“คุณย่าขา...”พันดาวลงจากรถได้ก็รีบถลาเข้าไปในบ้านหลังกระทะรัดของคุณย่าครองขวัญโดยไม่คิดจะช่วยใครอีกคนที่ก้าวตามลงมาถือข้าวของเข้ามาในบ้านเลย“คิดถึงคุณย่ามากเลยค่ะ” หญิงสาวถลาไปนั่งใกล้กับคุณครองขวัญ
“คิดถึงแต่ไม่คิดมาหาเนี่ยนะคิดถึงแต่ปากหรือเปล่าฮึ”
“ไม่ใช่นะคะ...หนูดาวมาหาคุณย่าออกบ่อย”พันดาวพยักหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานสำทับ เธอไม่จำเป็ต้องบอกว่าทำไมถึงไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับคุณย่าที่ท่านเองก็รู้แก่ใจดี
“คุณย่ากลับมาเมื่อไหร่คะแล้วทำไมไปคราวนี้ถึงไม่ชวนหนูดาวไปด้วย”
“ย่าก็อยากจะชวนเราเหมือนกันแต่ตัดสินใจปุ๊บปั๊บมาก” ครองขวัญยกมือลูบผมพันดาวอย่างค่อนข้างแปลกใจ“ทำไมหนูถึงตัดผมละลูก”
“ตัดแล้วเป็ยังไงบ้างคะน่ารักเหมือนเดิมหรือเปล่า ตอนที่หนึ่งมาเห็น มันก็ใเหมือนกันค่ะไม่คิดว่าหนูดาวจะบ้าบอตัดผมเสียจนสั้นเต่อเลย”พันดาวยกมือลูบผมตัวเองที่ถูกซอยจนสั้นอย่างรู้สึกไม่ค่อยชินเหมือนกัน
“หนูดาวอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างนะคะไว้ผมยาวมานานมากแล้ว การดูแลรักษาก็วุ่นวาย สระแล้วต้องทำให้แห้งต้องหมักต้องบำรุงรักษา ก็เลยคิดว่าตัดไปเลยดีกว่า”เธอเหลือบตาไปมองคนที่หิ้วข้าวของตามหลังมา ก่อนจะส่งไปให้แม่บ้านรับไปต่อแล้วมานั่งอยู่ตรงข้ามกับคุณย่า ตอนที่นั่งมาด้วยกันในรถ เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขาคอยเหลือบมองอยู่หลายครั้งแหละแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรและเธอเองก็ไม่คิดอยากที่จะสนทนากับเขาด้วย
“ผมที่ตัดก็เอาไปบริจาครู้สึกสบายใจมากเลยค่ะ” ผมก็ตัดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่แหวนในกระเป๋าเท่านั้นที่จะส่งคืนสู่เ้าของ...หลังจากที่คืนของไปเธอก็คงจะไม่มีหน้ามาที่บ้านหลังนี้อีกแล้ว เพียงแค่คิด...ในอกโหวงเหวงในใจก็ราวกับถูกเกลียวเชือกที่มีหนามผูกรัด
“ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ”
พันดาวละจากการกอดคุณย่าครองขวัญไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ห่างจากแดนเหนือไปสามตัว“คุณย่าดูสดชื่นนะคะ”
“จ้ะที่นั่นอากาศดีมาก ย่าว่าถ้าหากมีโอกาสจะกลับไปอีก หนูดาวจะไปกับย่าไหม”
“หนูไม่รับปากนะคะเผื่อว่าตอนนั้นหนูดาวทำงานแล้ว” พันดาวทำหน้าหมองเล็กน้อยคราวนี้เธอเลือกที่จะไปทำงานยังที่ห่างไกลจากบ้านเกิดหลายร้อยกิโล...คงหลายปีกว่าจะได้มาที่บ้านนี่อีก
แดนเหนือหันไปมองพันดาวทันทีคิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากัน ในสายตาเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจ
“หนูคิดจะทำงานอะไรละลูกหางานได้หรือยัง ไปทำที่บริษัทเหนือไหม เดี๋ยวย่าฝากให้” ครองขวัญเอ่ยถามด้วยความปรานี
ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอะโตะครุบในทันทีเลยแม้งานนั้นจะไม่ตรงกับสายงานที่เคยเรียนมาและมีความยากมากก็ตามเถอะแต่ถ้ามันเป็เหตุผลให้เธอได้อยู่กับแดนเหนือละก็...ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้แต่ตอนนี้แม้ใจส่วนใหญ่ยังอยากจะเข้าใกล้กับเขา ทว่า...ตัดใจั้แ่ตอนนี้ดีกว่าจะต้องเ็ปชอกช้ำไปชั่วชีวิตดีกว่า
“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณย่าแต่ไม่เอาดีกว่า หนูดาวเกรงใจคุณย่า เกรงใจพี่เหนือด้วย อีกอย่างงานที่หนูดาวอยากทำไม่ตรงกับงานของพี่เหนือด้วยนะคะถ้าทำได้ก็ดีไป ทำไม่ได้ คนฝากฝังก็จะเสียชื่อไปด้วย” ปฏิเสธให้แล้วนะ ที่นี่ก็ไม่ต้องเขม่นหน้าเธอจนจะขย้ำให้เละแล้วล่ะ
“เดี๋ยวผมดูให้นะครับคุณย่าอาจจะตำแหน่งไม่สูงมาก แต่น่าจะอยู่สบายและงานไม่หนักหนามากคิดว่าเป็งานที่หนูดาวทำได้แน่นอน”
หะ!พันดาวได้แต่อ้าปากค้างด้วยคาดไม่ถึงว่าแดนเหนือจะยอมทำตามคำขอของคุณย่ารับเธอเข้าไปทำงานด้วย เอ่อ...อีตาแดนเหนือไปกินอะไรผิดสำแดงมาใช่ไหมถึงได้ยินยอมให้เธอไปทำงานด้วย มันช่างเป็อะไรที่ อเมซิงมากเกินไปแล้วไหม
“มะ...ไม่ต้องหรอกค่ะหนูดาวเกรงใจพี่เหนือ ไม่อยากจะรบกวน อีกอย่างหนูดาวก็พอมีงานที่สนใจอยู่แล้วด้วย”พันดาวรีบบอก พลางคิดหาทางเปลี่ยนเื่ก่อนที่ตัวเองจะหลุดบอกความจริงเื่งานที่กำลังคิดจะไปทำเพราะถ้าคุณย่ารู้เข้า ท่านย่อมไม่ยินดีและยินยอมให้เธอเดินทางไปไกลถึงเพียงนั้นแน่
“เกรงใจอะไรรบกวนอะไรกัน ในเมื่อเป็คู่หมั้นกัน ผมจะหางานที่ดีให้คู่หมั้นทำมันจะผิดแปลกตรงไหน ใช่ไหมครับคุณย่า”
รอยยิ้มที่มุมปากกับสายตาวามวาวของแดนเหนือทำให้ขนบนหลังเธอลุกเกรียว
นี่มัน...ผิดปกติอย่างแรงแล้วนะเกิดอะไรขึ้นกับแดนเหนือ หรือว่าเมื่อวานระหว่างทางกลับบ้านเขาถูกคนทำร้ายจนสมองเลอะเลือน
“หนูดาวสนใจอยากทำงานอะไรละลูก”
“หนูดาวเรียนไม่สูงความสามารถก็ไม่ค่อยมี ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น หน้าตาก็พอไปวัดไปวาตอนสายไม่อายพระอายเณรคิดว่างานที่จะไปหาทำดูก็คงจะเป็พวกลูกจ้างทั่วไปนะคะ” เธอไม่ได้ประชดแต่รับความจริงที่ตัวเองเป็ได้
“สายแล้วคุณย่ายังไม่ทานอะไรใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูดาวเข้าไปช่วยป้าสายทำอาหารในครัวดีกว่า”พันดาวหาทางเลี่ยงจากการคุยเื่งาน แต่...ดูเหมือนว่าหนทางของเธอจะปิดตายเพราะถูกแดนเหนือจ้องเล่นงานแบบไม่ให้หยุดพักหายใจและมีเวลาคิดโต้ตอบกลับไป
“ถ้าผมจำไม่ผิดหนูดาวมีฝีมือด้านการทำอาหารใช่ไหมครับคุณย่า”
“ใช่จ้ะ” ครองขวัญตอบหลานชาย“หนูดาวไปช่วยย่าทำอาหารแจกคนที่วัดอยู่บ่อย ๆ เหนือเองก็ไปนี่ย่ายังจำได้เลยนะว่าเหนือยังเอ่ยปากชมเลยว่าอาหารที่หนูดาวทำอร่อย”
เธอไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่แดนเหนือคงจะชมไปอย่างนั้นเองแหละ ขนาดหน้าเธอเขายังไม่มอง แล้วมีหรือจะสนใจทานอาหารที่เธอทำ
“อย่างวันก่อน เพราะย่าไปปฏิบัติธรรมแต่แผนงานทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว ย่าก็เลยขอให้หนูดาวเป็แม่งาน ซื้อข้าวของไปให้คนที่ลำบากและทำอาหารไปเลี้ยงเด็กและคนทั่วไปที่วัดไงเหนือเองก็ต้องไปด้วยนี่” ครองขวัญมองหลานชายอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
เขาไปจริง และเป็การไปเพื่อไปทำให้เธอหน้าแหกแตกจนละเอียดยิบไง่ที่เธอไปทำบุญแจกข้าวของ แจกขนมและอาหารที่วัดหรือไม่ก็โรงเรียน คุณย่าเคยพูดไว้ว่าเธอเป็คู่หมั้นของหลานชายป่าวประกาศจนคนเขารู้กันไปทั่วแล้ว แต่พอคุณย่าไม่ไปด้วย เขาดันพาแฟนสาว!ไปเป็แม่งาน สั่งการตามที่ตัวเองพอใจ จนเธอกับพนักงานและคนที่มีใจร่วมบุญร่วมกุศลปวดหัวกันไปเป็แถบ...ตบเสียจนเธอหน้าชาไปเลย
“พี่เหนือไปค่ะคุณย่าเอาเงินไปให้หนูดาวไปซื้อของมาทำอาหาร” ไม่ได้เอาไปให้ด้วยตัวเองหรอกนะแต่เอาเงินใส่ซองแล้วให้คุณเลขานารีรัตน์พาไปให้เธอผ่านคนอื่นอีกทีด้วย ปล่อยให้เธอจัดการซื้อและขนข้าวของด้วยตัวเองดีนะที่ยังมีชาวบ้านที่ใจบุญตามไปช่วยเหลือไม่อย่างนั้นงานวันนั้นคงจะไม่ได้เกิดหรอก คิดแล้วมัน...ทั้งเจ็บใจและแค้นใจอย่างที่สุดแต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ เธอผิดเองที่ไปมีความรู้สึกรักชอบเขา
“แล้วก็อยู่จนงานเสร็จด้วยค่ะ”อยู่จนงานเสร็จแต่ไม่เอ่ยปากให้ใครช่วยเหลือเธอเลยและยังบอกให้พนักงานที่มีน้ำใจมาช่วยงานกลับบ้านกันได้เลยส่วนตัวเองก็สะบัดตูดขึ้นรถกลับกับแฟนสาวปล่อยให้เธอจัดการเก็บกวาดทุกอย่างเพียงลำพังแต่ก็ยังดีที่มีชาวบ้านคอยช่วยเหลืออยู่ กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นลงก็ย่ำค่ำแล้วเธอทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน เหนียวตัวไปหมด หิวด้วย เพราะมัวแต่ช่วยคนอื่นจนไม่มีเวลาได้ทานถ้าเป็ตอนนั้นในหัวเธอคิดเพียงอย่างเดียว
‘พี่เหนือคงเหนื่อยก็เลยรีบกลับบ้าน’ แต่ตอนนี้นะ พอคิดย้อนหลังไปเธออยากจะข่วนหน้าเฉยชาให้เป็ริ้วเป็รอย อยากตบกะโหลกตัวเองว่าคิดอย่างนั้นได้ยังไงโง่...ขอย้ำคำนี้มากหน่อยละกัน โง่...มากถึงมากที่สุดล่ะแต่ตอนนี้ดีขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว ไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ
“คุณย่าไม่ต้องห่วงนะครับต่อไปนี้ผมจะดูแลหนูดาวให้ดี”
พันดาวได้แต่อ้าปากค้างเธอคงไม่ได้หูฝาด...หูเพี้ยนไปหรอกนะ แต่เธอยิ่งกว่าโดนผีหลอกเข้าให้ด้วยเมื่อเห็นว่าแดนเหนือยิ้มให้...แม้ว่ามันจะเป็เพียงแค่รอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากก็ตาม
“ดูท่าป้าสายน่าจะทำอาหารเสร็จแล้วเราไปคุยต่อกันทีโต๊ะอาหารดีกว่าครับ”
พันดาวถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมีรายการขัดจังหวะให้เธอได้มีเวลาคิดและหายใจ แต่...
“ทำไมถึงไม่ใส่แหวนหมั้นล่ะ...หือ...”
ถ้าคนเราหัวใจไม่เต้นแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ตอนนี้เธอคงเป็เช่นนั้นแหละ...