ต่งเสี่ยวเสี่ยวขำพรืดออกมาด้วยความขุ่นเคืองใจ
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆความหวังดีกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไปซะแล้ว
ตอนนี้พอมีหนทางทำเงินขึ้นมาบ้างกลับเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ถ้าไม่รู้เรื่องราวมาก่อนคงคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวคนนี้รวยล้นฟ้าสินะ ที่จริงแล้วเธอไม่ได้เอาเปรียบป้าหลิวแม้แต่น้อย แค่คิดเงินตามราคาวัตถุดิบที่ใช้ไปเท่านั้น
เอาล่ะ ในเมื่อคิดว่าเธอเอาเปรียบก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องช่วยเหลือกันต่อไปอีก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาพลางปลอบใจตัวเองว่า ไม่จำเป็นต้องโกรธเคืองกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้หรอก
พริบตาเดียวก็ถึงเวลาเที่ยงวันแล้วแสงแดดยิ่งแผดเผา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเร่งมือทำงานให้เสร็จล่วงหน้า
พอกลับมาถึงบ้าน ฉินไห่เยว่ลูกสาวจอมขี้อ้อนก็ยกน้ำเย็นชื่นใจมาให้
"แม่คะน้ำพวกนี้พ่อเอาไปแช่ไว้ในบ่อเมื่อเช้านี้เองค่ะจะได้ให้แม่ดื่มแก้ร้อนตอนกลับมาจากทำงาน!"
ฉินไห่เยว่พูดด้วยเสียงเล็กๆเธอเอาผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บไว้ในกระเป๋า มาซับเหงื่อที่หน้าผากให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มอย่างอ่อนโยนเธอดื่มน้ำเย็นในชามจนหมด มันช่วยดับความร้อนในร่างกายเธอไปได้มากทีเดียว
เธอยื่นมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆของฉินไห่เยว่เบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
"หิวแล้วใช่ไหมวันนี้แม่ทำหมูสามชั้นตุ๋นให้กินดีไหม?"
หมูที่ซื้อมาเมื่อสองวันก่อนยังตุ๋นไม่หมดถ้าไม่รีบตุ๋น อากาศร้อนๆ แบบนี้หมูคงจะเสียหมด
พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาเล็กๆของฉินไห่เยว่ก็เป็นประกาย ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำด้วยความตื่นเต้นเธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
"เย้ๆ วันนี้มีหมูสามชั้นตุ๋นกินแล้ว"
ฉินไห่หยางมองน้องสาวกับแม่คุยกันด้วยความอิจฉาเขาก็อยากจะสนิทกับแม่แบบนี้บ้าง
อาจเป็นเพราะสายตาของฉินไห่หยางต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงหันไปมอง ก็สบกับสายตาที่ผิดหวังของฉินไห่หยางพอดีเธอจึงจูงมือฉินไห่เยว่เดินไปหาฉินไห่หยาง
"ดูแลน้องดีๆ นะเดี๋ยวแม่ไปทำหมูสามชั้นตุ๋นให้กินก่อน!"
เธอพูดจบ ก็ไม่ลืมหยิกแก้มเล็กๆของฉินไห่หยาง
จู่ๆ แม่ก็เข้ามาทำดีสนิทสนมด้วยทำให้ฉินไห่หยางดีใจจนแทบจะลอย แต่ภายนอกกลับทำท่าทางเป็นผู้ใหญ่ จับมือน้องสาวแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง "ครับ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขำกับท่าทางของฉินไห่หยางเธอถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เธอซับเหงื่อที่หน้าผาก แล้วเดินเข้าไปในครัว
เธอจัดแจงล้างมือให้สะอาด สวมผ้ากันเปื้อนแล้วจัดการเอาหมูออกจากหม้อ ทำความสะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
เธอเอาหมูใส่หม้อ เติมน้ำเพื่อลวกหมูก่อนจะตักฟองที่ลอยอยู่บนผิวน้ำออก แล้วตักหมูสามชั้นขึ้นมาใส่ลงในหม้อคั่วให้แห้ง พอคั่วจนเหลืองทั้งสองด้านแล้วก็ตักขึ้น
เธอใส่หมูสามชั้นที่คั่วแล้วลงในหม้ออีกครั้งใส่น้ำผึ้งสองช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายหนึ่งช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วสูตรพิเศษ และเครื่องเทศหลังจากนั้นก็ปิดฝาหม้อ เปลี่ยนเป็นไฟอ่อนแล้วเริ่มเคี่ยว
ในระหว่างนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวตักข้าวสารสองทัพพี ล้างให้สะอาด เทน้ำในปริมาณที่พอเหมาะแล้วนำไปหุง
เวลาผ่านไปไม่นาน ควันไฟก็ลอยขึ้นมาในครัวส่งกลิ่นหอมของเนื้อไปทั่ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวคอยควบคุมไฟสังเกตหมูสามชั้นในหม้อเป็นระยะๆ
ระหว่างนั้นฉินไห่เยว่ก็วิ่งเข้ามาด้วยแล้วพูดว่า
"แม่คะ พี่สาวสวีซิ่วมาหาแม่ค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองไปนอกประตูเห็นสวีซิ่วยืนลังเลอยู่ในลานบ้าน เธอลูบผมที่ฟูฟ่องของฉินไห่เยว่อย่างอ่อนโยนแล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า "ไปบอกพี่สาวว่าให้รอแม่แป๊บหนึ่งนะเดี๋ยวแม่ออกไป"
ฉินไห่เยว่พยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้ววิ่งออกไป
พอเห็นว่าหมูตุ๋นได้ที่แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวเปิดฝาหม้อ ตักหมูสามชั้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะเธอรอให้หมูตุ๋นเย็นลงสักหน่อยแล้วค่อยยกออกไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลัวว่าสวีซิ่วจะรอนานเธอจึงถอดผ้ากันเปื้อน ก่อนจะเดินออกไป
"สวีซิ่ว!"
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวออกมาสวีซิ่วก็รีบลุกขึ้น
"พี่เสี่ยวเสี่ยว!"
"มาเร็วจังเลยกินข้าวเที่ยงมาหรือยัง?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งลงเธอถามด้วยความเป็นห่วง
สวีซิ่วพยักหน้า เธอลังเลอยู่สักพักก่อนจะพูดออกมา
"ที่พี่พูดว่าจะพาฉันไปหาเงินมันจริงเหรอคะ?"
เธอยังมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูหลายปีมานี้เหนื่อยสายตัวแทบขาดกว่าจะพอประทังชีวิตไปได้
เมื่อวานเธอลองกลับไปคิดทบทวนคำพูดของต่งเสี่ยวเสี่ยว
ถ้าวิธีหารายได้เพิ่มขึ้นชีวิตก็คงจะดีขึ้นบ้าง คงจะไม่ต้องลำบากขนาดนี้พอได้กินมื้อนี้แล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้กินมื้อหน้าอีกเมื่อไหร่
ดังนั้นพอดูแลลูกเสร็จแล้วเธอก็รีบร้อนมาหาต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มบางๆ"เธอคิดว่าฉันพูดเล่นหรือไง?"
สวีซิ่วเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างยากลำบากในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน เธอก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอเข้าใจดีว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องแบกรับภาระหนักขนาดไหนในการที่จะเลี้ยงดูครอบครัว
สวีซิ่วส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว
ความสามารถของต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นที่รู้กันดีและในระหว่างทางที่เธอมานั้นก็ได้ยินข่าวลือจากคนอื่น
เมื่อวานป้าหลิวรับซานจาจิ่วจากต่งเสี่ยวเสี่ยวไปขายในเมืองได้ยินมาว่าทำเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียว
พอคิดได้แบบนั้นสวีซิ่วก็พูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
"ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวมากเท่าไหร่พี่เสี่ยวเสี่ยว ฉันขอซานจาจิ่วไปขายในเมืองก่อนได้ไหม พอขายได้แล้วฉันค่อยคืนเงินให้พี่ทีหลัง?"
เธอรู้ว่าต้นทุนในการทำซานจาจิ่วสูงมากแค่น้ำตาลทรายเธอก็ไม่มีปัญญาซื้อแล้ว อย่าว่าแต่วัตถุดิบอื่นๆ เลย
แต่เธอก็ไม่อยากปล่อยโอกาสในการทำเงินที่ดีแบบนี้ไปจึงทำใจกล้าเอ่ยปากออกไปก่อน
แต่เสียงของต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับพูดขึ้นมาก่อน
"ใครบอกว่าฉันจะให้เธอไปขายซานจาจิ่วกัน?"
สวีซิ่วเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงงเธอพูดเจื่อนๆ ว่า "พี่บอกว่ามีหนทางทำเงินถ้านอกจากนี้...ฉันก็คิดอย่างอื่นไม่ออกแล้วค่ะ"
เธอเกิดในชนบท อ่านหนังสือไม่ออกสักตัวแถมยังไม่มีความสามารถอะไร ทำได้แค่ทำงานหนักๆ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเรียกเธอให้ไปขายของเธอก็คงทำได้แค่ตะโกนเรียกลูกค้า
"ตอนบ่ายฉันตั้งใจจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเอามาแปรรูปแล้วค่อยเอาไปขายในเมือง ฉันจะสอนให้เธอรู้จักสมุนไพรต่างๆพอเธอเก็บสมุนไพรมาได้ ก็เอาไปขายในเมือง ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้เหมือนกัน"
สวีซิ่วฉลาดและยังเรียนรู้ได้เร็ว
ได้ยินอย่างนั้นเธอก็รู้สึกดีใจมากแต่ไม่นานก็เหมือนกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออกไป น้ำเสียงก็อ่อนแรงลงไปด้วย
"พี่ชมฉันเกินไปแล้วเรื่องการปรุงยาอะไรแบบนั้น ฉันจะไปเรียนรู้ได้ยังไง!"
"ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนสอนไม่ใช่เหรอเอาล่ะ เธอกลับไปเตรียมตัวให้ดีก่อนเถอะ ดูแลลูกให้เรียบร้อยแล้วตอนเย็นเราค่อยขึ้นเขา แต่ต้องกลับมาให้เร็วหน่อยนะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ขี้เกียจจะอ้อมค้อมเธอไม่ให้โอกาสสวีซิ่วได้ปฏิเสธ ก็จัดการทุกอย่างเองให้เสร็จสรรพ
ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว สวีซิ่วยังปฏิเสธอีกเธอก็คงจะไม่รู้จักบุญคุณคนแล้ว สวีซิ่วจึงเม้มปากแน่น แล้วพยักหน้า
"เดี๋ยวก่อน"
เธอกำลังจะลุกขึ้นจากไปก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวเรียกไว้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบเดินเข้าไปในครัวถือชามเล็กๆ ใบหนึ่ง ตักหมูสามชั้นตุ๋นมาสองสามชิ้น ยัดใส่มือเธอ
"วันนี้ตอนเที่ยงฉันตุ๋นหมูสามชั้นไว้เธอเอาไปแบ่งกับลูกนะ"
สวี่ซิ่วได้รับการช่วยเหลือซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้เธอก็เกรงใจจะแย่แล้วพอต่งเสี่ยวเสี่ยวให้หมูสามชั้นตุ๋น เธอก็ยิ่งไม่กล้ารับ
"ไม่ได้หรอก ตอนนี้เนื้อแพงมาก เด็กๆกำลังโต เก็บไว้ให้เยว่เยว่กับหยางหยางกินเถอะนะคะ พี่ช่วยฉันมามากพอแล้วจะให้ฉันเอาเปรียบพี่ได้ยังไงกัน?"