บทที่ 22 นี่คือพลังของผู้ที่ได้อันดับสุดท้ายงั้นหรือ?
ในตอนนี้ เยี่ยหรงเยว่ที่ตัดสินใจแน่วแน่ กำลังบินไปทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความเร็วสูงสุด
ทันใดนั้น ด้านหลังของนางก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับเสียงะโที่น่าใยิ่งกว่าเมื่อครู่ ทำให้นางอดหันไปมองไม่ได้
เมื่อนางหันกลับไป นางก็เห็นเยี่ยหลิงหลงกำลังยืนอยู่บนกระบี่ขาว ที่ระดับความสูงเหนือกว่ายอดไม้ และความเร็วของนางยังน่าใสุดขั้ว ร่างนั้นทะยานผ่านไปทิ้งสายลมกระโชกไว้เื้ั
หลังจากบินไปข้างหน้า เด็กสาวยังหมุนตัวเป็วงกลมในอากาศอย่างสวยงามอีกด้วย การขี่กระบี่พร้อมกับชุดกระโปรงสีแดงพลิ้วไหวบนท้องฟ้าสีฟ้าครามนั้นดูสวยงามโดดเด่นสะดุดตา
"ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่เจ็ด พวกท่านช้าจริง ๆ เลย! ข้ารอพวกท่านมาครึ่งวันแล้ว ถึงขนาดนี้ยังตามไม่ทัน คนหนึ่งขอบเขตจินตานอีกคนขอบเขติญญาแรกกำเนิด อายบ้างหรือไม่?"
เผยลั่วไป๋และจี้จื่อจั๋วยังไม่ทันได้พูดอะไร พวกศิษย์จากสำนักอื่น ๆ ที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้กลับพูดออกมาก่อน
"นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขาช้านะ แต่เป็เพราะเยี่ยหลิงหลงเร็วเกินไปต่างหาก! ข้าเพิ่งเคยเห็นคนที่สามารถขี่กระบี่ได้เร็วขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลย!"
"ว้าว เยี่ยหลิงหลงยังอยู่ขอบเขตก่อปราณใช่หรือไม่? นางทำได้อย่างไรกัน ทั้งเร็วและมั่นคงขนาดนี้? ด้วยฝีมือการขี่กระบี่ของนาง ถ้าบอกว่านางอยู่ขอบเขตจินตานข้าก็เชื่อ! ตอนแรกคิดว่าเยี่ยหรงเยว่เก่งมากแล้ว แต่เยี่ยหลิงหลงกลับน่ากลัวกว่าอีก"
"ทั้งคู่อยู่เพียงขอบเขตก่อปราณแต่สามารถขี่กระบี่ได้แล้ว ยุคนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะหรืออย่างไร? ถึงแม้จะเป็การขี่กระบี่ในขอบเขตก่อปราณเหมือนกัน แต่การบินต่ำ ๆ อย่างระมัดระวังของเยี่ยหรงเยว่เทียบไม่ได้เลย! นี่คือพลังของคนสุดท้ายในการรับศิษย์หรือ?"
เมื่อเห็นว่าศิษย์น้องหญิงเล็กของตนได้หน้าคนเดียว ใบหน้าของเผยลั่วไป๋และจี้จื่อจั๋วก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"ศิษย์น้องหญิงเล็กของพวกเราเก่งมากเลยนะ!"
เผยลั่วไป๋รู้ดีว่าจริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่ฝีมือศิษย์น้องหญิงเล็ก แต่เป็กระบี่เล่มนั้นต่างหาก เขาเคยเห็นความเก่งกาจของกระบี่ิญญาโบราณเล่มนั้นมาก่อน การที่เขาจะสู้ความเร็วของมันไม่ได้ก็เป็เื่ปกติ
แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง กระบี่ิญญาโบราณที่เก่งกาจขนาดนั้นกลับเชื่อฟังศิษย์น้องหญิงเล็ก แสดงว่าศิษย์น้องหญิงเล็กของเขาก็ต้องเก่งกาจมากเป็แน่
"ใช่แล้ว ศิษย์น้องหญิงเล็กของพวกเรานั้นเก่งกาจมากจริง ๆ"
"แน่นอนว่าศิษย์พี่ใหญ่ก็เก่งกาจ หลายเดือนมานี้ที่ไม่ได้พบกัน พลังของศิษย์พี่ใหญ่พัฒนาขึ้นมาก ถึงขนาดทำลายกำแพงดินแดนลับได้เลย"
เผยลั่วไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง แท้จริงแล้วเื่นี้เขาทำไม่ได้หรอก แต่เพราะศิษย์น้องหญิงเล็กจ้องเขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งมาสี่เดือน ทั้งกลางวันกลางคืนไม่กล้าละเลย ทำให้พลังของเขาพุ่งพรวดจนทำเื่เหลือเชื่อเช่นนั้นได้
พอคิดย้อนกลับไป ก็ต้องขอบคุณศิษย์น้องหญิงเล็กจริง ๆ
"จริง ๆ แล้วศิษย์น้องหญิงเล็กเก่งกว่าข้าอีกนะ"
"หือ?"
เผยลั่วไป๋ตบไหล่จี้จื่อจั๋ว
"ต่อไปเ้าก็จะรู้เอง"
เขาไม่รู้หรอกว่าศิษย์น้องเจ็ดพบศิษย์น้องหญิงเล็กแล้วจะเป็อย่างไร แต่เขารู้ว่าศิษย์น้องหกหนีไปแล้ว
ใช่ ั้แ่ศิษย์น้องหกรู้ว่าศิษย์น้องหญิงเล็กมาที่ลานบ้านของเขาทุกวันเพื่อจ้องให้เขาฝึกฝน เขาก็หนีไปแล้ว กลัวว่าศิษย์น้องหญิงเล็กจะไม่ปล่อยเขาไปด้วย
จี้จื่อจั๋วผู้ไม่รู้อะไรเลยพยักหน้าอย่างจริงจัง
"กลับไป ข้าอยากสนิทกับศิษย์น้องหญิงเล็กให้มาก ๆ"
"สัญญานะ!"
"หือ?"
จี้จื่อจั๋วชะงัก ทำไมศิษย์พี่ใหญ่เหมือนกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจอย่างนั้นล่ะ?
"รีบไปเถอะ เดี๋ยวศิษย์น้องหญิงเล็กก็หลงทางหรอก"
"โอ้! จริงด้วย ๆ"
เมื่อเห็นเยี่ยหลิงหลงแสดงฝีมือต่อหน้า เยี่ยหรงเยว่กำหมัดแน่น รู้สึกอึดอัดในอกอย่างยิ่ง
เื่ราวเป็เช่นนี้ได้อย่างไร? น้องสาวผู้มีระดับเพียงขอบเขตก่อปราณจะทำการขี่กระบี่ได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ได้อย่างไร? แม้แต่ตัวนางเองก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักภายใต้คำแนะนำของอาจารย์เป็เวลานานกว่าจะทำได้เช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่านางจะขี่กระบี่ได้แล้ว แต่ก็ยังต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เกรงว่าเผลอเพียงนิดก็อาจร่วงได้
แต่ท่าทางของเยี่ยหลิงหลงนั้นไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย กลับเหมือนกำลังเล่นสนุกอยู่บนพื้นราบ โลดโผนโจนทะยานได้อย่างอิสระ
ทั้งที่มีพร์ธรรมดามากแท้ ๆ เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ตระกูลเยี่ย ก็เป็เพียงคนไร้ประโยชน์แท้ ๆ เป็นางที่เรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วจนถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่เหตุใดเพียงสี่เดือน น้องสาวถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนเช่นนี้?
ความแตกต่างที่มากมายขนาดนี้เมื่อเห็นด้วยตา เสียงเปรียบเทียบจากผู้คนที่ได้ยินเข้าหู ทำให้เยี่ยหรงเยว่ทุกข์ใจถึงขีดสุด
"เยี่ยหลิงหลงมีที่มาอย่างไรกัน? ทำไมนางถึงเก่งกาจนัก?"
ศิษย์ของสำนักเจ็ดดาราหนึ่งคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เยี่ยหรงเยว่อุทานออกมา พวกเขาไม่ได้อยู่ด้านนอกดินแดนลับ จึงไม่รู้ว่าเยี่ยหลิงหลงคือน้องสาวของเยี่ยหรงเยว่ และไม่รู้ด้วยว่านางคือผู้ที่ได้อันดับสุดท้ายในการรับศิษย์
"หุบปาก!" เยี่ยหรงเยว่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงตวาดเสียงดัง จากนั้นก็หันหน้าหนีไป "ยังขายหน้าไม่มากพออีกหรือ? รีบออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ เถอะ ข้างหน้ามีที่ให้พักฟื้น อย่าได้ประมาทเชียว!"
พวกศิษย์ที่อยู่ด้านหลังได้ยินต่างรู้สึกไม่พอใจ แต่เยี่ยหรงเยว่เป็ศิษย์ที่อาจารย์รักมากที่สุด อีกทั้งยังเป็ผู้ที่ศิษย์พี่ใหญ่ให้การคุ้มครองอย่างดี พวกเขาจึงไม่กล้าขัดใจ ดังนั้นทุกคนจึงปิดปากเงียบสนิท ตามเยี่ยหรงเยว่ต่อไป
หลังจากบินไปได้สักพัก อารมณ์ของเยี่ยหรงเยว่ก็ค่อย ๆ สงบลง สติค่อย ๆ กลับคืนมา
เยี่ยหลิงหลงเป็เพียงขยะไร้ค่า ไม่มีทางบดขยี้นางได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ ปัญหาต้องอยู่ที่กระบี่เล่มนั้นแน่
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ดูเหมือนปัญหาทั้งหมดก็ได้รับการคลี่คลาย เมื่อครู่เยี่ยหลิงหลงก็ใช้กระบี่ทำร้ายศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์ของสำนักเจ็ดดารา ตอนนี้ก็ใช้กระบี่เล่มเดิมในการเหินทะยาน
ดังนั้น เยี่ยหลิงหลงก็ยังคงเป็เยี่ยหลิงหลงคนเดิม หากไม่มีกระบี่เล่มนั้น นางก็ไม่มีความสามารถอะไรเลย
เมื่อข้ากลับไป ข้าต้องถามกระจกพินิจกาลให้ชัดเจนว่ากระบี่เล่มนั้นมีที่มาอย่างไรกันแน่
ขณะที่นางคิดเช่นนั้น จู่ ๆ ร่างสีแดงร่างหนึ่งพลันเคลื่อนผ่านหน้าไป เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบเยี่ยหลิงหลงขี่กระบี่อยู่ข้างหน้านาง
ทำไมถึงปรากฏตัวอีกแล้ว ทำไมถึงตามหลอกหลอนข้าไม่เลิก
พวกเขาบินออกมาได้สักพักแล้ว ทำไมยังมาเจอกันอีก โชคร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ
เยี่ยหรงเยว่กำลังหงุดหงิดใจ ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว
เดี๋ยวก่อน เยี่ยหลิงหลงคงไม่ได้จะไปแท่นหินทางตะวันตกเฉียงใต้นั่นใช่หรือ นางจะไม่ไปถึงก่อนข้าใช่หรือไม่
เยี่ยหรงเยว่ตื่นตระหนก แต่รีบปลอบใจตัวเองว่าเป็ไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด
นางถามกระจกพินิจกาล จึงรู้เื่แท่นหินนั่น แล้วเยี่ยหลิงหลงจะรู้ได้อย่างไร นางคงแค่บินไปเรื่อยเปื่อย บังเอิญผ่านหน้าเท่านั้นแหละ ใช่ ต้องเป็แบบนั้นแน่ ๆ
เด็กสาวคิดเช่นนั้น แต่ก็ยังต้องเร่งความเร็วเพื่อไปให้ถึงโดยเร็ว เพราะกลัวว่าเยี่ยหลิงหลงจะค้นพบที่นั่นโดยบังเอิญ
ปราณิญญาในนี้จะถูกใช้จนหมด เมื่อหมดแล้วต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสะสมใหม่ได้ นางไม่ยอมให้เยี่ยหลิงหลงฉวยโอกาสไปก่อนเด็ดขาด
เยี่ยหรงเยว่ร้อนใจยิ่ง แม้แต่การควบคุมกระบี่ยังไม่มั่นคง ศิษย์ที่ตามมาข้างหลังไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่เร่งความเร็วตามไปข้างหลัง
แต่ในไม่ช้า เยี่ยหรงเยว่ก็เห็นเยี่ยหลิงหลงร่อนลงไม่ไกลนัก ยืนอย่างมั่นคงอยู่ตรงกลางแท่นหินหนึ่ง โบกมือเรียกศิษย์พี่ทั้งสองของตน
พร้อมกันนั้น ร่างของเยี่ยหรงเยว่ร่วงหล่นจากกระบี่ิญญากระแทกพื้นดังตุบเสียงดังสนั่น
