พฤกษ์ทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นใน่ปีสุดท้ายของชั้นมัธยมศึกษาให้สายฟ้าฟังระหว่างเขากับแป้งในตอนนั้น กลายเป็เื่ที่มองหน้ากันไม่สนิทในตอนนี้ ภาคเรียนสุดท้ายของเขามีเพื่อนผู้หญิงต่างห้องนัดไปคุยด้วยหลังเลิกเรียน เธอคนนั้นบอกว่าชอบเขามาสามปีแล้ว และเทอมสุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกความในใจก่อนจะจากกัน
“ตกลงว่ามีสาวจะสารภาพรัก แล้วจะเกี่ยวกับแป้งที่ตรงไหน?”
“ใจเย็นๆสิวะ ก็กำลังจะเล่านี่ไง?”
“ตอนนั้นเราคุยกันกำลังจะเสร็จแล้ว ยายแป้งดันมาเห็นพอดี แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เห็นแป้งด้วยข้าก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เช้าวันต่อมา ครูฝ่ายปกครองเรียกเราสองคนเข้าห้องปกครองเพราะมีคนไปฟ้องว่า เราสองคนแอบไปพลอดรักหลังอาคารเรียน”
สายฟ้าทำหน้างุนงง“ไม่มีพยานบ้างเลยเหรอ?”
“ไม่มีน่ะสินอกจากคนฟ้องที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อแล้ว” พฤกษ์ถอนหายใจ “ผู้หญิงคนนั้นโกรธมากเธอคิดว่าแป้งคือคนฟ้อง เลยตามไปด่าแป้งที่ห้องเรียน ต่อหน้าเพื่อนทั้งห้องยายแป้งก็เลยอายไม่กล้ามาเรียนหลายวัน”
เื่ราวในตอนนั้นลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็เื่ดังประจำโรงเรียน ตัวเขากับผู้หญิงคนนั้นได้รับผลกระทบไม่น้อยการนัดพบสองต่อสองและถูกกล่าวหาว่าพลอดรักกันเป็เื่น่าอับอายพ่อกับแม่ของทั้งสองคนถูกเชิญไปรับฟังข้อกล่าวหา แต่เมื่อไม่มีอะไรเกินเลยจึงได้แต่เพียงคาดโทษเอาไว้
“จากนั้นล่ะ”
“คนทั้งโรงเรียนก็คิดว่าแป้งเป็คนฟ้องครู ข้ากับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้คบกัน ส่วนแป้งก็โดนรังเกียจจากรุ่นพี่จนพวกเราเรียนจบ ข้ากับแป้งก็เลยเป็แบบนี้”
พฤกษ์สายตาหม่นแสงเมื่อนึกถึงใบหน้าเศร้าสร้อยของแป้งใน่เทอมสุดท้ายของปีนั้นเธออดทนต่อสายตาของทุกคน ไม่ตัดพ้อต่อว่า หรือด่าทอใครแม้เขาจะแก้ตัวช่วยเธอไม่ได้ แต่ก็เชื่อมั่นว่าเธอไม่น่าจะเป็คนเอาเื่นี้ไปบอกครู
“เอ็งชอบแป้งได้ไงข้าก็ไม่เห็นพวกเอ็งจะสนิทกัน”
พฤกษ์ส่ายหน้าก่อนหน้านั้น ตอนแป้งเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เขาเป็หัวหน้าสีในงานกีฬาทำหน้าที่เกณฑ์น้องๆ มาช่วยทำงาน และก็มียายแป้งเป็หนึ่งในนั้นเพราะทำกิจกรรมโรงเรียนด้วยกันบ่อยครั้ง ทำให้เขาเริ่มสนิทสนมกับเธอแต่ก็เป็ไปแบบพี่น้อง จนปีต่อมา หากทำกิจกรรมถึงมืดค่ำเขาจะคอยไปส่งน้องคนนี้เสมอ เธอเป็เด็กดีและขยัน
“ตอนนั้นข้าเห็นแป้งเป็รุ่นน้องคนหนึ่ง จนกระทั่งเกิดเื่นั้นขึ้นเราก็ไม่เคยคุยกันเหมือนเดิมอีก ทีแรกข้าก็โกรธ แต่หลังจากนั้นอีกสองปีเพื่อนผู้หญิงในห้องข้าก็มาเล่าให้ฟังว่า เขาได้คุยเื่นี้กับแป้งและแป้งก็บอกว่า ไม่ได้เป็ฟ้องครูเื่นั้นเลย”
“เอ็งไม่คิดจะไปปรับความเข้าใจกับน้องบ้างเหรอ?”
“หลังจากรู้จากเพื่อนคนนั้นข้าได้แต่แอบสืบเื่เขา แอบตามเขาบ้าง เวลาเจอกันกะว่าจะคุยกันดีๆน้องก็ไม่ยอมคุยแล้ว เขาบอกว่า พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ”
“มันก็จริงนะต่อให้พูดความจริง ก็ไม่มีหลักฐาน ต่อให้เอ็งพูดว่าเชื่อ เขาก็คงไม่สบายใจอยู่ดี”
“หลายปีผ่านไปข้าก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า ข้าสนใจเขามากขึ้นทุกที จนเขามาทำร้านพิซซ่ากับกาแฟข้าก็ไปวนเวียนอยู่บ่อยๆ แต่เราก็ยังไม่ได้คุยกันดีๆ สักครั้ง”
“ไหนดาวบอกว่ามีคนมาจีบแป้ง”
หน้าตาพฤกษ์บูดบึ้งเมื่อพูดถึงเื่นี้ “อืม! ก็เห็นจีบมาั้แ่ปลายปีก่อน ข้าสืบแล้วว่าแป้งยังไม่ตกลง”
“ตอนนี้จะเอายังไง?”
“เอาเป็ว่าเื่เก่าก็ช่างมันเถอะ ข้าจะจีบแป้ง หาความจริงไม่ได้ก็ไม่ต้องหา” พฤกษ์หน้าตาจริงจังหนักแน่น“ข้าคงเสียเวลาดูและคิดนานเกินไป”
“นั่นสินะเกิดเขาตกลงกับคนอื่นแล้ว เอ็งจะทำอะไรได้ งั้นก็รีบคิดรีบทำ”
“แน่นอนข้าเฝ้ามาตั้งนานจะให้คนอื่นคาบไปได้ไง”
สองหนุ่มมองตากันแล้วอมยิ้มสายฟ้ายกมือขวาขึ้น พฤกษ์ยกมือมาแปะกัน “เฮ้!” ทั้งสองประสานเสียงดังลั่น
“ตอนนั้นดาวก็อยู่นะรุ่นพี่กับเพื่อนอีกสองคนบุกเข้ามาด่าถึงหน้าห้องตอนใกล้จะขึ้นเรียนคาบบ่ายคนทั้งห้องตะลึง ยายแป้งหน้าซีด ปากสั่น ตอนบ่ายเอาแต่ร้องไห้คุณครูเลยให้ไปนอนสงบใจที่ห้องพยาบาล”
เื่นี้จะว่าไปรุนแรงอยู่ไม่น้อยสำหรับเด็กหญิงคนนั้น หลังจากนั้นเธอก็โดนรุ่นพี่มัธยมปลายเกลียดชังและถูกมองด้วยสายตาคลางแคลงใจ จนกระทั่งรุ่นพี่จบออกไป สถานการณ์ถึงดีขึ้น
“แป้งอยู่ห้องเดียวกันกับดาวหรือเปล่า”
“ก็อยู่มาั้แ่มอต้นนั้นแหละค่ะดาวก็คอยเป็เพื่อนแป้ง เพราะตอนนั้นแป้งเศร้ามากจริงๆ และบอกแค่ว่า ตัวเองไม่ได้ฟ้องครูจริงๆ”
สายฟ้าคิดทบทวนว่าเื่นี้น่าจะต้องมีคนรู้มากกว่านี้แน่ “พี่ว่าบางทีเราอาจจะต้องสืบเื่นี้อย่างจริงจังนะ”
สีหน้าของคนฟังประหลาดใจ“ยังไงคะ?”
“คนส่วนใหญ่ก็ยังอยู่นี่นาน่าจะพอสืบเสาะถามกันไปได้ ไม่แน่นะ เราอาจจะพบความจริง”
พันดาวรู้สึกตื่นเต้น“นั่นสินะ ถ้าถามมากพอ เราอาจจะพบความจริงก็ได้เดี๋ยวดาวจะไปคุยเื่นี้กับแป้งค่ะ”
แบงก์เดินมาสมทบ“ผมช่วยด้วยอีกคนได้ไหม?”
“ก็ดีนะสิจะได้ช่วยกันทำให้เื่นี้สำเร็จเร็วขึ้น”
“เื่ของเสี่ยมิ่งล่ะพี่ดาวว่าไง?”
พันดาวรีบเอามือตะครุบปากแบงก์ไว้“เออ เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”
สายฟ้ามองสองพี่น้องที่ดูมีความลับ“ทำไม ไม่คุยตรงนี้เลยล่ะ เ้านาย”
“แหม! เื่เล็กน้อยค่ะพี่ฟ้าฟังไปก็เท่านั้น” หญิงสาวรุนหลังน้องชายคนโปรดให้เดินหลบออกไปหน้าร้าน“อย่าพูดเสียงดังสิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”
“คนอื่นนั้น น่ะเหรอ?” ฝ่ายน้องรีบแซวสังเกตประกายตาลูกพี่ เวลาที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นแล้ว แวววาวผิดปกติ
“เออๆใครก็ช่างล่ะ ไม่ต้องให้เขาได้ยินหรอก เื่แบบนี้ มันใช่เื่ดีที่ไหน?”
เมย์แม่ลูกจ้างสาวจอมจุ้นเดินส่ายอาดๆ มาหาสองพี่น้อง “พี่ฟ้าเมื่อเช้าเมย์ไปตลาด ได้ยินคนนินทาเื่พี่ด้วยล่ะ”
“ใครเขาจะนินทาพี่ที่ตลาดดังขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ตรงร้านขายหนังสือพิมพ์ไงพี่”
“หือ”พันดาวหน้าเปลี่ยนสี เ้าของร้านนั้นเป็เพื่อนร่วมโรงเรียนของเธอเอง “เขาว่าไง?”
“เขาพูดกันว่าไม่รู้พี่คบกับใครกันแน่ ครั้งก่อนที่ออกข่าวกับผู้ชายขาวๆ หล่อๆและครั้งนี้เห็นว่าจะแต่งงานกับเสี่ยมิ่ง เขาว่าพี่หลายใจ” แม่สาวเมย์คนนี้ไม่เคยจะยั้งคำพูดแม้สักครั้งได้ยินมาอย่างไร ก็ถ่ายทอดไม่เคยตกหล่น แบงก์เคยนินทาหลายหนว่า เ้าหล่อนน่าจะอยู่ฝ่ายข่าวกรอง
“เฮ้ย! พี่ไปตกลงแต่งงานกับเสี่ยมิ่งตอนไหนกัน”
“เขาพูดกับเพื่อนอีกคนว่าเสี่ยมิ่งมาบอกเองว่า จะแต่งงานกับพี่ดาวอ่ะ”
แบงก์ได้ยินถึงกับตาโต“เอาแล้วไง?”
เมย์เห็นอาการเ้านายกับแบงก์แบบนั้นก็ตื่นเต้น “หรือว่า เื่นี้จะเป็จริงแล้วพี่เอา....เอา...” เธอชี้ไปที่ผู้ชายรูปหล่อที่นั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก“คนหล่อขนาดนั้นไปไว้ที่ไหน”
“ต่งแต่งอะไรกันพี่ไม่แต่งกับใครทั้งนั้นล่ะ” พันดาวโวยวาย “ถ้าคิดจะใช้วิธีปล่อยข่าวลือให้เสียชื่อล่ะกันไม่มีทางสำเร็จหรอก”
“พี่ดาวแต่เพื่อนพี่ว่า เสี่ยมิ่งจะให้สินสอดตั้งสามสิบล้านเลยนะพี่”
“โห!” แบงก์อุทานเสียงดัง “นี่มันพ่อบุญทุ่มชัดๆ”
เมย์รีบพยักหน้าแรงๆ“สุดๆ ไปเลยค่ะ ใครจะได้สินสอดขนาดนี้ ที่สำคัญนะพี่ คนในตลาดเขารู้กันหมดเลยอ่ะเขาว่า งานแต่งงานนี้เป็งานช้างแน่นอน”
พันดาวส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแน่นอนว่า การปล่อยข่าวในจังหวัดเล็กๆ เริ่มจากตลาดก็เพียงพอแล้วเพราะแค่เริ่มต้นเธอก็ได้ยินเื่ของตัวเองทันที
“อ้อเห็นว่าเป็เ้าของตลาด ก็เลยปล่อยข่าวจากตรงนั้นซะ เพราะมันเร็วดี เอ๊!หรือว่าตอนนี้เสี่ยมิ่งไปคุยไว้ทั่วจังหวัดแล้ว” แบงก์ทำหน้ายั่วเย้า
“อย่าพูดบ้าๆพี่ไม่แต่งอยู่แล้ว ใครกล้าพูดก็เสียหน้าไปล่ะกัน”
“เขาไม่ได้กลัวเสียหน้าเขาพูดกันคนอื่นต่างหาก” แบงก์แย้ง “ถ้าพี่มีข่าวว่า โดนเสี่ยมิ่งจองแล้วใครหน้าใครจะกล้าเข้ามาจีบ คนอื่นก็จะมองว่า พี่กับเสี่ยมิ่งเป็แฟนกันแล้วคนระดับนั้นพูด คนเชื่ออยู่แล้ว”
ปัง!
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นจากหลังร้านทำเอาทุกคนสะดุ้งสายฟ้าเดินดิ่งมาราวกับบิน เขาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์หยิบเงินแบงค์พันออกจากกระเป๋าสตางค์หนังใบแบนๆยื่นให้เมย์
“เมย์เอาเงินนี่ไปซื้อของที่ตลาดมาถวายเพลนะแล้วแวะไปร้านหนังสือพิมพ์ซื้อหนังสืออะไรก็ได้สักสองสามเล่มแล้วก็บอกเ้าของร้านว่า คนที่พี่ดาวจะแต่งงานด้วยไม่ใช่เสี่ยมิ่งสินสอดได้สี่สิบล้าน ที่สำคัญจะแต่งเร็วๆ นี้”
“หา!” ทั้งสามคนอุทานพร้อมกันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างสูงที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมไม่มีท่าทีล้อเล่นแม้แต่น้อย
“รับไปสิ”ท่าทีนิ่งและดูมีอำนาจของสายฟ้า ทำให้เมย์ยื่นมือไปรับเงินด้วยดวงตาเหม่อลอย
พันดาวได้สติก่อนเธอคว้าข้อมือขาวจัดนั้นไว้ “จะดีเหรอคะพี่ฟ้า ไปโกหกอย่างนั้น เื่จะไปกันใหญ่”เธอกำลังจะพูดต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของเขาที่สบตาเธอนิ่งทำให้ต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปก่อน
เขาล้วงสองมือลงในกระเป๋ากางเกงชะโงกใบหน้าเข้ามาใกล้เธอ “จะโกหกทำไมล่ะ ก็แต่งงานจริงๆ ไปซะเลยสิ”เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความใ แต่เขากลับยิ้มเจิดจ้าใช้มือหนึ่งจับศีรษะเธอไว้ แล้วจ้องตาเข้ามาใกล้กว่าเดิม
“ทำให้จริงทั้งงานแต่งงานและสินสอดสี่สิบล้านเลยก็ยังได้”
*******************

