……
วิศณีตุลย์กำลังวิตกและกังวลว่าตัวของเธอในตอนนี้นั้นจะเป็เช่นไรต่อไป ถ้าหากไอ้พวกโจรมันรู้ว่าตัวของเธอไม่ได้มีค่าอะไรอย่างที่พวกมัน้า เธอคิดว่าเ้าโจรโง่เง่าพวกนี้ต้องจับตัวเธอมาผิดคนอย่างแน่นอน ด้วยเพราะว่าเธออยู่ในที่พักส่วนตัวของทางโรงเรียน อาจทำให้พวกโจร เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็ลูกคนรวยอย่างแน่นอน
“ พวกแก.. จับฉานมาทามมาย.. ? ฉานไม่ช่ายคนรัวน้า.. จ้าวเง่า!! ( พวกแกจับฉันมาทำไม ? ฉันไม่ใช่คนรวยนะ.. เ้าโง่!! ) ”
“ อุ๊บ!! ” “ วะฮ่าๆๆ ” เสียงพวกโจรบ้าห้าร้อยกำลังหัวเราะเพราะขบขันในสำเนียงภาษาที่ผิดเพี้ยนของวิศณีตุลย์เป็อย่างมาก
“ อ้าว.. เฮ้ย!! อะไรกันวะเนี่ย.. ข้าไปจับเอาตัวอะไรมาวะ!! ชาวบ้านเผ่าไหนกัน..? ภาษามันถึงได้แปร่ง ๆ ” คนเสียงห้าวๆกำลังสงสัย
“ หรือมันลิ้นไก่สั้นวะ ? แบบนี้จะได้ราคารึ ? เอาไปฆ่าทิ้งซะดีมั้ย!? ” เ้าคนเสียงเล็กและแหลมชักมีดออกมาเพื่อเตรียมที่จะฆ่าปิดปาก
“ ไม่ผิดตัวหรอก.. นี่ไง ” เ้าคนเสียงทุ้ม ๆ กระซิบบอกแก่พวกของมันโดยที่แอบหันไป ดูพวกกลุ่มโจรที่อยู่ด้านนอกว่ามีใครแอบเข้ามาฟังหรือเปล่า แล้วส่งกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตัวของมันแอบเก็บเอาไว้ ยื่นมาให้พวกของมันอีกสองคนนั้นดู
กระดาษที่เ้าคนเสียงทุ้มๆยื่นมาให้กับอีกสองโจรนั่นดูก็คือ กระดาษที่มีรูปวาดของผู้หญิง ที่หน้าตาเหมือนกับวิศณีตุลย์ของเราเป็อย่างมาก และมีเงินรางวัลนำจับที่มี่ค่าถึง 4,000 เหรียญทอง ทั้งสามโจรมองรูปวาดที่กระดาษและหันกลับมามองที่ตัวของวิศณีตุลย์ที่พวกมันจับเอามา และแล้วพวกโจรทั้งสามคนก็ทำหน้าตาแบบดีใจสุด ๆ ที่ดูยังไง ๆ ก็หน้าเกลียดและน่ากลัวเป็ที่สุด โดยเฉพาะไอ้ตัวที่เสียงเล็กและแหลมนั้นเหลือกตาและแลบลิ้นออกมายาว ๆ ได้น่าอุบาทว์เลยสิ้นดี
“ ว๊าก!! ฮ่าๆๆๆ เอิ้กๆๆๆ ดีวุ้ย!! ฮ่ะๆๆๆ ” พวกมันหัวเราะอย่างคนบ้าคลั่ง จึงทำให้ไอ้พวกโจรอีกกลุ่มที่อยู่กันที่ด้านนอกนั้นเดินเข้ามาดู
“ เฮ้ย!! จะหัวเราะทำเหี้**** อะไรของพวกมึงวะ!! เดี๋ยวพวกมันก็แห่มาตามกันถูกพอดี!! ” พวกโจรอีกกลุ่มที่อยู่ด้านนอกเข้ามาโวยวายกับเ้าพวกสามคนที่หัวเราะกันเสียงดัง ( ทางเรา*** เซ็นเซอร์เองค่ะ )
“ แหม.. ข้าขอโทษที.. ลืมตัวไปเล็กน้อยน่ะ พอดีไอ้สองคนนี้มันเล่าเื่ตลกให้ข้าฟัง ข้าเลยอดขำไม่ได้น่ะ.. ลูกพี่ ” เ้าคนเสียงทุ้มรีบแก้ตัว และแอบเอากระดาษรูปวาดเก็บเข้าข้างในเสื้อของมันอย่างแเี
“ เอ่อ.. ลูกพี่.. เด็กนั่นพวกข้าก็จับมาให้แล้ว งั้นพวกข้าสามคนขอตัวกลับก่อนนะ เพราะมีธุระจะต้องเอานังผู้หญิงคนนี้ไปส่งอีกที่นึง ” เ้าคนเสียงทุ้มรีบบอกกับคนที่มันเรียกว่าลูกพี่อยู่
“ เออ.. รีบไปเถอะ พวกแกอย่าลืมดูและปิดทางเข้าออกให้ดีด้วยล่ะ เดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอา ” เสียงลูกพี่ของกลุ่มโจรอีกกลุ่มสั่งเ้าพวกสามคน
เ้าคนเสียงทุ้มนำเชือกที่ลงเวทมนตร์ดำออกมามัดมือของวิศณีตุลย์ซ้ำอีกที แต่เขาก็มัดแค่พอเชือกอยู่ในมือแค่เพียงเท่านั้น!! ไม่ได้มัดแ่าแต่อย่างใด เพราะเชือกเส้นนี้จะทำให้วิศณีตุลย์ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวอะไรได้เลยสักอย่าง!! และเขาก็นำตัวของเธอใส่ลงในกล่องลังไม้แล้วปิดด้วยผ้าจาก้า ผ้าที่ปิดนี้ก็เป็ผ้าที่ถูกเวทมนตร์ดำปกคลุมเอาไว้จึงทำให้คนที่อยู่ด้านนอกจะมองไม่เห็นลังไม้ที่กักเก็บตัววิศณีตุลย์เอาไว้ แล้วพวกมันทั้งสามคนก็ได้นำพาเอาตัวของเธอออกไปขึ้นรถลากและ ออกเดินทางไปอย่างง่ายดาย…
……
ณ ที่เทือกเขาลาฟรัท
กลุ่มคนที่อาศัยอยู่บนูเาอยู่ติดชายแดนของจักรวรรดิ อาเทนติยูส เป็กลุ่มคนที่เคร่งครัดในลัทธิมนตร์ดำ พวกเขาเป็กลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อการปฎิวัติและ้าที่จะล้มล้างพวกนักเวทมนตร์สายขาว ที่มีสะสมมานานกว่าทศวรรษ และพวกกลุ่มคนที่อยู่ในลัทธิมนตร์ดำแห่งนี้นั้น มีด้วยกันทั้งหมดอยู่ 8 คน โดยมี โจนาธาน โอรุคกวัด เป็หัวหน้าลัทธิในครั้งนี้
และด้วยความที่อยากจะสร้างความวุ่นวายให้กับทางการเมืองของจักรวรรดิ อาเทนติยูส นั้นซึ่งในตอนนี้มีอาเทนติยูสเป็ผู้นำและยังคงครองตำแหน่งท่านมหาเวทในตอนนี้อยู่อีกด้วย ด้วยความอิจฉาและริษยาของ โจนาธาน จึงทำให้เขาอยากที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของอาเทนติยูสให้หมดไป..
เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นโจนาธานยังคงเป็ศิษย์เอกที่เก่งกาจของหอคอยนักเวท มีศักดิ์ที่จะได้รับตำแหน่งเป็ ท่านมหาเวท คนถัดไป แต่เนื่องด้วยเขาโดนจับได้เสียก่อนว่าตัวเขานั้นได้แอบศึกษาวิชามนตร์ดำ ซึ่งมันเป็วิชาต้องห้ามของเหล่านักเวทมนตร์สายขาว และในบรรดานักเวทที่ตามมาไล่ล่าและตามจับเขานั้น หนึ่งในนั้นคือ อาร์มมัวล์ ติยูส ( พ่อของอาเทน ) และยังมีเครือญาติ ที่เป็เคาน์ตครูซ คราวเดียลีฟอีกด้วย
ในตอนนั้น.. อาเทนติยูสมีอายุได้แค่ 13 ปี ตอนที่เขาเกิดมา อาร์มมัวล์พ่อของเขาอยากให้ลูกชายของตนเป็ผู้ยิ่งใหญ่และเป็ผู้นำของประเทศสืบต่อไป จึงได้ตั้งชื่อของเขาว่า อาเทนติยูส ซึ่งชื่อของอาเทนนั้นก็พ้องต่อชื่อของ จักรวรรดิ อาเทนติยูสอยู่พอดี ด้วยความตั้งใจจากพ่อของเขาอย่างแท้จริง..
หลังจากที่โจนาธานโดนจับได้ว่าเขาแอบศึกษาวิชามนตร์ดำ เขาก็โดนขับไล่ออกจากหอคอยนักเวทที่อยู่ในเมือง แต่ด้วยความที่โจนาธานเป็คนเก่ง และเป็ศิษย์เอกของอาจารย์ใหญ่จากหอคอยนักเวทอยู่แล้วนั้น เขาจึงไม่ยอมรับในความเป็จริงที่ตัวเองจะโดนขับไล่ จึงเกิดการต่อสู้กันด้วยเวทมนตร์กันเกิดขึ้น พ่อของอาเทนก็ได้พลาดพลั้งและาเ็สาหัส และโจนาธานก็เช่นเดียวกัน เขาโดนพวกนักเวทสายขาวรุมกระหน่ำเวทมนตร์และอาคมใส่ตัวเขาอย่างรุนแรง โจนาธานสู้ไม่ไหวเพราะพวกอาจารย์ก็มาช่วยพวกทางเวทสายขาวไปอีกด้วย
ในที่สุดเขาก็เลยต้องหนีออกมาอย่างหัวซุกหัวซุน ยังให้เกิดความแค้นต่อพวกนักเวทฝ่ายมนตร์ขาวน่าดู แต่โจนาธานก็หนีไปกบดานอยู่ที่เทือกเขาลาฟรัท ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ค่อยมีใครที่จะกล้าย่างกลายเข้ามาใกล้เทือกเขาแห่งนี้ เพราะที่นี่เป็เทือกเขาที่มีหน้าผาที่สูงชัน และรายล้อมไปด้วยขวากหนามและภยันตรายอีกมากมาย ทั้งยังมีัเฝ้าอยู่ที่เชิงเขาอีกด้วย โจนาธานอาศัยความหนาทึบของเทือกเขาและความน่ากลัวของัจึงทำให้เขานั้นอยู่รอดและสามารถรวบรวมสมัครพรรคพวกที่มีความชื่นชอบในลัทธิมนตร์ดำของเขา และหมั่นฝึกฝนเวทมนตร์จนแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากที่พวกนักเวทมนตร์สายขาวได้ขับไล่ โจนาธานออกไปได้แล้ว อาร์มมัวล์ก็ได้ไปรักษาาแแต่อาการของเขาย่ำแย่ไม่ยอมหาย ในที่สุดอาร์มมัวล์ก็ทนพิษาแไม่ไหวและได้เสียชีวิตไป คงความเสียใจให้แก่ภรรยาของเขา ( แม่ของอาเทน ) เธอจึงได้กักเก็บเืหยดสุดท้ายของสามีของเธอไว้ในหลอดแก้ว และเคลือบด้วยอาคมเพื่อคงความเป็นิรันดร และห่อหุ้มด้วยแร่เงินที่ทำให้ลักษณะเหมือนหยดน้ำ ( น้ำตา ) เป็ตัวแทนน้ำตาของหล่อน และเก็บรักษาไว้อย่างดี ก่อนที่จะมอบให้แก่ลูกชายของเธอเป็ของขวัญในงานวันเลี้ยงฉลองบรรลุนิติภาวะของอาเทน เพื่อให้เขารำลึกถึงความกล้าหาญของพ่อของเขา และต่อมาอีกหนึ่งปีมารดาของอาเทนก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วยจากโรคหัวใจ จึงทำให้ของขวัญที่แม่ของเขาได้ให้ไว้แก่เขาเพื่อรำลึกถึงพ่อนั้นกลับกลายเป็ของดูต่างหน้าของแม่ของเขาไปในทันที..
หลังจากที่อาเทนได้ผ่านงานเลี้ยงฉลองบรรลุนิติภาวะไปแล้วนั้น ทางท่านอาจารย์หญิง จามัวเลียน่า และบรรดาพวกผู้เฒ่าสายเวททั้งหลายต่างก็มีมติลงความเห็นให้ อาเทนติยูส นั้นดำรงตำแหน่งท่านมหาเวทเป็ลำดับต่อไป
อาเทนติยูสจึงได้เป็ผู้นำของจักรวรรดิ อาเทนติยูส โดยชอบธรรม และยังคงครองตำแหน่งท่านมหาเวทที่อายุน้อยที่สุดอยู่ในตอนนี้ ( ตอนที่ครองตำแหน่งก็ 20 ปี แต่ในตอนนี้ปัจจุบัน 23 ปีแล้ว )
จึงเป็สาเหตุให้โจนาธานที่โดนไล่ออกมาจากหอคอยเวทนั้น ไม่ยอมรับและเกิดความอิจฉาเพราะอาเทนเป็ลูกชายของอาร์มัวล์ศัตรูคู่แค้นที่มาขับไล่เขาออกจากหอคอยเวท และรวมไปถึงท่านเคาน์ตครูซ คราวเดียลีฟอีกด้วย
โจนาธานกับพรรคพวกในลัทธิได้แบ่งอาณาเขตแถวๆเทือกเขาลาฟรัท เพื่อการปกครองและแผ่อำนาจของลัทธิมนตร์ดำของพวกเขา จึงได้มีการขยายอาณาเขตและได้มีการติดต่อกับอาณาจักรอันใกล้เคียงและแคว้นเล็กๆโดยผ่านลงมาจากชนชั้นสูงลงไปเรื่อย ๆจนถึงชนชั้นต่ำ จากหัวหน้าจนกระทั่งถึงลูกน้อง และผู้คนชนชั้นกลางต่าง ๆที่อยู่ ณ ที่นั้นๆ
จนทำให้โจนาธานมีสมัครพรรคพวกที่สามารถเรียกใช้งานได้ อยู่กระจายเต็มไปหมดแทบจะทั่วแคว้นละแวกใกล้เคียง และในที่สุด.. ก็ถึงเวลาที่โจนาธานจะทำให้พวกของนักเวทสายขาวต้องระส่ายระส่ำ เพราะเขาจะใช้บุคคลจากข้างนอกจักรวรรดิ อาเทนติยูส และพวกนักเวทสายขาวจะไม่สามารถสืบเสาะได้ว่าเป็เพราะจากอำนาจจากตัวเขาและลัทธิมนตร์ดำ ทำให้พวกขุนนางฝ่ายในที่เป็พันธมิตรกับเชื้อพระวงศ์ ( พวกท่านผู้เฒ่าและท่านอาจารย์หญิง ) และขุนนางฝ่ายที่เป็เครือญาติกับผู้นำจักรวรรดิ ( เคานต์ครูซ คราวเดียลีฟ ) เกิดความสับสนและไม่สามารถรู้สาเหตุที่แท้จริงได้
โจนาธานได้ให้ ดาริม แฮ้มส์ สมาชิกลำดับที่ 3 ได้ไปติดต่อและทำการซื้อขายแร่หินเวทจากดินแดนจักรวรรดิ อินเทอร์โฟ ซึ่งที่นั่นมีแร่เงินกับแร่เหล็กเยอะมาก ทั้งยังมีเกร็ดหินเวทที่อยู่กระจายไปบางพื้นที่ แต่ผู้นำของที่จักรวรรดิอินเทอร์โฟ ซึ่งนำโดย ไรเทนต์ อาซเตอร์ นั้นเป็พวกนักล่าอาณานิคมจึงไม่ค่อยชอบติดต่อและทำการค้ากับใครเท่าไรนัก แต่ด้วยพวกลูกน้องของไรเทนต์นั้น เป็พวกกลุ่มโจรนั้นเยอะมาก จึงทำให้มีการแอบลักลอบค้าขายกับพวกพ่อค้ามืดในบางแห่ง และสถานที่ที่นิยมนัดแนะไปเพื่อที่จะติดต่อซื้อขายหรือดูสินค้าที่ลักลอบหรือหนีภาษี แม้กระทั่งของที่โจรกรรมมาปล่อยขายก็จะนิยมข้ามแดนกันมาที่ แคว้น ฮัมเบิร์ต แถวๆชายฝั่งที่อยู่ใกล้กันกับจักรวรรดิ อินเทอร์โฟ
เนื่องด้วยจักรวรรดิ อินเทอร์โฟ นั้นเป็เกาะที่ไม่ติดกับพื้นที่ของประเทศและแคว้นใด มีเพียงทะเลล้อมรอบ จึงต้องเดินทางด้วยเรือเพียงเท่านั้น และคนในพื้นที่ก็มีนิสัยใจคอที่อำมหิตย์โหดร้าย และป่าเถื่อน ผู้นำอย่าง ไรเทนต์จึงเป็คนที่ดุร้าย ฉลาดแกมโกงและเก่งกาจทั้งทางบู๊และบุ๋น เขาจะไม่ยอมเสียเปรียบต่อผู้ใดอย่างแน่นอน
ดาริน แฮ้มส์รู้อยู่แล้วว่าไรเทนต์เป็คนแบบไหน เนื่องด้วยเขามีสายจากสมัครพรรคพวกที่ชื่นชอบในลัทธิมนตร์ดำ และอยู่เป็กลุ่มกองโจรเล็กๆในจักรวรรดิ อินเทอร์โฟ เพื่อทำการค้าขายของในตลาดมืดและลักลอบขนของหนีภาษีต่าง ๆทั่วราชอาณาจักร จึงทำให้ติดต่อกันอยู่เนืองๆ พวกกลุ่มกองโจรเล็กๆอาสาจะไปหาและขโมยพวกแร่หินต่าง ๆมาให้ ดาริมจึงติดต่อทำการค้ากับพวกกองโจรอยู่เรื่อย ๆมา
“ ทำไมเที่ยวนี้.. เกล็ดหินเวทถึงได้น้อยนัก และดูคุณภาพต่ำกว่าคราวที่แล้วนะ ” ดาริมกล่าวกับหัวหน้ากลุ่มโจรผู้มาติดต่อ
“ โธ่.. นายท่านเที่ยวนี้.. ของหายากเต็มที อีกอย่างท่านผู้นำไรเทนต์ก็ตรวจเข้มขึ้นกว่าเดิม ของที่ลักลอบมาได้จึงได้มาเพียงเท่านี้แหละท่าน ข้าพยายามอย่างมากเลยนา.. ต่อไปอาจจะไม่ได้แบบนี้ด้วยนะท่าน ” หัวหน้ากลุ่มโจรจอมเ้าเล่ห์พูดเพื่อจะหาทางโก่งราคาของสินค้า
ดาริมไม่ใช่คนโง่แต่เขามีความจำเป็ เป็อย่างมากในการต้องใช้แร่หินเวท และแร่หินต่าง ๆเพื่อในการเล่นแร่แปรธาตุ เพราะตัวของดาริมเองไม่ค่อยเก่งในเื่ของเวทมนตร์และคาถาสักเท่าไหร่นัก เขาเก่งในด้านเล่นแร่แปรธาตุกับพวกน้ำยาดัดแปลงต่าง ๆซึ่งมันจำเป็สำหรับตัวของเขาอย่างมาก ในเมื่อทางเ้าหัวหน้ากลุ่มโจรอยากจะเพิ่มราคาของแร่หินเขาคงต้องพูดอะไรสักอย่างบ้างแล้ว..
“ เ้าคิดว่าข้าไม่รู้เื่กลไกของการตลาดยังงั้นรึ ? เ้าอยากจะขอขึ้นราคาของแร่หินนั้นข้าไม่ว่าอะไรเ้าหรอกนะ แต่ข้ามีเื่จะไว้วานให้เ้าช่วยข้าในเื่นึง ถ้าพวกเ้าทำให้ข้าได้ ข้าก็จะไม่ว่าอะไรเ้าเื่ที่เ้าขอขึ้นราคาสินค้า และข้าจะเพิ่มเงินให้กับเ้าเป็พิเศษด้วย เ้าจะว่ายังไงล่ะ ? เ้าสนใจที่จะทำข้อตกลงกับข้าไหม ? ” ดาริมพยายามหว่านล้อมคำพูดของเขาให้กับหัวหน้ากลุ่มโจร
“ ข้อตกลงของท่าน.. มันคือสิ่งใด ? ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรสงสัยและอยากจะรู้
ดาริมกระหยิ่มและยิ้มที่มุมปาก เขาค่อยๆกระซิบบอกเจตจำนงที่เขา้าแก่เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรคนนั้น
“ ….. หา!! ท่านจะให้ข้าลักลอบเข้าไปในเขตแดน จักรวรรดิ อาเทนติยูส อย่างนั้นรึ!! ”
“ ข้าไม่ได้ให้พวกเ้าทำฟรีๆหรอกนะ.. แต่ถ้าเ้าไม่ตกลง เป็อันว่าข้าก็จะยกเลิกสัญญาซื้อขายกับเ้าและไปหาผู้ทำสัญญารายใหม่อย่างแน่นอน ” ดาริมขู่เ้าหัวหน้ากลุ่มโจร
“ แหม!!.. ท่านก็.. ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่ทำ!! แค่จะบอกว่า พวกท่านอยู่ที่จักรวรรดินั่นแล้วทำไมไม่ทำเสียเองเลยล่ะ จะมาว่าจ้างพวกข้าไปทำไม ? อีกอย่าง พวกข้าเป็คนจากจักรวรรดิที่อื่น.. ขืนเข้าไปอาจจะโดนจับเสียก่อนน่ะสิ และที่จักรวรรดิอาเทนติยูสเนี่ยก็ถูกปิดกั้นโดยูเาล้อมรอบจึงทำให้ยากต่อการเดินทางเสียด้วย ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรโอดครวญเพราะคิดว่างานที่ดาริมบอกมานั้นยากเกินไป
“ แล้วใครบอกให้เ้าลักลอบเข้าไปล่ะ ข้าจะให้เ้าเดินทางโดยทางเรือ และเข้าไปอย่างเปิดเผย เพื่อติดต่อและเข้าไปค้าขาย ” ดาริมบอกเ้าหัวหน้าโจรพร้อมกับกางแผนที่ของเส้นทางและเมืองต่าง ๆของจักรวรรดิอาเทนติยูส
“ ตอนนี้.. ข้ามีพรรคพวกที่อยู่ที่จุด x นี่ ที่นั่นจะเปิดเป็ตลาดโต้รุ่งขายของและอาหารบังหน้า มีคนพอที่จะใช้งานได้อยู่ 10 คน พวกนั้นเป็คนของข้า และเ้าหาคนที่ไว้ใจได้สัก 2 - 3 คนก็พอ เพราะคนที่อยู่ที่นั่นจะไม่มีใครรู้จักพวกเ้าเลยถ้ามีเื่อันใด คนพวกนั้นจะตามเ้ากันมาไม่ถูกและเ้าจะรอดพ้นและไม่มีความผิด เ้าแค่เข้าไปในสถานที่นี้.. และจับแค่เด็กคนนี้.. ก็พอ เอาตัวไปส่งที่ตลาดโต้รุ่งกับหัวหน้าที่นั่น แค่นี้.. งานของเ้าก็เป็อันจบ ถ้าทำได้ ข้าจะนำเงิน 200 เหรียญทองมาให้เ้า พร้อมกับต่อสัญญาซื้อขายเช่นเดิม ” ดาริมส่งรูปวาดของเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้กับเ้าหัวหน้ากลุ่มโจร เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรรับมาและมองดูรูปวาดนั้น พร้อมกับคิดคำนวณความเป็ไปได้ของงานและเงินรางวัล
( ค่าเงินเหรียญทอง 1 เหรียญมีค่าเท่ากับเงินบาท 400 บาท )
“ ข้าตกลงรับงานนี้ ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรตอบตกลง