บทที่17 บุรุษชุดแพรเงิน
ฮุ่ยจวินบังเกิดความร้อนลุ่มในจิตใจยากที่จะประมาณเมื่อมันรู้ว่าเป็สตรีที่โหดร้ายนางนั้น มันก็เสมือนได้เห็นอนาคตของตนและฮุ่ยไป๋แล้วฮุ่ยไป๋อาจจะมิได้ตกตายเพราะพิษ อาจจะมิได้ตายเพราะการรักษาที่ขาดห้วง แต่จะตายเพราะน้ำมือของสตรีนางนี้!
สตรีในชุดดำมีความแค้นที่คนทั้งสองนอกจากจะเพิกเฉยต่อความเป็ตายของนางพวกมันยังเอาปิ่นหยกดำซึ่งมีค่ายกลสำคัญของนางมาด้วย ส่งให้นางไม่คิดจะไว้ชีวิตพวกมันหรือแท้จริงแล้วต่อให้คนทั้งสองช่วยนาง แต่เพื่อกำจัดพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์หลายอย่างให้หมดไปนางก็อาจจะต้องตามฆ่าปิดปากพวกมันทั้งสองอยู่ดี
สตรีชุดคลุมดำถลาเข้าหาร่างของฮุ่ยจวินพร้อมหมัดขวาพลังยุทธ์ก็แผ่พุ่งออกตามหมัดที่นางพุ่งชก สตรีนางนี้คือยอดคนพร์ที่มีจุดชีพจรลมปราณพิเศษเปิดถึงสองจุดนับเป็ผู้มีเส้นชีพจรลมปราณราชันย์ สามารถฝึกมหาวิถีวจนะได้ถึงสองมหาวิถี ซึ่งนางก็เป็ทั้งผู้ฝึกวจนะยุทธ์และฝึกวจนะมุทราในคราวเดียว!
ผู้ฝึกยุทธ์มีร่างกายที่แข็งแกร่งทุกสัดส่วนของอวัยวะล้วนเปรียบดั่งอาวุธ ปลดปล่อยพลังปาฏิหาริย์ผ่านทางร่างกาย จึงมีความแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาที่ฝึกยุทธ์ด้วยอาศัยพลังลมปราณสามัญทั่วไปเช่นนั้นฮุ่ยจวินจึงรับมือนางได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกหมัดของนางชกเข้าที่หน้าอกอย่างจังร่างถลาอัดกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่ด้านหลังแลล้มฟุบลง
ฮุ่ยจวินกัดฟันมันซัดเข็มเงินในมือทั้งสิบเล่มออกแทนมีดบินทันใด ส่งให้สตรีนางนั้นต้องชะงักท่าร่างแลหลบหลีกไปหนึ่งจังหวะแล้วจังหวะนั้นเองฮุ่ยจวินก็เคลื่อนกายวูบไหวคว้าจับเอากระบี่ที่สตรีนางนั้นใช้พุ่งสังหารมันั้แ่แรกพร้อมใช้กระบี่เล่มนั้นเสือกแทงออกอย่างรวดเร็ว เมื่อกอปรรวมเข้ากับการเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาของชายหนุ่มทำให้สตรีนางนั้นก็ยากที่จะลงมือได้โดยง่าย
จิตใจของฮุ่ยจวินนับว่าร้อนลุ่มสมาธิต้องแบ่งแยกออกสองทาง ทางหนึ่งคอยรับมือกับสตรีชุดคลุมดำ อีกทางก็อยู่ที่ร่างของฮุ่ยไป๋บริเวณจุดที่ทำการฝังเข็มไปก่อนหน้า ด้วยเวลาตอนนี้ลมปราณที่ถูกทำให้การไหลเวียนชะลอลงได้เริ่มอัดอั้นแลก่อรวมบริเวณตำแหน่งกึ่งกลางหน้าผาก กึ่งกลางอก และหลังมือเป็จำนวนมากหากไม่รีบทำการฝังเข็มขับลมปราณในจุดชีพจรส่วนปลายไล่พิษออก มีหวังจุดชีพจรลมปราณที่กึ่งกลางหน้าผากกึ่งกลางอก และหลังมือของนางต้องะเิออกทำให้จุดชีพจรเสียหาย ไม่ตายก็อาจพิการ อีกทั้งพิษที่มีก็จะแล่นเข้าหาอวัยวะส่วนสมองและหัวใจอย่างเฉียบพลันแน่และหากเป็เช่นนั้นนางก็จะตายในทันที!
ด้วยทักษะกอปรกับพลังยุทธ์แล้วแน่นอนว่าฮุ่ยจวินมิอาจเทียบได้กับสตรีในชุดดำนี่ยังจะต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกยิ่งทำให้ฮุ่ยจวินมิอาจต่อต้านพัวพันนางได้อีกต่อไปกระบี่ในมือที่ตวัดฟันวกไปมา ถูกสองนิ้วของสตรีนางนั้นคีบจับไว้ได้ ฮุ่ยจวินพยายามจะใช้พลังลมปราณกระแทกให้หลุดออกมาแต่มีหรือที่พลังลมปราณสามัญจะเทียบกับผู้มีลมปราณพิเศษได้ จึงถูกพลังลมปราณพิเศษที่ก่อรวมเป็พลังยุทธ์ขึ้นตามมหาวิถีวจนะยุทธ์ที่นางฝึกปรือมากระแทกพลังคืนกลับจนมือที่กุมจับกระบี่ของฮุ่ยจวินผงะออกจากด้ามกระบี่ ง่ามนิ้วมีรอยปริแตกจนโลหิตไหลซึมแต่ยังดีที่มันไม่แตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก พอรู้ว่ามือของตนหลุดจากกระบี่ มันก็ม้วนตัวกลิ้งลงพื้นคืนกลับหลังไปก่อนแล้วซึ่งจังหวะต่อเนื่องนี้นับว่าทำให้มันรอดพ้นจากการคีบปลายกระบี่แล้วตวัดฟันอย่างเหนือความคาดหมายของสตรีนางนั้นพอดี
“การตอบสนองเร็วดีแต่ครั้งนี้เ้าไม่รอดแน่!”
สองนิ้วที่คืบจับปลายกระบี่ของสตรีนางนั้นได้ดีดขึ้นอย่างแ่เบาทำให้ปลายกระบี่หมุนวนขึ้น้าอากาศ ส่วนด้ามก็หมุนย้อนทวนลงสู่ผืนปฐี พอกระบี่เล่มนั้นหมุนครบหนึ่งรอบตำแหน่งของด้ามจับก็ได้เคลื่อนเข้าสู่ฝ่ามือของนางแล้ว พร้อมตามมาด้วยการพุ่งแทงกระบี่ออกไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่องแลรวดเร็ว
ความเร็วในการกระทำและการโจมตีของสตรีนางนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วประกายไฟแลบเช่นนั้นร่างที่ม้วนกลิ้งคืนกลับหลังของฮุ่ยจวินจึงมิทันจะได้ลุกยืนขึ้น ปลายกระบี่ก็ได้จ่อมาใกล้ร่างของมันแล้ว!
ฮุ่ยจวินร่ำร้องในใจว่าย่ำแย่ด้วยสภาวะการณ์เช่นนี้มันได้ตกตายภายใต้กระบี่เดียวแน่ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นชายหนุ่มมันจึงคว้ามือออกด้านข้างหยิบจับเอาของทุกสิ่งที่อยู่รอบกายออกมาขวางรับอย่างจวนตัวพอดีหยิบจับถูกด้ามไม้ที่ใช้สำหรับม้วนคัมภีร์ ซึ่งคัมภีร์ในมือมันนั้น ก็คือม้วนคัมภีร์นิทานหลอกเด็กโดยภายในซ่อนไว้ด้วยคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์ เล่มเทวะมุทรา!
ฮุ่ยจวินหยิบจับแค่ไม้ม้วนคัมภีร์เช่นนั้นตัวคัมภีร์จึงห้อยตกคลี่ออก และบังเอิญว่าในส่วนเนื้อหาคลี่มาทางสตรีในชุดคลุมดำพอดีสภาวะกระบี่ของนางจึงหยุดชะงัก หัวคิ้วนางขมวดขึ้น ตัวอักษรที่นางเห็นกำลังดึงดูดนางและทำลายมรรคจิตนางในคราวเดียวตัวอักษรบรรทัดแรกเขียนไว้อย่างชัดเจน กอปรกับพลังความลึกล้ำและยากหยั่งถึงของตัวอักษรที่แผ่พุ่งมาทำให้นางทั้งมั่นใจและตื่นเต้นยินดีที่สามารถค้นพบสิ่งที่ตนดั้นด้นค้นหามาอย่างยากลำบากในตลอดเวลาหลายปีมานี้
“คัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรา!”
แต่ขณะที่สตรีในชุดดำนางนั้นจะทันได้มีปฏิกิริยาอันใดเสียงของชุดคลุมที่ตีลมพรึ่บหนึ่งก็ดังขึ้น ร่างสีเงินที่วูบไหวราวเหยียบอยู่บนม่านหมอกก็พริ้วไปมาฮุ่ยจวินขมวดคิ้วเพราะคุ้นเคยต่อท่าร่างนี้ดี เพราะนี่ก็คือวิชาตัวเบาเหยียบม่านเมฆาที่มันใช้เพียงแต่ว่าเหยียบม่านเมฆาของเงาร่างสีเงินจะแยบคายแลรวดเร็วยิ่งกว่ามัน จนมันมิอาจเทียบติดแม้แต่โจรูเาผู้มากด้วยคุณธรรมผู้นั้นที่ถ่ายทอดวิชาตัวเบานี้ให้แก่มันก็มิอาจเทียบติด
ชั่วขณะที่ฮุ่ยจวินครุ่นคิดคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราก็ถูกขโมยไปจากมือมัน ก่อนที่คัมภีร์เล่มดังกล่าวจะไปปรากฏอยู่ในมือของร่างสีเงินที่พร่าพรายนั้น
เมื่อคัมภีร์อยู่ในมือร่างสีเงินที่เห็นเพียงเงาราวหมอกมายาก็หยุดลง ทำให้เห็นว่าเงาสีเงินก็คือชุดแพรเงินชั้นดีที่เนื้อผ้ามีความมันวาวกอปรไปด้วยราศีอันสูงส่งตัวชุดมีริ้วลวดลายัขาวปักอยู่เพิ่มความงดงามแลแฝงไว้ด้วยความสง่าแก่ผู้สวมใส่ฮุ่ยจวินมิอาจมองเห็นใบหน้าคนในชุดแพรเงิน เห็นเพียงแผ่นหลังและผมดำประบ่าที่หยักศกเล็กน้อยที่ลู่ไปตามลมเห็นเพียงเท่านี้ก็ทราบว่าผู้มาคือบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ความรู้สึกคลับคลายคลับคลาว่าเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนแต่มันนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นมาจากที่ไหน ทว่าฮุ่ยไป๋เนื่องจากความปั่นป่วนอัดแน่นคล้ายจะปะทุออกได้ทุกเมื่อของลมปราณภายในกายจึงทำให้สติที่สลบไปก่อนหน้าได้ฟื้นตัวขึ้นมา ในหัวของนางคนแรกที่มักนึกถึงก็คือฮุ่ยจวินพอลืมตาตื่น สายตาอันพร่ามัวบังเอิญไปตกอยู่ที่แผ่นหลังของบุรุษหนุ่มชุดแพรเงินเป็คนแรกนางจึงพึมพำด้วยน้ำเสียงอิดโรย
“พี่ฮุ่ยจวิน"
ฮุ่ยจวินที่อยู่อีกฟากได้ยินก็หันขวับกลับไป
“ไป๋เอ๋อร์ข้าอยู่นี่"
แล้วฮุ่ยจวินก็รีบม้วนกายคว้าจับเอาห่อเข็มเงินแลถ้วยโอสถที่ใช้สำหรับฝังเข็มมุ่งไปหาฮุ่ยไป๋
ด้านบุรุษในชุดแพรเงินไหล่สะท้านขึ้นเล็กน้อยมองจากแผ่นหลังคล้ายว่ามันกำลังคิดสิ่งใดอยู่
เป็ฮุ่ยจวินที่ประสานมือขึ้นไปทางบุรุษหนุ่มชุดแพรเงินที่เห็นแต่เพียงด้านหลัง
“ท่านยอดฝีมือหากท่าน้าสิ่งนั้นก็เอาไป แต่ข้าขอร้องให้ช่วยพวกเราด้วย"
นับแต่บุรุษในชุดแพรเงินปรากฏพร้อมกับชิงคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราไปสตรีในชุดดำก็หาได้สนใจในตัวของฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋ นางเพียงหันกระบี่แล้วชี้เข้าหาบุรุษชุดแพรเงินที่เห็นแต่เพียงด้านหลัง
“หากไม่อยากตายก็ส่งคัมภีร์นั่นมา!”
บุรุษปริศนาในชุดแพรเงินยังคงยืนนิ่งไม่หันหลังไม่เปล่งเสียงกล่าววาจา เพียงก้าวเดินไปข้างหน้าเท่านั้น
ท่าทีของบุรุษปริศนาผู้นี้สร้างความไม่พอใจแก่สตรีในชุดคลุมดำยิ่งนักทว่าด้วยตัวตนของมันที่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่ากลัวบางอย่างทำให้สตรีในชุดคลุมดำมิอาจวู่วามแลประมาทได้นางจึงยั้งกายดูเชิง แต่บุรุษชุดแพรเงินผู้นั้นนอกจากเดินออกไปไกลเรื่อยๆ มันก็มิได้แสดงสิ่งใดอีก
สตรีชุดคลุมดำจึงมิอาจอดรนทนรออีกต่อไปกระบี่ของนางในมือชี้ขึ้นสู่ท้องนภา มหาวิถีวจนะยุทธ์ถูกเร่งเร้าปลดปล่อย จุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดมู่เสวีย(กึ่งกลางอก) ถ่ายทอดพลังปาฏิหาริย์ ก่อเกิดเป็พลังยุทธ์รูปคมกระบี่สิบเล่มลอยละลิ่วเข้าไปรวมในกระบี่ที่ชี้ดิ่งขึ้นฟ้าบนมือนางส่งให้ตัวกระบี่ลั่นอึงอนปลดปล่อยประกายแสงสีเหลืองอ่อนออกมา แล้วนางก็ฟันกระบี่ในมือออกไป
ประกายพลังสีเหลืองรูปคมกระบี่สิบเล่มพุ่งวาบเข้าใส่แผ่นหลังของบุรุษปริศนาทว่าแม้พลังยุทธ์รูปคมกระบี่นี้จะดูร้ายกาจน่าหวาดหวั่น แต่บุรุษในชุดแพรเงินผู้นั้นหาได้เคลื่อนไหวมากมายอันใดไม่เพียงชุดคลุมแพรเงินที่ด้านหลังของมันสะบัดขึ้นคราหนึ่ง พร้อมกับดรรชนีที่จี้ออกมาทางด้านหลังโดยที่คนมิได้หันหลังกลับมาเท่านั้น
เปรี้ยง!!!
บังเกิดลำแสงสีทองเจิดจ้าทอดตัวตัดอากาศเป็แนวเส้นตรงออกจากดรรชนีนี้ของมันลำแสงสีทองพุ่งวาบกลางอากาศขนานไปกับผืนปฐี ทำลายพลังยุทธ์รูปคมกระบี่ให้แตกดับในพริบตาทั้งลำแสงนี้ยังซัดกระบี่ในมือของนางให้ปลิวกระเด็นตกไปไกล
สตรีนางนั้นเบิกตาโพลง
“เ้าเป็พวกผู้ฝึกพลังญาณฝึกพลังอันนอกรีตที่ทำลายกฎเกณฑ์ธรรมชาติของโลก!"
บุรุษชุดแพรเงินจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เปิดปากกล่าววาจาไม่ยอมเปิดเผยใบหน้า ตอนมันมา มันมาราวกับเหยียบบนม่านเมฆา พอมันจะกลับมันก็พริ้วกายจากไปราวกับเหยียบอยู่บนม่านเมฆาเช่นเดียวกันไม่มีใครรู้ว่ามันเป็ใคร ไม่มีใครเห็นว่ามันมีหน้าตาเช่นไร ไม่มีใครได้ยินในน้ำเสียงของมันรู้เพียงว่ามันคือบุรุษหนุ่มปริศนาในชุดแพรเงิน ผู้ที่สามารถปลดปล่อยดรรชนีที่มีลำแสงสีทองอันร้ายกาจได้
ร่างสีเงินวูบไหวจากไปสตรีชุดคลุมดำก็หันไปกล่าวกับฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋
“เื่ของพวกเ้าข้าจะกลับมาคิดบัญชีในคราวหลัง!”
แล้วนางก็ทะยานกายใช้ออกด้วยวิชาตัวเบาติดตามร่างในชุดแพรเงินไปเห็นเพียงเงาร่างสีเงินและสีดำติดตามกันจนไกลลิบสุดลูกหูลูกตา
ด้านฮุ่ยจวินเมื่อรอดจากเงื้อมมือของสตรีในชุดคลุมดำผู้นั้นอย่างหวุดหวิดมันก็ยกมือขึ้นมาปราดเหงื่อบนใบหน้าแม้สถานการณ์คับขันเป็ตายซึ่งหน้าได้ผ่านพ้น แต่สถานการณ์เป็ตายของฮุ่ยไป๋กลับทวีความหนักหน่วงเพิ่มขึ้นมันจึงมิอาจคลายใจได้เสียทีเดียว เช่นนั้นจึงรีบหยิบเข็มเงินจุ่มลงตัวยาสมุนไพรฤทธิ์ร้อนเพื่อขจัดแลขับพิษขึ้นมาแล้วเตรียมจะฝังเปิดจุดชีพจรส่วนปลายตำแหน่งปลายนิ้วมือทั้งสิบให้แก่นาง
ทว่ายังมิทันได้ทิ่มแทงจุดฝังเข็มอันสำคัญก่อนหน้า ซึ่งได้แก่ตำแหน่งกึ่งกลางหน้าผาก กึ่งกลางอก และหลังมือลมปราณที่อันแน่นได้เริ่มปะทุออก โลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากจุดฝังเข็ม ความเ็ปอันมหาศาลแผ่พุ่งฮุ่ยไป๋ที่ฝืนความเ็ปมาโดยตลอดยังต้องหลุดเสียงครวญครางด้วยความเ็ปออกมา นางมิอาจฝืนทนต่อความเ็ปนี้จึงสลบลงไปอีกครั้ง
เมื่อโลหิตพุ่งออกเมื่อลมปราณครุคลั่งถึงขีดสุด ฮุ่ยจวินจึงมิอาจที่จะทำการฝังเข็มที่ประสาทส่วนปลายได้เพราะนั่นจะทำให้พลังลมปราณทะลักไหลออกทั้งหมด ทำให้แม้แต่ลมปราณหล่อเลี้ยงชีพก็ยังจะไม่หลงเหลือเช่นนั้นเข็มเงินทั้งสิบเล่มจึงถูกวางลง คนใช้สมาธิอยู่ที่จุดชีพจรอันสำคัญสามจุด หากมันไม่รีบแก้ไขนางจะตายได้ทันทีแต่จะให้แก้ไขอย่างไร เพราะตำรากายมนุษย์ยังคงมีบางส่วนที่มันยังอ่านไม่เข้าใจและตีความหมายไม่ถูกซึ่งส่วนที่มันยังไม่เข้าใจก็คือส่วนที่กำลังประสบอยู่ตอนนี้!