ขวัญใจ เด็กน้อยวัย6ขวบ เดินออกมาจากห้องเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ด้วยใบหน้าฟกช้ำ
ตามแขนมีรอยข่วนเล็กๆ และรอยช้ำเขียว ท่าทางอิดโรยนั้น บ่งบอกว่ากิจกรรมในโรงเรียนวันนี้คงไม่ใช่เื่สนุก
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้ จริงๆแล้วเธอเป็คนเก็บตัว ไม่ค่อยพูด ไม่ร่าเริงยิ้มแย้มเหมือนเด็กคนอื่นๆ
เมื่อเธอออกมาหน้าประตูรั่วโรงเรียน จะเจอพ่อที่หนวดเครารุงรัง ยืนยิ้มให้เสมอเหมือนทุกๆวัน
ใบหน้าเรียบเฉยนั้น แฝงไปด้วยความคิดต่างๆมากมาย ที่ไม่สามารถอธิบายให้ใครมาเข้าใจได้
ด.ญ.ขวัญใจ : วันนี้ที่โรงเรียนไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ฉันกับปวีณาทะเลาะกัน
มันไม่ใช่เื่แปลกของห้องอนุบาลหรอกนะ
แต่มันแปลกสำหรับเด็กที่ไม่ค่อยพูดจากับใครอย่างฉัน
วันนี้คุณครูเดินตามมาส่งฉันด้วย เขาบอกกับพ่อว่า ฉันมีพฤติกรรมก้าวร้าว
ฉันมองหน้าพ่อ สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนสีทันที ดูเหมือนพ่อจะกังวนใจกับเื่นี้
พ่ออุ้มฉันมาที่รถ เรากลับมาที่บ้าน พ่อไม่ถามด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างที่โรงเรียนวันนี้
พ่อ: "เจ็บไหมลูก"
พ่อหยิบกล่องยาพร้อมกับกระจกยื่นมาให้ฉัน
พ่อ: "ทายาที่หน้าซะ ลูกสร้างปัญหาก็ต้องแก้ไขเอง แล้วไม่ต้องร้องไห้ น้ำตาช่วยอะไรไม่ได้ จำไว้"
พ่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ฉันรับกล่องยามา ด้วยความเคยชิน พ่อเป็แบบนี้เสมอ
ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรกับความเป็ไปในชีวิตฉันอยู่แล้ว
ฉันรู้ดีว่า หน้าที่ของฉันก็คือการที่ต้องดูแลตัวเอง แต่น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้เกี่ยวกับพ่อ
มันนึกถึงตอนที่เพื่อนๆในห้อง ล้อเื่แม่ตาย
การตายของแม่เป็เื่ใหญ่มาก ลงข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ ทั้งครูและผู้ปกครองไม่มีใครไม่รู้เื่นี้
ปวีณาพูดว่า แม่ใช้ผ้ากระโปงสีแดงผูกคอตาย จนแม่โป๊ื เพื่อนๆก็พากันหัวเราะ
ฉันโกรธมากเลยใช้แท่นเหลาดินสอขนาดใหญ่ตีที่หัวปวีณา
จากนั้นเื่ก็จ้าละหวั่นทันที ฉันกับปวีณาออกลีลาแม่ไม้มวยไทยกันวุ่นวาย
ฉันไม่ได้บอกครูหรอกว่าปวีณาเป็ฝ่ายหาเื่ก่อน เพราะฉันไม่อยากได้ยินใครว่าแม่
และไม่อยากพูดคำพูดพวกนั้นให้ใครฟังอีกแล้ว ไม่อยากให้ครูถามว่า ปรีณาว่าอะไรแม่ ฉันไม่อยากให้ใครได้ยินอีก
หลังจากทายาให้ตัวเองเรียบร้อย ฉันอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
ฟ้ามืดลงแล้ว พ่อออกไปจากบ้านทิ้งให้ฉันอยู่ตามลำพังแบบนี้เสมอ
พ่อไปไหนนะเหรอ ไม่รู้สิ แต่กว่าจะกลับก็ตี1ถึงตี2ทุกวัน แรกๆฉันกลัวความมืด กลัวผี กลัวทุกอย่าง
ฉันตื่นขึ้นมาร้องไห้กลางดึกบ่อยครั้ง "แม่ค่ะ ทำไมแม่ถึงตาย"
ฉันคิดถึงแม่ และเมื่อฉันหลับตาลงทุกครั้ง
ฉันจะเห็นภาพ สะพานไม้สีดำผุๆจากนั้นรู้สึกได้ถึงไอเย็น หมอกควันและกลิ่นไหม้
ตรงสุดทางริมสะพานไม้ ข้างหน้ามีเงาดำๆของผู้หญิงยืนมองมาทางฉัน
รูปร่างเงานั้นเหมือนกับแม่มากๆ แต่เมื่อฉันเดินเข้าไปหา หรือวิ่งไปเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึงสักที
ฉันร้องเรียก "แม่จ๋า"
แล้วฉันก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้ เป็แบบนี้ทุกคืน แต่คืนนี้มันแปลกไป
เพราะเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบรอยเท้าสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวฉัน ยกขึ้นมาแล้วกระทืบเหยียบร่าง
ฉันใกลัว หลับตาและกรีดร้องสุดเสียงด้วยความใ
เมื่อลืมตาอีกครั้ง ฉันพบตัวเองหลงทางอยู่บนถนนที่มีแต่ต้นไม้รอบๆ ท้องฟ้ามืดสนิท
ฉันได้กลิ่นเหม็นเน่าพอมองไปรอบๆพบศพผู้หญิงคนนึงมีเืเปื้อนเต็มตัว บริเวรช่องท้องมีไส้ทะลักออกมา
ศพเน่าเฟะนั้นลืมตาขึ้นและแขนที่เปื่อยชำ้เืช้ำหนองคู่นั้นพยายามตะเกียดตะกายเข้ามาใกล้ฉัน
ฉันวิ่งทันที และเหมือนการเคลื่อนไหวของฉันมันไม่ปกติ มันเชื่องช้าและเฉื่อยลง
ฉันหวาดกลัว ในขณะที่ศพผู้หญิงคนนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วขึ้น
มือที่เต็มไปด้วยน้ำหนองเหม็นคาว มาจับที่ใบหน้าของฉันอย่างรุนแรง ปิดปากและปิดรูจมูกของฉัน
ฉันหายใจแทบไม่ออก แต่รู้ว่ากลิ่นมันเหม็นรุนแรงมาก มือเน่าๆนั้นเลือนมาปิดที่ดวงตาของฉัน
ฉันพยายามจะลืมตาขึ้น แต่นิ้วมือเปื้อนหนองนั้นก็กดจิกที่เบ้าตาฉัน จนฉันรู้สึกเ็ป
ฉันได้แต่กรีดร้องในใจ ด้วยความตื่นตระหนกใกลัว
ฉันดิ้นรนสุดกำลังที่มีในตอนนั้น เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย จนกระทั่งมีเสียงของแม่ดังขึ้น
แม่: "ขวัญ แม่อยู่ตรงนี้"
สิ้นเสียงของแม่ ฉันลืมตาขึ้นได้ สิ่งที่กอดรัดใบหน้าก็ค่อยๆคลายออก
แม่: "ถ้าขวัญอยากเจอแม่ ลูกต้องทำตามที่แม่บอก เอาสิ่งนี้ไปให้ปวีณาสิลูก"
เงาดำๆของแม่ยื่นของสิ่งนึงให้กับฉัน ฉันยื่นมือรับ แต่ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดคุยกับแม่
ฉันก็มารู้สึกตัว ว่าตัวเองลืมตาอยู่บนเตียงนอน มันอาจเป็แค่ฝัน
แต่ในฝ่ามือเล็กๆของฉัน กลับมีเส้นผมกระจุกหนึ่งอยู่ด้วย
ซึ่งมันอาจเป็เส้นผมของฉันเองก็ได้ ที่นอนละเมอดึงออกมา
แต่ถึงอย่างไร ในฝันครั้งนี้ แม่ยื่นของบางอย่าง ก็ถือว่ามันมีค่ากับฉันมาก มันอาจเป็ของขวัญจากแม่จริงๆ
เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉันจึงรีบลุกจากเตียงทันที แล้วเอาเส้นผมกระจุกนั้นไปใส่ไว้ ในขวดโหลเล็กๆ
เก็บไว้ในกระเป๋าเป้นักเรียน
วันนี้ฉันตื่นแต่เช้าโดยที่พ่อไม่ต้องมาปลุก อาบน้ำแต่งตัวแต่ไม่อยากไปโรงเรียนหรอกนะ
ฉันแกล้งป่วยเพราะไม่อยากไปเจอหน้าปวีณาและเพื่อนๆที่ชอบรังแกฉัน
แต่พ่อรู้ทัน พ่อไม่ยอมให้ฉันหยุดเรียน
พ่อ: "ไม่ได้ป่วยจริงซะหน่อย วันนี้ยังไงก็ต้องไปโรงเรียน"
พ่อทำเสียงดุใส่ฉัน ฉันก้มหน้าไปหยิบรองเท้ามาสวมใส่อย่างเรียบร้อย ฉันไม่เคยเถียงพ่อ
ที่ประตูโรงเรียนวันนี้ มีแม่ของปวีณายืนหน้าถมึงทึงอยู่
เขาจ้องมองมาที่ฉัน อย่างกับจะกินเืกินเนื้อ ทำให้นึกถึงผีศพเละที่วิ่งไล่ฉันเมื่อคืน
ความรู้สึกน่าหวาดผวาเหมือนกันไม่มีผิด พ่อบอกให้ฉันเดินเข้าไปที่ห้องเรียนด้วยตัวเอง
ไล่หลังไป ฉันได้ยินเสียงแม่ของปวีณา ะโโวกแหวกใส่พ่อด้วยคำพูดหยาบคาบ
และได้ยินแค่พ่อขอโทษเขา ฉันรู้สึกเป็ห่วงพ่อ
และรู้สึกไม่ดีกับคำพูดร้ายๆมากมายที่ดังลั้นออกมาจากปากของแม่ปวีณา
แม่ลูกคู่นี้นิสัยไม่ดีเหมือนกันไม่มีผิด น้ำตาฉันไหลอาบสองแก้มด้วยความเจ็บใจ
หลังจากเข้าแถวแล้วครูยังให้ฉันไปขอโทษปวีณาอีกครั้ง
แต่เขาก็ยังแลบลิ้นปริ้นตาใส่ฉัน ฉันได้แต่ถอนหายใจ ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายโรงเรียนแห่งนี้เหลือเกิน