นางจางจ้องมองมารดาที่ทำท่ากลุ้มใจเหมือนกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอยู่ตรงหน้าอย่างทนไม่ได้"ท่านแม่ เื่นิมิตของข้าถ้าจริงอย่างที่ท่านพูดท่านมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ท่านมีเวลาแค่ 2 วันนะคะ"
นางหลี่มองหน้าลูกแล้วแล้วตัดสินใจว่าให้ความลับความเลวร้ายในบ้านตายลงหลุมไปกับตัวนางเองเสียดีกว่านางหยิบปิ่นหงส์อันหนึ่งส่งให้บุตรสาว และปั้นคำ "ปิ่นหงส์อันนี้เป็สมบัติประจำตระกูลเรา เราได้มันมาจากสตรีสูงศักดิ์ท่านนึงนางให้มาตอบแทนที่เราช่วยเหลือนางยามนางลำบาก เ้าจงเก็บมันไว้อย่าเอาไปให้ใครเห็นนะ ราคามันสูงมาก ถ้าไม่ลำบากจนถึงที่สุดก็อย่าขายมันล่ะ"
นางจางมองปิ่นระย้าลายหงส์ที่ทำด้วยทองคำมีทับทิมเม็ดโตโดดเด่นอยู่ที่ตัวหงส์และมีทับทิมเม็ดเล็กประดับอย่างสวยงามในส่วนระย้ามันสวยจับใจนางยิ่งนัก สตรีมีหรือที่จะไม่ชอบเครื่องประดับงดงามนางจะขายปิ่นที่งดงามเช่นนี้ได้อย่างไร ถ้าต้องสิ้นเนื้อประดาตัวนางขอตายพร้อมปิ่นอันนี้ไปด้วยเสียดีกว่านางจ้องมองปิ่นอย่างลุ่มหลง
"แล้วเ้ามองใครไว้บ้าง มีลูกชายบ้านไหนที่ขยันทำมาหากินในนิมิตเ้าบ้างเ้าเลือกมาให้แม่ฟังสักคนสองคนสิ"
"ท่านแม่จำคุณชายโจวที่เป็บุตรชายหมอโจวได้ไหมในฝันของข้าคุณชายโจวจะสอบเข้ารับราชการได้ และมีตำแหน่งเป็ขุนนางท้องถิ่นแต่วันพรุ่งนี้คุณชายโจวจะหาสินสอดราคาสูงเป็อันดับสองรองจากพี่หม่าต้าน"
"งั้นเราเปลี่ยนกฎกัน พรุ่งนี้ข้าจะบอกทุกคนเองว่าพวกเราจะเลือกบุรุษที่มีสินสอดสูงสุด 2 คนแล้วให้เ้าเลือกสามีจากหนึ่งในสองคนนั้น" นางหลี่พูดไปพร้อมภูมิใจในความฉลาดของตน
นางจางไม่ปฏิเสธความคิดของมารดานางเริ่มคล้อยตามนางหลี่เื่นิมิตเข้าไปทุกทีแล้วถ้าพรุ่งนี้เป็เหมือนในฝันก็คงจริงอย่างที่มารดานางกล่าวไว้และเป็ตายยังไงนางก็ต้องเลือกคุณชายโจวให้ได้
รุ่งเช้านางหลี่และนางจางช่วยกันเตรียมพื้นที่สำหรับรับรองว่าที่เขยของตระกูลจริงๆวันนี้เป็พิธีปักปิ่นของนางจาง แต่ด้วยความตระหนี่ต่อบุตรสาวของนางนางหลี่จึงจัดงานง่ายๆ คือปักปิ่นและเลือกคู่ให้บุตรสาวพร้อมกันพอเลือกสามีได้ก็จะให้กราบไหว้ฟ้าดินกินเลี้ยงกันไปเลยส่วนฝ่ายชายรุ่งเช้าก็ขนของเข้ามาอยู่บ้านนางเป็เขยแต่งเข้ามา
นางจางนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้พ่อนางก็ตายไปแล้วมารดาก็ยกตำแหน่งผู้นำในบ้านให้นาง และที่สำคัญนางยังไม่มีสามีแต่ถ้าพ้นวันนี้นางจะต้องอยู่ในโอวาสของสามี นางอาจจะทำสิ่งนั้นไม่ได้อีกแล้วนางจึงกลับเข้าห้องไปปรับการแต่งตัวใหม่นางแหวกให้เสื้อตัวนอกเปิดกว้างออกมาให้เห็นเนินอกอันอวบอิ่มของตนตามสมัยนิยมแล้วนึกย้อนไปในความฝัน
พี่หม่าต้านเป็บุรุษที่กลิ่นน้ำส้มแรงยิ่งนักนางไม่สามารถเปิดเผยผิวต่อสายตาผู้อื่นได้เลย นางเคยลองแต่งตัวเปิดคอเปิดเนินอกแบบหญิงสาวนางอื่นพอพี่หม่าต้านเห็นเข้าก็อุ้มนางพาดไหล่กลับเข้าบ้านจับนางแก้ผ้าฟาดก้นจนแสบแดงแล้วเสพสังวาสจนนางปวดไปทั้งตัวแถมยังขู่นางอีกว่าถ้ายังแต่งตัวยั่วยวนออกนอกบ้านแบบนี้อีกจะตีขาให้หักจนออกนอกบ้านไม่ได้สามีนางขึ้นชื่อเื่หึงหวงเป็อันดับหนึ่งในหมู่บ้านทีเดียว
ตอนนี้นางกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำเดิมกับในฝันนางจึงรีบเปิดเผยผิวเสียก่อนให้ว่าที่สามีชินหลังแต่งออกไปจะได้ไม่ต้องมาหึงหวงนางแบบพี่หม่าต้าน
ในยุคสมัยของนางจางเป็ยุคที่ยอมรับการแต่งตัวเปิดเผยของสตรีมากขึ้นสตรีม่ายสามารถแต่งงานใหม่ได้ และยังมีการแอบหนีตามผู้ชายกันมากขึ้น
ผิดกับยุคที่นางหลี่เป็สาวที่ยังยึดหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาอย่างเข้มงวดแต่ด้วยความเข้มงวดของบิดานางจางทำให้นางจางกลายเป็สตรีที่อยู่ในกรอบมากกว่าสตรีทั่วไปในยุคนี้
ได้เวลาตามนัดหมายของงานปักปิ่นเลือกคู่แล้วซึ่งก็คือยามซื่อ (ประมาณเก้าโมงเช้า)
หนุ่มน้อยใหญ่ในหมู่บ้านยืนอยู่เต็มลานหน้าบ้านเช้าวันนี้เป็เช้าที่อากาศสดใสนางจางเดินออกมาปรากฎตัวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีแป้งบางๆแสงแดดอ่อนส่องมากระทบผิวเปล่งปลั่งอมชมพูที่ดูอ่อนเยาว์ตามวัยของหญิงสาว
นางจางแต่งกายงดงามตามแบบฉบับหญิงชาวบ้านตามชนบทนางสวมกระโปรงยาวสีแดงเืหมู ใส่เสื้อตัวในแขนยาวสีเหลืองอ่อนเนื้อบางและมีเสื้อแขนสั้นสีเขียวเข้มที่ผูกโบสีเดียวกันด้านหน้ารัดให้เอวนางคอดกิ่วคอเสื้อของนางแหวกออกพอเผยให้เห็นเนินอกที่อวบอิ่มของวัยสาวสะพรั่ง ผมของนางเกล้ามวยอย่างเรียบง่ายปักด้วยปิ่นไม้แลดูสวยงามอ่อนโยนในความคิดของนาง
นางหลี่เห็นแล้วตาแทบถลนนางอยากเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อปิดส่วนที่เปิดเผยตรงนั้นให้บุตรสาวใจจะขาดแต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนเองเป็สตรีที่ล้มเหลว สิ่งที่บุตรสาวนางกำลังทำจะช่วยเปลี่ยนความล้มเหลวของนางและช่วยฟื้นฟูวงศ์ตระกูลได้นางจึงยอมปล่อยไป
ชายหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างคุ้นเคยกับนางจางในสภาพผมยาวแต่งตัวมิดชิดแต่ไม่อาจปิดทรวงทรงองเอวที่โดดเด่นของนางได้ในอดีตซึ่งเดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้มองนางจางแบบที่นางจางคิดตอนนี้อยู่แล้ว พวกเขาต่างมองว่านางจางเป็สตรีสวยแปลกกว่าสตรีนางอื่นนางดูยั่วยวนชวนจินตนาการในสายตาพวกเขา แต่วันนี้ได้มาเห็นนางร้อนแรงมากขึ้นไปอีก นางกลายเป็สาวเต็มตัวเกล้ามวยผมปักปิ่น เปิดเผยเนินอกอวบอิ่ม สิ่งที่เคยจินตนาการปรากฎให้เห็นกับตาแล้ว จิตใจของชายหนุ่มเ่าั้ก็ยิ่งอ่อนยวบใจสั่น หน้าแดงหูแดงตามกัน
โดยเฉพาะคุณชายโจวที่หลงรักนางจางมานานแล้วคุณชายโจวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอกเมื่อคืนคุณชายโจวทะเลาะกับบิดายกใหญ่ บิดาของเขาไม่ได้รังเกียจนางจางแต่อย่างใดแต่รับไม่ได้ที่จะต้องเป็เขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง
ครอบครัวหมอโจวถือว่ามีฐานะดีอันดับต้นๆของหมู่บ้านแต่เขาแกล้งให้เงินบุตรชายมาเพียง 50 ตำลึงเพราะรู้ว่าเงินจำนวนนั้นไม่น่าเพียงพอให้บุตรชายสมหวัง แต่คุณชายโจวไม่ยอมแพ้ เขาได้หยิบยืมเงินเพื่อนฝูงและคนรู้จักไปทั่วจนได้ 90 ตำลึงแล้ว น่าจะพอสู้กับชายอื่นได้ จะกลัวก็แต่คู่แข่งของเขา'หม่าต้าน'
คุณชายโจวและหม่าต้านจัดเป็2 หนุ่มหน้าตาดีของหมู่บ้าน เป็ที่หมายปองของสตรีทั้งหลายคุณชายโจวเป็หนุ่มหน้าหยกผิวขาวเนียนโดดเด่นเื่บุ๋น ส่วนหม่าต้านเป็หนุ่มร่างกำยำผิวเข้มโดดเด่นเื่บู้
หม่าต้านอาจไม่ได้มีฐานะเท่าบ้านสกุลโจวแถมยังเป็เด็กกำพร้าไร้ญาติผู้ใหญ่อีกด้วย แต่คุณชายโจวได้ยินเพื่อนๆบอกว่าหม่าต้านขึ้นไปล่าหมีบนเขาเพื่อจะเอามาสู่ขอนางจาง หมีหนึ่งตัวมีราคาในท้องตลาดถึง200 ตำลึง ถ้าหม่าต้านทำสำเร็จเขาต้องแย่แน่พอเห็นนางจางวันนี้คุณชายโจวก็ตกลงใจสู้สุดตัว เขานำตั๋วแลกเงิน100 ตำลึงที่จะต้องเอาไปจ่ายค่าเล่าเรียนออกมาวางสมทบอีกส่วนหนึ่งรวมเป็ 190 ตำลึง
นางจางเห็นความมุ่งมั่นของคุณชายโจวแล้วก็หัวใจอ่อนยวบนางส่งยิ้มให้คุณชายโจวทำให้หัวใจของคุณชายโจวเต้นโครมครามหนักขึ้นไปอีกเืลมฉีดทั่วร่างหน้าแดงก่ำ
นางมองเหล่าคนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับนางอีกครั้งแต่นางกลับรู้สึกแปลกไป ทำไมชายเหล่านี้ดูเด็กว่าที่นางเคยจำได้แล้วทันใดนั่นก็ปรากฎเด็กหนุ่มร่างกำยำเดินจูงลาเทียมเกวียนที่มีร่างหมีตัวใหญ่นอนนิ่งอยู่บนนั้น'เป็พี่หม่าต้านของนางจริงๆ เขาเอาหมีมาจริงๆ' ตอนนี้นางจางเชื่อคำมารดาแล้ว 'นางมีนิมิต'
นางจางตะลึงไปสักครู่พี่หม่าต้านตอนนี้ดูต่างจากนิมิตของนางมาก เขาในตอนนี้เป็เพียงเด็กหนุ่มร่างกำยำแต่ดูขี้อายที่หน้าแดงทำตัวไม่ถูกยามนางมองตาเขาเขาดูไม่ได้เข้มงวดดุดันน่าเกรงขามแบบในนิมิตเลย 'ทำไมกันหรือมันไม่ใช่นิมิต'
นางจางสงสัยแป๊บเดียวแล้วก็หยุดคิดตามกลไกปกติของสมองนางเพราะนางชินกับคำสอนของบิดาที่เข้มงวดของนาง บิดาบอกว่า 'สตรีที่ดีอย่าทำตัวฉลาดหรือคิดมากให้ทำตัวโง่ๆเข้าไว้แล้วสามีจะรักเทิดทูนเ้า' คำสอนเหล่านี้วนเวียนในหัวนางตลอดในตอนที่นางพยายามคิดอะไรที่มันยากๆนางจึงหยุดทำตัวให้ยุ่งยากแล้วก็ลืมมันไปซะ
ใช่แล้วมันไม่ใช่นิมิต ไม่ใช่ว่านางจางไม่มีพร์ แต่พร์ของนางคือการฟื้นคืนชีพหากนางตาย นางจะย้อนกลับมาจุดที่เป็สาเหตุของการตายนั่นเองทำให้นางจางในตอนนี้มีร่างเป็หญิงสาวอายุ15ปี แต่มีความทรงจำและสภาพจิตใจเหมือนสตรีอายุ30 กว่าปีจากการย้อนเวลากลับมาหลายครั้งเป็นางหลี่และสามีที่เข้าใจผิดมาตลอดว่านางจางมีนิมิตจึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดตามกันมาเป็ทอดๆและมันจะทำให้อนาคตของนางจางต้องยุ่งเหยิงกับความผิดพลาดนี้อีกมากมาย