เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 48 เกมส์การเมืองกับตลาดหุ้น!!



    เช้าวันต่อมาม็อบประกาศชุมนุมใหญ่เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่เอาเงินแสนล้านไปอุ้มธนาคารรักเมืองไทย ซึ่งถือว่าเป็นการไปอุ้มพวกเจ้าสัว
    ธนาคารรักเมืองไทยราคาหุ้นไปไหนไม่ได้เลย มันอยู่แถว 60 บาทต้นๆ จะลงก็ไม่ลงจะขึ้นก็ไม่ขึ้น พอมันขึ้นไปก็มีแรงเทขายออกมา แต่พอลงมาแตะ 60 บาทก็เด้งไป 61- 62 ตลอด เพราะมีแรงซื้อคาดหวังว่าธนาคารจะได้เงินกู้จากรัฐบาลก้อนโต
    ตลาดกำลังสับสนว่าจะเลือกข่าวบวกคือได้เงินกู้ 1 แสนล้านดีหรือข่าวลบม็อบขวางไม่ให้รัฐบาลปล่อยกู้ให้ธนาคารรักเมืองไทยดี ทำให้ราคาหุ้นไม่ขยับไปนาน

    ผมทยอยเล่นชอตเซ็ทห้าสิบ ซึ่งตอนนี้ดัชนีเซ็ทห้าสิบ (SET50) อยู่ที่ 1050 จุด
    ถ้าเราเล่นหุ้น หุ้นจะขึ้นจะลงเราจะนับเป็นบาทใช่ไหม แต่ถ้าเราเล่นเซ็ทห้าสิบหน่วยที่นับคือเป็นจุด ไม่ใช่บาท เวลาเราเล่นชอตหรือลองเซ็ทห้าสิบก็จะเรียกเป็นสัญญาไม่ใช่หุ้น
    เล่นเซ็ทห้าสิบ 1 สัญญาต้องใช้เงิน 2 หมื่นบาท
    ถ้าผมชอต (เลนตก) เซ็ทห้าสิบไว้ 1 สัญญา ถ้ามันขึ้น 1 จุด ผมจะขาดทุน 200 บาท แต่ถ้ามันลง 1 จุด ผมจะกำไร 200 บาท
    แต่ผมมีเงิน 8 ล้านบาทไง ผมชอตได้ทั้งหมด 400 สัญญา
    ถ้าเซ็ทห้าสิบลง 1 จุด ผมจะได้กำไร 80,000 บาท
    แน่นอนถ้าเซ็ทห้าสิบขึ้น 1 จุด ผมก็จะขาดทุนจุดละ 80,000 บาท!
    โหดใช่ไหมล่ะ?
    ถ้ามันไม่เป็นไปตามแผนผม ผมอาจจะหมดตัวได้!
    เพราะนี่คือบ่อนการพนันไม่ใช่การลงทุน

    แกนนำม็อบประกาศชุมนุมใหญ่กดดันให้รัฐบาลลาออกให้ได้ พวกเขาเรียกชุมนุมใหญ่ในเวลาสามวัน
    ตลาดหุ้นลงจาก 1580 จุด เหลือเพียง 1576 จุด ลดลง 4 จุด
    ส่วนเซ็ทห้าสิบลงจาก 1050 เหลือ 1048 จุด ลดลง 2 จุด ตอบรับข่าวนี้ทันที ไม่กี่นาทีผมก็กำไรละแสนหกหมื่นบาท ถ้าผมขายตอนนี้นะ
    ผมรู้มันยังไม่พอหรอก
    ตลาดหุ้นคือการเอาหุ้น 700 ตัวมาคำนวณ ส่วนเซ็ทห้าสิบเอาหุ้นแค่ 50 ตัวมาคำนวณ ดังนั้นจำนวนจุดของเซ็ทห้าสิบเลยน้อยกว่าตลาดหุ้น

    ตลาดหุ้นยังวิ่งขึ้นลงทั้งวัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ตลาดเฝ้ารอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
    ส่วนผมและทีมงานก็ช่วยกันทำภาพกราฟฟิคด่ารัฐบาลไม่หยุดว่าเอาเงินไปช่วยพวกเจ้าสัวทำไม นายกรัฐมนตรีวิเศรษฐ์ ชายอายุประมาณห้าสิบกว่าปี ใบหน้าหน้าซูบซีดอิดโรยแสดงว่าเครียดจากการเมืองมาก รีบออกมาพูด
    “เราไม่ได้ช่วยธนาคาร แต่ที่เราจะช่วยคือระบบเศรษฐกิจของประเทศ”
    “ทำไมไม่นำเงินนับแสนล้านไปกระตุ้นเศรษฐกิจทางอื่นล่ะคะ?” นักข่าวสาวถาม
    “เพราะการปล่อยกู้ให้เม็ดเงินไปถึงมือประชาชน จำเป็นต้องใช้ธนาคารช่วยที่สำคัญเราให้ธนาคารกู้ยืม ไม่ใช่ให้เปล่า” นายกตอบ
    “แล้วไม่กังวลกับกระแสวาทกรรมอุ้มคนรวย ทิ้งคนจนเหรอครับ” นักข่าวชายถาม
    “คนรวยคนจนที่ไหน ธนาคารล่มเศรษฐกิจก็พังเหมือนกัน” นายกกล่าวอย่างอารมณ์เสีย
    “แต่นี่มันภาษีประชาชนเป็นแสนล้านเลยนะครับ” นักข่าวชายถามย้ำ
    “ผมรู้ ผมไม่เอาภาษีไปละลายเล่นหรอก”
    “แล้วเรื่องกระแสที่ม็อบจะนัดชุมนุมใหญ่กดดันให้ยุบสภาล่ะครับ?”
    นายกวิเศรษฐ์ส่ายหน้า “ผมไม่ยุบสภาเพราะคนข้างถนนพวกนั้น!”
    โอ้โห้ พอคำพูดนี้ออกจากปากนายกซึ่งไม่ระมัดระวังคำพูด ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจในตัวนายกวิเศรษฐ์ทันที คำพูดนี้ถูกตัดต่อลงโซเชียลทำให้เกิดกระแสด่านายกอย่างสาดเสียเทเสีย ยิ่งทำให้ม็อบจุดติดมากขึ้น มีคนคอมเม้นท์มากมายว่าจะร่วมม็อบ
    สำหรับผมได้แต่ยิ้ม คำพูดพวกนี้ทำให้ตลาดหุ้นไม่ต้องขึ้นแล้ว ตกแน่นอน

    สามวันต่อมาม็อบนับแสนมาร่วมชุมนุมกันอย่างมหาศาลจำนวนคนมันมากพอจะล้มรัฐบาลได้จริงๆ พวกเขาเคลื่อนตัวไปล้อมทำเนียบ ทำให้นายกไม่สามารถเข้ากระทรวงได้
    เซ็ทห้าสิบตกลงไปจาก 1048 จุด เหลือเพียง 1030 จุด เพราะม็อบมาชุมนุมมากกว่าที่คาด!
    ผมกำไร 1.6 ล้านบาทแล้ว แค่สามวันกว่า!
    ได้ยินแกนนำม็อบปราศรัยจากบนเวที
    “มันดูถูกพวกเราว่าเป็นพวกข้างถนน วันนี้จะทำให้พวกเศรษฐีมันรู้ว่า คนข้างถนนพร้อมจะทวงคืนภาษีจากพวกมัน”
    ม็อบเอาคำพูดของนายกมาผสมกับเรื่องวาทะคนรวย-จน ทำให้กระแสจุดติดมากยิ่งขึ้น

    วันต่อมาๆ ตลาดหุ้นลงไม่หยุด เซ็ทห้าสิบจาก 1030 ลงไปอีก 10 จุดเหลือเพียงแค่ 1020 จุด
    ใจผมเต้นตึกตัก ผมรู้ว่าม็อบต้องล้มรัฐบาลได้แน่ เหตุผลเพราะว่าหลายเดือนที่ผ่านมากระแสม็อบแม้จะแผ่วไปบ้าง แต่ความผิดพลาดของรัฐบาลที่ให้เกินกู้ธนาคารรักเมืองไทยถึง 1 แสนล้านบาทมันเป็นจำนวนที่เยอะมาก ทำให้กระแสไม่พอใจจุดติดง่ายมาก
    ผมยังทำภาพกราฟฟิครูปวรเดช-นายก โพสต์ลงในพวกเพจการเมืองว่าที่รัฐบาลอนุมัติให้วรเดชหนึ่งแสนล้านเพราะอาจมีการติดสินบนกัน
    กระแสความเกลียดชังรัฐบาลซึ่งรุนแรงมากอยู่แล้วทำให้ข่าวพวกนี้จุดติดได้ง่ายมาก มีคนแห่แชร์ ไลค์เป็นพันๆ หรือเป็นหมื่นๆ ในเพจดังอื่นๆ
    จริงๆ ผมก็ไม่ได้มโนนะ จู่ๆ รัฐบาลอนุมัติเงินกู้ให้วรเดชขนาดนี้ คิดว่าจะไม่มีอะไรตุกติกหรือไง

    หลายวันต่อมาตลาดหุ้นตกลงแทบทุกวัน เซ็ทห้าสิบเหลือเพียง 1000 จุด ผมกำไรสี่ล้านบาทแล้ว!
    ม็อบพยายามชุมนุมยึดสถานที่ราชการหลายจุด แต่มันไม่ได้ง่าย การชุมนุมยาวนานต้องใช้เงินเยอะและคนจำนวนมาก แต่โดยปกติคนจำนวนมากต้องทำมาหากิน ไม่สามารถมาชุมนุมได้ทุกวันโดยเฉพาะคนอยู่ต่างจังหวัด
    วันนี้ธีรโรจน์เรียกผมเข้าไปหา
    “ตอนนี้หุ้น LTB ลงมาเหลือ 58 บาทแล้ว แกจะเอายังไง?”
    “ยังไม่ต้องซื้อครับ” ผมรีบบอก
    “ไหนล่ะ แผนกำจัดวรเดชแก”
    “ผมต้องจัดการวรเดชได้แน่นอนครับ”
    “ฉันจะรอดู ฉันเลี้ยงแกอย่าให้เปลืองข้าวสุก”
    หึ ธีรโรจน์มักใช้คำเหยียดผมอยู่เสมอ ช่างเถอะ ถือว่าเป็นบททดสอบตัวผมละกัน

    สามวันต่อมาหุ้นธนาคารรักเมืองไทยลงจาก 57 บาท เหลือเพียง 50 บาท
    แต่เซ็ทห้าสิบกลับบวกถึง 10 จุด จาก 1000 จุด เป็น 1010 จุด กำไรผมหายไปแปดแสนบาท!
    ผมงงเลย เกิดไรขึ้นวะเนี่ย!
    ไม่นานผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณมนตรี อดีตประธานบริหารธนาคารรักเมืองไทย
    “พล็อต เธอได้ทำอะไรหรือเปล่า?”
    “ทำอะไรเหรอครับ” ผมถาม
    “ฉันได้ข่าวว่านายกจะแคนเซิลเงินกู้ให้ธนาคารรักเมืองไทยแล้วน่ะสิ” คุณมนตรีบอกเสียงตื่นเต้น
    อ้อ ผมเข้าใจแล้ว หุ้นธนาคารรักเมืองไทยตกเพราะจะไม่ได้เงินกู้
    แต่ในตลาดหุ้นภาพรวม นายกยอมไม่ให้เงินกู้เป็นผลดีกับรัฐบาลเพราะจะช่วยลดแรงกดดันม็อบได้
    สรุปคือหุ้นธนาคารรักเมืองไทยตก แต่ตลาดหุ้นโดยรวมดันขึ้น
    ตลาดหุ้นตอบรับข่าวดีที่นายกไม่อนุมัติเงินกู้ เซ็ทห้าสิบขึ้นไปถึง 1015 จุดแล้ว ผมยังกำไรอยู่ แต่กำไรมันหายไปเรื่อยๆ เหลือเพียงแค่สามล้านจากเกือบห้าล้าน
    ผมใจเต้นตึกตัก ผมควรจะขายทำกำไรดีไหม เสียดายเงินเป็นล้านที่หายไป
    ผมกำลังติดกับดักความโลภ เคยได้ห้าล้านพอเหลือสามล้านก็ยังไม่ยอมขาย ดีไม่ดีทำไปทำมาผมอาจจะกลายเป็นขาดทุน
    ระหว่างที่คิดเซ็ทห้าสิบขึ้นไปถึง 1020 จุดแล้ว กำไรผมหายไปอีกสี่แสนบาท! เซ็ทห้าสิบมันขึ้นลงเร็วกว่าหุ้นหลายเท่า มันเหมือนบ่อนการพนัน เวลาข่าวดีมาก็ขึ้น เวลาข่าวร้ายมาก็ตก
    ได้ยินคุณมนตรีถามอีกว่า“จะให้ฉันซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทยคืนเลยไหม?”
    ผมรีบห้าม“อย่าครับ ผมต้องการให้มันตกลงไปให้มากกว่านี้อีก”
    “อืม ถ้ามีอะไรก็บอกมาละกัน แต่ถ้าเธอช้าไปฉันต้องตัดสินใจเองนะ ยังไงธนาคารนี้ตระกูลของฉันก็สร้างขึ้น ฉันจะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้”
    “มีครับ” ผมรีบพูด
    “มีอะไร?”
    “รอให้รัฐบาลยุบสภาค่อยซื้อคืนครับ” ผมบอก
    คุณมนตรีถามด้วยเสียงแปลกใจ
    “เธอรู้ได้ยังไงรัฐบาลจะยุบสภา”
    “คอยดูไปครับ”

    ผมใจเต้นตึกตักความเสียดายในกำไรทำให้ผมไม่ยอมขายเซ็ทห้าสิบทิ้งไป ตัอนนี้มันอยู่ที่ 1022 จุด กำไรผมหายไปเรื่อย ๆ ถ้ามันขึ้นเกิน 1050 จุดเมื่อไร ผมจะขาดทุนจุดละแปดหมื่นบาททันที
    ตอนเย็นผมขับรถไปรับอิ๊งกินข้าว ระหว่างกำลังขับรถผมเปิดทีวีเล็กๆ ในรถ ได้ยินแกนนำม็อบปราศรัย
    “แม้นายกจะเลิกให้เงินกู้ธนาคารรักเมืองไทยแล้ว แต่นั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่านายกคนนี้บริหารอะไรก็ผิดพลาด ให้เงินกู้เป็นแสนล้านซี้ซั้ว คนแบบนี้ไม่ควรบริหารประเทศ กุมเงินภาษีพวกเรา”
    นี่สินะการเมือง เมื่อตั้งม็อบแล้วต้องโค่นฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ถ้ายอมหยุดม็อบกลางคันแกนนำม็อบนี่แหละจะโดนเล่นเอง ไม่ว่ารัฐบาลจะตามใจแค่ไหนก็ไม่ทันแล้ว
    วันต่อมาตลาดหุ้นลงอีกเพราะม็อบประกาศชุมนุมต่อ เซ็ทห้าสิบเหลือ 1010 จุด ตกลงมาจากเมื่อวานที่ 1022 จุด
    ระหว่างผมกำลังดีใจที่ผมพนันถูก รัฐบาลนี้ไปไม่รอดหรอก ผมก็ได้ยินโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์แปลก ผมรีบรับสาย
    “เธออยู่เบื้องหลังทำให้ฉันไม่ได้เงินกู้ใช่ไหม? เธอเตรียมตัวรอรับผลได้เลย”
    เสียงของวรเดช มันกำลังขู่ผม!!



    จบตอน 48 วรเดชมาแล้ว คราวนี้ประกาศเปิดศึกตรงๆ ตอนหน้าจะเป็นการโจมตีกลับของพล็อตรับรองเข้มข้นสุด ๆ รอดู ตอนต่อไปขอบริจาค 3 กำลังใจนะคร้าบ


    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน