“หัวหน้าหมู่บ้าน เป็อย่างไรบ้าง?”
เห็นสวี่เหล่าเกินเคี้ยวอยู่นาน ท่าทางดูน่าเอร็ดอร่อยเป็อย่างมาก ทุกคนจึงอดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้
น้ำแกงยังอุ่นอยู่บนเตา กลิ่นหอมของเนื้อก็ลอยเข้าจมูกไม่หยุด ตอนฉลองปีใหม่ล้วนไม่มีใครได้กินเนื้อ เมื่อเห็นเช่นนี้ใครจะทนไม่ให้น้ำลายไหลได้?
สวี่เหล่าเกินชูถ้วยขึ้นอย่างสั่นเทา ใช้ตะเกียบเคาะขอบถ้วย น้ำตาไหลอาบหน้า “เนื้อ มันคือเนื้อ อร่อยมากจริง ๆ…”
“จริงหรือ?” ชาวบ้านทุกคนแตกตื่น “นี่กินได้จริงหรือ? กลิ่นเหม็นมากไหม?”
“เหล่าซาน เ้ารีบมาลอง!” สวี่เหล่าเกินใช้ตะเกียบคีบแล้วยื่นไปจ่อปากสวีเหล่าซาน
ในฐานะที่เป็หัวหน้าหมู่บ้าน เป็ปกติที่เขาอยากจะนำของดีมาแบ่งปันให้กับทุกคนที่ร่วมทุกข์กันมา เขารู้สึกละอายใจต่อทุกคนยิ่งนัก ที่ทำหน้าที่หัวหน้าหมู่บ้านได้ไม่ดีพอ
หมู่บ้านเสี่ยวฮวงภายใต้การนำของเขา นับวันยิ่งมีชีวิตที่ลำบาก นับเป็ความผิดของเขา
แต่ตอนนี้จะต้องดีขึ้นแล้ว เพราะเขามีความคิดที่ยิ่งใหญ่ความคิดหนึ่ง!
สวีเหล่าซานที่ถูกยัดเข้าปากอย่างไม่ทันตั้งตัว นั่งนิ่งไม่กล้าเคี้ยวพลางอ้าปากค้างไว้แบบนั้น จะกินก็ไม่ใช่ จะคายออกก็ไม่ดี
จู้เจียงเจียงถอนหายใจอย่างจนใจ มนุษย์เราล้วนยากจะยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น
ในตอนที่นางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงท่าทีของทุกคนที่มีต่อเครื่องในหมูช่างเป็หนทางที่ยาวไกลและหนักอึ้ง จู่ ๆ ก็เกิดเสียงร้องด้วยความประหลาดใจดังกึกก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
“พระเ้าช่วย เนื้อนี่หอม…หอมมาก เป็เนื้อที่อร่อยมาก!”
จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นสวีเหล่าซานที่เมื่อครู่แม้แต่เคี้ยวก็ยังไม่กล้าเคี้ยวลุกขึ้นมาร้องะโด้วยความใ ตาทั้งสองเบิกกว้าง พลางแบ่งปันความรู้สึกกับทุกคนในหมู่บ้านอย่างตื่นเต้น
มีสองคนในหมู่บ้านช่วยลองชิมของสกปรกนั้นแทนพวกเขาก่อนแล้ว ทุกคนต่างก็ไม่กล้าหัวเราะเยาะ เพียงแค่คิดอยากจะลองดู
แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก
จู้เจียงเจียงมองความอึดอัดใจของพวกเขาออก นางวางถ้วยตะเกียบลง เดินไปข้างหน้าก่อนเอ่ยว่า “ลุงป้าน้าอาทุกท่าน ข้ามีเื่อยากขอให้ทุกคนช่วยเหลือ”
นางใช้จังหวะที่กำลังแบ่งอาหารในหม้อให้บ้านละถ้วย ถือโอกาสพูดเื่ขอให้พวกเขาช่วยเตรียมดิน
เด็กในหมู่บ้านได้กลิ่นหอมของเนื้อก็อดกลั้นไม่ไหวกันมาตั้งนานแล้ว เมื่อได้ยินจู้เจียงเจียงพูดว่าจะแบ่งให้พวกเขาบ้านละถ้วย ก็รีบหันหลังวิ่งหน้าตั้งกลับบ้านไปหยิบถ้วยมาทันที
ขณะที่จู้เจียงเจียงตักเนื้อให้พวกเขาอยู่ นางยังแสดงท่าทีบอกว่า สองสามวันที่ทำงานนั้นก็จะทำน้ำแกงเนื้อให้ทุกคนกินไม่ขาด
ทุกคนในหมู่บ้านที่เห็นแก่น้ำแกงเนื้อ จึงตอบตกลงเื่ช่วยนางทำงานโดยปริยาย
“ในบ้านตระกูลเผยไม่มีผู้ชายที่ทำงานได้ สะใภ้เล็กเพิ่งแต่งเข้ามาก็ไม่ง่าย พวกเราทุกคนที่ช่วยได้ก็ช่วย ๆ กันเถอะ”
สวี่เหล่าเกินแสดงท่าทีแทนทุกคน
เมื่อคำนี้กล่าวออกมา ชั่วพริบตาความเก้อเขินของทุกคนที่กินน้ำแกงเนื้อก็มลายหายไป
“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้” จู้เจียงเจียงแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อพวกชาวบ้าน ให้เกียรติทั้งสองฝ่ายตามสถานการณ์
เื่เพาะปลูกก็แก้ปัญหาได้อย่างสบายใจเช่นนี้ นางไม่ต้องเสียเงินแม้แต่เหวินเดียว
ถึงแม้จะใช้อุบายกับทุกคนได้สำเร็จ ทว่าในใจของจู้เจียงเจียงก็รู้สึกแย่อยู่นิดหน่อย แต่เวลาคับขันต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน รอนางปลูกข้าวได้จำนวนมาก นางจะขอบคุณทุกคนอีกครั้งอย่างแน่นอน!
วันรุ่งขึ้น
ฟ้ายังไม่ทันสว่าง จู้เจียงเจียงก็ต้องตื่นแล้ว นางถือถังน้ำคลำทางรีบเข้าเมือง
ตอนมาถึงริมแม่น้ำหน้าประตูเมือง ดวงอาทิตย์ก็เริ่มโผล่ขึ้นมาแล้ว หนิวต้งลากหมูที่ต้องฆ่าวันนี้มาแต่เช้านั่งรอนางอยู่ริมแม่น้ำ
“พวกเราเริ่มกันเถอะ รีบฆ่ามันให้จบ ๆ ข้าต้องรีบกลับไปลงเมล็ดข้าว”
คนงานที่หนิวต้งหามาช่วยได้ต้มน้ำเสร็จแล้ว ทั้งสามคนมัดหมูไว้บนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่ง จู้เจียงเจียงเอาถังน้ำที่ถือติดมาวางใต้คอหมูรอรองรับเืหมู
เห็นแค่นางกดคอหมูไว้ หาตำแหน่งเหมาะสมแล้วแทงลงไปหนึ่งมีด
หมูกรีดร้องเสียงเ็ป เืไหลจากตำแหน่งที่ลงมีดลงในถังน้ำอย่างต่อเนื่อง
ฉากเืสด ๆ นั้น หนิวต้งแค่มองยังรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว “แม่นางจู้ ของสิ่งนี้ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนของที่กินได้ เืเหลว ๆ เอาไปทำอาหารอย่างไร?”
“ต้มหรือผัดก็ได้ ทำไส้กรอกเืก็อร่อย”
ย้อนนึกถึงรสชาติเฉพาะของเืหมู จู้เจียงเจียงทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
แต่ในมุมมองของหนิวต้ง กลับค่อนข้างสยดสยอง
ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งจริง ๆ!
ครั้งนี้จู้เจียงเจียงทั้งเตรียมพร้อมและใช้ทักษะที่มีทั้งหมด หลังจากฆ่าหมูเสร็จ นางวางเืหมูและเครื่องในไว้ที่ร้านขายเนื้อหมูของหนิวต้ง ส่วนตัวเองก็ไปเดินเล่นรอบตัวเมือง
เดินริมแม่น้ำชิงสุ่ยทั้งสองฝั่ง และถนนสายหลักของเมืองเจียงหนานจนทั่วหนึ่งรอบ
นางก็พบว่าริมแม่น้ำทั้งสองฝั่งเป็จุดที่คึกคักที่สุดของเมืองเจียงหนาน
ั้แ่เหนือจรดใต้ของเมือง แม่น้ำชิงสุ่ยตลอดสายมีสะพานหินเชื่อมกันทั้งหมดสามแห่งที่ข้ามไปมาทั้งสองฝั่งได้ และใกล้ ๆ สะพานหินก็มีพ่อค้าแผงลอยเล็ก ๆ เยอะที่สุด
ดีตรงที่เมืองเจียงหนานนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่แต่ประชากรน้อย จู้เจียงเจียงเดินไปตรงไหนก็รู้สึกว่านางสามารถตั้งร้านแผงลอยตรงนั้นได้ มีพื้นที่มากมายจริง ๆ
ความคิดนี้นางเก็บมันไว้ในใจ รอหลังจากนางเพาะปลูกเสร็จ นางค่อยเข้ามาตั้งร้านในเมือง
ทิศทางการเปิดร้านนางก็คิดเอาไว้แล้ว นั่นก็คือขายเืหมูและเครื่องในหมูที่นางได้มาจากการฆ่าหมูในทุกวัน
นางจะทำไส้กรอกเื!
แน่นอนว่าการทำไส้กรอกเืไม่ใช่เป้าหมายของนาง จุดมุ่งหมายหลักของนางก็คือการขายชา!
โอกาสทางธุรกิจใหญ่ธุรกิจหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า หากไม่คว้าเอาไว้นางก็ข้ามมิติมาเสียเที่ยวแล้ว
จู้เจียงเจียงวางแผนไว้ในใจ ขณะเดียวกันนางก็เดินเที่ยวชมโรงเตี๊ยม และร้านเหล้าที่มีไม่กี่แห่งในเมืองไปหนึ่งรอบ อย่างที่คิดไม่มีคนขายชา
“ถังหูลู่…ถังหูลู่จ้า...”
ในตอนที่จู้เจียงเจียงกำลังคิดจะกลับออกจากเมือง พ่อค้าหาบเร่แบกถังหูลู่ก็ผ่านข้างตัวนางไปพอดี จู่ ๆ นางก็อยากซื้อไปให้เผยเสี่ยวอวี๋สักไม้หนึ่ง
“เอาถังหูลู่ให้ข้าไม้หนึ่ง!” จู้เจียงเจียงเรียกพ่อค้าหาบเร่คนนั้นไว้ ควักเงินหนึ่งเหวินที่ได้จากฆ่าหมูวันนี้ออกมาซื้อไปหนึ่งไม้
ตอนนางหยิบถังหูลู่กำลังจะจากไป ก็มีเสียงเกือกม้าดังกระชั้นตามมาด้วยเสียงดุของชายคนหนึ่งจากด้านหลัง
“หลีกไป หลีกไป ม้าตื่นใทำร้ายพวกเ้าเจ็บตัวได้!” จู้เจียงเจียงยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ถังหูลู่ในมือก็ถูกหางม้าสีดำตัวหนึ่งสะบัดออก ตกลงสู่แม่น้ำชิงสุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ
มองถังหูลู่สีสันฉูดฉาดค่อย ๆ จมลงไปก้นแม่น้ำ จู้เจียงเจียงรู้สึกโมโหเป็อย่างมาก
นี่เป็ของชิ้นแรกที่ใช้เงินก้อนแรกหลังจากที่นางข้ามมิติมาถึงโลกใบนี้เชียวนะ!
“เฮ้! จะขี่ม้าเร็วแบบนี้เพื่อ...จะรีบไปเกิดใหม่รึอย่างไร?!”
จู้เจียงเจียงเงยหน้ามือเท้าสะเอว ด่าเสียงดังไปทางหางม้าที่ห่างไปไม่ไกล “ไม่รู้รึอย่างไรว่าเขตชุมชนห้ามขับรถเร็ว?! เอ๊ะ ไม่ใช่ ขี่ม้าเร็วก็ไม่ได้ ดื่มเหล้าไม่ขี่ม้า ขี่ม้าไม่ดื่มเหล้าเข้าใจไหม พวกไร้อารยะ!”
นางด่าคำที่คนรอบข้างไม่เข้าใจออกมาเป็พรวน คนที่ผ่านไปผ่านมาล้วนมองนางด้วยสายตาแปลก ๆ
พวกเขาล้วนคุ้นเคยกับการที่มีคนขี่ม้าบนท้องถนน ทว่าวันนี้กลับแปลกใหม่ ไม่นึกเลยว่าจะมีคนอยากเรียกคนที่ไปไกลแล้วกลับมาด่า?
ในตอนที่ทุกคนแอบหัวเราะเยาะความโง่เขลาของจู้เจียงเจียง เสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนต่างก็เห็นว่าชายที่ขี่ม้าไปเมื่อครู่ย้อนกลับมา!
“เมื่อครู่ข้าน้อยชนโดนแม่นางหรือ?” เผยจี้ไม่ได้ลงจากม้า แต่น้ำเสียงกลับแฝงความรู้สึกผิด
นี่เขาได้ยินหมดทุกคำ?
จู้เจียงเจียงนิ่งอึ้งไป แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ นางมองไปที่เขาอย่างตรงไปตรงมา “ถูกต้อง ถังหูลู่ที่ข้าซื้อถูกม้าของเ้าเตะลงไปในแม่น้ำแล้ว เ้าต้องชดใช้ให้ข้า”
“โอ๊ะ…” เสียงแปลกใจดังขึ้นจากรอบตัวราวกับกำลังชมนาง เ้ากล้าหาญมากนะ!
ชายหนุ่มบนหลังม้าผู้นี้ แค่ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา คิดไม่ถึงเลยว่านางจะกล้าล่วงเกินเพราะถังหูลู่หนึ่งไม้
เผยจี้ไม่มีถังหูลู่
เขาเหล่มองคนขายถังหูลู่คนนั้นแวบหนึ่ง ชี้ไปที่เขาพลางกล่าวว่า “ถังหูลู่บนไหล่เ้าทั้งหมดยกให้นาง ราคาเท่าไร ข้าจ่าย”