เด็กชายแดน ลูกชายดอกเตอร์กำลังบู๊อยู่กับนักเลงวัยน้ำนมสามคน เขาจัดการไปแล้วหนึ่งคน ส่วนคนที่สองนี่กำลังจด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่
"มึงเข้ามาไอ้ลูกดอกเตอร์" บักจ้อยร้องะโ
"ข้าเข้าไปแน่ ไอ้จ้อย ไอ้ลูกคนสวน" แดน เด็กน้อยร้องบลูลี่มันไปบ้าน
"หน่อย แก กล้าล้อพ่อกูรึ แน่จริงมึงเข้ามาสิว่ะ" ไอ้จ้อยเริ่มเดือด แต่ก็ยังกลัว ๆ กล้า ๆ ดูท่าทีไปก่อน
"ได้ ข้าไปหาแล้วไงพวก อย่าหนีแล้วกัน" พูดจบ แดนเดินปรี่เข้าไป มือตั้งการ์ดเตรียมพร้อมตลอดเวลา ส่วนไอ้จ้อยตาลีตาเหลือกทันทีที่เห็นเด็กน้อยเข้าหา มันถอยหลังแล้ววนไปทางซ้ายทันที
แดนเดินเข้าไล่ มันก็วนหนีออกไปจนได้ ไอ้โจเห็นเป็ขัดใจนัก
"ไอ้จ้อย ถ้ามึงยังไม่เข้า กูจะเอามดแดงใส่ในกางเกงในมึง" ไอ้โจร้องะโเสียงดังเพื่อให้ลูกสมุนได้ยิน ได้ผล ไอ้จ้อยเกรงกลัวมากเพราะเคยโดนมาแล้ว
มันตัดสินใจเดนเข้าหาคู่ต่อสู้ทันที แดนที่ยืนคุมเชิงอยู่แล้ว วิ่งเข้าใส่เช่นกัน แดนได้ทีกระชากคอไอ้จ้อยลงมาแล้วตีเข่าเข้าหน้ามันไปอย่างจัง มันล้มลงทันที ไอ้จ้อยร้องครวญครางเพราะความเจ็บ
เมื่อมันได้สติก็ลุกขึ้นทันทีเหมือนกัน แต่ก็ยืนได้ไม่นานล้มลงไปอีก คราวนี้ มันรู้สึกเย็นวูบวาบที่ใบหน้า จึงเอามือลูบคลำใบหน้าตนเองแล้วก็ต้องใร้องโวยวาย
เมื่อไอ้จ้อยเห็นเืไหลออกมา มันถึงกับสลบไปทันที
ไอ้โจเห็นตาค้าง ไอ้แดน มันไปฝึกมาจากไหนว่ะ เห็นวัน ๆ เอาแต่อยู่กับพ่อที่เป็ดอกเตอร์ของมัน
"เอ้า...ไอ้เขียว มึงยืนเซ่ออะไรอยู่ ไปอุ้มมันออกมาสิ เดี๋ยวมันได้ตายจริง ๆ หรอก" ไอ้โจ เอาจริง ๆก็ไม่กล้าเข้าเหมือนกัน เลยแกล้งทำเป็สั่งลูกสมุนไปอย่างนั้น
ไอ้เขียวก็กล้า ๆ กลัว ๆ กลัวจะโดนแดนเล่นงานเอา ค่อย ๆ เดินเข้าไปอุ้มไอ้จ้อยออกมา เืมันยังไหลอยู่เลย เมื่อไอ้เขียวได้ตัวไอ้จ้อยแล้ว มันจึงหันมามองแดนตาขวาง
"ฝากเขาไว้ก่อนเถอะมึง" ไอ้โจชี้หน้าแล้วตวาดออกมา
"ไป ไอ้เขียว" พูดจบ ไอ้โจเดินนำหน้าลูกน้องไปทันที
แดนเห็นว่าเหตุหารณ์สงบดีแล้วจึงตรงเข้าไปหาทอมเพื่อนรักของเขา
"นาย เป็ไงบ้าง ลุกไหวมั้ย?" แดนถามอาการของเพื่อน
"ไม่เป็ไรแล้ว มันไม่ได้ทำอะไรชั้นเลย แค่จะมัดมือเท่านั้น" ทอมตอบเพื่อนไป ความจริงทอมเองก็ตะลึงในความเก่งกาจของเพื่อนของเขา ทอมมองหน้าเพื่อนตรง ๆ ชัด ๆ
"นายไปเรียนมาจากไหน? สอนชั้นบอกสิ" ทอมยังคงพูดต่อ
"ไม่ได้เก่งหรอก ออกท่าออกทางไปอย่างนั้นเอง พวกมันนั่นแหละที่ไม่เก่งเอง" เขาตอบเพื่อนไปตามจริง
“ว่าแต่...นายทำอะไรอยู่ ถึงมาช้า เราเกือบตายแล้วรู้มั้ย?” ทอมต่อว่าเพื่อนไปนิดหนึ่ง
“เราขอโทษ พ่อเราให้กินขนมก่อนแล้วถึงมาเล่นกับนายได้ เราขอโทษจริงๆ” เขารู้สึกเสียใจจริงๆที่มาช้า
“แต่นายรักเราจริงๆใช่มั้ย เรามีเพื่อนคนเดียวคือนาย เราเป็อะไร นายต้องปกป้องเรานะ เราไม่รู้จะไปหาใคร คนอื่นไม่มีใครรักเราเลย นะๆ นายสัญญาสิว่า นายจะปกป้องเรา นายจะอยู่ข้างเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ทอมพูดไปกอดแดนไป
“ได้สิ เราสัญญาว่าเราจะเป็เพื่อนกันตลอดไป ชั้นพูดจริง” แดนย้ำคำพูดของตน
“จริงๆนะ สัญญากับเราก่อน” ทอดพูดจบ เอานิ้วก้อยขึ้นมา แดนเห็นดังนั้นก็เอานิ้วก้อยของตนเองขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของทอมไว้เป็สัญญาใจและกายต่อกัน
ทอมดีใจมาก เอามือปาดน้ำตาและโผเข้ากอดเพื่อนรักอย่างไม่ยอมปล่อย อย่างกับกลัวว่าจะต้องจากกัน
มีเสียงเรียกหาทอมดังมาจากใกล้ ๆ นี่เอง พวกเหล่าบอดี้การ์ดของท่านประพันธ์ มีหน้าที่ต้องอารักขาบุตรชายของเขาอย่างเต็มที่ แต่เวลานี้ บุตรชายท่านประธานได้หายตัวไป เื่จึงวุ่นไปหมด ถ้าหากพวกเขาหาตัวคุณชายไม่เจอ ต้องเดือดร้อนแน่ ๆ ดังนั้นพวกมันจึงกระจายกำลังกันออกตามหาทันที
“คุณชายครับ” เสียงเรียกหาคุณชายดังมาเป็ระยะ ๆ ลูกน้องหลายคนยังคงกระจายตามหาบุตรชายของหัวหน้าตน ถ้าไม่เจอ พวกตนเองจะถูกลงโทษได้ ทอมได้ยินดังนั้น จึงะโตอบกลับไป
“ชั้นอยู่นี่” สิ้นเสียงของทอม เหล่าบอดี้การ์ดจึงได้รู้ตำแหน่งและมารวมตัวกันตรงหน้าคุณชายทันใด
“คุณชายมาทำอะไรตรงนี้ครับ ท่านพ่อสั่งห้ามว่าห้ามออกจากบ้านใหญ่นี่ครับ นี่คุณชายขัดขืนค่ำสั่งของท่านหรือครับ? คุณชายไม่รู้หรือครับว่าผลจะเป็อย่างไร?" ลุกสมุนของพ่อถามคำถามยืดยาว
“ชั้นรู้” เด็กชายทอมตอบ
“รู้แล้วทำไมถึงยังออกมาอีกครับ และตรงนี้ก้ออันตรายมากด้วย มีเด็กเกเรมากมาย ท่านพ่อกลัวว่าคุณชายจะโดนแกล้งนะครับ” บอร์ดี้ การ์ดยังพูดต่อ
“ไม่มีๆๆ ชั้นไม่ได้โดนแกล้งอะไรเลย” ทอมตอบตะกุกตะกัก
“แล้วทำไม คุณชายถึงมีน้ำตาและ....”ลูกน้องยังคงซักคุณชายไม่หยุด มันสำรวจตามร่างกายของคุณชายทุกณู
“ที่เปียกตรงเป้านั่นคืออะไรหรือครับ...คุณชาย” ลูกน้องถามประโยคสุดท้ายและออกค่ำสั่งทันที
“ไอ้เปี๊ยกกะได้แห้ง เอ็งสองคนมารับคุณชายขึ้นตึกสิ” สิ้นเสียง ไอ้เปี๊ยกและไอ้แห้งก้อเดินปรี่เข้ามาหามท่านชายออกไปจากพื้นที่ทันที
“ไม่เอา ชั้นยังไม่อยากกลับ ชั้นเพิ่งมาเอง ฮือๆๆ” ทอมร้องทั้งที่โดนหิ้วปีกิกไป เหล่าสมุนคนอื่นต่างพากันจับคุณชายไปแล้ว แต่หัวหน้าพวกมันยังไม่ไป หันหน้ามาทางแดนลูกชายดอกเตอร์ มันมองอยู่สักครู่ ก่อนจะพูดว่า