“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เจ๊บอกว่าชื่ออะไรนะ?”
หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว ทูซที่ได้ยินชื่อของเดรกสาวก็ถึงกับถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ก็ดอนน่าไง?”
เดรกสาวรู้สึกสงสัยเล็กน้อยเมื่อได้ยินทูซถามชื่อเธออีกครั้ง และเธอก็มั่นใจด้วยว่าไม่ได้พูดอะไรผิดไป
“ดอน ดอนน่า… กร๊าก! กั๊กๆๆ! เื่บังเอิญไม่มีอยู่จริง ฮ่าๆๆ”
ลูกชี้ไปทางดอนก่อนเลื่อนไปหาเดรกสาวแล้วหัวเราะออกมาจนล้มหงายท้อง ก่อนลุกขึ้นมาแล้วกล่าวคำพูดคลาสสิคของอาจารย์เต่าเ้า ‘ก๊วยเตี๋ยว’ แถมยังไม่หยุดหัวเราะชอบใจจนโดนเออซัสโบกซะหัวแทบทิ่มดิน
“ผมขอโทษแทนน้องเล็กด้วยครับ”
เออซัสโค้งก้มหน้าขอโทษดอนน่าจากการกระทำที่อาจจะล่วงเกินของลูซที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ซึ่งเ้าตัวก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองและยกโทษให้อย่างง่ายดาย ต่างจากตอนแรกที่เกรี้ยวกราดจะไล่ตีหัวพวกเขาอยู่เลย
“แล้วทำไมคุณดอนน่าถึงมาซ่อนตัวในป่าอิคเคเซียหรอคะ? ฉันคิดว่าถ้าไปยังป่าศูนย์กลางน่าจะไม่มีใครกล้ามายุ่งกับคุณนะคะ”
แซนนี่ที่อุ้มลูกเดรกอยู่ก็หันไปถามดอนน่าในขณะที่ดอนยังคงพินิจพิจารณาว่าจะทำยังไงกับแขนขวาที่ถืออยู่ในมือซ้าย
“ป่าศูนย์กลาง? ข้าไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน แต่ก่อนหน้าที่ข้าจะมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ข้าเคยไปยังป่าอีกแห่งนึงมาก่อน ตอนแรกข้าว่าจะไปซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเพราะความหนาแน่นของพลังเวทย์ที่มันอยู่ภายในป่า แต่ข้าก็ต้องหนีออกมาเพราะสัตว์ในป่าบ้านั่นมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก… ยิ้มบ้าอะไรของเ้า!”
ในระหว่างที่เธอเล่าว่าเคยไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนมาก่อน สายตาก็เหลือบไปเห็นดอนที่มันยิ้มเหมือนมีแผนอะไรสักอย่าง
เอ๊ะ?
ทันใดนั้นเอง จี่หยกใบไม้สีเขียวขจีที่ล่วงหล่นมันก็ส่องแสงสว่างออกมา บริเวณปากแผลที่แขนขวากับตัวแขนขวา เขาเลยลองเอามันมาต่อกันดูเผื่อมันจะต่อกันได้เหมือนเื่ขี้โม้ และทันใดนั้นบริเวณที่เชื่อมต่อกันแสงมันก็สว่างจ้าขึ้นยิ่งกว่าเดิม พลังเวทย์จำนวนมากของดอนถูกสูบหายไปราวกับใช้เครื่องสูบน้ำ ภาพที่อยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆมืดลงจนสุดท้ายก็หมดสติไปเพราะสภาวะขาดพลังเวทย์
.
.
.
แฮก! แฮก! แฮก!
‘ใช้ตูอย่างกับทาส ค่าจ้างแค่เมล็ดธัญพืช’
เ้านกน้อยที่ทำหน้าที่ส่งสารจากกลุ่มฟรอสต์เบลดกับหัวหน้ากองอัศวิน มันบินมาแบบไม่ได้พักเลยถึงแม้ว่าสิ่งที่ได้กลับมาจะเป็เพียงเมล็ดธัญพืชสองกำมือ ที่มันต้องทนเหนื่อยแบบนี้ก็เพราะถ้าหากมันไม่ทำ มันมีชะตากรรมแบบเดียวกันกับไอ้นกอบตัวก่อนหน้าที่มันโดนจับมาทำงานแทนที่
“เจอแล้วอย่างนั้นหรอ… ไปบอกให้ท่านผู้มาเยือนอีกสองคนเตรียมตัว! พวกเขาต้องออกเดินทางั้แ่่เย็นเพื่อให้ไปถึงไวที่สุด! ไปเร็วๆ!”
เมื่อหัวหน้ากองอัศวินคลี่กระดาษออกมาอ่านข้อความที่อยู่ภายใน เขาจึงะโสั่งอัศวินที่อยู่ใกล้ๆให้ไปบอกให้แคเทอรีนกับลู่เซียวเตรียมตัวออกเดินทางไปพิชิตั
“เื่ัใช้มั้ยครับคุณหัวหน้ากอง”
ทาเคดะถามออกมาหลังจากเห็นสีหน้าจริงจังของหัวหน้ากองอัศวิน
“ใช่แล้วล่ะท่านทาเคดะ ท่านเองก็ต้องเตรียมตัวด้วยเช่นกัน”
สิ้นเสียงหัวหน้ากองอัศวิน อัศวินที่คอยทำหน้าที่เหมือนเลขาของทาเคดะก็เดินเข้ามาพาทาเคดะออกไปจากลานฝึกซ้อม เขาต้องไปเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้า ถึงจะใช้ม้าเร็วในการเดินทาง แต่ระยะทางจากจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ไปยังป่าอิคเคเซียก็ต้องใช้เวลาถึงสามวัน การเตรียมของเล็กๆน้อยๆไปด้วยจึงมีความสำคัญระดับต้นๆเลยล่ะ
.
.
.
“อ่า… ปวดหัวชิบ… ตื่นแล้วน่าเลิกเสียได้แล้ว”
มันก็เป็่ค่ำแล้วกว่าดอนจะรู้สึกตัว ตอนนี้เขานอนหนุนตักของแซนนี่และมีลูกสาวที่เห็นว่าเขาตื่นแล้วกำลังเลียหน้าเขาอยู่
“ปะป๊า อุ้ม อุ้ม”
“มา มานี่ม่ะ”
เมื่อเ้าตัวน้อยเห็นดอนลุกขึ้นนั่งแล้ว เธอก็ชูขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วอ้อนให้ดอนอุ้มเธอ ตอนแรกก็ว่าจะไม่อุ้มให้หรอก แต่สุดท้ายก็ทนลูกอ้อนไม่ไหวอยู่ดี โดยที่เ้าตัวก็ไม่ทันสังเกตว่าแขนขวาของเขามันถูกต่อเข้าด้วยกันแล้ว ทิ้งไว้เพียงแค่รอยแผลเป็จางๆจนแทบจะมองไม่เห็น
“ทีนี่บอกมาสิ่ว่าไอ้ป่านั่นมันอยู่ตรงไหน”
ดอนจับลูกสาวของเขานั่งลงบนตักแล้วค้นหาแผนที่ในกระเป๋าที่เออซัสสะพายมาในตอนตามเขากับดอนน่ามา ก่อนจะกางแผนที่ลงบนพื้นแล้วถามแซนนี่
“ว่าแล้วว่าหัวหน้าต้องถามแบบนี้หลังฟื้นขึ้นมา เอามาเลยคนละห้าเหรียญทองแดง”
ในตอนที่ดอนยังนอนสงบไสลอยู่ ทีแรกเออซัสก็แค่เดาว่าดอนจะพูดเื่อะไรออกมาหลังจากได้สติ เมื่อมีคนเห็นต่างการพนันจึงบังเกิด สุดท้ายกลุ่มลิซาร์ดแมนก็โดนเออซัสกินเรียบ โดยมีเด็กอยากรู้อยากเห็นจะเข้าไปวุ่นวายด้วยแต่ก็โดนดอนน่าคาบออกมาเพราะไม่อยากให้ไปติดนิสัยแย่ๆของพวกนั้นมา
“ตรงนี้เลยค่ะ”
“เอิ่ม กลางสมชื่อ”
เมื่อเห็นแซนนี่ชี้ไปตรงป่าที่อยู่กลางแผ่นดินใหญ่ ทำให้ดอนพูดออกมาแบบเอือมๆเพราะการตั้งชื่อแบบมักง่ายของใครบางคน โดยที่มือของเขาก็คว้าหางของเดรดน้อยเอาไว้ไม่ให้ไปหากลุ่มของเดเวน ลูกันั้นเรียนรู้ได้เร็ว การปล่อยให้ไปอยู่กับพวกนั้นตอนนี้เป็สิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
“เ้าจะไปที่นั่นจริงๆอย่างนั้นหรอ? แค่เ้าสู้กับข้ายังเสียแขนไปข้างนึง สัตว์ในป่านั่นมันไม่ใช่เล่นๆเลยนะ”
ดอนน่าอยากหยุดความคิดของดอนที่จะไปยังป่าศูนย์กลาง ถึงแม้ว่าเธอได้ฟังแผนการจากแซนนี่มาแล้วแต่ก็ไม่อยากให้เขาไปที่นั่นอยู่ดี เธอไม่ได้ห่วงว่าเขาจะเป็อะไรหรอก แต่เพราะลูกของเธอต่างหาก ลูกของเธอยัง้าพ่ออยู่นะ!
“เอาน่า ใช่ว่าฉันใช้สุดกำลังตอนสู้กับเธอเสียหน่อย”
เมื่อเห็นท่าทางอวดดีของดอนแล้ว มันก็ทำให้หนังตาขวาของดอนน่ากระตุกไม่หยุดเพราะความหมั่นไส้ ส่วนเ้าตัวเล็กที่รู้ว่าไปหาพวกเดเวนไม่ได้ก็วิ่งกลับไปอ้อนแซนนี่ต่อทันที
“แล้วเราจะตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าอะไรดีคะ เราสองคนรอให้ฮันนี่ตื่นขึ้นมาก่อนค่อยคิดกันน่ะ”
แซนนี่ที่กำลังลูบหัวเ้าตัวน้อยอยู่ก็หันไปปรึกษาดอนเื่ชื่อลูกสาวของพวกเขา
“จะไปยากตรงไหน ให้ปู่กับย่าตั้งให้ซะก็สิ้นเื่”
ดอนพูดออกมาแบบขอไปที เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรให้อยู่ดี การให้พ่อแม่ของเขาตั้งให้เนี่ยแหละทางเลือกที่ดีที่สุด
“ฮันนี่จะพาพวกเรากับไปหาพ่อแม่เพื่อให้พวกท่านตั้งชื่อหลานให้หรอคะ? แบบนั้นใช้เวลาหลายวันเลยนะ”
แซนนี่ท้วงขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าตัวเธอเองก็อยากไปหาพ่อแม่ของเขาอยู่ก็จริง แต่ถ้าต้องกลับไปกลับมามันอาจจะต้องใช้เวลาเป็เดือนในการเดินทางไปยังป่าศูนย์กลาง
“ใครบอกจะกลับไป ใช้ไอ้นี่ต่างหาก”
ดอนหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าโชว์ให้แซนนี่ดู มันคืออาร์ติแฟกต์ที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับคู่ผลึกของมัน แล้วจอภาพสีสี่เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้นมาเหนือผลึกแก้วนั่น
“ว่าไงยายแก่ สบายดีมั้ย?”
จอภาพปรากฏให้เห็นหญิงสาวที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ดอนจึงร้องทักออกไปทำให้เธอรู้ตัวว่าลูกชายสุดที่รักติดต่อมาหา
“ว้าย~ ที่รักคะ ลูกโทรมาหาค่ะ”
“ว่าไงไอ้ลูกชาย”
หญิงสาวในจอภาพเรียกหาสามีของเธอที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักแล้วก็มีชายหนุ่มเข้ามาในจอภาพ สร้างความงุนงงให้แซนนี่เป็อย่างมาก เธอไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะหน้าเด็กขนาดนี้
“ว่าจะให้ตั้งชื่อหลานสาวให้หน่อย”
“ไหนๆ”×2
พอได้ยินคำว่าหลานสาว ทั้งสองคนก็แสดงอาการตื่นเต้นออกมาแล้วเร่งให้ดอนหันไปหาหลานสาวของพวกเขา
“ว๊ายตายแล้ว น่ารักทั้งแม่ทั้งลูกเลย”แม่
“ไปทำอีท่าไหนออกมาเป็เดรกได้ล่ะนั่น?”พ่อ
แม่ที่เห็นแซนนี่กับเ้าตัวน้อยก็ร้องออกมาด้วยความเอ็นดู ส่วนพ่อนั้นสงสัยมากกว่าว่าไปทำท่าไหนกันที่ทำให้ลิซาร์ดแมนกับกูลมีลูกเป็เดรกได้
“ไม่ๆ ของคนนู้น”
แล้วดอนก็หันไปทางดอนน่าที่กำลังนอนหมอบอยู่บนพื้น สร้างความใให้กับทั้งคู่ได้เป็อย่างดีเลยทีเดียว
“แบบนี้นี่เอง ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ”
“ดอนน่าค่ะ”
ถึงแม้ว่าจะเป็ภาพที่เห็นผ่านผลึกแก้ว แต่ดอนน่าััได้ถึงความแข็งแกร่งที่มากกว่าดอนเป็เท่าตัวจากการมองผ่านจอภาพเพียงเท่านั้น เธอจึงเลือกที่จะตอบเขาไปอย่างสุภาพ
“ดอนน่าสิ่นะ ดอนกับดอนน่า… โซเฟียเป็ไงจ๊ะ!”
“อะไรนะ!?”×4
ทั้งคุณพ่อ ดอน ดอนน่า แซนนี่ ทุกคนร้องออกมาพร้อมกันเพราะการตั้งชื่อของคุณแม่ ถ้าจะฉีกขนาดนี้ไม่ต้องถามชื่อแม่เด็กยังได้เลย