บทที่18.ปลอดภัย
ร่างสูงของรองแม่ทัพเดินเร็วๆ เข้ามาในกระโจมที่พักที่มีบิดาของเขากำลังตรวจดูแผนที่เส้นทางบริเวณโดยรอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึมอยู่
“พบม้าของซินโหยวแล้วขอรับท่านพ่อแต่ยังไม่พบตัวคนดูท่าเื่นี้จะไม่ปกตินักขอรับ”
“อืม เื่นี้สืบเงียบๆพ่อเชื่อว่าน้องเ้ายังปลอดภัยอยู่”
“คนของมู่หรงอ๋องแอบมาแจ้งข่าวว่าไม่ต้องเป็ห่วงขอรับทั้งคู่ปลอดภัยดี”หยางซินฟง กล่าวออกมาเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้นถึงแม้ภายในกระโจมไม่มีผู้อื่นแต่ก็ไม่ควรประมาท
“เฮ้อ สุดท้ายซินโหยวก็ไม่อาจหนีพ้นต้องข้องเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์อีกทั้งยังเป็คนผู้นี้อีก” แม่ทัพใหญ่หยางกล่าวทั้งถอนหายใจเฮือกใหญ่
“อาจเป็โชคชะตาของน้องรองท่านพ่ออย่างพึ่งกังวลไปเลยขอรับ จากที่ข้าสืบ่หลังๆมานี้มู่หรงอ๋องหาได้มีข่าวลือในทางเสียหายอีกดูเหมือนจะทำตัวดีขึ้นมาก”
“อืม ก็คงต้องรอดูต่อไปแต่ตอนนี้คงต้องทำทีเป็ออกค้นหาอย่าให้คนที่ลงมือระแคะระคายว่าทางเรารู้แล้วว่าทั้งสองคนปลอดภัย”
“ขอรับ”
จากนั้นทุกคนต่างก็ได้เห็นว่าทั้งท่านแม่ทัพใหญ่และท่านรองแม่ทัพต่างออกตามหาตัวมู่หรงอ๋องและคุณหนูใหญ่หยางกันทั้งคืน
“ยังไม่พบอีกหรือ”เสียงน่าเกรงขามของผู้ครองแคว้นเอ่ยถามขึ้น
“ยังเลยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อแต่ลูกคิดว่าเสด็จอาคงไม่เป็อันใดแน่นอน”
“อืม เป็ฝีมือใครกัน”
“ลูกกำลังให้คนสืบอยู่พ่ะย่ะค่ะเดิมทีในเหล่าเชื้อพระวงศ์คนที่มีท่าทีไม่น่าไว้วางใจและอันตรายเป็ที่สุดก็มีแค่เสด็จอาซีเหมินแต่มาตอนนี้เขากลับถูกลอบโจมตีเสียเองไม่แน่อาจมีคนที่เราคาดไม่ถึงอยู่อีกก็เป็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ทำให้เงียบอย่างให้อีกฝ่ายรู้ตัวคิดว่าคงเป็คนที่มาร่วมงานพิธีล่าสัตว์นี้ด้วยแน่นอนให้หน่วยสืบสวนองครักษ์เงาตามสืบเงียบๆ”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” องค์ไท่จื่อรับคำก่อนจะสั่งการตามบัญชาทันที
ตอนนี้คนที่อยู่ทางพื้นที่กระโจมล่าสัตว์ต่างวุ่นวายกับการหายตัวไปในป่าของมู่หรงอ๋องเพราะมีข่าวว่าถูกลอบโจมตีไหนจะคุณหนูใหญ่จวนตระกูลหยางที่ม้าเกิดพยศจนเตลิดเข้าป่าไปอีก
“หึ ให้มันตายๆ ไปได้เสียก็ดี”เสียงพูดอย่างสะใจของจางฮุ่ยเหมยดังขึ้นภายในกระโจมที่พักส่วนตัว
“คุณหนูหากมีใครได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดว่าคุณหนูอยู่เื้ัได้นะเ้าคะ”จิงไต้สาวใช้ข้างกายกล่าวเตือนขึ้นเพราะคุณหนูของนางพูดเสียงค่อนข้างดังอย่างไม่กลัวใครมาได้ยินเลยช่างเป็คุณหนูที่โง่งมทั้งเอาแต่ใจจริงๆ
เพลี๊ยะ!เสียงฝ่ามือฟาดลงบนหน้าจิงไต้หลังจากนางพูดจบทันที
“เ้ากล้าสั่งสอนข้าถ้าข้าอยากจะพูดสิ่งใดออกมาต้องถามความเห็นเ้าก่อนด้วยหรือข้าหาได้ทำมันเสียหน่อยมันคงไปสร้างศัตรูเอาไว้สิท่า หึสมน้ำหน้านังคุณหนูใหญ่หยางหน้านั้นถ้ามันตายอยู่ในป่า ข้าก็จะได้หมดเสี้ยนหนามที่คิดมาแย่งตำแหน่งชายามู่หรงอ๋องกับข้าต่อไปหากบ่าวเช่นเ้ากล้าปากดีมาสั่งสอนข้าอีกข้าจะสั่งโบยเ้าแล้วขายออกให้หอโคมเขียวเลยคอยดู”
“บะ บ่าวผิดไปแล้วๆไม่กล้าแล้วเ้าค่ะคุณหนูโปรดเมตตาด้วย”จิงไต้ตัวสั่นเท่าอย่างหวาดกลัวก้มหน้าลงแนบกับพื้นแต่แววตากลับฉายความเคียดแค้นและชิงชังทำไมต้องเป็นางที่ต้องมาคอยรับใช้รองรับอารมณ์ของคุณหนูจางที่ชอบทุบตีบ่าวด้วย…
ในยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงอีกครั้งบ่งบอกว่าถึงเวลายามรุ่งของเช้าวันใหม่พร้อมเสียงนกตัวน้อยที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ส่งเสียงร้องขับขานกังวานใสแจ๋ว
ร่างบางขยับยุกยิกเปลือกตาค่อยเปิดขึ้นก่อนซินโหยวจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่กอดนางไว้ไม่ยอมห่างเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ตื่น นางจึงค่อยๆ ขยับกายออกอย่างระมัดระวังและช้าๆเมื่อผละกายออกก็นั่งนิ่งๆ มองดูคนตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน
“ข้าหล่อเหลามากเลยใช่หรือไม่เ้าจึงจ้องไม่วางตาเช่นนี่”
“ท่านอ๋อง”ร่างบางสะดุ้งใจนต้องยกมือตบอกเบาๆ อย่างปลอบใจตนเอง
“หึ หึ หึ” ตาคมกริบลืมขึ้นมามองมีแววพราวระยิบระยับอย่างหยอกล้อมุมปากยกยิ้มอย่างมีเสน่ห์เขารู้สึกตัวตื่นั้แ่ที่นางเริ่มขยับตัวแล้วและเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มทำปากยู่ใส่แล้วก็เกรงว่านางจะงอนเอาได้
“เอาล่ะๆไม่แกล้งเ้าแล้วโหยวเอ๋อร์ แล้วก็ต่อไปเ้าเรียกข้าว่าพี่ซีเหมินเถิด”
“แต่ว่าหม่อมฉันเห็นว่าไม่เหมาะนะเพคะ”
“เช่นนั้นก็เรียกยามอยู่กันสองคนส่วนตัวข้าไม่อยากให้ระหว่างเ้ากับข้าใช้คำเรียกขานที่ห่างเหินเพราะเช่นไรเ้าก็คือชายาข้าเป็ภรรยา เป็เมียรัก”พูดไปยิ้มไปยามได้เห็นนางหน้าแดงเพราะเขินอายคำพูดของเขาแล้วซีเหมินก็ยิ่งชอบจนอยากจะสรรหาคำพูดมาหยอกล้อนางทั้งวี่ทั้งวันเลยด้วยซ้ำ
“ท่านช่าง...ฮึ่ม”หน้าหนานักเชียวพูดมาได้ทั้งที่ยังไม่ทันได้หมั้นหมายหรือแต่งกันด้วยซ้ำ
“เ้าช่างน่าแกล้งนัก หึ หึ”แม้นางไม่ได้เอ่ยออกมาตรงๆแต่ซีเหมินก็พอเดาออกจากสายตาของนางว่าจะต้องกำลังแอบว่าเขาอยู่ในใจเป็แน่
ทั้งสองยังคงหยอกล้อกันอีกพักก่อนจะพากันเดินไปที่ลำธารเพื่อล้างหน้าล้างตาและกินผลไม้ป่าที่คิดองครักษ์เงาของมู่หรงซีเหมินที่หามาไว้ให้
“กลับกันเถิด”เสียงทุ้มกล่าวขึ้นพร้อมยื่นมือมากุมมือนุ่มนิ่มเดินไปด้วยกัน
“เพคะ”
ม้าสีนิลยืนเล็มหญ้าอยู่ที่แถวๆหน้าปากถ้ำหางม้ากวัดแกว่งไปมาและเมื่อซีเหมินเดินออกมาเจอมันจึงเข้าไปลูบหน้าเ้าม้าแสนรู้ก็ส่งเสียงร้องราวกับดีใจที่ได้เจอเ้านายของมัน ซินโหยวคิดว่าคงเป็องครักษ์เงาของท่านอ๋องที่น้ำม้ามาเตรียมไว้ให้
“มาเถอะโหยวเอ๋อร์”
จากนั้นซีเหมินก็จัดการอุ้มนางขึ้นหลังม้าแล้วะโตามขึ้นมานั่งซ้อนหลังก่อนจะค่อยๆบังคับให้ม้าออกเดินเหยาะช้าๆ เพื่อเดินทางกลับที่พักไม่รู้ว่าป่านนี้ทางนั้นจะวุ่นวายเพียงใด ทั้งสองใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วยามก็ออกจากป่าได้แล้วที่ช้าเพราะไม่ได้บังคับให้ม้าวิ่งเพียงเดินเหยาะๆเท่านั้น นั้นเพราะมู่หรงซีเหมิน้าประวิงเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดซินโหยวส่วนตัวซินโหยวเองก็ไม่้าให้แผลของเขาได้รับการกระทบกระเทือนจึงไม่ได้เอ่ยขัดแต่อย่างใด
“มู่หรงอ๋องกลับมาแล้วคุณหนูใหญ่หยางก็กลับมาด้วย”
“ฮ้ายยทั้งสองคนกลับมาพร้อมกันงั้นหรือ”
“เช่นนั้นก็หายไปด้วยกันน่ะสิ”
เสียงเหล่าบรรดาฮูหยินคุณหนูช่างนินทาทั้งหลายต่างซุบซิบกันเบาๆไปทั่ว แต่คนที่ตกเป็หัวข้อสนทนาก็หาได้สนใจไม่
เมื่อมาถึงหน้ากระโจมที่พักได้เจอท่านพ่อและพี่ชายซินโหยวก็ผวาจะลงจากหลังม้าทันทีแต่เอวบางกลับถูกกอดแน่นไว้ไม่ปล่อย
“อย่ารีบร้อน ค่อยๆลงเถิดเดี๋ยวเ้าจะาเ็เอาได้”
“เพคะท่านอ๋อง”
ซีเหมินตวัดขาก้าวลงมาก่อนจะส่งมือหน้าออกไปรับร่างบางลงจากหลังม้า
“ซินโหยว”เสียงอบอุ่นที่ซินโหยวจดจำได้เสมอเอ่ยเรียกนางอย่างดีใจยิ่งนัก
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่”
“เ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว”
“ให้ซินโหยวไปพักก่อนเถิดขอรับท่านพ่อแล้วค่อยคุยกัน”
“อื้ม เช่นนั้นเ้าพักก่อนเถิดอิงอิงดูแลคุณหนูของเ้าให้ดีด้วย”กล่าวกับบุตรสาวจบก็หันมาสั่งความกับอิงอิงสาวใช้ข้างกายของบุตรสาวทันที
“เ้าค่ะท่านแม่ทัพใหญ่”อิงอิงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทั้งยังรู้สึกผิดที่ไม่อาจดูแลคุณหนูของนางได้ดีอีกด้วย
“ไปเถิดไว้ค่อยคุยกัน”
“เ้าค่ะท่านพ่อหม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะท่านอ๋อง” เมื่อรับคำท่านพ่อแล้วร่างยางก็หันมากล่าวลามู่หรงซีเหมินด้วย
เมื่อรับร่างบางของบุตรสาวแล้วท่านแม่ทัพใหญ่หยางจึงหันมากล่าวขอบคุณมู่หรงอ๋องอีกครั้ง
“ขอบคุณท่านอ๋องมากพ่ะย่ะค่ะที่ช่วยเหลือบุตรสาวของกระหม่อม”
“เป็เื่ที่สมควรซินโหยวเป็สตรีที่สำคัญสำหรับข้ายิ่งหวังว่าท่านแม่ทัพจะเข้าใจไว้ถ้ากลับเมืองหลวงเมื่อไหร่ข้าจะเร่งจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยเองถ้าอย่างไรข้าคงต้องขอตัวก่อน” กล่าวจบแล้วร่างสูงโปร่งของมู่หรงซีเหมินก็เอ่ยขอตัวกลับไปพักผ่อน
เหลือไว้เพียงร่างสูงใหญ่ของคนเป็ทัพใหญ่อย่างหยางซินฉู่และท่านรองแม่ทัพหยางซินฟงที่ได้แต่นิ่งอึ้งเพราะเข้าใจความหมายในคำว่า‘จัดการ’ ของอีกฝ่ายดีก็ได้แต่ถอนหายใจพยายามยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหน้า
ด้านซินโหยวเมื่อเดินเข้ามาในกระโจมส่วนตัวแล้วอิงอิงก็ถลามาคุกเข่าลงตรงหน้าของนางทันที
“คุณหนู อึก ฮือบ่าวขออภัยที่ตามคุณหนูไปไม่ทันเ้าค่ะ บ่าวไม่ดีเองที่ไม่สามารถดูแลคุณหนูได้”อิงอิงได้แต่กล่าวโทษตนเองอย่างรู้สึกผิดนางเป็ห่วงคุณหนูมากเมื่อเกิดเหตุการณ์ม้าพยศแต่ไม่สามารถตามคุณหนูไปได้เพราะจู่ๆก็มีชายชุดดำมาขวางนางและเหล่าทหารที่ติดตามดูแลเอาไว้จึงต้องเร่งควบม้ากลับไปแจ้งข่าวท่านแม่ทัพแทน
“เ้าอย่างได้คิดมากโทษตนเองเลยหาใช่ความคิดเ้าตอนนี้ข้าเองก็ปลอดภัยแล้วถ้ายังไงเ้ามาช่วยข้าอาบน้ำเถอะจะได้ออกไปหาของกินกัน ตอนนี้ข้าหิวมาก”
“ได้เ้าค่ะๆอิงอิงจะช่วยอาบน้ำถูกหลังให้คุณหนูเองแล้วจะไปหาของกินอร่อยๆ มาให้เองเ้าค่ะ”อิงอิงรีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งออกไปเตรียมน้ำทันทีท่านกลางสายตาเอ็นดูของซินโหยว….