!!เปรี้ยงงง!!
ทันใดนั้นก็มีสายฟ้าทมิฬเส้นใหญ่ฟาดกราดทะลุเพดานลงมา ตำแหน่งที่รัศมีพลังตกกระทบ คือใจกลางปราสาทซึ่งเป็จุดยืนตรงกลางระหว่างอินทราเน็ตและวิศรุตพอดีพอดี นั่นเป็สายฟ้าที่มีพลังอำนาจทำลายร้ายกาจที่สุดเท่าที่ไตรภพมีมา จอมเทวเป็ผู้ดลบันดาลสิ่งนี้ขึ้นเพื่อหยุดยั้งการวิวาทระหว่างทั้ง 2
" พวกท่านต่างก็เป็เผ่าเทวะด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง บังอาจรักแม้รู้ตัวว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าเรา พวกท่านก็ยังกล้ามีปากเสียงกันโดยไม่คิดที่จะให้เกียรติหรือกริ่งเกรง นี่หรือคือขุนทหารแห่งความหวังของเรา นี่หรือคือเราผู้เสียสละที่เคยปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่นำสันติสุขคืนสู่ไตภพทั้ง3 ลำพังเื่แค่นี้พวกท่านก็ยังไม่สามัคคีกันแล้วจะไปช่วยเหลือใครก็ได้"
จอมเทวาตะคอกเตือนสติ น้ำเสียงของพระองค์เอนไปในทางกริ้ว และมีโทสะ ทรงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว เขม็งมองทุกร่างที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาดุดัน ทั้งหมดรีบคุกเข่าลงกับพื้นตัวสั่น รีบขอให้ทรงยกโทษให้ ใบหน้าซีดขาวมีเหงื่อไหลอาบจนทั่วใบหน้าจนถึงลำคอเหล่าเสนาทหารเทวะทุกตนเองก็มีอาการไม่ต่างกัน สายตาของพระองค์จ้องไปที่อินทราเทพและวิศรุต กวาดตามองไปยังเหล่าขุนพลอื่นๆซ้ำอีกรอบดวงเนตรมรกตแข็งกร้าว ค่อยๆคลายความกริ้วออก แล้วจึงถอนหายใจออกมาก่อนจะเป็สุระเสียงก้องกังวาน
"พวกท่านทั้งหลายจงฟัง นี่คือบัญชาของเรา จงประกาศออกไปขอร้องให้ทุกเผ่าพันธุ์ในสามภพที่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้และพอที่จะเป็กำลังให้แก่เรา เคลื่อนขบวนรบของตนออกมาร่วมมือกับขบวนทัพนักรบ์ ใช้พลังปราณ,เวทย์มนต์,กำลังฤทธิ์หรือสุดแล้วแต่ที่จะสามารถทำอะไรได้บ้าง ช่วยกันสร้างกำแพงศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็ปราการปกป้องทุกชีวิตในสามภพ ไม่ให้รับผลกระทบจากาที่เกิดขึ้นจากมหาศึกครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง โดยให้ป่าหิมพานต์เป็จุดศูนย์กลางของอาณาเขตกำแพงเวทมนตร์และให้สร้างกำแพงเวทย์แบบเดียวกันนี้แผ่ปกคลุมลายล้อมพิภพทั้ง 3"
องค์จอมเทพทรงมีบัญชา
"พวกเราขอน้อมรับคำสั่งพะยะค่ะ" ขุนพลทั้งหลายพร้อมใจตอบ
จะกล่าวถึงวิมานฉิมพลี ดินแดนแห่งอสูรเทวะปักษาพญาอังฆาท กษัตริย์แห่งเผ่าพันธุ์ครุฑคนปัจจุบัน ได้เรียกประชุมเหล่าเสนาทหารเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการทำศึกในครั้งต่อไป
ท่ามกลางปราสาทหินศิลาแลง 8 ประตู ปราสาทที่ถูกสร้างด้วยศิลปะคล้ายขอมโบราณ มีมนุษย์วิหคยืนเรียงรายอยู่หน้าบัลลังก์หินต่อหน้าพระพักตร์ของกษัตริย์ เตรียมการหารือถึงเื่หนักใจและแผนการต่างๆอันจะใช้ต่อไปสำหรับยุทธการ
"ศึกครั้งนี้จริงอยู่ที่พวกเราเป็ต่อนาคาหลายขุม แต่เราก็เสียไพร่พลไปจำนวนไม่น้อยในาครั้งที่ผ่านมา เผ่าพันธุ์เราเป็เผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายหนึ่ง จำนวนต่างกันอย่างเทียบไม่ติด เห็นทีว่ารบกันครั้งหน้าคงไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเราซะแล้ว พวกเ้ามีความคิดเห็นอย่างไรก็เสนอมาได้"
จอมครุฑถามด้วยความหนักใจ
"ท่านพ่อ นอกจากเราจะมีประชากรน้อยกว่าแล้ว ชุดเกราะ อาวุทธในการทำาของเราเองก็เสียหายไปไม่ใช่น้อยๆ คิดว่าคงจะสร้างมาใหม่ไม่ทันพร้อมใช้ในาครั้งหน้า เพื่อเป็การหลีกเลี่ยงการสูญเสียครั้งใหญ่และไม่เป็การปล่อยให้ายืดเยื้อจนเกินไปลูกขอเสนอให้ส่งทัพอสูรปักษาพวกชลาพุชะและโอปปาติกะไปเป็ผู้นำทัพหน้าในศึกครั้งต่อไปพะยะคะ"
เทวัญเ้าครุฑมหาอุปราช บุตรชายเพียงคนเดียวของกษัตริย์อังฆาท เสนอแผนการต่อราชบิดา
" เ้าเสนอให้พ่อสั่งพวกโอปปาติกะกับพวกชลาพุชะ ให้ไปออกศึก นี่เ้าคิดอะไรอยู่เทวัญ หากเราปล่อยให้พวกนั้นลงไปรบในาเห็นทีว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่เผานาคาเท่านั้นหรอกที่จะตื่นกลัว แม้แต่พวกเราเองก็อาจจะโดนลูกหลงไปด้วย และคงไม่มีทหารครุฑตนใดมีใจออกศึกร่วมรบกับพวกอสูรเช่นนั้น ทั้งพละกำลังและอำนาจวิเศษแม้แต่พวกเราเองก็อาจจะถูกเข็นฆ่าให้ตายไปด้วย ถ้าพวกมันเห็นว่าเราเป็พวกก็ดีไป แต่ข้ากลัวว่ามันจะเห็นเราขวางทางมันมากกว่า"
" ขอเพียงท่านทรงมีบัญชาให้วายุการแม่ทัพตะวันออก ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากพวกมันนำขบวนออกรบเป็แนวหน้า โดยไม่ส่งกำลังทหารจำนวนมากออกติดตามไปด้วย ให้เพีงดูลาดเลาคอยสังเกต เหตุการณ์อยู่ห่างๆ ทำเช่นนี้เราก็จะสามารถรักษาชีวิตทหารเราได้เป็จำนวนมาก ปล่อยให้หน้าที่ไล่ล่าสังหาร เป็ของพวกมัน ลูกเชื่อว่าด้วยพลังอำนาจและพละกำลังดุจปีศาจเช่นนั้น จะทำให้กองทัพนาคาสูญเสียกำลังรบเป็จำนวนมากและหวาดกลัวที่จะทำากับเราต่อไป ถ้าเป็เช่นนั้นพวกมันจะต้องพากันถอนทัพอย่างแน่นอน และใน่เวลานั้นพวกเราจะทุ่มกำลังทั้งหมดบุกไปถล่มพวกมันถึงนครบาดาลโดยใช้เส้นทางที่พวกมันหลบหนี นี่เป็แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ในระหว่างที่พวกมันกำลังหลบหนีก็จะเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ภายใต้มหาสมุทร กว้างเพียงพอที่พวกเราจะยกทัพทั้งหมดผ่านเข้าไปได้ นับเป็การเผด็จศึกภายในคราวเดียวเลยพะยะค่ะ"
จอมราชันใช้ความคิดอยู่เพียงครู่ มองดูเหล่าขุนพลก็ไม่เห็นมีใครคัดค้าน
"อืมม ถ้าเป็ไปตามแผนที่เ้าพูดก็นับว่าเป็แผนการที่ฉลาดมากเลยทีเดียว ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก สมแล้วกับเป็ลูกชายของข้า เอาละทหารจงมีคำสั่งออกไปให้วายุการแม่ทัพใหญ่แห่งดินแดนตะวันออกแต่งทัพหน้านำทหารครุฑ 2 สายพันธุ์ในมือของเขาเป็กองหน้าทะลวงฟันนำทัพใหญ่ของเราออกรบในาครั้งต่อไป"
กษัตริย์ครุฑออกคำสั่งตามคำแนะนำของผู้ชาย
ณ วิมานฉิมพลีเขตตะวันออก ปราการที่ถูกสร้างขึ้นด้วยูเาหินกลางมวลเมฆที่มีลักษณะเป็เขาวงกตอันเป็ที่อยู่ของบรรดาครุฑสายพันธุ์ชลาพุชะและโอปปาติกะ ผู้มีอำนาจสูงสุดในดินแดนตะวันออกเขตนี้คือวายุกาฬ แม่ทัพใหญ่สายพันธุ์พิเศษ ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยตรงมาเมื่อครั้งแต่แผ่นดินเก่า จากพญาสุบรรณเ้า ปฐมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่องค์กร มอบหมายให้คอยทำหน้าที่ดูแลดินแดนเขตตะวันออกแห่งนี้พร้อมทั้งปกครองผ่าฟันคุดสายพันธุ์พิเศษที่ไม่ได้ถือกำเนิดด้วยไข่(ชลาพุชชะ= ครุฑที่ถือกำเนิดในครรภ์แบบเป็ตัว) ( โอปปาติกะ= ครุฑที่ถือกำเนิดได้ด้วยตนเองโดยอาศัยอานุภาพพิเศษไม่มีบุพการีเป็ผู้ให้กำเนิด)
เสียงปีกกว้างหนักอึ้งของทหารครุฑตนหนึ่งบินโฉบลมปะทะมาแต่ไกลก่อนร่อนลงด้านหน้าตำหนักของแม่ทัพใหญ่ ทหารผู้นำราชองการก้าวเดินเข้าไปในปราสาทอย่างรวดเร็วก่อนจะทันสังเกตเห็นว่าบรรดาครุฑในดินแดนแห่งนี้ มีขนาดตัวที่สูงใหญ่กว่าตัวเองถึง 3 เท่าและทุกๆสายตาในปราสาทกำลังจับจ้องมองมาที่ตนเองปานจะจับฉีกเนื้อกินได้ทุกเมื่อ เ้าทหารครุฑตัวจ้อยยืนสั่นกลัวแทบสิ้นสติ ใบหน้าเปลี่ยนสีซีดขาวมีเหงื่อไหลอาบท่วม บ่งบอกว่ากลัวตายอย่างสุดขีดเมื่อเวลาผ่านไปสักพักจึงตั้งสติได้แล้วหยิบราชโองการที่ผูกติดอยู่กับสะโพกออกมาอ่านรายงานคำสั่ง
"มะ.. มีราชโองการจากกษัตริย์ครุฑธา ให้ทะ..ท่านวายุกาฬ แม่ทัพใหญ่แห่งดินแดนเขตตะวันออกแต่งทัพนำทหารครุฑสายพันชลาพุชะโอปปาติกะเป็กองหน้าทะลวงฟัน ให้รั้งหน้ากองทัพใหญ่ที่นำโดยองค์อุปราชเทวัญออกศึกในาครั้งหน้าขอให้ท่านวายุกาฬ แม่ทัพดินแดนตะวันออกจงน้อมรับบัญชา"
แม่ทัพผู้เกรียงไกรตอบรับคำสั่งพร้อมกับทิ้งตัวลงคุกเข่า การกระทำเช่นนั้นของเขาเป็แบบอย่างให้ทหารรอบข้างทำตาม เสียงกระทบจากการทิ้งเข่าใส่พื้นโดยพร้อมเพรียงของทุกคน ส่งผลให้ปราสาททั้งหลังสั่นะเื ทหารครุฑจากวังหลวงถึงขั้นทรุดหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวก่อนจะเงยลืมตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าแม่ทัพใหญ่วายุการและขุนทหารทั้งหลายรอรับราชองการจากตนอยู่ จึงนำราชสาส์นวางใส่มือแม่ทัพใหญ่ ด้วยอาการสั่นเกร็งก่อนจะวิ่งหน้าตั้งแผ่นออกจากปราสาทดินกับราชวังด้วยความรวดเร็ว บรรดาทหารแห่งดินแดนตะวันออกทยอยลุกยืนหลังจากนั้น
" ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นทหารจากดินแดนกษัตริย์ราชวังมาเหยียบสักครั้ง ก็พอรู้กันอยู่ว่าพวกมันรังเกียจเอามากๆ แต่เหตุใดครั้งนี้จึงมีรับสั่งให้พวกเราเป็กองหน้าออกรบในาที่เราไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย" ทหารครุฑตนหนึ่งพูดน้ำเสียงดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
"มันแปลกๆอยู่นะ จริงๆแล้วท่านแม่ทัพมีสิทธิ์ที่จะไม่รับราชองการนี้ก็ได้ มันไม่ใช่คำสั่งของพญาสุบรรณเ้าอยู่หัวของเราอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่พระองค์เสด็จตไปหลายร้อยปี ราชวงศ์กษัตริย์ครุฑเราก็เปลี่ยนอำนาจปกครองไปอยู่ในมือของกษัตริย์ตนใหม่ พวกเราเมื่อสิ้นเ้าเหนือหัวสุบรรณ ก็ตกลงปลงใจกันแล้วว่าจะแยกตัวออกจากอำนาจการปกครองของวังหลวง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับราชวังอีกต่อไป ท่านแม่ทัพเป็ผู้นำของเราถึงแม้ท่านไม่ตอบรับคำสั่งนี้พวกครุฑจากดินแดนกษัตริย์ก็ไม่กล้ามีเื่กับพวกเราหรอก เราไม่จำเป็ต้องไปเสียเืเสียเนื้อให้กับเ้าพวกนี้ด้วยซ้ำ"
ทหารอีกตนออกความเห็นแล้วหันไปมองแม่ทัพใหญ่ก่อนก้มศีรษะให้ด้วยความนอบน้อม
"มันไม่สำคัญหรอกว่าเราจะมีส่วนรู้เห็นกับาหรือไม่"
วายุกาฬเดินย่ำไปทั่วปราสาทมีคุณพลทหารเดินติดตามสนทนาไปด้วยหลายตน
"มันเป็เพราะว่าพวกเรามีพลังเหนือกว่าพวกเขา จึงเหมาะที่เป็ตัวหมากในการออกรบกับพวกนาคา ถ้าหากเป็เช่นนั้นพวกทหารของกษัตริย์ก็ไม่จำเป็ต้องออกรบให้เสียกำลังโดยเปล่าประโยชน์ นี่คงจะเป็แผนการทุ่มกำลังรบทั้งหมดบุกอาณาจักรของนาคาระหว่างที่ชุลมุนอยู่กับพวกเรา"
แม่ทัพใหญ่หยุดเดินหันกลับมามองเหล่าทหารคู่ใจแล้วเหลือบตาออกไปนอกหน้าต่าง
"นี่จะต้องเป็แผนของอุปราชเทวัญแน่นอน หึ ชะล่าใจเกินไปแล้วเ้าพวกนั้นดูถูกกำลังรบของพวกนาคาเกินไป เผ่าพันธุ์พิเศษของนาคา เช่นเราก็มีอยู่ ต่างกันตรงที่พวกเขาทั้งเข้มแข็งและสามัคคีกัน ช่างแตกต่างจากเรามากมายเหลือเกิน ไม่มีทางที่พวกนั้นจะปล่อยให้เมืองหลวงของตัวเองโดนบุกง่ายๆหรอก เห็นทีว่าจะส่งเผ่าพันธุ์ของเราไปตายทิ้งเป็กองทัพทั้งหมด โง่เง่าเสียจริง"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
บทประพันธ์ : เ้าชายเงาะป่า