บทที่ 6 ความรู้สึกไม่สบายใจ
มู่จือเหยียนเปิดประตูรถด้วยมือข้างเดียว และโยนเธอเข้าไปในรถอย่างแรง ก่อนจะปิดประตูรถพร้อมกับพูดอย่างเ็าว่า “คาดเข็มขัดด้วย!”
ลู่จิ่นเนี่ยนร้องอุทานเบา ๆ เป็ครั้งแรกที่หล่อนไม่ได้โต้กลับ แต่คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างเชื่องช้า
รถสตาร์ตขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศผิดแปลกและน่าขนลุกปกคลุมไปทั้งคัน
ลู่จิ่นเนี่ยนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกสับสนและซับซ้อนยากจะอธิบาย
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอและมู่จือเหยียนอยู่ด้วยกัน โดยไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างเ็า
บรรยากาศเงียบเชียบจนหญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ
หลังนั่งกระวนกระวายตลอดทาง ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าและเป็ฝ่ายทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้
“เราจะไปไหน?”
มู่จือเหยียนมองไปที่ถนนด้านหน้า ขับอย่างตั้งใจ และไม่ได้ตอบคำถามทันที
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หล่อนเม้มริมฝีปากและกำลังจะพูดว่า ‘ไปส่งฉันที่บ้าน’ แต่มู่จือเหยียนก็หยุดรถ
จากนั้น เขาก็เอ่ยคำพูดที่เ็าไร้เยื่อใยเพียงสองคำ
“ลงไป”
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร เปิดประตูและลงจากรถทันที
ข้อเท้าของเธอยังเจ็บอยู่ เธอเดินขากะเผลก ท่าทางลำบาก
เดินไปข้างหน้าสองสามก้าว แต่กลับไม่ได้ยินเสียงรถจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่า รถของมู่จือเหยียนกลับจอดอยู่ที่เดิมอย่างผิดปกติ
ทำไมเขาไม่ขับต่อ?
เขาตั้งใจเยาะเย้ยท่าเดินกะเผลกของเธออย่างนั้นเหรอ? ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกโกรธ เธอเร่งฝีเท้า เดินไปอีกสองสามก้าว ก็สังเกตเห็นว่าข้างทางนั้นเป็โรงพยาบาล
มู่จือเหยียนจอดรถไว้หน้าโรงพยาบาล บอกให้เธอลงจากรถ แต่เขาเองก็ไม่ได้ไปไหน
หมายความว่าเขาให้เธอไปตรวจข้อเท้าด้วยตัวเอง และเขาจะรออยู่หน้าประตูใช่ไหม?
เธอเข้าใจผิดหรือเปล่า?
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกประหลาดใจ และสงสัย
เธอไม่ได้เข้าใจผิดไปเองใช่ไหม?
ผู้ชายที่เลวทรามอย่างเขา จะใจดีขนาดได้ด้วยเหรอ?
หรือว่าเธอจะคิดมากไปเอง?
ลู่จิ่นเนี่ยนลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าไปในโรงพยาบาล
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเธอไปตรวจข้อเท้าแล้วกลับมา และผู้ชายคนนี้ยังอยู่หน้าประตูโรงพยาบาล เธอก็จะขึ้นรถไปกับเขาอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
ลู่จิ่นเนี่ยนลงทะเบียนรับบัตรคิวและใบตรวจ จากนั้นก็เดินไปที่ลิฟต์
โรงพยาบาลมีคนเยอะอยู่ตลอด หน้าลิฟต์มีผู้ป่วยรอคิวอยู่พอสมควร ลู่จิ่นเนี่ยนเหลือบมองไปรอบ ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับเจอศัตรูโดยบังเอิญ
ลู่อวี่ชิว!
พอดีกับที่ลู่อวี่ชิวหันกลับมา สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน
ลู่จิ่นเนี่ยนทำหน้าเ็า เหลือบมองไปทางอื่น
“โอ๊ะ พี่สาว!” ลู่อวี่ชิวอุทานเสียงดัง แล้วเดินมาหาลู่จิ่นเนี่ยน “พี่สาวมาโรงพยาบาลทำไม? ป่วยเหรอ?”
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่อยากคุยกับเธอ และไม่อยากทะเลาะกับหล่อนในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านแบบโรงพยาบาล
ลู่อวี่ชิวไม่สนใจ ลูบท้องแล้วพูดต่อว่า “ฉันมาตรวจครรภ์”
ประโยคเดียว หน้ากากที่เรียบเฉยของลู่จิ่นเนี่ยนก็แตกร้าว
“เป็ลูกของจือเหยียน!” หล่อนเชิดคางราวกับผู้ชนะ และโอ้อวดว่า “พี่สาวรู้ไหม ั้แ่ฉันท้องจือเหยียนเชื่อฟังฉันทุกอย่าง ไม่เคยพูดจาหยาบคายกับฉันเลย ต่างจากตอนที่อยู่กับพี่สาว แม้แต่รอยยิ้มก็ไม่เคยเห็น”
ลู่จิ่นเนี่ยนกำสายกระเป๋าแน่น หรี่ตามองเธออย่างแข็งกร้าว “งั้นเหรอ? ถ้าเขารักลูกในท้องเธอขนาดนั้น ทำไมไม่พาเธอมาตรวจครรภ์ด้วยตัวเองล่ะ?”
ลู่อวี่ชิวแข็งค้าง ส่งเสียงฮึดฮัดว่า “พี่ก็รู้ว่าเขาไม่ชอบโรงพยาบาล! ฉันโทรหาเขาแล้ว บอกให้เขารออยู่ข้างนอก!”
เดิมที ลู่อวี่ชิวตั้งใจพูดเพื่อโอ้อวด จึงพูดออกไปโดยไม่คิดอะไร แต่กลับเจอมู่จือเหยียนยืนอยู่หน้าประตูพอดี
เวลาเดียวกัน คำพูดนี้ก็โจมตีจุดบอบช้ำของลู่จิ่นเนี่ยนเข้าพอดี
เขามาส่งเธอที่โรงพยาบาลและยังไม่ไป ไม่ได้เป็เพราะเธอ!
แต่เป็เพราะลู่อวี่ชิว!
ดูเหมือนว่าเธอจะเพ้อฝันมากไปอีกแล้ว!
ผู้ชายคนนั้น เขาจะอ่อนโยนกับเธอได้อย่างไร?
เขาแค่อยากหย่ากับเธอ!
ใบหน้าลู่จิ่นเนี่ยนซีดเผือด ริมฝีปากเกร็งจนแข็งทื่อ