บทที่ 27 สามิญญาเจ็ดจิตหวาดกลัวจนแทบจะหนีไปครึ่งหนึ่ง!
"ฮือ ๆ ท่านแม่ ไฟไหม้แล้ว! กลับบ้าน จูจูอยากกลับบ้าน!"
ก้อนแป้งน้อยกอดคอมารดาแน่น ร่างเล็ก ๆ อวบ ๆ สั่นระริกไม่หยุด หยางลี่ฮวาเ็ปใจมาก กอดร่างน้อยไว้ในอ้อมกอดและลูบหลังเบา ๆ
"จูจูไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่ แม่จะปกป้องเ้าเอง!"
ไท่จี้จู่และไท่จี้เย่ก็ยืนล้อมอยู่ข้าง ๆ มือไม้เก้กัง ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี
"จูจูฝันร้ายหรือเปล่า เรียกิญญากลับมาเร็ว!"
"คงนอนหลับมากเกินไปกระมัง! จูจู อาสามอยู่นี่ เดี๋ยวก็จะได้เงินแล้ว อาสามจะซื้อของอร่อย ๆ ให้กิน อย่าร้องไห้!"
น่าเสียดายที่จูจูที่ปกติเป็เด็กว่านอนสอนง่าย แต่ตอนนี้ปลอบอย่างไรก็ร้องไห้ไม่หยุด น้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาคู่โต ร้องะโไม่หยุดว่าไฟไหม้
ไท่จี้จู่ขยับเข้าไปใกล้ หวังจะช่วยภรรยาสลับมืออุ้มบุตรสาวสักพัก แต่จูจูกลับยื่นมืออ้วน ๆ ออกมาโบกไปมาเหนือศีรษะของเขา!
ท่านพ่อ! ทำไมบนศีรษะของท่านถึงมีกลุ่มควันสีเทาอีกแล้วล่ะ!
ไม่นะ! ไม่!
อย่าให้ท่านพ่อโชคร้ายเลย!
ควันสีเทาไปให้พ้นเลย!
ก้อนแป้งตัวน้อยพยายามอย่างเต็มที่ แต่กลุ่มพลังงานสีเทานั้นกลับไม่ยอมสลายไป นางจึงร้องไห้หนักกว่าเดิม
ไท่จี้จู่ยื่นศีรษะเข้าไปใต้มือของบุตรสาว อยากให้นางอารมณ์ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด แต่ตอนที่มือน้อย ๆ อวบอ้วนตบลงบนศีรษะ จู่ ๆ เขาก็มีความคิดแวบหนึ่งขึ้นมา
ครั้งสุดท้ายที่นางร้องไห้แบบนี้ คือตอนที่เขาตกจากต้นไม้
คราวนี้...
คงไม่ใช่ว่าบ้านไฟไหม้หรอกกระมัง?!
หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่ง กำลังคิดจะเสนอให้กลับบ้านไปดูสักหน่อย ผลคือบุตรสาวตัวน้อยร้องออกมาอีกประโยคว่า "ไฟไหม้แล้ว มันเผาต้นไม้กับดอกไม้ไปเยอะเลย!"
ต้นไม้กับดอกไม้หรือ?
แต่ที่บ้านร้างนั่นไม่มีต้นไม้และดอกไม้ เว้นแต่ว่าจะเป็...
ไท่จี้จู่เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาพอดีสบเข้ากับของหยางลี่ฮวา สองสามีภรรยามองหน้ากัน รู้ใจกันโดยไม่ต้องพูด!
"รีบไปดูที่สวนเร็ว ถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาพวกเราจะเดือดร้อนไปด้วย!" หยางลี่ฮวาผลักสามีออกไป
ไท่จี้จู่คว้าตัวน้องชายที่กำลังงุนงงมาด้วยอย่างรวดเร็ว แล้วมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้
จวนตระกูลิ่วันนี้มีแขกมาเยี่ยมเยือนมากมายเกินคาด ทำให้บ่าวรับใช้ไม่เพียงพอ ไท่จี้จู่และไท่จี้เย่จึงเดินมาถึงสวนดอกไม้โดยไม่มีใครขวางทาง
สองคนมองไปยังทะเลสาบดอกบัวที่อยู่ไกลออกไป เห็นแขกหลายคนกำลังเดินเล่นอยู่ พวกเขาจึงค่อย ๆ เดินวนไปตามชายสวน สำรวจโคมน้ำแข็งที่วางอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างห่างไกล
บังเอิญพอดีที่ผู้ดูแลิ่กำลังนำคนมาส่งชาร้อน เห็นพี่น้องทั้งสองก็เดินตามมา ถามว่า "พวกท่านออกมาทำไมกัน นายท่าน้าพบพวกท่านหลังงานเลี้ยงเสร็จสิ้นเท่านั้น..."
ไท่จี้เย่รีบยิ้มและพูดว่า "พี่ิ่ พวกข้าอยู่ในห้องเฉย ๆ ไม่ได้ ก็เลยคิดว่าจวนของพวกท่านกำลังยุ่งมาก พวกข้าน่าจะช่วยเหลือสักหน่อย”
"แต่ข้าเพิ่งเคยเห็นงานใหญ่ขนาดนี้เป็ครั้งแรก กลัวว่าจะไปทำให้ยุ่งกว่าเดิม เลยตัดสินใจมาดูสวนแทน ถ้าโคมน้ำแข็งดวงไหนดับหรือถูกลมพัดเอียง จะได้รีบจัดการทันที"
ผู้ดูแลิ่ฟังแล้วรู้สึกพอใจ และเห็นแล้วว่าพวกเขาเดินชิดขอบสวน ท่าทางระมัดระวังเต็มที่ เขาก็ยิ่งพอใจมากขึ้น คิดว่าตอนนี้ก็ไม่มีธุระอะไรแล้วจึงพูดว่า "เมื่อกี้ข้าเพิ่งเห็นโคมน้ำแข็งที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ดับไป เดินไปดูกันเถิด"
ทั้งสามคนเดินไปพลางคุยหัวเราะพลางตามทาง โดยไม่ต้องรอให้เข้าไปใกล้ก็เห็นว่าแสงสว่างดูเหมือนจะลุกวาบขึ้นมา
ผู้ดูแลิ่รีบวิ่งนำหน้าไปก่อนสองสามก้าว แล้วในชั่วขณะถัดมาก็ะโดังขึ้นว่า "มาช่วยดับไฟเร็ว!"
ไท่จี้จู่กับไท่จี้เย่มาที่นี่ด้วยเหตุนี้พอดี พวกเขาถอดเสื้อนวมออกแล้วพุ่งเข้าไปทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
โคมน้ำแข็งตรงนี้เป็รูปนกกระเรียนนำทาง โคมไฟเล็ก ๆ ที่แขวนอยู่ที่ปากกระเรียนล้มลงบนพื้น จุดที่ไฟลุกอยู่ที่กอหญ้าและพุ่มไม้ เห็นได้ชัดว่าไฟกำลังจะลุกลามไปถึงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
ทั้งสามคนใช้เสื้อกันหนาวตีดับไฟและใช้หิมะกลบทับ ต้องใช้แรงไปไม่น้อยกว่าจะดับประกายไฟทั้งหมดได้ สุดท้ายทุกคนสบตากันรู้สึกอกสั่นขวัญหายเสียจนแข้งขาอ่อน
แม้ที่นี่จะเป็เพียงมุมสวน แต่มีดอกไม้และต้นไม้มากมาย อีกทั้งลมเหนือก็พัดแรง ถ้าไม่ได้พบเจอทันเวลา น่ากลัวว่าเมื่อไฟไหม้ขึ้นจะต้องลุกลามไปทั้งบริเวณแน่
ที่แย่ไปกว่านั้น ด้านนอกกำแพงยังเป็สวนของจวนข้าง ๆ ปกติเพื่อบังสายตาจึงปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้มากมายตามริมสวน...
เกือบแล้ว เกือบจะกลายเป็ไฟลามบ้านเรือนเพื่อนบ้านเดือดร้อนไปด้วย!
ผู้ดูแลิ่เช็ดใบหน้าดำมะเมื่อมของตัวเอง แล้วมองไปที่ไท่จี้จู่กับไท่จี้เย่สองพี่น้อง เสื้อนวมของพวกเขาถูกไฟไหม้เป็รูหลายแห่ง รองเท้าผ้าก็ใช้เหยียบไฟจนไหม้ไปครึ่งหนึ่ง ดูทุลักทุเลมาก
ในขณะนั้น เขาแทบจะยอมรับคนทั้งสองเป็พี่น้องแท้ ๆ เลยทีเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา ‘วุ่นวาย’ วิ่งมาตรวจดูสวน คงไม่มีใครพบว่าที่นี่เกิดไฟไหม้ ต่อให้พบก็คงควบคุมเพลิงไม่ทันแล้ว
ตอนนั้น เขาที่เป็คนเสนอให้จัดแสดงโคมน้ำแข็งต่อนายของเขา นอกจากจะไม่ได้รับคำชมแต่ยังจะถูกลงโทษอย่างหนัก สูญเสียตำแหน่งหน้าที่เป็เื่เล็ก แต่ถ้าถูกขายไปเป็ทาสนั่นถึงจะจบสิ้นจริง ๆ
"พี่น้องตระกูลไท่ ขอบคุณพวกท่านจริง ๆ ! ขอบคุณมาก!"
เขาคว้ามือทั้งสองคนไว้ไม่ยอมปล่อยเพราะความตื่นเต้น
ไท่จี้จู่กับไท่จี้เย่เองก็ยังใ สามิญญาเจ็ดจิตเหมือนกระเจิดกระเจิงไปกว่าครึ่ง ทั้งสองคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ตอบกลับไปตามมารยาทโดยทันที
"ควรทำอยู่แล้ว ควรทำอยู่แล้ว"
"บังเอิญจริง ๆ บังเอิญจริง ๆ !"
ตอนนี้เองมีแม่นมข้างกายฮูหยินิ่ได้กลิ่นควันจึงเข้ามาตรวจสอบดู ผู้ดูแลิ่รีบกระซิบเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง แม่นมมองพี่น้องตระกูลไท่แวบหนึ่งก่อนจะจากไป ผู้ดูแลิ่ก็ไม่กล้าเฉื่อยชาอีกต่อไป จึงนำไท่จี้จู่และไท่จี้เย่ออกตรวจตราต่อ
รอจนกระทั่งแขกทั้งหลายสนุกสนานกลับไปจนหมด ในสวนไม่มีคนนอกแล้ว โคมน้ำแข็งตามที่ต่าง ๆ ก็ดับเรียบร้อย ทั้งสามเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง ฝ่าเท้าเ็ปจากการเดินไปเดินมา
นายท่านิ่คอยต้อนรับแขก ชมโคมไฟดื่มสุรา ทั้งยังแต่งบทกวีและวาดภาพอย่างสนุกสนาน
หลังจากส่งแขกกลับไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ไปหาเหล่าอนุภรรยา นับเป็เื่ที่หายากที่จะไปที่ห้องหลัก เขาชมเชยฮูหยินของตนไม่ขาดปาก แล้วยังสัญญาว่าจะมอบเครื่องประดับล้ำค่าสองชุดที่ส่งมาจากทางใต้ให้เป็ค่าตอบแทนความเหน็ดเหนื่อย จากนั้นก็ชำระร่างกายแล้วเข้านอน
ฮูหยินิ่อารมณ์ดีมาก จึงเริ่มมอบรางวัลตามผลงาน ไม่จำเป็ต้องพูดถึงบ่าวไพร่ทุกคนที่ได้รับเงินเดือนเป็สองเท่า เมื่อถึงคราวของตระกูลไท่ นางเจาะจงขอพบกับไท่จี้จู่และไท่จี้เย่โดยเฉพาะ
โดยหลักการแล้วยามดึกเช่นนี้ นางจะไม่ค่อยพบคนนอกมากนัก แต่เมื่อครู่สวนเกือบเกิดเพลิงไหม้ เป็พี่น้องตระกูลไท่ที่พบเจอและช่วยดับไฟได้ทัน ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่นางคงไม่มีทางได้รับคำชมจากสามี แต่จะถูกตำหนิอย่างรุนแรงแทน
ก่อนหน้านี้นางได้พบหยางลี่ฮวาแล้ว ครอบครัวไท่สร้างความประทับใจให้กับนางเป็อย่างดี
ตอนนี้เมื่อมองไท่จี้จู่และไท่จี้เย่ แม้ว่าพวกเขาจะดูทรุดโทรมแต่ก็ก้มหน้าอย่างนอบน้อมตลอด ไม่มองซ้ายมองขวาอย่างไร้มารยาท รู้จักกาลเทศะและมีความเข้าใจในกฎระเบียบ ทำให้ฮูหยินิ่ยิ่งพอใจมากขึ้น
"ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นในสวนแล้ว ขอบคุณพวกเ้าทั้งสองที่ช่วยเหลือ ทำให้พวกข้ารอดพ้นจากหายนะ"
ไท่จี้เย่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยังคงไม่เงยหน้าขึ้น ตอบว่า "ฮูหยินมีน้ำใจยิ่งนัก โคมน้ำแข็งเป็สิ่งที่ครอบครัวของพวกข้าทำส่งมา พวกข้าย่อมต้องดูแลให้ดี"
"ยิ่งไปกว่านั้นจวนของท่านมีบุญวาสนาล้ำลึก ย่อมมีเทพเซียนคอยคุ้มครอง ถึงแม้ว่าพวกข้าจะไม่บังเอิญพบเจอก็คงไม่เกิดไฟไหม้แน่นอน"
คำพูดนี้ฟังดูไพเราะหวานหู ทำให้ฮูหยินิ่ยิ่งรู้สึกพึงใจมากขึ้น
นางกวาดตามองผู้ดูแลิ่แล้วกล่าวว่า "เมื่อสักครู่มีหลายคนถามถึงเื่โคมน้ำแข็ง ทุกคนอยากจัดวางที่บ้านบ้าง พรุ่งนี้ให้ิ่ฉางพาพวกเ้าไปทำความรู้จักแต่ละจวน จะรับงานนี้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพวกเ้าเอง"
"ขอบคุณฮูหยินขอรับ!" ไท่จี้เย่รีบขอบคุณ "พวกข้าจะไม่ทำให้คำแนะนำของท่านเสียเปล่าอย่างแน่นอน"
ไท่จี้จู่พูดไม่เป็ แต่ก็ก้มคำนับตามไปด้วย ทำให้ดูยิ่งเป็คนซื่อ ๆ และจริงใจ
ฮูหยินิ่พยักหน้า โบกมือครั้งหนึ่ง แม่นมสูงวัยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยกถาดที่คลุมด้วยผ้าแดงเข้ามา