บทที่ 1 ออกจากตระกูล
โถงแห่งหนึ่ง มีผู้คนมากมายอยู่ข้างใน ทุกคนล้วนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป ตรงกลางของห้องโถง มีเด็กหนุ่มกำลังยืนก้มหน้าอยู่
"มู่ซาน!"
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งที่สูงที่สุดเอ่ยกล่าวด้วยท่าทีเคร่งครึม ใบหน้าของชายคนนั้นหล่อเหลาคมคายดวงตาดั่งใบมีดที่คมกริบ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็ผู้นำของที่แห่งนี้
"ขอรับท่านประมุข?" เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สงบ
ที่ด้านข้างของเขามีหญิงวัยกลางคนกับเด็กหญิงอีกคนนั่งอยู่ ทั้งสองมีใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาด โดยเฉพาะเด็กหญิงที่แม้ยังเยาว์ แต่ก็เผยความงดงามปานล่มเมืองออกมาแล้ว ซึ่งทั้งสองก็คือฮูหยินคนใหม่ของตระกูลกับบุตรสาวของเขา 'มู่ลี่จู' ผู้เป็น้องสาวต่างมารดาของเด็กหนุ่มนั่นเอง!
"ปีนี้เ้าอายุสิบหกปีแล้ว แต่พลังปราณของเ้ายังอยู่แค่ระดับมนุษย์ขั้นสองเ้าคิดว่าอย่างไร?"
ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็า ในขณะเดียวกันก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา
"น้องสาวของเ้า อายุน้อยกว่าเ้า นางอายุแค่เก้าขวบ แต่พลังก็อยู่ระดับมนุษย์ขั้นแปดแล้ว" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจขณะมองเด็กสาวข้างกาย
"....." เด็กหนุ่มทำได้แค่ปิดปากเงียบโดยที่ไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้
"แถมพลังธาตุของเ้า ก็ยังเป็ธาตุน้ำ ที่นับได้ว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดาพลังธาตุทั้งหลาย น่าเสียดายที่เ้าสืบทอดความอ่อนแอของแม่เ้ามาโดยแท้" ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความรังเกียจอย่างเด่นชัด
พอคำพูดนี้ออกมาจากปากของผู้เป็ประมุข เขาก็รู้ได้ทันทีว่าตนต้องโดนขับไล่ออกจากตระกูลเป็แน่ เพราะตระกูลมู่คือหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองตงฝู
ตระกูลมู่เป็ตระกูลมีชื่อเสียงในด้านพลังของการฝึกปราณ ยอมรับผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น คนในตระกูลที่ไม่มีพร์ในการฝึกปราณจะโดนไล่ออกจากตระกูลโดยไร้เยื่อใย และนำชื่อออกจากผังของตระกูลมู่ทันที
"มู่ซานที่เป็บุตรชายคนโต มีฐานะเป็ถึงคุณชายใหญ่ของตระกูล แต่ท่านประมุขคงไม่คิดจะให้เศษสวะอย่างเขาที่ไม่มีพร์ในการบ่มเพาะมาเป็ผู้สืบทอดหรอกนะ ฮ่าๆ" มีเสียงซุบซิบมากมายดังรอบกาย หลายคนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป ทั้งดูถูก เยาะเย้ย เหยียดหยาม ฯลฯ
"....." ชายหนุ่มทำได้เพียงก้มหน้าเงียบอีกครั้ง ไม่มีแม้จะมองหน้าของประมุขตระกูล ผู้ที่เป็ 'บิดา' ของเขาเลยแม้เพียงนิด
"เ้าไปเก็บของเถอะมู่ซาน เ้าคงต้องออกเดินทางฝึกฝนตนเองสักหน่อย"
ทันทีที่ประมุขตระกูลพูดคำนี้ออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เด็กหนุ่มก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด เพราะเขาคาดเดาเอาไว้แล้วว่าต้องลงเอยแบบนี้
"ขอรับ" ทันทีที่พูดจบ เด็กหนุ่มก็คาราวะเหล่าผู้าุโแล้วเดินออกจากห้องโถงไป
ยามกลางดึก เด็กหนุ่มนั้นเก็บของเสร็จแล้ว ก่อนจะออกจากตระกูล เขาเดินไปที่สุสานท้ายตระกูล สองเท้าหยุดยืนอยู่หน้าหลุมศพแห่งนึง ป้ายหน้าหลุมศพสลักชื่อไว้ว่า 'เสวี่ย ปิง'
"ท่านแม่ขอรับ ลูกจะต้องออกเดินทางแล้วนะขอรับ ลูกอาจจะไม่ได้กลับมาเยี่ยมท่านแม่ที่นี่อีก" เด็กหนุ่มได้แต่ยืนต่อหน้าหลุมศพผู้เป็มารดาอย่างอาลัยอาวรณ์
เด็กหนุ่มไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ก่อนหน้านี้เขาเป็เด็กกำพร้าจากอีกโลกหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากที่นี่โดยสิ้นเชิง ที่นั่นไม่มีพลังปราณ มีเพียงมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ต่อมาก็ได้มาเกิดบนโลกใบนี้ ในตอนที่ผู้เป็มารดายังอยู่ เขามีความสุขมาก เพราะชาติก่อนไม่มีโอกาศได้ัักับสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว แต่พอผู้เป็มารดาจากไป ทุกอย่างก็เหมือนจะกลับไปเป็เชกเช่นชาติก่อนอีกครั้ง บิดาแต่งหญิงคนใหม่เข้าตระกูลและให้กำเนิดบุตรสาวหนึ่งคน ซึ่งนางก็คือน้องสาวต่างมารดา ผู้ที่เป็อัจฉริยะของตระกูลโดยแท้จริง
พอนางอายุได้ห้าขวบ นางก็ปลุกพลังธาตุออกมาเป็พลังธาตุสายฟ้า ธาตุพิเศษที่หาได้ยาก ดังนั้นฐานะของเขาในตระกูลก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงวันนี้
หลังอยู่กับหลุมศพของผู้เป็มารดาได้สักพักแล้ว เขาก็เดินไปที่ห้องของตัวเอง ภายในนั้นไม่มีอะไรมาก มีเพียงของตกแต่งเพียงเล็กน้อย เขาเดินไปที่เตียง บนนั้นมีถุงผ้าที่ห่อของจำเป็เอาไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาและเดินออกจากตระกูลไปโดยไม่รอให้ถึงยามเช้า ไม่ล่ำลาผู้ใด เพราะชีวิตของเขาในตระกูลแห่งนี้ มันโดดเดียวมาเสมอ
"ต่อไปนี้ นามของข้าคือ 'เสวี่ยซาน' มิใช่ มู่ซาน อีกต่อไป ข้าจะตั้งใจฝึกฝน ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะแสดงให้คนในตระกูลแห่งนี้ทุกคนที่ดูถูกข้ากับท่านแม่เอาไว้ให้ได้เห็น!" เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง
พูดจบเขาก็เดินทางออกจากตระกูลมุ่งหน้าไปทางประตูเมืองโดยทันที
คล้อยหลังที่เด็กหนุ่มเดินจากไป ในมุมมืดแห่งนึง ชายชราที่ยืนมองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่ม ที่กำลังเดินห่างออกไปด้วยความกังวลและห่วงใย