“บ้าจริง เ้านี่นอกจากทนแล้วก็ยังฟื้นฟูตัวเองได้ดีด้วยเหรอ” ไอรีนบ่นอุบหลังจากที่เธอทดลองโจมตีด้วยหลากหลายวิธี แม้กระทั่งยอมใช้ยันต์อัคคีแต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดเ้ากิ้งก่าที่น่ารำคาญได้
ร่างที่ถูกเผาไหม้นั้นค่อยๆฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับหางของมันที่ถูกตัดออกก็งอกกลับคืนมาใหม่ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที หญิงสาวทอดถอนใจกับสถานการณ์ของตนเอง
“ถ้ามีกระบี่สักเล่มก็คงจะดีสิ เฮ้อ อยากให้พลังิญญาฟื้นกลับมาจริงๆ” หากว่าิญญาของเธอไม่ได้ตกอยู่ในอาการาเ็ เธอคงใช้วิธีสร้างอักขระยันต์ขึ้นมากลางอากาศเพื่อโจมตีเข้าใส่อีกฝ่ายโดยไม่ต้องเสียดายอะไร แต่เพราะไม่ได้อยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์และไม่สามารถใช้วิชายันต์ได้อย่างอิสระ เธอจึงจำเป็ต้องประหยัดกระดาษยันต์ที่มีอยู่เพียงม้วนเดียวของตัวเองเอาไว้ให้มากสักหน่อย
“ถ้าใช้เ้านี่แล้วยังไม่ตายก็คงต้องหนีแล้ว” ไอรีนตัดสินใจลองโจมตีครั้งสุดท้าย เธอหยิบเอาแผ่นยันต์ที่มีขนาดเท่ากับฝ่ามือออกมาแล้วซัดขว้างมันออกไปด้วยปลายนิ้ว
แผ่นยันต์ลอยออกไปอย่างรวดเร็วและหยุดที่ด้านหน้าของกิ้งก่า แม้มันจะพยายามขยับตัวหนีแต่ก็ช้าเกินไปเล็กน้อย
“สำแดง!”
แผ่นยันต์เปล่งแสงสว่างวาบและกลายเป็สายฟ้าฟาดเข้าใส่ร่างของกิ้งก่าอย่างโเี้ ร่างของมันไหม้เกรียมไปในพริบตาโดยที่ไม่อาจทนทานรับไหว เพราะแม้ว่าพลังโจมตีของยันต์สายฟ้าจะไม่เทียบเท่ากับอัสนีทัณฑ์์แต่อาศัยเพียงแค่พลังทำลายของมันก็รุนแรงยิ่งกว่ายันต์อัคคีหลายสิบเท่า แน่นอนว่าการสร้างยันต์สายฟ้านั้นมีความยากกว่ายันต์อัคคีมาก มีเพียงปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการเขียนยันต์ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ
ไอรีนเองก็เป็หนึ่งในนั้น เพียงแต่ต่อให้เป็ตัวเธอการจะสร้างยันต์สายฟ้าขึ้นมาสักแผ่นก็ต้องทุ่มเททั้งพลังและสมาธิอย่างมหาศาล เรียกได้ว่าการเขียนยันต์สายฟ้าหนึ่งแผ่นใช้เวลาและเรี่ยวแรงมากกว่ายันต์อัคคีนับร้อย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีกระดาษยันต์อยู่ไม่มากเธอคงเลือกโยนยันต์อัคคีสิบแผ่นออกไปพร้อมกันมากกว่าใช้ยันต์สายฟ้าหนึ่งแผ่นแบบนี้
“ค่อยยังชั่ว จัดการเ้านี่ได้แล้วสินะ” เมื่อพบว่าพลังชีวิตของอีกฝ่ายที่ััได้หายไปจนหมดแล้วไอรีนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย เพราะเธอต้องลงทุนใช้ยันต์สายฟ้าไปอีกทั้งยังเสียยันต์อัคคีไปฟรีๆหนึ่งแผ่น นอกจากนี้ชิ้นส่วนร่างกายของมอนสเตอร์ที่สามารถนำไปขายในราคาที่ค่อนข้างดีก็ถูกทำลายไปแล้วด้วยพลังโจมตีของยันต์สายฟ้า
[สังหารมอนสเตอร์ ชาโดว์ลิซาร์ด]
[เลเวลเพิ่มขึ้น +1 , +1……+1]
[ได้รับไอเทมเสื้อคลุมเงาดำ]
[ยินดีด้วย ท่านได้รับความสำเร็จพิเศษจากการต่อสู้และสังหารมอนสเตอร์ตัวแรกข้ามเลเวลอย่างมากด้วยตัวคนเดียว ได้รับฉายา ‘นักล่าดาวรุ่ง’]
ไอรีนประหลาดใจเล็กน้อยกับเสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง มิน่าคนถึงบอกว่าระบบของนักล่านั้นเหมือนกับเกมออนไลน์อยู่หลายส่วน มีทั้งการเพิ่มเลเวล การดรอปไอเทมหลังฆ่ามอนสเตอร์และยังมีระบบความสำเร็จและฉายาอีกด้วย
เมื่อเสียงของระบบจบลงไอรีนก็ทดลองเรียกหน้าต่างระบบออกมาและพบว่าช่องเก็บของได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับรูปของเสื้อคลุมสีดำสนิทที่อยู่ในช่องเก็บของนั้น น่าเสียดายที่ช่องเก็บของจะใช้ได้เฉพาะของที่เกี่ยวข้องกับระบบ หรือพูดง่ายๆก็คือของที่ได้จากมอนสเตอร์และรางวัลต่างๆที่นักล่าได้รับจากระบบเท่านั้น หากเป็ของที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเช่นยันต์ที่เธอสร้างขึ้นจะไม่สามารถใช้งานช่องเก็บของนี้เพื่อเก็บเอาไว้ได้
ไม่ทันจะได้สำรวจเสื้อคลุมหรือฉายาที่ได้รับมา ไอรีนพลันรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของมอนสเตอร์จำนวนมากที่เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ ดวงตาของหญิงสาวหรี่ลงก่อนจะถอนหายใจ หลังจากจัดการเ้ากิ้งก่าตรงหน้าไปเธอก็พบว่าตนเองยังไม่พร้อมที่จะรับมือมอนสเตอร์จำนวนมาก แม้เธอจะไม่ถูกพวกมันฆ่าแต่หากให้เธอฆ่าพวกมันทั้งหมดก็ไม่ใช่เื่ง่ายด้วยเช่นกัน
“คงต้องถอยก่อนสินะ” แม้จะน่าเสียดายแต่เธอก็พอใจกับผลลัพธ์ในตอนนี้แล้ว อย่างน้อยเธอก็ได้ประเมินความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับ B ความแข็งแกร่งของพวกมันนับว่าไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่ได้อันตรายถึงขั้นคุกคามชีวิตของเธอโดยง่าย
เพราะแบบนั้นไอรีนจึงถอนตัวออกมาจากดันเจี้ยนและวางแผนที่จะหาเงินเพื่อซื้อบ้านในพื้นที่ชานเมืองตามที่วางแผนเอาไว้ แน่นอนว่ามันจะต้องเป็บ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่สำหรับเก็บของและมีพื้นที่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ยังต้องมีพื้นที่สำหรับใช้ฝึกฝนได้ด้วย ในเมื่อน้องชายของเธอตัดสินใจเดินในเส้นทางของผู้ฝึกตนเธอก็จะเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเอาไว้ให้กับเขา
สิ่งที่ขาดตอนนี้ก็คือเงิน ต่อให้เป็พื้นที่สีแดงที่เสี่ยงอันตรายและถูกทิ้งร้างเอาไว้เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่ตราบใดที่มันยังเป็อสังหาริมทรัพย์และที่ดินที่ยังมีเ้าของ การเข้าไปอยู่อาศัยดื้อๆย่อมถือเป็เื่ผิดกฎหมาย
ถึงอย่างไรพวกเธอก็ยังต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การทำเื่ผิดกฎหมายย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักตราบใดที่ยังมีหนทางอื่นๆให้เลือก การหาเงินเองก็ดูจะไม่ใช่เื่ยากถึงขนาดนั้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จากข้อมูลที่เธอศึกษามาการเป็นักล่านั้นทำเงินได้มากโขเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ตอนไหนเช่นกัน
“สิ่งที่ขายได้หลักๆแล้วนอกจากชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ก็คือผลึกคริสตัลเวทมนตร์ที่อยู่ภายในดันเจี้ยนสินะ ในดันเจี้ยนระดับ B นั่นถ้าเข้าไปลึกอีกหน่อยก็อาจจะหาเจอได้บ้าง แต่มอนสเตอร์พวกนั้นน่ารำคาญเกินไปหน่อย” ไอรีนคิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจลองไปสำรวจดันเจี้ยนอีกสองแห่งที่เหลือ
ดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นนั้นจะอยู่ในความดูแลของสมาคมนักล่าในประเทศนั้นๆ ก่อนที่พวกกิลด์เอกชนจะติดต่อเข้ามาเพื่อขอสิทธิ์ในการสำรวจและเก็บเกี่ยวทรัพยากรภายในดันเจี้ยน มีทั้งรูปแบบของการซื้อสิทธิ์ขาดคือไม่อนุญาตให้นักล่าอิสระหรือกิลด์อื่นๆเข้ามาในดันเจี้ยนนั้นๆ หรือการสำรวจแบบทั่วๆไป โดยส่วนใหญ่แล้วกิลด์เอกชนใหญ่ๆมักจะเลือกซื้อสิทธิ์ผูกขาดดันเจี้ยนที่พวกเขาหมายตาเอาไว้ เพราะพวกเขามีกำลังคนมากพอที่จะควบคุมดันเจี้ยนได้ด้วยกำลังของตนเอง
แต่สำหรับกิลด์เอกชนขนาดกลางหรือขนาดเล็ก รวมทั้งเหล่านักล่าอิสระพวกเขาย่อมไม่สามารถจัดการกับดันเจี้ยนได้ด้วยตนเอง ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะเข้าไปสำรวจดันเจี้ยนโดยจ่ายค่าสำรวจให้กับสมาคม ซึ่งส่วนแบ่งที่สมาคมได้รับมาก็จะถูกนำไปใช้สำหรับพัฒนาบุคลากรของสมาคมเพื่อรักษาสมดุลและความสงบ รวมถึงคอยป้องกันอันตรายและสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดภัยต่อประเทศในอนาคต
สำหรับดันเจี้ยนสองแห่งในทิศตะวันออกนี้ เนื่องจากมันเป็ดันเจี้ยนระดับต่ำดังนั้นกิลด์เอกชนใหญ่ๆจึงไม่ได้ลงทุนเพื่อซื้อสิทธิ์ขาดเอาไว้ ขณะเดียวกันสมาคมนักล่าประเทศไทยก็มองว่าที่นี่ควรจะถูกใช้เป็พื้นที่สำหรับฝึกฝนนักล่า พวกเขาจึงเปิดให้นักล่าอิสระสามารถเข้าไปสำรวจดันเจี้ยนได้ในราคาไม่สูงนัก นอกจากนี้มันยังถูกใช้เป็สถานที่สำหรับฝึกฝนของนักล่าหน้าใหม่ของสมาคมด้วยเช่นกัน
ใช่แล้ว ภายในสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทยเองก็มีขุมกำลังเป็ของตนเอง แม้ว่าโดยรวมแล้วระดับความแข็งแกร่งของพวกเขาจะยังเทียบไม่ได้กับกิลด์เอกชนเพราะในแง่ของผลประโยชน์ สมาคมนักล่านั้นเป็เหมือนหน่วยงานของทางการที่มีเงินเดือนแน่นอน ขณะที่นักล่าเอกชนจะสามารถหารายได้ได้ง่ายกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่า
ไอรีนวนกลับเข้าไปในเขตเมืองก่อนจะเดินทางออกมาที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนแห่งหนึ่งในฐานะนักล่าอิสระ ทว่าเ้าหน้าที่ของสมาคมนักล่าที่ดูแลทางเข้าดันเจี้ยนกลับไม่อนุญาตให้เธอเข้าไปสำรวจดันเจี้ยนเพียงลำพัง
“คุณยังไม่มีใบอนุญาตการเป็นักล่าและยังมาด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นพวกเราไม่สามารถปล่อยให้คุณเข้าไปในดันเจี้ยนได้ครับ” เ้าหน้าที่วัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ถึงแม้พวกเขาจะ้าเงินจากค่าสำรวจดันเจี้ยนแต่พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้คนเป็หลัก ถ้าหากเป็นักล่าที่มีใบอนุญาตย่อมไม่มีปัญหา แต่ไอรีนนั้นเป็แค่ผู้ปลุกพลังธรรมดาที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเสียด้วยซ้ำ
นักล่าที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องผ่านการทดสอบของสมาคมนักล่าเสียก่อนเพื่อยืนยันว่าพวกเขามีคุณสมบัติและความสามารถมากพอที่จะเอาตัวรอดจากอันตรายภายในดันเจี้ยนได้
ไอรีนรู้สึกยุ่งยากใจอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้ทำเงินจากการสำรวจดันเจี้ยนเสียแล้ว บางทีเธออาจจะต้องกลับไปสมัครเข้าร่วมการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตของนักล่าให้ได้เสียก่อนจึงจะสามารถกลับมาได้
“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นเรียกความสนใจจากเ้าหน้าที่วัยกลางคน เมื่อเห็นว่าคนที่มาเป็ใครเขาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะทำความเคารพแล้วตอบกลับ
“ไม่มีปัญหาอะไรครับคุณดรีม แค่คุณคนนี้อยากเข้าไปสำรวจดันเจี้ยนแต่ว่าเธอยังไม่ได้รับใบอนุญาตนักล่าจึงไม่มีสิทธิ์เข้าไปได้ครับ”
ไอรีนมองดูหญิงสาวที่ถูกเรียกว่าดรีมด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จากััของเธอดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้จะมีระดับความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาเลย มันไม่ต่างไปจากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับ B ที่เธอได้พบเจอก่อนหน้านี้
“งั้นเหรอ” ดรีมเป็หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี แม้อายุจะไม่มากแต่เพราะความสามารถของเธอทำให้เธอถูกชักชวนให้เข้าร่วมกับสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทย และใช้เวลาเพียงหนึ่งปีเธอก็ถูกแต่งตั้งให้เป็หนึ่งในหัวหน้าทีมปฏิบัติการณ์ของสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็บุคลากรชั้นเลิศคนหนึ่งของประเทศ
เมื่อมองไปยังหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตนเองไม่มากนักดรีมกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน แม้เธอจะไม่มีญาณััพิเศษเหมือนกับไอรีนแต่หลังจากที่ผ่านประสบการณ์ต่อสู้กับมอนสเตอร์และเผชิญหน้ากับอันตรายในดันเจี้ยนมานานถึงสามปี สัญชาตญาณของเธอนั้นผ่านการขัดเกลาและพัฒนาจนสามารถบอกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้านี้มีอะไรบางอย่างที่พิเศษและอันตรายซ่อนเอาไว้
“พอดีเลยนี่ วันนี้ฉันต้องพาทีมนักล่าหน้าใหม่ของสมาคมเข้าไปสำรวจดันเจี้ยน ถ้าเธอไม่รังเกียจจะมาด้วยกันก็ได้นะ” ดรีมเอ่ยชักชวน
“ให้ฉันตามพวกคุณเข้าไปเหรอคะ?” ไอรีนคาดไม่ถึงเล็กน้อย
“อืม ถือเป็กรณีพิเศษนะ เพราะปกติแล้วคนที่ไม่มีใบอนุญาตนักล่าจะไม่สามารถเข้าไปในดันเจี้ยนได้เนื่องจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ถ้ามีฉันเป็คนคอยดูแลก็คงไม่มีปัญหาอะไรจริงไหม?” เธอหันไปถามเ้าหน้าที่วัยกลางคน
เ้าหน้าที่ดูลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจพยักหน้าเพราะเขารู้ดีถึงความแข็งแกร่งของหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็หนึ่งในนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดของสมาคมที่สามารถจัดการมอนสเตอร์ระดับ B ได้ด้วยตัวคนเดียว เพียงแค่ดันเจี้ยนระดับต่ำเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาในการดูแลความปลอดภัย
“อย่างไรก็ตามแม้ว่าฉันจะอนุญาตให้เธอตามพวกเรามาได้ แต่ฉันต้องเตือนเอาไว้ก่อนว่าเมื่อเข้าไปในดันเจี้ยนเธอจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัดเพื่อรับรองความปลอดภัยของเธอเอง ถ้าหากเธอยอมรับก็สามารถเข้าไปพร้อมกับพวกเราได้” ดรีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะถ้าหากอีกฝ่ายเข้าไปภายใต้ความดูแลของเธอ เธอก็จำเป็ต้องรับรองความปลอดภัยของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
ไอรีนลังเลเล็กน้อย ถ้าหากเธอติดตามไปกับทีมของสมาคมนักล่าเธอคงมีโอกาสไม่มากนักในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรและหารายได้จากการสำรวจดันเจี้ยน ทว่าไหนๆเธอก็มาที่นี่แล้ว จะย้อนกลับไปโดยไม่ได้อะไรเลยก็ดูน่าเสียดายไปสักหน่อย
“ตกลงค่ะ ฉันขอรบกวนด้วย” ในที่สุดไอรีนก็ตัดสินใจตอบรับที่จะติดตามทีมของดรีมเข้าไป อย่างน้อยเธอก็จะได้ตรวจสอบพื้นที่สภาพแวดล้อมภายในดันเจี้ยนเอาไว้ล่วงหน้า และรอให้เธอได้ใบอนุญาตนักล่าแล้วค่อยกลับมาเก็บเกี่ยวสิ่งที่้าในอนาคต