หลี่เฉิงเฟิงส่ายหัวแล้วเอ่ยว่า “ข้าบอกไม่ได้ มันเป็ความลับ!”
“บอกไม่ได้? แม้แต่พ่อก็บอกไม่ได้รึ?”
“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงเฟิงตอบอย่างหนักแน่น หลี่ซื่อหมินจึงทำอะไรไม่ได้
เขารู้ว่าหลี่เฉิงเฟิงเป็คนไม้อ่อนไม้แข็งมิหวั่น หากเขายังรบเร้าถามต่อไป อีกฝ่ายอาจต่อต้านได้
อย่างไรก็ตามหลี่ซื่อหมินได้ยินจากโหวจุนจี๋เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เมื่อวานไท่ซ่างหวงหลี่ยวนใช้เวลาอยู่ที่จวนเจิ้นอ๋องทั้งวัน ไม่รู้เขากับองค์ชายแปดทำอะไรอยู่ข้างใน!
หลีซื่อหมินถอนหายใจเมื่อนึกถึงเื่นี้ การคาดเดาของเขา ถ้าไม่ใช่ก็นับว่าใกล้เคียง!
เป็ไปได้ว่าบันทึกของหลี่เฉิงเฟิงนั้น เป็หลี่ยวนที่มอบมันให้กับเขา!
ในเมื่อหลี่เฉิงเฟิงไม่อยากบอก เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอก!
“เสด็จพ่อ วันนี้ท่านมาหาข้าเร็วนัก มารับข้าไปฟังหารือหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ผิดแล้ว วันนี้พักผ่อน ไม่ว่าราชกิจ!”
“โอ้? เช่นนั้นข้าก็เล่นได้ทั้งวันเลยสิ? ฮ่าฮ่าฮ่า…”
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างมีความสุข
เมื่อไม่นานมานี้เขาใช้ความรู้จากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ
หากตอนเช้าเขาไม่ต้องไปฟังหารือ เขาก็จะสามารถใช้เวลา่เช้าทำสิ่งที่้าได้!
ทว่าหลี่ซื่อหมินส่ายหน้าอีกครั้งแล้วเอ่ยว่า “เฟิงเอ๋อร์ พ่อตัดสินใจแล้ว ั้แ่วันนี้เ้าไม่ต้องไปฟังหารืออีกต่อไป!”
“อันใดกันเสด็จพ่อ? ข้าเพิ่งฟังหารือได้สองวัน ท่านก็ไม่ให้ข้าไปแล้วหรือ? เพราะเหตุใดกัน?”
“อืม…เพราะพ่อตระหนักได้ว่า จากความเฉลียวฉลาดของเฟิงเอ๋อร์ เ้าไม่จำเป็ต้องฟังหารือเื่บ้านเมืองเลย!”
หลี่ซื่อหมินกล่าวต่อว่า “เดิมทีพ่อวางแผนว่าจะให้เ้าฟังหารือ เรียนรู้กิจบ้านการเมือง ทำความรู้จักกับขุนนางคนสำคัญในพระราชสำนักเป็เวลาสามเดือน หลังจากนั้นจึงค่อยให้เ้าไปเรียนที่สำนักอักษรของไหลกว๋อกงตู้หรูฮุ่ย!”
“ทว่าความสามารถของเฟิงเอ๋อร์ เกินกว่าที่พ่อจินตนาการนัก! ดังนั้นพ่อจึงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้เ้าฟังหารือในตอนเช้าแล้ว! ั้แ่วันนี้เ้าจะต้องไปเรียนที่สำนักอักษรแทน!”
“อันใดนะ? แต่ข้าไม่อยากเรียน”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้ว
หลี่ซื่อหมินหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “เฟิงเอ๋อร์ คนเราต้องเรียนรู้ นับประสาอะไรกับเ้าที่เป็เด็กอัจฉริยะอันดับหนึ่งในต้าถัง อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ! ถึงแม้เ้าจะฉลาดหลักแหลม แต่ไม่รู้ ‘สี่ตำราห้าคัมภีร์’ ก็นับว่าลำบากอยู่บ้าง ดังนั้นเราจะให้ไหลกว๋อกงสั่งสอนเ้าเป็อย่างดี เพื่อช่วยเหลือต้าถังยามเ้าเติบใหญ่!”
“สอน ‘สี่ตำราห้าคัมภีร์’ ให้ข้า? ไม่จำเป็เลยเสด็จพ่อ บางทีไหลกว๋อกงอาจรู้น้อยกว่าข้าด้วยซ้ำ!”
“เฟิงเอ๋อร์ อย่าเลอะเทอะ!”
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วพลางเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง “เฟิงเอ๋อร์ ไหลกว๋อกงเป็อัครมหาเสนาบดีของต้าถัง ในด้านวัฒนธรรม เขาติดหนึ่งในสามของทั้งต้าถัง ถึงแม้เ้าจะเป็องค์ชายแปดแห่งต้าถัง แต่เ้าก็ไม่สามารถดูถูกไหลกว๋อกงได้เช่นกัน! ดังนั้นั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าต้องไปเรียนกับไหลกว๋อกงที่สำนักอักษร!”
“มาเถอะ เคลื่อนขบวน เดินทางไปที่ยังสำนักอักษร!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา!”
“ข้าไม่ไป ข้าไม่อยากไปเรียนที่สำนักอักษร!”
เดิมทีหลี่ซื่อหมิน้าบังคังให้หลี่เฉิงเฟิงไปเรียนที่สำนักอักษร ทว่าหลี่เฉิงเฟิงคิดจะหนีไป เพราะถึงตายเขาก็ไม่อยากไปเรียน
หลี่เฉิงเฟิงคิดในใจว่า จับกลุ่มกับเด็กน้อยจะไปสนุกอะไร?
ถึงแม้ร่างกายของเขาจะเป็แค่เด็กวัยหกขวบ แต่จิตใจของเขาเป็ผู้ใหญ่ในวัยยี่สิบสองปีแล้ว!
ผู้ใหญ่เกาะกลุ่มกับเด็กน้อย มันจะน่าเบื่อเพียงไหนกัน?
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงคิดจะวิ่งหนี!
ทว่าหลี่ซื่อหมินรู้ทัน มือซ้ายของเขาคว้าตัวหลี่เฉิงเฟิงไว้ได้ทัน
หลี่ซื่อหมินถลึงตามองพลางตวาดว่า “เฟิงเอ๋อร์ วันนี้เ้าต้องไป ไม่อยากไปก็ต้องไป!”
“ไม่ไป ถึงท่านจะฆ่าข้าให้ตาย ข้าก็ไม่ไปสำนักอักษร!”
“บัดซบ เ้ากล้าไม่เชื่อฟังพ่อรึ?”
หลี่ซื่อหมินโกรธเกรี้ยว หลี่เฉิงเฟิงบังอาจหักหน้าตนต่อหน้าเหล่าคนใช้
ทว่าหลี่เฉิงเฟิงยังคงดื้อรั้น
หลี่เฉิงเฟิงกลอกตามองหลี่ซื่อหมินแล้วโพล่งขึ้นว่า “เสด็จพ่อ ท่านอย่าได้บังคับข้า!”
ระหว่างพูด มือเล็กของหลี่เฉิงเฟิงก็ััไปที่อ้อมแขนของเขา!
หลี่ซื่อหมินตื่นใ เป็ไปได้ไหมว่าเขาจะหยิบบันทึก ‘เื่ผิดศีลธรรมของหลี่ซื่อหมินในปีนั้น’ ออกมาอ่าน?
“ฮึ วันนี้ เราจะทำให้เ้ารู้ซึ้งถึงคำว่า แว่นแคว้นมีบ้านเมือง ตระกูลมีกฎตระกูล!”
หลี่ซื่อหมินโกรธแทบตาย ทว่าในฐานะจักรพรรดิแห่งแผ่นดิน เขาไม่สามารถแสดงความขุ่นเคืองบนใบหน้าได้
ดังนั้นหลี่ซื่อหมินจึงวางแผนที่จะแข็งข้อกับหลี่เฉิงเฟิงซึ่ง ๆ หน้า
ไม่ว่าอย่างไรวันนี้เขาก็ต้องชิงบันทึก ‘เื่ผิดศีลธรรมของหลี่ซื่อหมินในปีนั้น’ ในอ้อมแขนของหลี่เฉิงเฟิงมาให้ได้
ถึงแม้จะไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักที่ชายร่างใหญ่เช่นเขาจะขโมยของจากเด็ก
แต่หลี่เฉิงเฟิงก็เป็ลูกชายของเขาเอง หากจะสั่งสอนลูกชายของตนเอง ก็ไม่มีใครว่าร้ายอะไรเขาได้!
หลี่ซื่อหมินยังคงดึงมือซ้ายของหลี่เฉิงเฟิงไว้พลางคิดกับตัวเองว่า : เ้าวัวหัวแข็ง ขี้โมโหแล้วยังดื้อรั้น! กระนั้นเ้าก็เป็แค่เด็กหกขวบ ความแข็งแกร่งของเ้าจะเทียบเคียงหลี่ซื่อหมินผู้นี้ได้อย่างไร?
ครานั้น หลี่ซื่อหมินควบม้าถือดาบอยู่แนวหน้าบนสมรภูมิรบเช่นกัน
ข้าไม่เชื่อหรอกว่า วันนี้บิดาจะสั่งสอนบนเรียนให้เ้าลูกชายไม่ได้
“ฮึ…เฟิงเอ๋อร์ ถ้าเ้ายังดื้อดึงต่อไป ก็อย่าโทษที่พ่อหยาบคาย!”
ทว่าใน่เวลาที่หลี่ซื่อหมินฉุดลากด้วยมือทั้งสองข้าง เขาก็ต้องประหลาดใจ!
“หืม? ทำไมดึงไม่ได้?”
หลี่ซื่อหมินตกตะลึง ในใจคิดว่าเด็กคนนี้สมแล้วที่มีสายเืคนเถื่อนเมืองโยวโจว เขาแข็งแกร่งมากเพียงนี้เลยหรือ?
หลี่ซื่อหมินพยายามดึงอีกครั้ง แต่ก็พบว่าหลี่เฉิงเฟิงยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
“เฮอะ วันนี้เราไม่เชื่อหรอกว่า จักรพรรดิผู้น่าเกรงขามแห่งต้าถังอย่างเราจะจัดการเด็กตัวขนเช่นเ้าไม่ได้”
“ฮึ่ม เสด็จพ่อ ถ้าท่านยังบังคับกันเช่นนี้ ก็อย่าตำหนิที่ข้าหยาบคาย!”
หลี่เฉิงเฟิงที่เห็นว่าหลี่ซื่อหมินเอาจริง เขาจึงไม่สุภาพอีกต่อไป
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงลอบใช้ทักษะ : พลังผู้พิชิต
ทันทีที่พลังผู้พิชิต หลี่เฉิงเฟิงก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งที่หนักหนาเท่าทองคำพันชั่งในกำปั้นของเขา
นับประสาอะไรกับหลี่ซื่อหมิน แม้มีเฉิงเหยาจินกับฉินฉงมาช่วย ก็ดึงหลี่เฉิงเฟิงออกไปไม่ได้แม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้จึงมีเหตุประหลาดเกิดขึ้น
เห็นเพียงหลี่ซื่อหมินที่ควรเป็คนลากหลี่เฉิงเฟิง กลับกลายเป็เขาที่ถูกหลี่เฉิงเฟิงลากเสียเอง
พื้นรองเท้าของหลี่ซื่อหมินสร้างรอยลึกสองรอยอยู่บนพื้น
เหล่าขันทีที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าแม้แต่หายใจ
พวกเขาเคยเห็นฉากแบบนี้ที่ไหนกัน?
ฝ่าากับองค์ชายยื้อยุดกัน ทว่าฝ่าากลับดึงองค์ชายไม่ได้?
ทันใดนั้นบนหน้าผากของหลี่ซื่อหมินก็ปรากฏชั้นเหงื่อหนา
เขาเริ่มตื่นตระหนก
แปลกยิ่งนัก เด็กแสบคนนี้แข็งแกร่งกว่าข้าได้อย่างไร? มันเป็ไปได้อย่างไร?
นี่หรือว่านอกจากหลี่เฉิงเฟิงจะเป็อัจฉริยะร้อยปีมีหนแล้วยังเป็สุดยอดแม่ทัพร้อยปีมีหนอีกด้วย?
ทว่าตอนนี้หลี่ซื่อหมินยังไม่อยากสนใจมากนัก เขาแค่้าเอาชนะหลี่เฉิงเฟิง แล้วชิงบันทึก ‘เื่ผิดศีลธรรมของหลี่ซื่อหมินในปีนั้น’ มาจากเขา จากนั้นจึงส่งหลี่เฉิงเฟิงไปที่สำนักอักษรของตู้หรูฮุ่ยเสีย
ในอนาคต ปล่อยให้หลี่เฉิงเฟิงไปทรมานตู้หรูฮุ่ยเสียเถอะ อย่ามาทรมานเขาเลย!
“เฟิงเอ๋อร์ ไม่ว่าอย่างไรวันนี้เราก็จะส่งเ้าไปเรียนที่สำนักอักษรให้จงได้!”