เมฆาสืบล่าผี (ฉบับไร้เวท) - ภาคพิเศษ - ปริศนาเงาแฝด

    4 เงาบนสะพานไม้


    ตอนที่ 4 — เงาบนสะพานไม้


    บ่ายวันนั้น ฟ้าหลังฝนยังขุ่นมัว เสียงน้ำในคลองดังเรื่อย ๆ เหมือนใครกำลังลากของหนักอยู่ใต้น้ำ

    โรงเรียนประถมร้างกลายเป็๲ที่ตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวของทีม เมฆากำลังเปิดแฟ้มเอกสารเก่าที่ขุดมาจากตู้ครูใหญ่ ฝุ่นคลุ้งจนวรุฒต้องยกเสื้อขึ้นปิดจมูก

    “พี่แน่ใจนะว่าในแฟ้มพวกนี้จะมีเบาะแส?”

    “แน่ใจ” เมฆาตอบโดยไม่เงยหน้า “ในที่ที่คนไม่อยากเปิดดู มักมีของสำคัญซ่อนอยู่”

    “หรือไม่ก็ซ่อนแมลงสาบ” วรุฒพึมพำ จนจิตราแอบหัวเราะ

    ในแฟ้มเก่ามีสมุดบันทึกของครูประจำชั้น เขียนชื่อเด็กนักเรียนด้วยลายมือบรรจง

    แต่ที่น่าสนใจคือ — มีชื่อเด็กหญิงชื่อ “กานดา” และ “กานต์” อยู่ติดกัน ทว่ามีเพียงกานดาที่ถูกบันทึกว่า “ขาดเรียนและเสียชีวิต” ส่วนอีกชื่อหนึ่งถูกขีดฆ่าด้วยหมึกแดง

    “สองชื่อ สองลายมือ” เมฆาพึมพำ “ดูเหมือนคนเขียนสองคน... แต่ลงวันที่วันเดียวกัน”

    “ฝาแฝด?” จิตราถาม

    “น่าจะใช่” เมฆาวางกระดาษเรียงบนโต๊ะ “แต่ในทะเบียนนักเรียนมีชื่อแค่กานดา ไม่มีชื่อกานต์เลย”

    วรุฒก้มอ่าน “แปลว่าเด็กอีกคนอาจไม่มีตัวตน?”

    “หรือมี... แต่ถูกลบออกไป”

    เมฆาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสะพานไม้ที่ทอดยาวไปเหนือคลอง — ตอนกลางวันดูปกติ แต่ปลายสะพานฝั่งโน้นกลับดูมืดกว่าทางนี้เสมอ เหมือนมีอะไรบางอย่างคอยกลืนแสงอยู่ตรงนั้น

    จิตราลุกขึ้น “ฉันไปเก็บภาพไว้ก่อน เผื่อเจอร่องรอย”

    “เดี๋ยวสิพี่ อย่าไปคนเดียว!” วรุฒรีบตามหลัง “ผมไม่อยากให้ใครไปเผชิญอาถรรพ์คนเดียวโดยไม่มีพยานนะครับ ผมขี้ขลาดแต่ผมรับผิดชอบ”

    “ดีแล้ว” เมฆาพูดโดยไม่เงยหน้า “คนกลัวคือเซนเซอร์ที่ดี ถ้าเขาหยุดหัวเราะเมื่อไหร่ แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

    ใต้สะพานยังเปียกจากฝนเมื่อคืน น้ำขุ่นและนิ่งผิดปกติ

    จิตรากวาดกล้องถ่ายรูปไปทั่ว เห็นแต่โคลนกับไม้ผุ แต่เมื่อเธอหมุนกล้องขึ้นสูง... เธอก็เห็นเงาคนเล็ก ๆ นั่งอยู่บนคานสะพาน — ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

    “วรุฒ... นายเห็นมั้ย?”

    “ผม... เห็นแต่ในจอครับ ไม่เห็นด้วยตาเปล่า”

    “งั้นบันทึกไว้เลย”

    แต่ในจังหวะที่เธอกำลังกดชัตเตอร์ กล้องกลับดับวูบ — พร้อมเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นจาก๪้า๲๤๲ เหมือนเสียงไม้ขูดกับเหล็ก

    วรุฒถอยหนึ่งก้าว “พี่... ผมว่ามันไม่อยากให้เราถ่าย”

    “ไม่แน่” เมฆาเดินลงมาตามทางลาด “บางทีเขาอาจแค่ไม่อยากให้เราถ่ายมุมผิด”

    “พี่นี่มองโลกในแง่ดีเกินไปไหม?”

    “วิทยาศาสตร์ไม่ได้มองแง่ดีหรือแง่ร้าย มันแค่หาความจริง”

    เมฆาใช้ไฟฉายส่องขึ้นไปยังคานไม้ เห็นรอยข่วนหลายรอยซ้อนกันเป็๞รูปวงกลม ข้าง ๆ มีตัวหนังสือเล็ก ๆ เขียนด้วยชอล์กซีด ๆ ว่า

    อย่าปล่อยมือฉัน

    วรุฒสะดุ้ง “โว้ย พี่เมฆา ผมว่าผมขอขึ้นก่อนดีกว่า ถ้าผีอยากสื่อสาร ผมจะส่งเบอร์พี่ให้แทน!”

    จิตรากลั้นหัวเราะ แต่สีหน้าเริ่มซีด “เขาอาจจะไม่ได้อยากหลอก... เขาแค่ยังอยู่ตรงนี้ เพราะวันที่ตกลงไป ไม่มีใครจับมือเขาไว้”

    เมฆานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเบา ๆ

    “งั้นเราต้องหาคนที่ปล่อยมือเขา”

    เสียงน้ำใต้สะพานดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวช้า ๆ อยู่ใต้น้ำ วรุฒรีบหันไปทางเมฆา “พี่... ถ้าเจอผมขอให้พี่คุยเองนะ ผมจะบันทึกเสียงอยู่ตรงนี้ ไม่ขัดจังหวะเลยสักคำ”

    “ดี” เมฆาว่าเรียบ ๆ “แต่ถ้ามือที่เอื้อมมาจับนายจากในน้ำ — อย่าดึงหนี”

    “ห๊ะ! แล้วจะให้ทำยังไงครับ!?”

    “จับตอบสิ” เมฆาหันมายิ้มมุมปาก “บางทีเขาอาจรอใครสักคนมานานเกินไปแล้ว”

    เสียงน้ำดังแรงขึ้น... พร้อมกลิ่นดินโคลนที่เหมือนมีชีวิต ลมเย็นพัดแรงจนผ้าขาวบนคานสะบัดวูบ — และเสียงหัวเราะของเด็กหญิงดังขึ้นจากอีกฝั่งของสะพาน


    ตอนต่อไป — “มือจากใต้น้ำ”

    เมื่อเงาเริ่มมีร่าง และเสียงเริ่มตอบกลับ เมฆาต้องเผชิญกับหลักฐานที่อธิบายไม่ได้ — หรืออาจจะอธิบายได้... เพียงแต่ไม่มีใครอยากเชื่อ





    (โปรดติดตามตอนต่อไป)