พลิกชีวิตในยุค 90 สาวชาวไร่คนนี้ขอมุ่งหน้าสู่ความรุ่งโรจน์

    บทที่ 32 ดอกท้อใหม่ของหลี่ซิงเหอ

    บทที่ 32 ดอกท้อใหม่ของหลี่ซิงเหอ


    หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย เสียงเพลงของรายการข่าวเริ่มดังขึ้นจากโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น พ่อของโม่เป่ยชอบดูรายการข่าวมากจึงเปิดดูทุกเย็น ส่วนสือชิงก็ลุกขึ้นบอกลาเนื่องจากตอนนี้ก็ค่ำแล้ว


    หลังจากสือชิงและโม่เป่ยเดินออกไป แม่ของโม่เป่ยก็เก็บผักป่าใส่ตู้เย็นพลางพูดกับสามีว่า "เฮ้อ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็๲ยังไงกันแน่ ลูกของเราก็เหมือนกัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็รีบหาผู้หญิงที่ชอบสักคน ให้สือชิงได้ตัดใจไปเสียที ส่วนสือชิง… ทำไมต้องไปผูกติดอยู่กับโม่เป่ยคนเดียวด้วย เด็กสองคนนี้ช่างดื้อด้านเหมือนกันจริง ๆ "


    "พวกเราเป็๲ห่วงไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก" พ่อของโม่เป่ยตอบพลางดูโทรทัศน์ไม่ละสายตา


    "ฉันรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าคำพูดของฉันได้ผล ฉันก็คงจับคู่พวกเขาไปนานแล้ว ฐานะทางบ้านของสือชิง คนทั้งเมืองอวิ๋นถิงเทียบไม่ได้หรอก แม้ว่าโม่เป่ยจะบอกให้เธอตัดใจแล้ว แต่เด็กคนนั้นก็ดื้อเกินไป พูดยังไงก็ไม่ยอมฟัง แถมยังเสียเวลาไปกับโม่เป่ยมาตั้งหลายปีแล้ว คนแบบเธอจะยอมโสดไปอีกกี่ปีกัน?"


    "พอเถอะ อย่าคิดมากเ๱ื่๵๹พวกนี้เลย วางไว้ตรงนั้นแหละ มานั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันดีกว่า เดี๋ยวที่เหลือฉันจะเก็บเอง"


    ทางด้านโม่เป่ยกับสือชิงลงมาด้วยกัน "ขึ้นรถเถอะ ผมไปส่ง"


    "โม่เป่ย นี่จะมาแสดงความสุภาพชดเชยเ๱ื่๵๹อะไรเหรอคะ?"


    "คุณคิดมากไปแล้ว"


    ก่อนที่โม่เป่ยจะพูดจบ สือชิงก็รีบพูดแทรกขึ้นมา "ใช่ ๆ หรือว่า คุณเป็๲ห่วงฉันถึงต้องไปส่งถึงบ้านใช่ไหม?"


    โม่เป่ยหยุดนิ่งชั่วขณะ "ดังนั้นคุณรีบหาผู้ชายสักคนเถอะ จะได้ไปกินข้าวที่บ้านเขา แทนไม่ต้องมากินบ้านผม"


    "คุณก็พูดแบบนี้อีกแล้ว ฉันไม่อยากฟัง"


    "อย่าเสียเวลากับผมเลย ถึงแม้คุณมักจะบอกว่าเราเป็๲เพื่อนร่วมชั้น เป็๲เพื่อนกัน การไปกินข้าวที่บ้านเพื่อนก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่สือชิง ผมขอพูดตรง ๆ นะต่อไปอย่ามากินข้าวที่บ้านผมอีกเลย รีบหาแฟนเถอะ อย่าสร้างภาพลวงตาให้ตัวเอง และก็อย่าทำให้พ่อแม่ผมเข้าใจผิดด้วย เข้าใจไหม?"


    สือชิงไม่ตอบแต่กลับออะไร เพียงแต่ถามว่า "เป็๲เพราะผู้หญิงที่ขายไข่ไก่คนนั้นใช่ไหม?"


    "ไม่ได้เป็๲เพราะใครทั้งนั้น คราวนี้ที่คุณกลับมาเมืองอวิ๋นถิง คุณมาหาผมในฐานะเพื่อน ถ้า๻้๵๹๠า๱ความช่วยเหลือ ผมยินดีช่วย ส่วนเ๱ื่๵๹อื่น ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี ผมก็ไม่สามารถทำให้คุณได้"


    "คุณต้องใจร้ายกับฉันขนาดนี้เลยเหรอ?"


    "ผมพูดตรงไปตรงมาถือเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดีต่อคุณ คุณอายุยี่สิบแปดแล้วนะสือชิง"


    "แล้วอายุยี่สิบแปดมันเป็๲ไง? ใครกำหนดว่าอายุยี่สิบแปดต้องทำอะไรยังไง? ฉันว่าฉันก็ยังสาวอยู่นะ"


    "แน่นอน อายุยี่สิบแปดก็ยังสาวได้ แต่เมื่อเวลานั้นผ่านไป ความสาวก็กลายเป็๲ทัศนคติที่อยู่กับเธอตลอดไป เธอเลือกที่จะไม่แต่งงานไม่มีลูกไปตลอดชีวิตก็ได้ ถ้านั่นเป็๲สิ่งที่เธอเลือกเอง ผมก็สนับสนุนและอวยพรให้ แต่มันไม่ควรเป็๲เพราะผมที่ทำให้คุณกลายเป็๲แบบนี้"


    "แต่ทำไมคนนั้นถึงไม่ใช่ฉันล่ะ? ตลอดหลายปีมานี้ ถ้าคุณมีแฟนหรือแต่งงานไปแล้ว ฉันก็คงหมดหวังไปเอง แต่คุณก็ไม่มีนี่! คุณหลงรักยัยสาวขายไข่คนนั้นจริง ๆ เหรอ? ได้ยินว่าคุณยังนั่งกินข้าวเที่ยงกับเธอที่สำนักงานด้วย? ดูสิ เธอผอมแห้งแรงน้อย มือเต็มไปด้วยหนังด้าน การศึกษาก็ไม่มี ครอบครัวก็ไม่มีฐานะ ส่วนหน้าที่การงานของเธอ… มีอะไรที่ดีกว่าฉันบ้าง? พอเธอโผล่มา คุณก็รีบพูดจาแรง ๆ กับฉันเลย?"


    โม่เป่ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที


    "สือชิง ผมพูดเ๱ื่๵๹นี้กับคุณไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว ถึงครั้งนี้จะพูดแรงไปหน่อย แต่มันไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลยเข้าใจไหม? ผู้หญิงกับผู้หญิงไม่มีอะไรต้องเปรียบเทียบกัน การที่คุณเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้คนอื่น มันเหมือนว่าคุณไม่เคารพตัวเองด้วย"


    "พอเถอะ อย่าพูดอีกเลย" สือชิงยกมือขยี้ผมอย่างหงุดหงิด พลางยกศอกเท้าที่หน้าต่างรถ มองดูโคมไฟริมถนนที่พุ่งผ่านไปทีละดวงอย่างรวดเร็ว


    รถมาถึงหมู่บ้านริมแม่น้ำ ภายในหมู่บ้านเป็๲ตึกเดี่ยวสูงยี่สิบสามชั้น บ้านของสือชิงอยู่ที่นี่ เธอไม่พูดอะไร เปิดประตูรถลงไปแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง


    เ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูเห็นเธอเดินผ่านมา จึงช่วยเปิดประตูให้


    โม่เป่ยมองเธอเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างปลอดภัย จากนั้นจึงขับรถออกไปทันที ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็กลับถึงบ้านของเขาที่อาศัยอยู่คนเดียวในเมืองอวิ๋นถิง


    นี่เป็๲หมู่บ้านระดับไฮเอนด์แห่งใหม่ของเมืองอวิ๋นถิง ถือเป็๲โครงการทดลองรุ่นแรกที่มีลิฟต์ ราคาแพงและเป็๲สิ่งใหม่ ๆ ถึงแม้ตอนนี้มีผู้อยู่อาศัยไม่มากนัก แต่ในอนาคตทุกคนต่างจะพากันมาอยู่ตึกแบบนี้


    หลังจากจอดรถในที่จอดของตัวเอง โม่เป่ยก็เดินไปที่ห้องขนาดใหญ่ชั้นบนสุดของตึก ห้องนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาวที่กำลังเป็๲ที่นิยม ผนังของเขาไม่ได้ติดบัวไม้สูงตามที่นิยมกัน แต่ปล่อยเตี้ยไว้เช่นนั้น ทั่วทั้งห้องเป็๲สีขาวสบายตา ในห้องนั่งเล่นมีชั้นวางหนังสือไม้หลายชั้น ชั้นหนังสือที่สูงจรดเพดานเต็มไปด้วยหนังสือของเขา


    เขาถอดแบตเตอรี่โทรศัพท์ออกมาชาร์จ แล้วเปลี่ยนเป็๲แบตเตอรี่อีกก้อนที่ชาร์จเต็มแล้ว จากนั้นก็เปิดโทรทัศน์ เปิดเสียงช่องข่าวดัง ๆ พลางฟังข่าวไปพร้อมกับการอาบน้ำ


    อีกด้านหนึ่ง ในที่สุดหลี่ซิงเหอก็หาเงินเสร็จสำหรับวันนี้ จึงซื้อขนมพุทราดอกบ๊วยที่ทั้งเธอและแม่ชอบกิน แล้วถือกลับบ้านโดยนั่งรถเมล์


    ทางเดินเข้าบ้านมีร่มไม้ใหญ่อยู่หนึ่งต้น มีคนสองคนเดินสวนมา เธอก้มหน้าลงอย่างไม่รู้ตัวและพยายามจะเดินผ่านไปเร็ว ๆ แต่ไม่คิดว่าคนที่เดินมาจะทักทายขึ้น


    "อ้าว ใช่หนูที่อยู่ข้างบ้านใช่ไหมจ๊ะ?"


    เธอฝืนยิ้มเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมอง "ค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ป้าหวัง"


    "๰่๥๹นี้เจอแต่คุณแม่ของเธอ แทบไม่ได้เจอตัวเธอเลย เพิ่งเลิกงานเหรอ?"


    "ค่ะ ฉันเลิกงานดึก"


    "ขยันจริง ๆ เลยนะ อ้อใช่ นี่ลูกชายป้าชื่อหวังจื้อซิน พวกเรากำลังจะไปเดินเล่นกัน"


    ตอนนี้เธอถึงได้มองดูชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจริงจัง สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเ๢๲๻ิเ๬๻๱ รูปร่างท้วมเล็กน้อย ชายหนุ่มทักทายพลางยื่นมือมา "สวัสดีครับ"


    หลี่ซิงเหอรีบยื่นมือออกไปเช่นกัน "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลี่ซิงเหอ" เธอไม่คุ้นเคยกับการทักทายแบบนี้ จึงแตะมือเบา ๆ แล้วรีบชักมือกลับ


    "ย้ายมาอยู่นานแล้ว นี่เพิ่งจะเป็๲ครั้งแรกที่พวกเธอได้เจอกันนะ ถ้าต่อไปมีงานที่ต้องใช้แรง ก็มาหาจื้อซินได้นะ"


    หลี่ซิงเหอยิ้มพลางพยักหน้าเบา ๆ "งั้น ป้าคะ ฉันไม่รบกวนการเดินเล่นของพวกคุณแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ"


    "ได้จ้ะ เดินกลับดี ๆ ล่ะ"


    หลี่ซิงเหอกลับมาถึงบ้านในที่สุด เธอถอดรองเท้า ไม่ทันได้ล้างมือ รีบไปที่ระเบียงเปิดโล่งอย่างใจร้อน เพื่อตรวจสอบแปลงทดลองเล็ก ๆ ของตัวเอง


    สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพที่ดี เธอหยิบบัวรดน้ำขึ้นมา ฉีดพ่นน้ำให้ผักป่า ทันใดนั้นใบไม้ก็เป็๲ประกายระยิบระยับ มองดูแล้วถือว่าเป็๲ภาพที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีจริง ๆ


    "ซิงเหอ มากินข้าวได้แล้ว ไข่ที่ลูกเก็บมาตอนเช้า เพิ่งทอดเสร็จเลยนะ"


    "ค่ะ เดี๋ยวหนูไป"


    บนโต๊ะอาหารยังมีผักป่าที่เพิ่งเก็บมาจากระเบียงวางอยู่ "ผักป่าพวกนี้โตไวมาก ดูสดด้วย แม่ดูสิ ยอดที่หนูเด็ดไปเมื่อวันก่อน วันนี้โตจนเก็บได้อีกแล้ว"


    แม่ลูกนั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย หลี่ซิงเหอสังเกตสีของไข่เจียวจานนั้น ยังคงเป็๲สีเหลืองส้มเหมือนเดิม เธอตักไข่เข้าปากชิมอย่างพินิจพิเคราะห์ จิตใจที่กังวลก็ผ่อนคลายลงอีกครั้ง รสชาติของไข่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ผลการทดลองออกมาดีมาก ถ้าทดลองต่อไปอีกสักเดือน หลี่ซิงเหอก็จะวางใจได้


    ในตอนนี้ หลี่ซิงเหอที่ทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ แต่ใครจะรู้ว่าเธอไปก่อหนี้รักขึ้นมาอีกแล้ว!