ร่างของเด็กสาวไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนขึ้นอีกครั้ง นาง้าเวลาเพื่อฟื้นปราณธาตุแสงและธาตุลมที่สูญหายไป แต่ศัตรูเ่าั้ของนางยังจะให้โอกาสกับนางอีกหรือ สมองของเด็กสาวยามกำลังคิดหาทุกวิธีเพื่อหนีออกจากสถานการณ์อันตราย เคล็ดวิชาพันดาวตกใช้ปราณธาตุแสงเป็หลัก ทว่าปราณธาตุแสงในกายนางถูกดาบเมื่อครู่ดูดซับไปจนหมดสิ้นแล้ว
“นางเด็กนั่นใช้ปราณไปหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวนาง !!” ผู้ที่มีปราณแปดดาวขั้นปลายได้สติเป็คนแรก ชายอีกสองคนเห็นเป็เช่นนั้นจริงจึงเริ่มสงบใจได้ ในดวงตาชั่วร้ายปรากฏความเหี้ยมเกรียมและความโลภขึ้นเช่นกัน
‘สมเป็ผู้มีพร์ที่ท่านอาจารย์ฟ่านให้ความสนใจ โชคดีที่อย่างไรก็เป็เพียงนักยุทธ์เจ็ดดาวขั้นปลายเท่านั้น…’
“ส่งอาวุธเวทย์และเคล็ดวิชาชั้นดินนั่นมา แล้วเราอาจจะปล่อยเ้าเป็อิสระ !!” ชายหัวหน้ากลุ่มเอ่ยให้ความหวัง ทว่าเด็กสาวกลับยิ้มหยันในใจ
แน่นอนว่ามู่เชียนไม่เชื่อคำพูดของพวกมัน ทว่า มีเพียงต้องหลอกให้คนทั้งสามคิดว่านางโง่เง่า จึงจะสามารถยื้อเวลาออกไป รออีกไม่นานยามเฝ้าประตูทิศเหนือที่ได้ยินเสียงการต่อสู้จะต้องออกมาสำรวจสถานการณ์ เมื่อนั้นนางก็จะรอดจากเหตุการณ์คับขันนี้ไปได้
“จริงหรือ?” ใบหน้าเล็กมอมแมมแสร้งแสดงความลังเลออกมา ขณะลอบสูดหายใจเพื่อรวบรวมเอาปราณธาตุที่หายไปให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
การรวบรวมปราณกลับเข้าร่าง หากเป็ผู้อื่นคงใช้เวลาครึ่งค่อนวัน แต่กับนางที่มีสายเืท่านเทพซิ่งชางผู้เป็เ้าของมิติ หากตั้งใจรวบรวมปราณคงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อด้วยซ้ำ
เห็นเหยื่อเริ่มคล้อยตาม ศิษย์ชั่วสามคนก็นึกย่ามใจ ยายเด็กนี่ไม่รู้มีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่อีก ภาพที่พรรคพวกตายไปง่ายๆถึงสองคนทำเอาพวกมันเข็ดขยาดอยู่บ้าง หากนางยินยอมมอบของออกมาเองจึงจะปลอดภัยกว่า
“แน่นอน หากพวกเราได้ของแล้วย่อมอารมณ์ดียิ่ง จะยอมปล่อยเ้าไปสักครั้ง…” ใบหน้ากลับกลอกพยายามส่งยิ้มผูกมิตรให้เหยื่อตายใจ ทว่ามู่เชียนมองไปแล้วกลับเห็นเพียงรอยยิ้มชั่วร้ายเหี้ยมเกรียมเท่านั้น เด็กสาวแสร้งกลอกตาคิดครู่หนึ่งเพื่อถ่วงเวลาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ
“พวกเ้า… จะยืนยันได้อย่างไร ?”
“ ไม่จำเป็ต้องยืนยัน ข้าพูดอย่างไรก็อย่างนั้น!” เสียงหมดความอดทนจากชายตาสามเหลี่ยมเอ่ยขึ้น มันมองไปทางประตูสำนักอย่างรู้ทัน “เสียเวลาเปล่า คนเฝ้ากะทิศเหนือในยามนี้เป็คนของพวกเรา ไม่มีผู้ใดมาช่วยเ้าได้หรอก” ริมฝีปากหนาบิดยิ้มเย้ยหยัน มันกระชับดาบขนาดใหญ่ในมือก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง
‘คงมีแต่ต้องพึ่งตนเองแล้วสินะ’ หญิงสาวคิดอย่างปลงตก เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีหวังให้คนในสำนักออกมาช่วย อย่างไรนางก็ไม่มีทางยอมตายที่นี่แน่นอน ดวงตาสีน้ำตาลผุดประกายแวววาวระหว่างที่ความคิดหลายร้อยพันสายวิ่งผ่าน
มู่เชียนยืนขึ้นช้าๆ ปราณแสงที่รวบรวมกลับมาได้เพียงเล็กน้อย พอให้สามารถใช้เคล็ดวิชาพันดาวตกได้บ้าง แต่คงได้เพียงสามส่วนของความเร็วในยามปกติเท่านั้น หากวิ่งกลับไปสำนักซึ่งเป็ทางโล่งเตียนย่อมไม่อาจสู้ความเร็วพวกเขาได้
‘ต้องหนีเข้าไปในป่าทมิฬ อาศัยสิ่งกีดขวางพรางสายตายื้อเวลา จึงมีโอกาสรวบรวมปราณได้’ ความคิดบ้าคลั่งพลันปรากฏขึ้นในสมอง
“หากพวกเ้าอยากได้มาก…เช่นนั้นก็รับไปเถิด…!! ” เด็กสาวปาของในมือไปยังชายคนหนึ่งที่อยู่ไกลจากร่างของตนมากที่สุด สีหน้าของเขาแตกตื่นยินดี ไม่คิดว่าผู้ที่นางเลือกมอบของให้จะเป็เขา พรรคพวกอีกสองคนมองตาม แล้วพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อหวังแย่งชิงสิทธิ์สมบัติทันที
“ส่งมาให้ข้า…!!”
“ไม่ นี่เป็ของๆข้า”
“พวกเ้ากล้าแย่งของกับข้า อยากตายรึ!!?”
ขณะที่กำลังจะเปิดศึกแย่งชิงสมบัตินั้น…ของในมือก็พลันปรากฏชัดแก่สายตาคนทั้งสาม ที่แท้ที่นางโยนมาเป็เพียงว่านอสรพิษหัวหนึ่ง !!
แม้จะมีค่ามากถึงสิบหินปราณ แต่หากเมื่อเทียบกับวิชายุทธ์ขั้นดินและอาวุธเวทย์ระดับฟ้า ย่อมไม่มีทางเทียบกันได้ ! พวกมันปาว่านอสรพิษหัวนั้นลงกับพื้นแล้วหันมองหามู่เชียนอย่างโมโห กลับเห็นเพียงเงาร่างสีเขียวแวบหายเข้าไปทางป่าทมิฬแล้ว
“ตามไป…!!” ชายตาสามเหลี่ยมะโเสียงกร้าว
สตรีขี้ริ้วบังอาจต้มพวกเขาเสียเปื่อย. …หากจับตัวได้เมื่อไหร่จะไม่ให้นางได้ตายอย่างสบายแน่ !
ร่างบางวิ่งด้วยความเร็วที่ช้ากว่าปกติถึงสามเท่า นางกำลังลัดเลาะไปตามพงป่าเพื่อหลบซ่อนการโจมตีจากด้านหลัง ทว่าฉับพลันกลับรู้สึกถึงสายลมกรีดเฉือนที่กำลังพุ่งมา มู่เชียนก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณทันที
“ฟึ่บ…!!”ดาบขนาดใหญ่ตัดผ่านเส้นผมหลุดออกไปปอยใหญ่ ความเร็วของมันทำเอาจิตใจของมู่เชียนหนาวเยือกนัก ทว่าไม่ทันสงบใจได้ทัน ฝ่ามือหนึ่งก็ซัดลงที่กลางหลัง ผลักร่างน้อยให้ถลาไปด้านหน้าหลายจั้ง
ชายที่โจมตีสำเร็จะโหัวเราะเสียงดัง แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเด็กสาวมิได้หยุดชะงัก ทั้งยังสามารถวิ่งต่อได้โดยปราศจากท่าทางาเ็แต่อย่างใด
‘หนึ่งครั้ง…’. มู่เชียนนับการโจมตีที่มากระทบร่างในใจ ชุดเกราะเวทย์นี้นางเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ สามารถป้องกันการโจมตีระดับนี้ได้ห้าครั้ง
เห็นเป้าหมายปลอดภัยไร้เื่ราว ทั้งยังพุ่งไปไกลกว่าเดิมเพราะแรงโจมตีของเขา ดวงตาของชายผู้เป็หัวหน้ากลุ่มก็พลันเปลี่ยนเป็คลุ้มคลั่ง มุ่งมั่นจะตามล่าสังหารนางมากกว่าเดิม
‘บนร่างนางเด็กนี่คงมีสมบัติลึกลับมากมาย …คราวนี้ข้ารวยแล้ว …!!’
ไม่กี่อึดใจต่อมาร่างเด็กสาวก็ถูกศัตรูล้อมไว้อีกครั้ง มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของนาง แน่นอนว่ามันไม่อาจทะลุเสื้อเกราะเวทย์ของนาง เพียงสร้างความจุกเล็กน้อยเท่านั้น
‘อึ่ก..!! สองครั้ง…’
มู่เชียนสะบัดฝ่ามือปล่อยเพลิงประทับปฐีออกไปอีกครั้ง ชายสามคนแตกฮือหนีไปคนละทิศละทาง พวกมันได้รับบทเรียนแล้วว่ากระบวนท่านี้ของนางร้ายกาจเพียงใด ไม่คิดว่าในสภาพนี้ เด็กสาวยังสามารถปลดปล่อยกระบวนท่าสังหารออกมาได้
น่าเสียดายที่การโจมตีคราวนี้ของมู่เชียนอ่อนแรงลงมาก เพียงพวกมันถอยไปเล็กน้อยก็หลบพ้นได้อย่างสบาย ไม่นานก็พุ่งเข้ามาล้อมร่างของนางไว้อีกครั้ง และคราวนี้ยามที่หญิงสาวหันไปรับมือกับชายถือดาบ ชายตาสามเหลี่ยมก็พลันพุ่งเข้าใส่เด็กสาวแล้วจับแขนข้างหนึ่งของนางบิดไปด้านหลัง.... กดนางลงกับพื้นได้ทันที
“อั่ก …!!” ฝ่าเท้าแฝงพลังปราณกระแทกลงมาที่กลางหลังของเด็กสาวอย่างแรง แม้พลังปราณไม่อาจทะลุผ่านลงมาได้ แต่แรงกดทับทางกายภาพนั้นก็ยังทำให้นางกระอักเืออกมา
“หนีเก่งนักไม่ใช่หรือ.. หนีอีกสิ !!” ชายผู้นั้นยกเท้าสูงหมายจะกระทืบซ้ำลงบนร่างบางอีกครั้ง
มู่เชียนหลับตาลงรอรับความเ็ป ทันใดนั้น...ปราณสีดำคมกริบขนาดใหญ่พลันพุ่งเข้ามาอย่างเงียบงัน ฟาดผ่าร่างของชายผู้นั้นจนขาดออกเป็สองท่อน !!
เืสดสีแดงฉานฉีดพุ่งออกจากร่างไม่สมประกอบนั้น… เด็กสาวที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นไม่ได้รู้สึกถึงของเหลวร้อนระอุที่สาดใส่ร่าง ทว่ากลับััได้ว่าแรงมือที่ยึดแขนนางไว้คลายลงไป
มู่เชียนรีบลืมตาแล้วหันกลับไปหาศัตรูคิดจะถีบร่างของคนผู้นั้นออกไป ทว่าภาพที่เห็นทำให้นางไม่อาจขยับตัวได้... ร่างครึ่งท่อนที่ยืนอยู่ต่อหน้านางนั่นคืออะไรกัน ?
ท่อนบนของคนชั่วผู้นั้นร่วงลงไปกองอยู่ด้านข้างนานแล้ว ก่อนที่ร่างท่อนล่างอันโชกเืนั้นจะล้มทับตัวนาง … มู่เชียนก็ได้สติพลันกลิ้งตัวหลบไปด้านข้างได้ทัน !
เด็กสาวลุกขึ้นนั่งมองไปรอบด้าน ทางซ้ายนางเห็นชายชุดเทาผมสั้น มือข้างขวาของเขาหิ้วศีรษะหนึ่งไว้ เป็ของศิษย์ชั่วที่ชอบใช้อาวุธลับผู้นั้น.…!!
“อ้าากกกก….!!” เสียงศิษย์ชั่วของสำนักอีกคนหนึ่งร้องขึ้นจากด้านหลัง มู่เชียนมองตามไปก็เห็นมันผู้นั้นถูกตรึงไว้กลางอากาศ อักษรแถวหนึ่งกำลังวิ่งวนล้อมรอบมัน ก่อนจะฉีกกระชากร่างชายผู้นั้นออกเป็ชิ้นๆต่อหน้าต่อตา !!
ร่างเล็กยังคงนิ่งงันด้วยไม่แน่ใจกับสถานการณ์ ไม่กี่วินาทีก่อนหน้าศัตรูร้ายกาจทั้งสามยังไล่ล่านาง ทว่าชั่วอึดใจคนกลุ่มนั้นกลับต้องเป็ฝ่ายดับดิ้นไป !
เหตุการณ์วันนี้ทั้งสับสนและน่าะเืใจ นางทั้งฆ่าคน ทั้งถูกคนตามฆ่า ภาพการตายอันน่าสยดสยองเ่าั้วนเวียนกลับเข้ามา ..ชัดเจนอย่างมาก !
เมื่อครู่อยู่ระหว่างความเป็ความตายจึงมิอาจคิดอะไร ด้วยจำต้องใช้ทุกความคิดไปกับการเอาชีวิตรอด แต่ยามนี้….
เืคนตายยังชุ่มโชกอยู่บนร่างนางเต็มไปหมดเลยมิใช่หรือ ?!
ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนต้องหลับตารวบรวมสติไว้ ร่างเล็กสั่นเทาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจฝืนได้ จนกระทั่งครู่ใหญ่มู่เชียนพลันรู้สึกได้ว่ามีร่างคนผู้หนึ่งมาหยุดยืนตรงหน้า.. เด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตาสีเทากระจ่างคู่นั้น...
‘เขาเอง…’ สองตาของนางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างเหม่อลอยอยู่บ้าง
ที่แท้คนที่ช่วยนางไว้ก็คือชายชุดดำที่เคยสู้กับัพฤกษาตนนั้น…รูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาเ็าดุจเทพปีศาจ ทำให้นางจดจำเขาได้ในทันที
หัวใจสั่นไหวของนางเริ่มเต้นในจังหวะที่มั่นคงขึ้นอีกครั้ง ...น่าแปลกที่ดวงตาเย็นเยียบและไร้ความรู้สึกกลับทำให้นางสงบใจลงได้ อาจเพราะในลูกแก้วสีเทาคู่นั้นไม่มีความประสงค์ร้าย .. มู่เชียนถึงกับมองเห็นความเห็นใจเสี้ยวเล็กๆไหลวนอยู่ในแสงสีเทานั้นด้วยซ้ำ
เยว่เทียนหงจ้องมองร่างมอมแมมของเด็กสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความโล่งใจอย่างประหลาด เมื่อครู่เขาอยู่อีกฟากของป่าพลันััได้ถึงอาวุธเวทย์ระดับฟ้าอันไม่ควรปรากฏในแคว้นเล็กๆอย่างต้าหนาน เขาเพียง้ามาสำรวจดูให้ชัด… ไม่นึกว่ากลับได้พบนางกำลังถูกไล่ล่า
คราแรกเยว่เทียนหงไม่คิดสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว …. ผู้สัตว์อสูรร้ายกาจอย่างนางย่อมรับมือศัตรูระดับนี้ได้อย่างสบายๆ
ทว่าทันทีที่เห็นพวกมันกดเด็กสาวลงกับพื้นแล้วทำร้ายจนกระอักเืออกมา ความโกรธเกรี้ยวพลันครอบคลุมจิตใจของเขาไว้อีกครั้ง ปราณมืดที่เพิ่งจะสงบลงไม่นานเปลี่ยนเป็บ้าคลั่งอย่างรุนแรง
โดยไม่ทันรู้ตัวเ้าชั้นต่ำสมควรตายผู้นั้นก็ขาดเป็สองท่อนเสียแล้ว !!
เห็นเด็กน้อยตรงหน้าปลอดภัยดีทุกอย่าง หัวใจที่คั่งแค้นของเขาจึงค่อยสงบลงได้ ยิ่งมองนางใกล้ๆ ความรู้สึกอบอุ่นก็แทรกเข้ามาในร่างของเขา ชัดเจนจนน่าประหลาดใจ…
ปฏิกิริยาเช่นนี้เหตุใดจำเพาะต้องเกิดยามอยู่ต่อหน้านาง.. ?
ร่างสูงหลุบตาลงพิจารณาเด็กสาวมอมแมมที่กองอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งออกไปหา คิดจะช่วยพยุงนางลุกขึ้น ...ท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของผู้ติดตาม
พวกเขาไม่เคยเห็นฝ่าาเป็ฝ่ายััผู้อื่นมาก่อน ด้วยรูปลักษณ์แสนธรรมดา รวมถึงอายุที่ต่างกันมาก พวกเขาย่อมไม่อาจคิดไปในทางชู้สาวได้ ทั้งหกพร้อมใจกันคาดเดาไปทางอื่นอย่างพร้อมเพรียง
อาจเพราะนางเคยมีน้ำใจ อาจเพราะพร์ไม่ธรรมดา อาจเพราะสมบัติที่พกติดตัวล้วนล้ำค่า หรืออาจเพราะสัตว์อสูรตัวนั้น แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชายชุดเทาต่างก็มองมู่เชียนเป็ตาเดียวกัน
‘คนที่นายท่าน้า ต้องพาตัวกลับไปด้วยให้ได้ …!!
มือของบุรุษตรงหน้าเป็มือที่สวยงามที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา ผิวขาวเนียนสะอาด นิ้วเรียวยาว ข้อนิ้วแข็งแรงเรียบตรง ปลายเล็บได้รูปสีชมพูสวย ลำพังมือข้างนี้ของเขาก็ราวกับเป็งานประติมากรรมที่สร้างจากหยกชั้นเลิศแล้ว
ระหว่างที่สมองวิเคราะห์มูลค่าของความงามตรงหน้า…มู่เชียนค่อยๆ ยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ ต่อเห็นฝ่ามือของตนที่ยื่นไปนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเืแดงฉาน เด็กสาวจึงชะงักไป
นางชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ไม่อาจทำใจทำลายความสวยงามของมือคู่นี้ด้วยมือเลอะเทอะของตนได้
เด็กสาวส่งยิ้มแห้งๆให้ผู้มีพระคุณแทนการปฏิเสธอย่างสุภาพ ทว่าคนตรงหน้ากลับยื่นมือค้างอยู่เช่นนั้น เจตนาของผู้มีพระคุณทำให้นางรู้สึกเกรงอกเกรงใจขึ้นมา และเพื่อไม่ให้เขาเสียหน้ามู่เชียนจึงเริ่มเช็ดมือกับเสื้อของตนอย่างเร่งรีบ
แต่ไม่ว่านางจะเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่มีทางสะอาด เพราะทั้งมือและเสื้อผ้าของนางล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยเืไม่ต่างกัน ท่าทีทั้งรีบร้อนและกังวลนั้นดูทุลักทุเลน่าขายหน้ายิ่งนัก
ทว่า…โดยไม่มีใครสังเกตุได้ทัน ….ดวงตาสีเทาเย็นเยียบคู่นั้นกลับมีประกายขบขันวาบผ่านเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี !
ได้ยืนอยู่ใกล้เด็กสาวนางนี้แล้วรู้สึกสงบอย่างมาก ความอบอุ่นอันแปลกประหลาดกดข่มความหนาวเย็นจากธาตุมืดที่คอยกัดกร่อนเขามาช้านานให้อ่อนแรงไป เยว่เทียนหงถึงกับไม่ต้องฝืนทนกับความบ้าคลั่งรุนแรงในใจอีก
เป็เวลาหลายปีนับแต่เขารับพันธะสัญญาชั่วร้ายนั่นมา นี่เป็ครั้งแรกร่างกายของเขาได้ผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง
เยว่เทียนหงหลุบตาลงจับจ้องร่างเด็กสาวนิ่ง .. ยิ่งมองการตัดสินใจของเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้น !
มู่เชียนมองมือสองข้างที่เลอะเทอะกว่าเดิมอย่างปลงๆ เด็กสาวตัดสินใจลุกขึ้นยืนด้วยตนเองแล้วส่งยิ้มให้เขาแทนการขออภัย นางชูมือสองข้างให้เขาดูโดยไม่เอ่ยอะไรเพื่อแสดงความจำเป็ที่ต้องปฏิเสธความหวังดีของเขา
โชคดีที่ดวงตาสีเทาคู่นั้นมิได้มีทีท่าโกรธเคืองนาง เพียงดึงมือขาวสะอาดข้างนั้นกลับไปอย่างเงียบๆเท่านั้น
“ผู้น้อยมู่เชียน ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำเอาไว้” หญิงสาวหันไปประสานมือโค้งคารวะต่อเยว่เทียนหงและผู้ติดตามทุกคนอย่างถ้วนหน้า
“แม่นาง เ้าเองก็เคยช่วยพวกเรา ถือว่าแล้วกันไป อีกทั้งหากจะขอบคุณก็ขอบคุณนายท่านของเราเถิด หากท่านไม่ลงมือก่อน พวกเราก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวหรอก” ชายชุดเทาสวมที่คาดหน้าผากเอ่ยขึ้น ไม่ลืมทวงความดีความชอบให้กับฝ่าาของตน
มู่เชียนหันมายิ้มให้ร่างสูงในชุดดำตรงหน้า เขายังคงหล่อเหลาอย่างน่าเหลือเชื่อ ที่สำคัญยังเป็วีรบุรุษช่วยชีวิตนาง ความเคารพนับถือและชื่นชมของนางที่มีต่อชายผู้นี้สูงจนทะลุฟ้าแล้ว
“ขอบคุณนายท่าน” เด็กสาวโค้งคารวะเขาอีกครั้งอย่างจริงใจ นางไม่รู้สึกว่าการยกย่องเขาเป็นายท่านนั้นจะผิดแปลกอะไร แท้จริงในใจนางอยากเรียกเขาว่าท่านเทพเสียด้วยซ้ำ
“อย่าเรียกข้าเช่นนั้น เ้ามิใช่พวกเขา” เสียงท้วงเอ่ยนิ่ง
“เช่นนั้น… ข้าควรเรียกท่านเช่นไร ?”
“นามข้า…เทียนหง”