บทที่ 8 ดูเหมือนจะเป็วันดี ๆ
"แค่นี้ก็ดีมากแล้ว!" เจียงหว่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นข้าวและบะหมี่ที่ด้านล่างของถุง
คราวนี้มีข้าวและแป้งมาอีก ทั้งยังมีแป้งขาวอีกสิบชั่ง
เพียงผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันก็จะไม่ฝืดคอแล้ว
"กินข้าวเที่ยงที่บ้านกันเถอะ!" เจียงหว่านพูดด้วยรอยยิ้ม
ทำให้เฉียวเหลียนเฉิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเธอจะมีความสุขเพียงแค่ได้วัตถุดิบทำอาหาร
ดูเหมือนว่าั้แ่เดินเข้าประตูมาวันนี้ รอยยิ้มของเจียงหว่านยังไม่หายไปเลย
“คุณดูมีความสุขมากเลยนะ” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เฉียวเหลียนเฉิงก็ตัดสินใจถามสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกไป
เจียงหว่านยิ้มและเลิกคิ้วขึ้น "แน่นอนสิ มีวันดี ๆ ก็ต้องมีความสุข!"
“วันดี ๆ?” เฉียวเหลียนเฉิงพึมพำ
ทำไมตอนเขาอยากมีวันดี ๆ แต่เจียงหว่านในอดีตกลับไม่ยอมให้มีล่ะ!
่ที่ผ่านมา เขาไม่กล้ากลับบ้านด้วยซ้ำเพราะกลัวจะมีคนมาทวงหนี้อีก
แต่ตอนนี้…
ดูเหมือนว่าเธอจะแตกต่างจากเดิม
ขณะทำอาหารกลางวัน เธอ้าทำบะหมี่ไว้จำนวนหนึ่ง
เธอทนไม่ได้จริง ๆ กับแป้งที่ไม่ได้ร่อน
ดังนั้นเมื่อเขียนรายการ จึงได้ตั้งใจขอที่กรองเป็พิเศษ
ยุคนี้ ที่กรองทั้งหมดทำจากผ้าฝ้าย และตาข่ายสามารถถอดแยกชิ้นส่วนได้โดยการดึงด้ายออกจากกัน
การซ้อนที่กรองสามชั้นนับเป็ตะแกรงร่อนอย่างดี
เจียงหว่านไม่สนใจว่าเฉียวเหลียนเฉิงจะยังอยู่หรือเปล่า เริ่มลงมือทำทันที
แป้งถูกร่อนอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเธอจะคิดทุกอย่างไว้แล้ว แต่แค่นวดแป้งก็ยากมาก
และที่สำคัญที่สุดคือเธอลืมขอแผ่นรอง…
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตัวแข็งทื่อ ไม่เคลื่อนไหว เฉียวเหลียนเฉิงจึงถามอย่างสงสัย
"มีอะไรเหรอ?"
เจียงหว่านยิ้มเจื่อน "ฉันลืมขอแผ่นรอง"
เฉียวเหลียนเฉิงชี้ไปที่โต๊ะ "อันนั้น ใช้ไม่ได้เหรอ?"
เจียงหว่านส่ายหัว "มันสกปรก!"
หลังจากคิดเกี่ยวกับเื่นี้ เฉียวเหลียนเฉิงก็ลากกระจกออกมาจากด้านหลังเตียง
กระจกมีขนาดเท่ากับโต๊ะ ซึ่งวางทับได้พอดี
“ผมซื้อมาเพื่อเปลี่ยนหน้าต่าง แต่ขนาดไม่พอดี ผมยังไม่ได้ยืมที่ตัดกระจกมา คุณดูสิว่าจะใช้ได้ไหม”
เจียงหว่านพยักหน้ารับ เฉียวเหลียนเฉิงจึงเช็ดกระจกให้สะอาดด้วยผ้าขี้ริ้ว
"ใช้ไปก่อนกันเถอะ แล้ววันหลังผมจะทำแผ่นรองให้คุณ!"
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวอย่างชำนาญของเฉียวเหลียนเฉิง เจียงหว่านก็อารมณ์ดี
ผู้ชายคนนี้ใจดีมาก เขาเต็มใจเสนอตัวช่วยภรรยาจัดการทุกอย่าง ในอนาคตใครก็ตามที่ได้แต่งงานกับเขาจะต้องมีความสุขมากแน่นอน
น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่คนโชคดีคนนั้น!
มันค่อนข้างลำบากที่ต้องใช้กระจกเป็แผ่นรอง แต่ก็พอฝืนใช้งานได้
การนวดแป้งจำเป็มีเทคนิคและพละกำลัง
เจียงหว่านที่ตัวอ้วน หลังจากโยนแป้งไปพักหนึ่งก็ถึงกับเหงื่อท่วมตัว หอบหายใจเสียงดังฮืด ๆ
เมื่อเห็นอย่างนี้ เฉียวเหลียนเฉิงรีบพูดขึ้นว่า "ผมจะทำเอง คุณคอยดูแล้วกัน"
เจียงหว่านยอมแพ้อย่างจนใจ ส่วนทางเฉียวเหลียนเฉิงเพิ่งรู้ว่ามันยากแค่ไหนก็หลังจากได้ทำ แถมกระจกที่ใช้เป็ที่รองก็ลื่นมาก
ต้องออกแรงเบา ๆ ไม่อย่างนั้นนั้นกระจกจะแตก
ทั้งสองใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อเตรียมบะหมี่ให้พร้อม
ขณะที่เจียงหว่านกำลังหั่นเส้นบะหมี่ เฉียวเหลียนเฉิงก็ออกไปจุดไฟข้างนอกรอ
หลังจากโยนบะหมี่ลงหม้อ เฉียวเหลียนเฉิงก็ไปหยิบชามมาอีกใบ
ต้องบอกว่าเฉียวเหลียนเฉิงเป็ลูกมือที่ดีมาก
ในขณะรอให้บะหมี่สุก เจียงหว่านก็หันศีรษะไปมองใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงที่เต็มไปด้วยแป้ง เธอจึงเอื้อมมือไปเช็ดมันออก
เฉียวเหลียนเฉิงไม่รู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร จึงหลบโดยสัญชาตญาณ
“อย่าขยับนะ นายมีแป้งติดหน้า ถ้าคนอื่น ๆ มาเห็นมันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์อันสง่างามของนายนะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับ เจียงหว่านจึงเอื้อมมือออกไปเช็ดแป้งออก
เฉียวเหลียนเฉิงสูงกว่าเจียงหว่านหนึ่ง่หัว ดังนั้นเขาจึงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อมองดูผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าเขา จ้องมองขนตายาวของเธอและดวงตากระจ่างชัดคู่นั้นได้พอดี
……
ความประทับใจของเขาที่มีต่อเธอ เมื่อเห็นเจียงหว่านเป็ครั้งแรก นอกจากความโลภและความปรารถนา ในดวงตาของเธอก็มีแต่ความทะเยอทะยาน
เขาไม่สนใจเื่รูปร่างหน้าตา แต่สนใจหัวใจของกันและกัน
ผู้หญิงที่มีจิตใจงดงามไม่ควรมีดวงตาแบบนั้น แต่เพราะความรับผิดชอบ เขาทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
แต่เธอในตอนนี้แตกต่างออกไป!
สีเหลืองขุ่นในดวงตาของเธอหายไป และถูกแทนที่ด้วยความใสเป็ประกายของน้ำ
มันเริ่มเมื่อไหร่กัน!?
ในเวลานั้น เจียงเสวี่ยเปิดประตูออกมาดู และเห็นฉากในลาน
ภาพที่ทั้งสองกำลังเช็ดหน้าให้กัน เฉียวเหลียนเฉิงที่ก้มศีรษะลงและตกอยู่ในภวังค์ลอยเข้ามาในสองตาของเธอ ภาพนั้นกลายเป็ฉากที่ทั้งสองลูบแก้มของกันและกันอย่างเสน่หา! โดยฝ่ายถูกลูบแก้มกำลังมองคนรักของเขาด้วยความรักใคร่!
ฉากนี้ทำให้ดวงตาของเจียงเสวี่ยสั่นไหว หัวใจของเธอรู้สึกเ็ปเกินทานทน
ผิงอันตามออกมาเพราะเห็นเจียงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาดึงกระโปรงของเธอเบา ๆ ด้วยความสงสัย
“น้าเสวี่ย เป็อะไรไปครับ?”
เจียงเสวี่ยมองผิงอันด้วยั์ตาแดงก่ำ "ผิงอัน ผู้หญิงคนนั้นกำลังยั่วยวนพ่อของหนู!"
ผิงอันตกตะลึงไปเล็กน้อย เขย่งตัวขึ้นจนเห็นคนสองคนอยู่ในลาน
ความโกรธถาโถม "ผู้หญิงเลวยั่วพ่อของผม ผมจะจัดการเธอ!"
ขณะพูด เด็กชายก็กำลังจะพุ่งไป
แต่ถูกเจียงเสวี่ยหยุดไว้ "เดี๋ยวก่อน พ่อของหนูจะไม่มีความสุขแน่ถ้าหนูออกไปตอนนี้!"
"ไม่ต้องกังวล นังนั่นจะไม่มีความสุขได้นานหรอก!"
ผิงอันขมวดคิ้ว ถึงเขาจะรู้สึกโกรธแต่ก็ยังคงเชื่อฟังน้าสาว
ในเวลานี้ เจียงเฉิงเปิดประตูเดินออกมา
“พี่ชาย ไปดีมาดีนะคะ!” เจียงเสวี่ยรีบเอ่ยทักทาย
เจียงเฉิงส่งเสียงตอบรับ หันไปมองเจียงเสวี่ยอย่างสับสน จากนั้นมองที่ผิงอัน เอื้อมมือไปลูบหัวของเด็กชายแล้วเดินจากไป!
เมื่อเห็นว่าเจียงเฉิงไม่ได้พูดอะไร เจียงเสวี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พอเจียงเฉิงมาถึงลาน บะหมี่ของเจียงหว่านก็สุกพอดี ตอนเธอก้มลงไปตักบะหมี่ เจียงเฉิงก็เรียกเฉียวเหลียนเฉิงออกไป
“เหล่าเฉียว ฉันคิดว่าพวกนายไปกันได้ดีนะ อย่างน้อยพวกนายก็รู้ว่าจะใช้ชีวิตกันยังไง”
เฉียวเหลียนเฉิงส่งเสียงรับ แต่ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดในใจ
เจียงเฉิงดูเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่จึงพูดอย่างผ่อนคลาย
"บางทีเธออาจรู้ถึงความผิดของตัวเองแล้ว หัวใจมนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากเนื้อหนัง ตราบใดที่นายปฏิบัติต่อเธอดีกว่านี้ ชีวิตนายอาจจะดีขึ้นก็ได้!"
เฉียวเหลียนเฉิงเงียบ เขาไม่ได้ไม่ชอบเจียงหว่าน เพราะเขาไม่มีความรู้สึกใดต่อเธอเลย แต่เขาทนนิสัยการพนันของเจียงหว่านไม่ได้ และก็ทนไม่ได้กับความคิดชั่วร้ายของเธอ
และสองข้อนี้ เธอมีมันทั้งหมด!
กลับตัวกลับใจ? พูดน่ะมันง่ายกว่าทำอยู่แล้ว!
เจียงเฉิงพูดต่อ "เอาอย่างนี้ คืนนี้นายลองพาผิงอันกลับไปสิ!"
เฉียวเหลียนเฉิงขมวดคิ้ว "ผิงอันสร้างปัญหาอะไรให้พี่เหรอ?"
เจียงเฉิงส่ายหัว "ไม่ ๆ ถ้าเป็ไปได้ ฉันก็อยากเลี้ยงเ้าตัวเล็กนั่นไปตลอดชีวิตเหมือนกัน!"
"แต่ว่า…"
สิ่งที่ทำให้เจียงเฉิงลำบากใจกลับเป็น้องสาวของเขาเองที่สอนสิ่งไม่ดีให้กับผิงอัน
เขาได้ยินทุกสิ่งที่เจียงเสวี่ยพูดกับผิงอันเมื่อกี้นี้ รวมถึงสิ่งที่หัวหน้าหน่วยเฉินบอกเขาเกี่ยวกับการยุยงของเจียงเสวี่ยเมื่อวานนี้ด้วย
นี่เป็สัญญาณเตือนภัยสำหรับเจียงเฉิง
เขาตัดสินใจจะส่งน้องสาวของเขากลับ แต่เื่นี้ยังต้องปรึกษากับครอบครัว
เพราะน้องสาวคงไม่ยอมจากไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน และต่อให้ส่งเธอกลับไปยังไงก็เป็ปัญหาใหญ่เหมือนกัน
ใน่เวลานี้ ต้องห้ามเธอติดต่อกับผิงอันอีก
ผิงอันเป็เด็กดี จะปล่อยให้เจียงเสวี่ยทำเขาเสียนิสัยไม่ได้
เจียงเฉิงเป็ครูฝึกที่ดีและไม่เคยมีปัญหาอะไร ทำงานตามอุดมการณ์ของทหาร แต่เขาทำอะไรไม่ถูกเมื่อมันเกี่ยวกับน้องสาว
ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือส่งผิงอันออกไป