เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 180 การให้ท้ายของเขา

            พลบค่ำเมื่อหรงซิวกลับถึงเรือนก็ได้บอกข่าวดีเรื่องการจะออกไปเที่ยวให้อวิ๋นอี้รู้

            “จริงหรือเพคะ?”

            นัยน์ตาของอวิ๋นอี้จ้องไปที่หรงซิวอย่างเปล่งประกายประดุจนัยน์ตานั้นมีดวงดาวระยิบระยับ

            หรงซิวยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูอวิ๋นอี้พลางพยักหน้า

            “ว้าว!ฝ่าบาททรงดีต่อข้าเหลือเกินเพคะ!” นางรีบกระโดดพุ่งเข้าไปสวมกอดออดอ้อนเขาด้วยความดีใจ

            ตั้งแต่หรงซิวได้ให้สัญญากับนางอวิ๋นอี้ก็เฝ้าคอยนับวันที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่นทุกวันๆแต่เมื่อนางได้เห็นว่าหรงซิวนั้นมีงานมากมายรุมล้อมจึงทำให้นางต้องเก็บกั้นความรู้สึกไว้ภายในใจ

            จนเมื่อเวลานานวันเข้า อวิ๋นอี้คิดไปว่าหรงซิวคงจะลืมสิ่งที่สัญญากับนางแล้วแต่หรงซิวยังกลับจำได้ ทั้งยังพร้อมที่ทำตามคำที่ให้ไว้

            จิตใจของอวิ๋นอี้นั้นอบอวลไปด้วยความอบอุ่นใบหน้าอันเล็กๆ ของนางได้คลอเคลียบริเวณลำคอของหรงซิวอย่างออดอ้อนจนทำให้เขาอารมณ์ปะทุ ร้อนผ่าวไปทั่วกาย หรงซิวจนปัญญา ยิ้มและดึงตัวอวิ๋นอี้ออกพร้อมพูดว่า“หากยังคลอเคลียต่อไป จะเกิดเรื่องแล้วนะ!”

            เสียงอันทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความต้องการและลมหายใจอันร้อนผ่าวของหรงซิวนั้น ทำให้อวิ๋นอี้รู้สึกเขินจนหูและใบหน้าแดงก่ำ

            ทั้งสองค่อยๆ แยกออกห่างกันอวิ๋นอี้กัดริมฝีปากของตนพร้อมพูดอย่างพึมพำ “เหตุใดวันๆท่านถึงคิดแต่เรื่องมิเป็นเรื่องเช่นนี้!”

            “ข้าจะคิดก็ยามที่ได้พบกับเจ้าเท่านั้นล่ะ”หรงซิวจูบไปที่ใบหูของอวิ๋นอี้เบาๆ พร้อมตอบนางกลับไปว่า “ก็ข้าควบคุมมันไม่อยู่ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า หากจะโทษก็ต้องโทษเจ้านั้นล่ะ อวิ๋นเออร์……”

            “หยุดเลยเพคะ”อวิ๋นอี้ได้ยินคำหวานสุดเลี่ยนของหรงซิวก็ทำให้นางขนลุก ผลักหรงซิวเบาๆ แล้วพูดว่า“คืนนี้รีบนอนกันเถิดเพคะ พรุ่งนี้เราจะต้องออกเดินทางแต่เช้า!”

            แม้จะบอกให้รีบพักผ่อนแต่ทั้งคู่นั้นก็ยังมีสัมพันธ์กันจนดึกดื่น

            เมื่อหรงซิวมีอารมณ์ขึ้นมาไม่ว่าอวิ๋นอี้จะพยายามหลบหรือเกลี้ยกล่อมอย่างไรนางก็ยังถูกมือของหรงซิวกดตรึงไว้ที่เตียงและเป็นการยากที่อวิ๋นอี้จะหลีกพ้นจากชะตากรรมบนเตียงนี้ได้

            ยามกลางคืนก็มิได้หลับ กลางวันก็มิได้พัก

            วันต่อมาฟ้ายังไม่สว่างอวิ๋นอี้ที่นอนไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ก็ต้องถูกพาขึ้นไปบนรถม้าทั้งผ้าห่ม

            นางรู้ว่าจะไปที่ใดหนังตานั้นหนักเกินที่จะถ่างขึ้น ค่อยๆ เดินทางออกจากเรือนในเมืองหลางโจว เข้าสู่เส้นทางอื่นที่ถนนไม่ราบเรียบ

            อวิ๋นอี้ที่หลับฝันอยู่ถูกทางที่ขรุขระทำให้หงุดหงิดใจ จนนอนต่อมิได้ นางลืมตาขึ้นมา แล้วไปกวนหรงซิว

            “พวกเราแอบออกไปเช่นนี้หากกลับไปชายารองรู้เข้า อาจจะเป็นเรื่องอีกก็ได้นะเพคะ!” นางยียวน “ฝ่าบาทหาคำอธิบายนางได้หรือยังเพคะ?”

            หรงซิวเอามือไปจับเท้าเล็กๆที่ขยับไปมาของอวิ๋นอี้ มาวางบนมือแล้วนวดอย่างอ่อนโยนพลางขมวดคิ้วพร้อมถามอวิ๋นอี้ว่า “เหตุใดข้าจักต้องอธิบายกับนางด้วย?”

            อวิ๋นอี้ยักไหล่ เล่นหน้าเล่นตาไม่พูดกระไร

            สตรีตัวน้อยนั้นเมื่อทำตัวประหลาดขึ้นมาแล้วจะทำให้ผู้อื่นรังเกียจหรือไม่นั่นเขาไม่รู้แต่ทุกคราที่ก็ทำให้เขาโกรธจนแทบจะเป็นลม

            การพูดถึงหว่านฉือทำให้จิตใจของทั้งคู่นั้นมิเป็นสุข

            กว่าจะได้ออกมาเที่ยวหรงซิวไม่อยากทำให้อวิ๋นอี้ไม่สบายใจ เก็บอารมณ์ไว้พร้อมเข้ากอดอวิ๋นอี้พูดอย่างเอาอกเอาใจ “อย่าพูดถึงนางเลย วันนี้ข้าพาเจ้ามาทะเลผิงได้ยินมาว่าอาหารทะเลที่นี่รสชาติอร่อยนัก!เมียจ๋าเจ้ายังจำอาหารทะเลที่ทำให้ข้าทานครานั้นได้หรือไม่?”

            “……”

            ต้องจำได้อยู่แล้วสิ

            ตอนนั้นนางทำให้หรงซิวแพ้ ทั้งอาเจียนทั้งท้องเสียมีผื่นแดงขึ้นเต็มตัว หากตอนนั้นมิได้รับการรักษาทันการณ์ล่ะก็อีกหน่อยเขาคงได้ลาโลกเป็นแน่ อวิ๋นอี้นางจะลืมได้อย่างไร

            อวิ๋นอี้หันไปมองหรงซิวอย่างเจื่อนๆปากของนางก็แสยะยิ้มอย่างมิเป็นธรรมชาติ บิดตัวไปพร้อมพูดว่า “ทำไมรึเพคะ?”

            “รสชาติดียิ่งนัก”หรงซิวหัวเราะร่าชอบใจ “เพียงแต่เจ้าซุกซนเกินไป!”

            อวิ๋นอี้แลบลิ้นออกออกมานึกว่าหรงซิวจะเอาเรื่องเก่ามาหาเรื่อง คิดบัญชีกับนางย้อนหลัง

            อวิ๋นอี้จ้องไปที่หรงซิว ในตอนที่เขาทำท่าทีตกอกตกใจเกินจริงอารมณ์ก็ดีขึ้นมาก ทั้งสองคนก็กลับมากะหนุงกะหนิงกันอีกครา

            ยาชิงเป็นคนนำทาง เขาเชี่ยวชาญมากหูได้ยินถึงหกสาย ตาเห็นถึงแปดทิศ [1] ออกจากหลางโจวมิได้หยุดพัก ผ่านไปสองชั่วยามก็ถึงที่หมายทะเลผิง

            ทะเลผิงทำให้คนทึ่งมากกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก

            ในเวลาที่มาถึงนี้เป็นเวลาเช้าตรู่พระอาทิตย์สีแดงค่อยๆ ทะยานขึ้นมาจากทิศบูรพาทำให้พื้นทะเลนั้นเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เหมือนดั่งทะเลถูกเคลือบไปด้วยแผ่นทองบางๆระยิบระยับ บรรยากาศในตอนนี้ช่างอบอุ่นอย่างมาก

            ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม สว่างจนลืมตาแทบไม่ขึ้นทะเลเป็นสีฟ้าแลดูสงบ เมื่อทอดมองไปก็ทำให้จิตใจนั้นสงบนิ่ง

            อวิ๋นอี้เพียงมองทิวทัศน์อันงดงามนี้จากหน้าต่างก็ตื่นตาตื่นใจรู้สึกว่าการมาครานี้นั้นไม่เสียเที่ยวนางไม่รอให้รถหยุดนิ่งก็ชะโงกหน้าออกมานอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น

            หรงซิวนั้นอดกลัวเป็นห่วงอวิ๋นอี้มิได้ดึงตัวนางกลับเข้ามา ทำให้สาวน้อยไม่พอใจ จ้องเขม็งไปที่หรงซิวพร้อมพูดว่า“ฝ่าบาททำกระไรเพคะ?”

            “เจ้าใจเย็นก่อน”หรงซิวพูดออกมาอย่างทำกระไรมิได้ “ทิวทัศน์ก็อยู่ที่นี่แล้ว ไม่หนีเจ้าไปที่ใดหรอกเจ้าจะรีบไปใย?”

            “ทิวทัศน์ที่งดงามก็เปรียบดั่งสตรีงามต่อหน้าสตรีงาม บุรุษแบบพวกท่านจะไม่ลุกลนกันหรือ?” อวิ๋นอี้บุรุษตาไปมองหรงซิว พร้อมสะบัดมือหรงซิวออก พร้อมลงจากรถ

            หรงซิวยักไหล่ ไม่ว่าเขาจะพูดสิ่งใดอวิ๋นอี้ก็มักจะหาถ้อยคำมาเปรียบเปรยเข้าตัวหรงซิวตลอดหลังจากนั้นก็ยิ้มเยาะเยือกเย็น

            หนิวปี!

            น้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรก็ต้องทนจะให้คุกเข่าก็ต้องเอาใจ

            สายลมจากทะเลในยามเช้า ได้พัดพานำความสดชื่นมาปะทะรสชาติของน้ำทะเลนั้นทั้งเค็มและฝาดเขาแหงนหน้ามองขึ้นไปก็ได้พบกับความงามของสตรีตัวน้อย

            นางมีเอวบางเรียวขายาว สะโพกงอนสวมชุดยาวสีน้ำฟ้าน้ำทะเลอยู่บนร่าง ทำให้อวิ๋นอี้นั้นดูน่าค้นหาและมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างมาก

            นางช่างกลมกลืนประดุจเป็นส่วนหนึ่งของพื้นน้ำและท้องนภาท่วงทีของแขนและขา ยิ่งขับให้นางดูมีเสน่ห์

            ทำให้หรงซิวนั้นถึงกับกลืนน้ำลายแววตาดั่งถูกมนต์สะกด

            หรงซิวไม่รอช้า เดินเข้าไปใช้แขนทั้งสองเข้าสวมกอดเอวของนาง คางของเขาเข้าไปเกยตรงช่วงไหล่ของอวิ๋นอี้อย่างเหมาะเจาะน้ำเสียงอันแผ่วเบาพูดกับอวิ๋นอี้ “ชอบหรือไม่?”

            ดวงตาของอวิ๋นอี้นั้นจ้องไปยังทะเลพร้อมพยักหน้าไม่หยุด

            น้ำทะเลใส ใบเรือนับสิบที่เห็นมาแต่ไกลบนทะเลสีทองแห่งนี้ ก็ประดุจดั่งขนนกสีขาวที่ราวกับหิมะ

            ไม่น่าเล่าผู้ใดต่างก็พูดกันว่าการมองดูทะเลนั้นทำให้คนจิตใจสงบ และยังทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นในทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาอวิ๋นอี้เองก็ได้รู้สึกว่าโลกทัศน์ของตนนั้นกว้างขึ้นอย่างมาก

            หรงซิวนั้นรู้นิสัยของอวิ๋นอี้ดี เห็นนางตะลึงในความงดงามของทิวทัศน์ก็ไม่รอช้าจับมืออวิ๋นอี้ไปข้างหน้าพร้อมพูดว่า “ไปกัน!มาทะเลแล้วจะไม่ไปชายทะเลหรือ?”

            “ว้าว!จริงหรือเพคะ!” ทันใดนั้นอวิ๋นอี้ก็ตื่นเต้นดีใจกระโดดเข้าไปหาหรงซิว หรงซิวก็รีบเข้ารับขาทั้งสองข้างของนางไว้อย่างรวดเร็ว

            ด้วยความลุกลี้ลุกลนของนางทำให้ใบหน้าอันนุ่มนวลของนางกระแทกเข้ากับคางของเขา ทั้งสองต่างร้องขึ้นมาจากนั้นก็ก้มหน้า และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

            แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนร่างกายของทั้งคู่ทำให้เงาสะท้อนของทั้งคู่ที่กอดกันอยู่นั้นทอดยาวออกไป ดูแล้วชั่งหวานชื่นเป็นอย่างมาก

            “เจ้าเจ็บหรือไม่?” หรงซิวเป็นห่วง เป่าให้นาง ทำให้ร่างของทั้งสองยิ่งเข้าใกล้กันบรรยากาศดีๆ ทำให้หรงซิวอดใจมิไหว จนต้องก้มจุมพิตนาง

            จูบที่อ่อนโยนนี้ ประดุจดั่งถูกกับขนนิ่มๆที่มาโดนอย่างระมัดระวัง

            อวิ๋นอี้หน้าแดง พูดพึมพำขึ้นมา ไม่รู้เขาได้ยินหรือไม่เขาอุ้มนางไปที่ชายทะเล

            คลื่นทะเลม้วนเป็นเกลียวกลิ้งเข้ามาผิวทะเลสีฟ้าครามก็เป็นประกายสีขาวระยิบระยับ งดงามราวกับม้วนหิมะนับพันกอง

            อวิ๋นอี้ไม่รอช้ารีบถอดรองเท้าเปลือยเท้าวิ่งลงไปเล่น หรงซิวเป็นห่วงความปลอดภัยของนางจึงคอยตามอวิ๋นอี้อยู่ตลอด

            เขายิ้มอยู่ นางก็กำลังสนุกคลื่นทะเลนั้นทำให้เสื้อผ้าและใบหน้าของนางเปียก นางก็หาสนใจไม่กลับยิ่งสนุกมากขึ้นด้วยซ้ำ

            จู่ๆ อวิ๋นอี้ก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาสาดน้ำไปที่เขา หรงซิวไม่ทันระวัง ถูกน้ำเค็มจากทะเลไปกระเซ็นติดขนตา

            แสงสาดส่องมา เขาก็มองผ่านหยดน้ำออกไปทำให้ได้เห็นภาพความสวยอ่อนช้อยของอวิ๋นอี้ ที่งดงามราวกับฝัน

            ทั้งสองเล่นน้ำกันอย่างสนุกไปจนถึงหนึ่งชั่วยามครึ่งจนในที่สุดทั้งคู่ก็หมดแรง

            สาวน้อยเท้าเปล่า พยายามจะปีนขึ้นไปบนหลังของเขาหรงซิวแกล้งนางไม่ให้ปีนขึ้นได้ ก็เห็นนางที่เริ่มหงุดหงิดจึงรีบคว้าตัวนางอุ้มขึ้นมา

            เมื่อใกล้ช่วงกลางวัน ทั้งคู่ก็กลับจากทะเลพวกเขาหาที่พักร่มๆ พักผ่อน ให้ยาชิงไปจับปลาสักกี่ตัว มาย่างไฟ

            ปลาถูกทาด้วยน้ำมัน ผ่านไปสักพักเริ่มมีเสียงฟู่และมีกลิ่นหอมลอยออกมา

            อวิ๋นอี้สูดดมกลิ่นหอมฟึดฟัด อยากทานมากแล้วจนปลาตัวแรกย่างเสร็จ ก็รีบคว้ามาทานอย่างทันควัน

            นางจับหัวปลา ตั้งใจทานอย่างใจจดใจจ่อหรงซิวเห็นก็อดกลั้นขำมิได้ “ช้าๆ หน่อยสิ เหตุใดเจ้าถึงได้เหมือนลูกแมวนักนะ?”

            หลังจากทั้งสองทานอาหารกันเสร็จอวิ๋นอี้ก็จำใจอำลาทะเลและเดินทางกลับ

            ผู้ใดจะไปรู้ว่ารถม้านั้นหยุดลงกลางทางแล้วเข้าไปในป่าลึก

            อวิ๋นอี้จ้องมองไปที่หรงซิวอย่างสงสัยพร้อมพูดว่า“เราจะไปที่ใดกันหรือเพคะ?”

            เขายิ้มด้วยใบหน้าลึกลับ “เอาเจ้าไปขาย”

            เชิงอรรถ

            [1] หูได้ยินถึงหกสายตาเห็นถึงแปดทิศ 耳听六路眼观八方 หมายถึง คนประสาทสัมผัสไวสามารถรับรู้ได้หลากทิศทาง

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908