“ภพค่ะ คุณเป็นไงบ้างคะ? เอวา เป็นห่วงคุณม๊าก..มากค่ะ”
เอวา เปิดประตูห้องพักฟื้นคนไข้เข้ามา ในมือหญิงสาวถือกระเป๋าเดินทางมาด้วยหนึ่งใบ เจ้าหล่อนวางกระเป๋าลงไว้ข้างเตียง แล้วเดินเข้าไปหา ก้องภพ ที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมกับถือวิสาสะจับมือของชายหนุ่ม โดยไม่คิดจะเกรงใจใครหรือไม่สนใจว่าจะมีใครอยู่ในห้องนั้นหรือเปล่า ทั้งที่ คนธรส ก็นั่งอยู่ที่โซฟาแท้ๆ
“ผมดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอบคุณนะที่มาเยี่ยม” ก้องภพ เอ่ยบอกหญิงสาวผู้มาใหม่ให้รับทราบ
คนธรส ลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกจากห้องไป เพราะถ้าให้เธออยู่ แล้วเห็นอะไรตำตาตำใจ เธอคงทนไม่ไหวเป็นแน่แท้
“รสจะไปไหน?” ก้องภพ เอ่ยถาม คนธรส ขึ้นโดยทันที พร้อมกับดึงมือออกจากการเกาะกุมของ เอวา
“รสจะออกไปสูดอากาศข้างนอกน่ะค่ะ” คนธรส หันมาบอกคนที่นอนอยู่บนเตียง
“ภพต้องการอะไรคะ? เอวาทำให้ก็ได้/ เธอจะไปไหนก็ไปสิ เดี๋ยวฉันจะดูแลภพเอง” เอวา หันไปพูดกับคนป่วยบนเตียง แล้วหันไปบอก คนธรส เองเสร็จสรรพ
“ไม่เป็นไร ผมให้เมียผมช่วยดีกว่า คงไม่รบกวนเอวาหรอก” ก้องภพ สวนขึ้นทันควัน
“เอวาเต็มใจช่วยนะคะ ให้เอวาช่วยดีกว่านะคะ” เอวา พยายามพูดโน้มน้าวให้คนบนเตียงคล้อยตาม
“อย่าเลยเอวา คุณเป็นแขก ผมให้เมียผมช่วยนะดีแล้ว เขารู้ใจผมทุกอย่าง” ก้องภพ มองหน้าสวยหวานซึ้งของภรรยาตัวน้อย ที่ตอนนี้หน้าใบหน้าเรียบเฉยก็จริง แต่อารมณ์ไม่ได้เรียบเฉยเหมือนอย่างใบหน้าที่เป็นอยู่ในตอนนี้อย่างแน่นอน ชายหนุ่มรู้ได้ว่ากำลังไม่พอใจ จากน้ำเสียงที่พูดออกมาของเจ้าหล่อนนั้นแหละ
“รสมานี้สิ” ก้องภพ เอ่ยเรียกภรรยาตัวน้อยให้เข้ามาหาตนที่เตียง คนธรส มองหน้าชายหนุ่มนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“พี่ภพต้องการให้ช่วยอะไรคะ?” คนธรส เอ่ยถามขึ้น เมื่อได้มายืนอยู่ข้างเตียง
“ช่วยกดหัวเตียงขึ้นให้พี่หน่อยสิ และช่วยเอาน้ำให้พี่ด้วย พี่อยากดื่มน้ำน่ะ” ก้องภพ เอ่ยบอก คนธรส อย่างอยากให้หญิงสาวเอาใจ
“ทุกทีก็เห็นพี่กดขึ้นเอง แล้วทำไมวันนี้ไม่ทำเองล่ะคะ?” คนธรส เอ่ยถามชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงออกไปอย่างสงสัย
“ก็พี่อยากให้รสช่วยนี้” ก้องภพ กล่าวอย่างอ้อนๆ คนธรส มองหน้าชายหนุ่มพร้อมกับอมยิ้ม แล้วเดินไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ยื่นมือเรียวเล็กไปกดปุ่มให้หัวเตียงขึ้น แล้วเดินไปหยิบน้ำเปล่ามาให้ชายหนุ่มดื่มตามคำขอ
เอวา ซึ่งมองการออดอ้อนของชายหนุ่ม ที่ได้กระทำต่อผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็รู้สึกทั้งอิจฉาริษยา กำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่ ถอยออกมานั่งลงที่โซฟา ที่ คนธรส เคยใช้นั่งเฝ้าคนป่วยอยู่ก่อนหน้านั้น ‘ฉันไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ ถึงยังไงเขาก็ต้องเป็นของฉัน’ เอวา มองทั้งคู่อย่างหมายมาดอยู่ในใจ
“วันนี้เป็นไงบ้างแล้วล่ะตาภพ?” สุมนทา เข้ามาในห้อง ก่อนจะเอ่ยถามอาการของลูกชายสุดที่รักออกไป
“ดีขึ้นแล้วครับคุณแม่ เดี๋ยวช่วงบ่ายหมอดูอาการอีกทีก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว” ก้องภพ เอ่ยบอกผู้เป็นมารดาที่เข้ามาพร้อมกับ วนเวียน และ สัญชัย
“สวัสดีค่ะ คุณแม่” เอวา ลุกขึ้นส่งยิ้มให้ สุมนทา พร้อมกับยกมือไหว้
“สวัสดีจ้ะหนู แต่เรียกฉันว่าป้าจะดีกว่านะ คำว่าแม่ฉันให้เรียกได้เฉพาะลูกชายกับลูกสะใภ้ฉันเท่านั้น” สุมนทา เอ่ยบอก เอวา ด้วยเสียงนิ่งเรียบ ทำไม สุมนทา จะไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้เป็นใครล่ะ ก็คู่ควงคนล่าสุดของเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนี้ไงล่ะ ซึ่งสุมนทา ไม่ถูกชะตามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เอวา หน้าชาไปเลยทีเดียว โกรธน่ะก็โกรธอยู่หรอกแต่ก็ต้องยิ้มเข้าไว้ และมีหรือที่หญิงสาวจะยอม เพราะเจ้าหล่อนถือคติว่า ด้านได้อายอด
“เอ่อ! พอดีเอวามาเยี่ยมภพน่ะค่ะ ลงจากเครื่องก็รีบมาที่นี่ทันทีเลย ถ้ายังไงเอวาขอไปพักที่บ้านของคุณนะคะภพ” เอวา หันไปทำเสียงออดอ้อนกับคนไข้บนเตียง
“เอ่อ!.. ก็ได้ครับ” ก้องภพ หันไปมองหน้าผู้เป็นมารดาที ภรรยาตัวน้อยของเขาที จึงตัดสินใจพูดออกมาอย่างเสียไม่ได้
“ขอบคุณภพมากเลยค่ะ” เอวา กล่าวยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่ม
‘ฮึ! ก็จะได้รู้กันไปว่าใครมันจะแน่กว่าใคร’ เอวา กล่าวกับตัวเองอยู่ในใจ
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗