เหล่าพี่น้องกลุ่มนี้ต่างคุ้นชินกับการเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้ว หลังจากหลินเฟิงจากไป ทั้งสี่คนก็ออกเดินทางทันที
ทางด้านหลินเฟิงปลีกตัวออกมาเพียงไม่นานก็พบกันขบวนของเจียงเหอเข้า
"วันนี้ช่างเป็วันดียิ่งนักได้พบพานสหายเก่าถึงสองคน นอกจากพี่หลินเฟยแล้วยังพบกับท่านหลินเฟิงด้วย " เจียงเหอกล่าวคำทักทายหลินเฟิงทันทีทีเจอกัน
ไม่ต้องบอกกล่าวก็ทราบได้ เมื่อพบเจียงเหอที่นี่ หลินเฟยสหายรักคงประสบเภทภัยมากกว่าวาสนา หลินเฟิงสงบจิตใจได้อย่างรวดเร็ว มันในยามนี้กลับกลายเป็ชืดชาต่อความตาย เพื่อส่งเสริมความตั้งใจของสหายรัก ตอบแทนบุญคุณของหลินชางอวี้ คนโถมทะยานใช้เพลงกระบี่มายาจันทราจู่โจมแลกชีวิต
ทั้งที่มันมีพลังยุทธ์อยู่เพียงขอบเขตจ้าวยุทธ์ขั้นปลาย ยามใช้ออกด้วยกระบวนท่าแลกชีวิต ทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยจุดอ่อน แต่เจียงเหอไหนเลยจะเสี่ยงต่อการได้รับาเ็จากการโจมตีอันบ้าคลั่งของมัน มันกลับไม่รุกไล่เพียงร่ายรำเพลงดาบสะบั้นวายุฟาดฟันดาบรับท่ากระบี่สังหารของหลินเฟย
เจียงเหอกลับเป็นักเลงเก่าอันช่ำชอง ครุ่นคิดเพียงชั่วขณะก็มองออกว่านี่เป็แผนการถ่วงเวลาให้กับเหล่าเด็กหนุ่มพวกนั้น จึงสั่งการลงไป "ฟู่เฉิน เยี่ยเฮย พวกเ้าสองคนไปตามล่าเด็กพวกนั้น สองคนที่เหลือปิดกั้นทางหนีของมันเอาไว้"
พอได้รับคำสั่งทั้งสองก็ปลีกตัวออก เดินทางไล่ล่ากลุ่มจางหยุนอย่างรวดเร็ว
หลังจากออกคำสั่งเสร็จสิ้นเจียงเหอกลับเริ่มเป็ฝ่ายรุกไล่ พร้อมกับสั่งให้มือกระบี่สองคนที่เหลือตั้งค่ายกลคุกศิลาเพื่อปิดทางหนีของหลินเฟิงเอาไว้
เมื่อเป็คนของสำนักเทียนหวางต่อให้เป็มือกระบี่ก็ต้องเรียนรู้ค่ายกลอยู่บ้าง มือกระบี่ทั้งสองคนอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นเต็ม ถึงแม้ยังห่างชั้นจากระดับจ้าวยุทธ์ขั้นปลายอยู่หลายขุม แต่หากร่วมมือกันสร้างค่ายกลคุกศิลาปิดหนทางถอยยังถือว่าเพียงพอ
คนทั้งสองเริ่มเดินลมปรานประทับฝ่ามือทั้งสี่ข้างลงสู่พื้นดิน พื้นดินสั่นะเืเล็กน้อย แผ่นศิลาขนาดใหญ่สี่แผ่นผุดขึ้นมาจากพื้นดินอันว่างเปล่าขึ้นล้อมรอบเจียงเหอกับหลินเฟิงขึ้น
ค่ายกลคุกศิลานี้กลับไม่ได้มีพลังให้การคุมขังมากนัก แต่หากหลินเฟิงลงมือจู่โจมทำลาย ย่อมต้องเปิดโอกาสให้เจียงเหอลงดาบ
เมื่อเห็นดังนั้นหลินเฟิงจึงตกลงปลงใจใช้กระบวนท่าเดียวกันกับที่หลินเฟยใช้ในอดีต คนเร่งเร้าเผาเม็ดพลังจินตันก่อเกิดเป็ลมพายุรุนแรง อำนาจทำลายยังมากกว่าที่หลินเฟยเมื่อในอดีตใช้ออกเนื่องจากตอนนั้นหลินเฟยเพียงอยู่ในระดับจ้าวยุทธขั้นต้นเป็กระบวนท่า กระบี่วายุเงามายาสะบั้นจันทร์ นั่นเอง
พายุปรานกระบี่อันบ้าคลั่งรุนแรง เพียงพอที่จะตัดศิลาจนขาดสะบั้น ค่ายกลคุกศิลาไหนเลยรับไหวถูกปรานกระบี่คมกริบ เกรี้ยวกราดรุนแรง ฟาดฟันจนขาดสะบั้นเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดีที่มือกระบี่ทั้งสองมีปรานธาตุดินสร้างเกราะปรานธาตุดินขึ้นมาต้านทานรับไว้ได้ คนเพียงโดนปรานกระแทกกระทั้น ผิวโดนปรานกระบี่เฉือดเชือนเป็แผลลึก แต่ไม่ถึงกระดูกเส้นเอ็น
ส่วนทางด้านเจียงเหอที่รับกระบี่นี้ไปเต็มที่ไหนเลยจะสะดวกสบายเช่นพวกมัน มันกลับเลือกที่จะใช้การรุกแทนการรับใช้ออกด้วยกระบวนท่าตัดเมฆาสะบั้นวายุ ท่าไม้ตายของเพลงดาบสะบั้นวายุเข้าต่อกร ตัวมันถึงกลับเลือกฝึกวิชานี้เพื่อรับมือกระบวนท่านี้โดยเฉพาะเพื่อล้างความอัปยศในวันนั้น
ปรานดาบอันเกรี้ยวกราดรุนแรง พุ่งออกตัดพายุปรานกระบี่ลูกนั้นก่อเกิดเป็ช่องว่างแห่งลมที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังจากทำลายพายุปรานกระบี่ลูกนั้นเสร็จแล้ว ปรานดาบกับมืออาจทำร้ายหลินเฟิงได้อีกต่อไป การดวลกระบวนท่านี้กลับจบลงที่การเสมอ
ถึงแม้สามารถกล่าวได้ว่าเสมอ แต่ตอนนี้หลินเฟิงได้เผาเม็ดพลังจินตันจนหมดสิ้น คนแทบไม่มีเรี่ยงแรงหลงเหลือ พลังยุทธ์ถดถอยจนเข้าสู่ระดับจอมยุทธ์ มันต่างหากจึงเป็ผู้แพ้ที่แท้จริง
"อีกไม่มีลี้ก็เข้าสู่เขตแคว้นฮั่นแล้ว คนของยอดสำนักไม่อาจข้ามแดนโดยพลการ หาไม่จะละเมิดข้อห้ามสนธิสัญญาเทพยุทธ์" อวี้เฟิงกล่าวคำให้กำลังใจเหล่าศิษย์น้อง แต่ภายในใจกลับเป็กังวล
หลังจากคิดทบทวน ตนเองสมควรระวังหลังให้เหล่าศิษย์น้อง หากไม่มีอันใดค่อยไปสมทบกันที่สำนักเซิ่งหยวน หลังจากตกลงใจอวี๋เฟิงเคลื่อนกายเข้าหาจางหยุนส่งมอบบันทึกออกไป พร้อมกับกล่าววาจา
"พวกเ้าไปรอข้าที่สำนักเซิ่งหยวนก่อน แล้วเดี๋ยวข้าจะรีบตามไป รีบไป ! ไม่ต้องห่วงข้า"
ได้ยินดังนั้นจางหยุนรับคำอย่างแ่เบา "รักษาตัวด้วยพี่ใหญ่" ในขณะที่เฉินคุนนิ่งเงียบเพราะความตื่นเต้นตึงเคลียด ต่างจากหวังเอ้อเหมาที่เงียบงันไปเพราะความเดือดดาลคลั่งแค้น
หลังจากแยกตัวออกมาอวี๋เฟิงกลับปลีกตัวออกไปในทิศทางตรงกันข้าม ด้วยความสำนึกตัวว่าตนเองไม่อาจต่อกรกับระดับจอมยุทธ์ได้แม้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม จึงใช้แผนดึงศัตรูให้แยกทางกันไล่ล่า เพื่อให้เหล่าศิษย์น้องมีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้น
เป็ไปตามที่อวี๋เฟิงคาดการณ์ หลังจากสองจอมยุทธ์มาถึงจุดแยกทาง จึงตกลงแยกกันไล่ล่า หลังจากตามล่าราวครึ่งชั่วยามกลุ่มจางหยุนได้ปรากฎสู่สายตาของฟู่เฉิน ฟู่เฉินพลันเร่งความเร็วเร่งรุดเข้าหากลุ่มจางหยุน
ในเวลาไล่เลี่ยกันเยี่ยเฮยเริ่มเห็นหลังอวี๋เฟิงก็เร่งความเร็วของตนขึ้นตั้งใจจบภารกิจอย่างรวดเร็ว แต่อวี๋เฟิงไหนเลยจะรามือรอความตาย เร่งเร้าปรานธาตุลมโคจรตามเคล็ดวิชาเงาวายุ ใต้ฝ่าเท้าเกิดลมหนุนเนื่องพลักดันทุกย่างก้าวให้มีระยะไกลขึ้น
ไล่ตามเป็ระยะเวลานึงถึงแม้ทางด้านความเร็วอวี๋เฟิงจะเหนือล้ำกว่า แต่ยังไงอีกฝ่ายก็อยู่ในระดับจอมยุทธ์ มีลมปรานมากกว่าอวี๋เฟิงหลายขุม ในขณะที่ตนเองใกล้แห้งเหือดลงทุกที ในใจกลับมีความคิดเสี่ยงชีวิตหันไปสู้เยี่ยงสุนัขจนตรอก แต่พอนึกถึงฝีมือตัวเองไหนเลยรับมืออีกฝ่ายได้ จึงตัดสินใจวิ่งไปทางหน้าผาเร่งเร้าพลังปรานจนถึงขีดสุดโดดลงหน้าผาใช้ออกด้วยวิชาเงาวายุ เกิดแรงลมหมุนวนคอยพยุงร่าง คนคล้ายปักษาตัวใหญ่ร่อนลงข้ามหน้าผาเข้าสู่ผืนป่าด้านตรงข้าม
เยี่ยเฮยเห็นดังนั้นกลับหยุดไล่ตามพร้อมทั้งคิดในใจ ไม่ตายใต้กระบี่เรากลับเลือกตายในป่าเงาภูติ พร้อมทั้งหันกายจากไป
จางหยุนกับพวก เห็นดังนั้นจึงเร่งความเร็วไปที่สะพานเบื้องหน้า ข้ามสะพานนี้ไปก็เป็แผ่นดินฮั่นแล้ว แต่ด้วยความต่างของพลังยุทธ์และพวกมันมิใช่อวี๋เฟิงที่โดดเด่นด้านความเร็ว
เพียงชั่วครู่ฟู่เฉินกลับตามอยู่ไม่ถึงห้าสิบก้าวแต่มันคำนวนดูแล้วว่ามันไม่อาจตามทัน และมันก็ไม่้าละเมิดข้อห้ามจนสร้างภัยแก่ตน มันมองออกว่าจางหยุนเป็ผู้นำ ในตอนนี้ซึ่งวิ่งอยู่รั้งท้ายจึงตัดสินใจถ่ายเทพลังสู่กระบี่ซัดออกสุดกำลังหมายปลิดชีพจางหยุน
กระบี่พุ่งเข้าหาจางหยุนในระยะห่างเพียงหนึ่งฉื่อกับปรากฎลูกธนูพุ่งเข้ากระทบกับตัวกระบี่ กระบี่เกิดหักกลางปลายกระบี่เบนออกจากแผ่นหลังของจางหยุน
แต่ในขณะที่จางหยุนกำลังคลายใจที่รอดพ้นจากคมกระบี่ ปลายกระบี่ที่หักกลางนั้นกลับพุ่งเข้าปักที่ไหล่ขวาของเฉินคุน สภาวะกระบี่ยังไม่สิ้นสุดกระแทกเฉินคุนจนร่วงหล่นสะพานไป
" อ๊าก... พี่สาม... อาเหมา..."
จางหยุนได้แต่มองร่างเฉินคุนร่วงหล่นไปยังแม่น้ำเบื้องล่างพร้อมกับร่ำร้องเรียกเฉินคุน ในขณะที่หวังเอ้อเหมายังคงไม่กล่าววาจา แววตากระด้างดุจหินผา กล่าวคำสัตย์สาบานในใจ
"ข้าจะลบล้างรังสุนัขเทียนหว่างออกจากแผ่นดินให้จงได้"