ๆ เลยล่ะ” เนย่าส่งถุงผ้าขะมุกขะมอมที่แบ่งทองไว้ให้เพื่อน ๆ ในทันที
“โห! เธอเก่งจังเนย่า สุดยอดเลยวันหลังสอนฉันมั่งนะ” มินิมโผเข้ากอดเนย่าแทบจะทันทีที่เห็นของมีค่าจำนวนมาก
“ไม่เป็ไรหรอกน่าเพื่อนกันก็ต้องแบ่งกันจริงมะนี่ก็เย็นแล้วใกล้จะมืดแล้วด้วยรีบกลับกันเถอะ อ้อ! นีโล่แม่นายไม่สบายอยู่อย่าลืมแวะซื้อยาให้เขาล่ะ” เนย่าหันมาสั่งนีโล่ที่น้ำตาคลอเบ้าอย่างซึ้งใจ
“ฮือ! เนย่าฉันจะไม่ลืมบุญคุณเธอเลยเพราะเธอแท้ ๆ ทำให้ฉันมีเงินซื้อยาให้แม่ขอบใจมากนะ” นีโล่โผเข้ากอดเนย่าอีกคน
“เอาน่า ๆ ไม่เป็ไรกลับได้แล้วล่ะ” เนย่าตบไหล่นีโล่เบา ๆ และหันไปมองชาร์กัสที่ได้แต่กลืนน้ำลายเมื่อเห็นของมีค่าจำนวนมาก
“ส่วนนายอย่าเอาไปซื้อของกินจนหมดล่ะรู้ไหม” เนย่าแกล้งเย้าเพื่อน
“รู้แล้วน่ายาย...เอ่อ... ลูกพี่” ชาร์กัสเรียกเนย่าว่าลูกพี่อย่างเขินอาย
“ฮะ ๆ เรียกฉันว่ายายเปี๊ยกอย่างเดิมก็ได้ฉันไม่โกรธหรอก เอาล่ะแยกย้ายกันได้แล้วฉันง่วงนอน” เนย่ารีบโบกมือไล่เพื่อน ๆ เพื่อขอเวลาส่วนตัว
เมื่อเพื่อน ๆ กลับไปจนหมด เนย่าก็ใช่เวลาที่เหลือนั่งเหม่อมองทอดสายตาจากโพรงไม้ออกไปไกล พ่อแม่ งั้นเหรอคำนี้เธอจะมีโอกาสได้เรียกมันเมื่อไรกัน แต่ถ้าเธอมัวเอาเวลาอันมีค่ามานั่งคิดถึงคนที่ไม่มีวันหวนมาเห็นทีเธอคงจะไม่มีชีวิตรอดจนกระทั่งทุกวันนี้
แล้วัสองตนที่เธอฝันถึงบ่อย ๆ ทำไมถึงรู้จักเธอนะ เขาทั้งสอง้าอะไรกันแน่ น่าสงสารยิ่งนัก ทำไมัพวกนั้นถึงต้องรุมทำร้ายพวกเขาด้วย แต่ช่างน่าตลกสิ้นดีในโลกนี้มีัที่ไหนเล่า มันก็เป็แค่นิทานหลอกเด็กก่อนนอนเท่านั้นล่ะ
ฝูงนกเริ่มบินกลับรังแล้วได้เวลาที่เธอจะออกไปหาอะไรใส่ท้องเสียที เนย่าผุดลุกขึ้นออกจากโพรงที่พักอาศัยหลบเร้นเข้าไปในเมืองอีกครั้งเพื่อหาของกิน ถึงจะมีเงินทองมากแล้ว แต่เธอก็รอบคอบเพราะถ้าเธอถือเหรียญทองเดินไปซื้อโน่นซื้อนี่ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าทองคำนั้นเป็ของเธอ เธอจึงคิดจะใช้มันในยามจำเป็
เนย่ามักจะแอบไปที่ร้านขนมปังขาประจำเสมอเพื่อรอเศษขนมปังที่เ้าของร้านไม่ใช้นำมาทิ้ง และเธอก็ไม่ผิดหวังเมื่อเวลาที่รอมาถึง เ้าของร้านหย่อนขอบขนมปังที่ไม่ใช้ลงถังขยะ เนย่าก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งไปคว้ามาและใส่ปากตัวเองอย่างหิวโหย ความหิวบดบังความระมัดระวังตัวของเนย่าหมดสิ้นเสียแล้ว ทันใดนั้นเอง
“จับได้แล้วแม่หัวขโมย” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเธอ เนย่าเงยหน้าจากขนมปังที่พยายามยัดเข้าไปในปากให้หมดในคราวเดียวเธอค่อย ๆ หันหลังกลับไปมองทั้ง ๆ ที่ขนมปังยังคาอยู่เต็มปาก
“แค่ก ๆ ๆ” เมื่อรู้ว่าเป็ใครเธอก็สำลักขนมปังจนเกือบจะติดคอตายเท้าเปล่าทั้งสองของเนย่าก็ทะยานไปข้างหน้าทันที
ชายคนนั้น ชายแก่คนนั้นที่เธอขโมยถุงทองของเขามา ฝีเท้าเร่งเต็มที่แต่ทว่า...พรึ้บ!! ชายชราก็มายืนดักหน้าเธอราวกับเหาะได้ทั้งที่แก่งอมขนาดนี้ไม่น่าจะตามเธอได้ทัน ชายชราคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อขาด ๆ ของเนย่าก่อนที่เธอจะหันหลังวิ่งหนีได้อีกหน
“ปล่อยหนูนะ ปล่อยหนู หนูไม่รู้เื่” เนย่าพยายามดิ้นรนหาทางหนีจากเงื้อมมือคนแปลกหน้าแต่ทว่า
“เธอนี่มันทโมนจริง ๆ ดุ ๆ อย่างนี้ล่ะฉันชอบ เอาล่ะตั้งใจฟังฉันดีกว่าเนย่า” อาการดิ้นรนเอาตัวรอดเมื่อครู่ของเนย่าหยุดลงทันทีเมื่อเขาเอ่ยชื่อเธอ
“ท่านรู้จักหนูงั้นรึ” เนย่าหันมาสบั์ตาสีหมอกอย่างมีคำถาม ผมสีเลายาวระต้นคอกับใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นของวัยบ่งบอกได้ชัดว่าเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาแค่ไหน
“ใช่ฉันรู้จักเธอ และฉันจะพาเธอไปส่งผู้คุมกฎ” ชายชราบอกยิ้ม ๆ
“ไม่นะ ไม่ ในเมื่อท่านรู้จักหนูทำไมถึงต้องพาหนูไปให้ผู้คุมด้วยเล่า” เนย่าทั้งเตะทั้งตะกายแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็ผล เธอกลัวเหลือเกินที่จะต้องตกไปอยู่ในมือของเหล่าบุคคลที่ถูกเรียกว่าผู้คุมกฎพวกเขาสวมชุดดำหน้าตาดุร้าย แถมครั้งหนึ่งตอนเธอแอบไปช่วยชาร์กัส พวกผู้คุมกฎนี่แหละ ที่ใช้แส้ใหญ่เฆี่ยนเธอตั้งหลายหน แต่เธอก็ยังสามารถหนีรอดมาได้ ขืนถูกจับได้อีกครั้งพวกผู้คุมกฎจะต้องเฆี่ยนเธอตายแน่ ๆ
“ฉันรู้จักเธอก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเมตตาคนที่ขโมยของ ของฉันนี่นา” ชายชราทำท่าครุ่นคิด
“ได้โปรด ท่านผู้ใจบุญ ปล่อยหนูไปเถอะถือว่าทำบุญทำทานปล่อยหมาขี้เรื้อนอย่างหนูสักครั้งหนูจะไม่ลืมบุญคุณท่านเลย” เนย่าคุกเข่าลงกอดขาชายชราแทบจะในทันที และออดอ้อนน้ำตาคลอปริ่มอย่างน่าสงสาร
“ฮะ ๆ ๆ เธอนี่นะหมาขี้เรื้อน ฮึ ๆ ฉันให้อภัยเธอก็ได้ แต่เธอต้องไปนำของที่ขโมยมาคืนฉันให้ครบก็แค่นั้น” ชายชราต่อรองอีก แต่เนย่ากลับกลอกตาไปมาอย่างลังเล จะให้เธอนำมาคืนได้อย่างไรในเมื่อเธอแบ่งให้เพื่อน ๆ ไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลือของเธอก็มีไม่มากแล้วด้วย
“หนู หนู เอ่อ...หนูคืนนี่ให้ท่านได้ไหมส่วนทองนั่น เอ่อ...” เนย่าอึกอักและถอดสร้อยคอส่งให้ชายชราแต่ทว่า...
“ไม่ได้! เธอต้องเอามาให้หมด” ชายชราทำเสียงดุ และผลักมือน้อยที่ยื่นสร้อยให้เขาคืนไป เนย่าถึงกับสะดุ้งโหยงดูเหมือนเธอจะไม่ได้เป็นางโจรน้อยผู้เก่งกาจอีกแล้ว เขาจะต้องนำตัวเธอไปส่งผู้คุมกฎแน่แล้ว
“โธ่! ท่านผู้ใจบุญ หนูแบ่งให้เพื่อน ๆ ไปหมดแล้ว คงหามาคืนท่านไม่ครบหรอก” เนย่าต่อรองเสียงอ่อน แต่มือเล็ก ๆ แสนมอมแมมนั้นยังคงเกาะชายเสื้อของชายชราและเขย่าไปมาอย่างขอร้อง
“เช่นนั้นฉันจะส่งเธอไปหาผู้คุมกฎ” ชายชราจับคอเสื้อวิ่น ๆ ของเนย่าให้ยืนขึ้น
“ไม่ ๆ ๆ นะ ท่านจะให้หนูทำอะไรหนูยอมทุกอย่างเลย ขออย่างเดียวอย่าพาหนูไปหาพวกผู้คุมกฎนะ” เนย่าอ้อนวอนอีกครั้งและคุกเข่ากอดขาชายชราแน่น
“เธอแน่ใจนะเนย่า” ชายชราเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“อื้อ! หนูยอมท่านทุกอย่างเลย” เนย่าพยักหน้ารัวเร็วด้วยความกลัว และไม่คิดว่าสิ่งที่ตามมานั้นคืออะไร
“ฮึ ๆ ดี ก่อนอื่นเราต้องมาตกลงกันก่อนว่าเธอจะเชื่อฟังฉันทุกอย่าง” ชายชราแกะมือน้อย ๆ นั้นออกและจับไหล่เล็ก ๆ ไว้เพื่อพิจารณาเด็กหญิงชัด ๆ
“ได้เลย ๆ ท่าน” ดวงตาสีมรกต ฉายแววมั่นใจ
“เธอจะไม่ขโมยของอีกเป็อันขาด”
“ได้! หนูจะไม่ขโมยของอีก” เนย่าหลบสายตาเล็กน้อย เมื่อต้องสัญญากับผู้มีอำนาจเหนือกว่าว่าจะไม่ขโมยของ แม้ในใจจะคิดว่าเธอจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่ต้องขโมยของอีกต่อไป แต่เธอก็ต้องรับปากไปก่อนเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เพราะไม่รู้ว่าคนแก่ ๆ แต่ท่าทางแข็งแรงขนาดนี้จะทำอะไรกับเธอบ้าง
“และเธอจะไม่อยู่ที่นี่อีก” ชายชราไม่รอให้เนย่าคิดต่อ เขาเพิ่มข้อเสนออีกข้อทันที
“หนูจะไม่...ทะ ท่านหมายความว่ายังไง” เนย่าตะแคงคออย่างสงสัย คิ้วเรียวสวยนั้นขมวดกันเป็ปม
“ก็หมายความว่าเธอจะต้องไปอยู่กับฉันน่ะสิเนย่า” ชายชราลูบหัวเนย่าเบา ๆ อย่างเอ็นดู แววตาชายความเมตตาอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ว่า...” เนย่าลังเล ชายคนนี้จะเอาเธอไปขายตลาดแรงงานเด็กหรือเปล่า หรือจะเลี้ยงเธอให้อ้วนแล้วชำแหละเครื่องในเธอไปขายอย่างที่ได้ยินผู้ใหญ่ในตลาดชอบพูดกัน โอ~ ไม่นะ
“ไหนว่าเธอจะเชื่อฟังฉันไง” ชายชราจับไหล่ของเนย่าทั้งสองข้างไว้และคุกเข่าให้อยู่ในระดับเดียวกับเด็กหญิง
“หนูเชื่อฟังท่าน แต่ไม่ไว้ใจท่าน” เนย่าตอบอย่างไม่ต้องคิด ก็เธอไม่ไว้ใจเขาจริง ๆ นี่น่า นี่ถ้าใส่เกียร์หมาได้คงทำั้แ่วินาทีแรกที่เขาบอกจะพาไปส่งพวกผู้คุมกฎหน้าเหี้ยมแล้ว
“เนย่าฟังฉันนะ เธอไม่ใช่หมาขี้เรื้อน เธอไม่ใช่หัวขโมย เธอไม่ใช่เด็กไม่ดี แต่เธอคือคนที่ถูกเลือก เธอไม่อยากหลุดพ้นจากวงจรชีวิตอดมื้อกินมื้ออย่างนี้รึไงล่ะ” ชายชราบีบไหล่เนย่าแน่นขึ้น ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกที่มีให้เธอได้รับรู้และเข้าใจ แต่เขาจะอธิบายยังไงให้เด็กหญิงที่ท่าทางหัวรั้นคนนี้เชื่อ
“หมายความว่ายังไง ที่ว่าหนูถูกเลือก” เนย่าทำเสียงแข็ง และขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า
“ตามฉันมาสิแล้วฉันจะเล่าให้เธอฟัง” ชายชราสะบัดชายเสื้อคลุมสีหม่นและออกเดินนำหน้าเนย่าไป เนย่าลังเลอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะถลาร่างเล็ก ๆ มอมแมมตามไป ด้วยความสงสัยใคร่รู้ในเื่ที่เขาจะเล่า แม้จะสงสัยในตัวของชายชราอยู่มากมาย ที่ดูเหมือนเขาจะเพี้ยน ๆ เพราะแต่งตัวแปลก ๆ เสื้อคลุมสีมอ ๆ หนาเตอะ รองเท้าบูทยาวไปจนถึงหัวเข่า เขาต่างจากครั้งแรกที่เธอเจอลิบลับก็จริง แต่ถ้ามันทำให้เธอไม่ต้องอดอีกต่อไปล่ะมันก็น่าสนใจอยู่นะ
“เนย่าเธอคิดว่าัมีจริงไหม” ชายชราเอ่ยถามระหว่างที่เดินตามชายชรา เนย่าก็เอาแต่คิดว่าทำไมสองข้างทางช่างผ่านไปรวดเร็วราวกับย่นระยะทางได้ จนกระทั่งได้ยินคำถามที่เธอคิดว่าตลกที่สุดในชีวิตจึงได้หยุดคิดชั่วขณะ
“ไม่มีหรอกนิทานหลอกเด็กทั้งนั้นแหละ พวกผู้ใหญ่ชอบกุเื่ขึ้นมาเพื่อหลอกให้เด็กเชื่อฟัง” เนย่าเบ้ปาก เธอคิดว่าชายชราคงจะมาหลอกเธอให้หลงเชื่ออะไรที่ไม่มีจริงในโลกใบนี้ นี่ไงคนเพี้ยนจริง ๆ ด้วยพูดเื่อะไรกันัมีจริงที่ไหน
“ฮึ ๆ แล้วเธอไม่ใช่เด็กเหรอเนย่า เธอเพิ่งจะสิบสองเองนี่” ชายชราหัวเราะเบา ๆ นี่เขารู้จักเธอดีแค่ไหนกันนะ ตาแก่นี่ต้องไปแอบถามประวัติเธอที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแน่ ๆ เลย
“ไม่ใช่เด็กที่ให้ผู้ใหญ่หลอกง่าย ๆ ล่ะกัน” เนย่าตอบกลับอย่างฉะฉาน เธอไม่มีทางให้ใครมาหลอกง่าย ๆ แน่ นั่นก็เพราะเธอสามารถหลอกผู้ใหญ่โง่ ๆ ได้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วน่ะสิ
“แต่เธอก็เดินตามฉันมาทั้งที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเธอตามฉันมาทำไม” ชายชราหันมาส่งยิ้มให้
แน่นอนเธอรู้จุดประสงค์นั่นเพราะเธอจะไม่อดอีกต่อไป แต่ก็คงบอกเขาไม่ได้เพราะถ้าตาแก่นี่รู้ มีหวังก็คงหัวเราะเยาะเธอเป็แน่ เพี้ยนแล้วยังจะเ้าเล่ห์อีก เนย่าคิด
“ก็หนูอยากรู้” เนย่าเขย่งปลายเท้านิดหนึ่งขึ้นราวกับจะท้าทายผู้ที่หันหน้ามาทางเธอแล้วมองด้วยแววตาเอ็นดู
“อยากรู้เื่อะไรล่ะ” ชายชรายกยิ้มอย่างใจเย็น
“เื่ที่ท่านจะเล่าให้ฟัง” เื่ที่เธอจะไม่อดต่างหากล่ะ
“ไหนเธอว่าเป็แค่นิทานหลอกเด็กไง”
“ไหน ๆ ก็ตามมาแล้วนี่นา” เนย่าตอบอย่างเสียไม่ได้
“มองขึ้นไปบนฟ้าสิเนย่า” เนย่าแหงนหน้าขึ้นมองตามนิ้วมือเหี่ยวย่นของชายชราและ...
“นั่นอะไรน่ะ” เนย่าอุทานเสียงหลงกับสิ่งที่พบเห็น นกั์หรือไรไม่แน่ใจ แต่ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสะท้อนนั้นกลับมีเงาขนาดมหึมาทาบทับจนมองเห็นเ้าตัวประหลาดขนาดใหญ่ราวกับปีศาจร้ายยามราตรี
เงาของมันดูน่ากลัวและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน จังหวะการกระพือปีกในแต่ละครั้งส่งเสียงดังพึ่บพั่บราวกับเสียงผ้าที่โบกไหวยามต้องลมแรง หางยาวเรียวส่วนปลายลักษณะคล้ายหนามนั้นโบกไหวไปมาทำหน้าที่หางเสือบังคับทิศทาง ในขณะที่เนย่ากำลังตก และแล้วเ้าตัวประหลาดก็หุบปีกกลางเวหาและทิ้งดิ่งลงมายังที่ที่เธอและชายชรายืนอยู่
ก๊าสสสสสสสสสสสสสสส!!!! เสียงคำรามชวนแสบแก้วหูทำให้เนย่ายกมือปิดหูเบิกตาโพลงและทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงด้วยความใ มันมาแล้ว! มันมาแล้ว!! มันต้องฆ่าเธอแน่ เนย่าใช้สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดเตรียมใส่เกียร์หมาอีกครั้งแต่ชายชราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คว้าคอเสื้อเธอไว้
“หนีเร็ว ๆ ท่าน” เนย่าฉุดมือเขาให้วิ่งด้วย
“ไม่ต้องกลัว วีโนส ไม่ทำร้ายเธอกับฉันหรอก” สิ้นคำ ร่างขนาดั์ก็กระทบพื้นเสียงสนั่นปีกกางสยายอย่างทรงอำนาจและหุบลง ขาหน้าที่สั้นกว่าขาหลังยกขึ้นพร้อมกับลำตัวที่เชิดขึ้นเล็กน้อยมันส่ายสะบัดแพงคอที่เป็หนามไปมาสองสามครั้ง
เนย่าได้แต่ยืนตาค้าง ในขณะที่ชายชราเดินเข้าไปหาเ้าปีศาจนั่น เกล็ดของมันเป็สีเงินทั่วทั้งตัว ดวงตาสีแดงขนาดใหญ่ราวกับไฟนรกที่โหมไหม้ เขาทั้งคู่ของมันยาวแหลมและโค้งไปด้านหลังในระนาบเดียวกันแพงคอที่เป็หนามแหลมกระพือขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างน่ากลัว กรงเล็บทั้งหมดบริเวณขาหลังทั้งสองสีเดียวกับเกล็ดจิกลงไปบนผืนหญ้าจนเกิดรอยลึก มันขยับตัวไปมาอย่างวางอำนาจก่อนจะยื่นหน้าที่มีลมหายใจอุ่นร้อนเข้ามาใกล้เนย่า
“นี่ไงล่ะนิทานของเธอ เนย่า”