บทที่ 79 ทำโอทีช่วงวันหยุด
การต่อสู้ที่ตึงมือในครั้งแรกเปลี่ยนไปหลังจากบอลกาวตัวหนืดถูกเรียกใช้ ซูหยวนใช้มันออกมาได้ในจังหวะที่ถูกต้อง ไม่น่าแปลกใจที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้สำเร็จ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ชะล่าใจ หญิงสาวใช้บอลกาวตัวหนืดไป สลับกับลูกศรไปด้วย ทำให้เจ้าหนูขาวเหล่านั้นรับการโจมตีได้ไม่เต็มที่
เมื่อมีความคมของกรงเล็บสุนัขทมิฬเข้ามาช่วยเสริม หนูขาวพวกนั้นก็พลาดท่าหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุด...หนูขาวองค์รักษ์ทั้ง 4 ก็ถูกโจมตีจนตกตายไปทั้งหมด ซึ่งมาพร้อมกับซูหยวนและสุนัขทมิฬที่หมดเรี่ยวแรงไปตามๆกัน
ราชาหนูขาวลายทองจ้องสองศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้า มองดูท่าทีของกันและกันอยู่เช่นนั้นเกือบ 10 นาที ไม่มีใครกล้าขยับก่อน ซูหยวนง้างคันธนูเตรียมไว้พร้อมปล่อยออก ในขณะที่ขาของเจ้าสุนัขทมิฬก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ราชาหนูขาวลายทองไม่มีใครรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ดวงตาของมันจ้องเขม็งอยู่อย่างนั้นก่อนที่จะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางแปลกประหลาด
ตุบ...
“หืม?”
ซูหยวนที่เตรียมจะยิงออกไปทุกเมื่อหยุดนิ้วของตนเองได้ทัน ไม่อย่างนั้นศรนั่นคงจะพุ่งออกไปปักเข้าที่หัวของราชาหนูขาวลายทองที่จู่ๆก็คุกเข่าลงไปเสียอย่างนั้น
- ขอแสดงความยินดีต่อผู้เล่น ขณะนี้ราชาหนูขาวได้สยบต่อท่านแล้ว มันจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ของท่านนับตั้งแต่นี้ โปรดตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงตัวแรกของท่านที่ “ตั้งค่าสัตว์เลี้ยง” –
- ขอแสดงความยินดีต่อผู้เล่น หลังจากที่ผู้เล่นได้ผ่านการต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกับสัตว์เลี้ยงพิเศษแล้ว ตอนนี้สัตว์เลี้ยงพันธุ์ “สุนัขทมิฬกลายพันธุ์” ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ของท่านนับตั้งแต่นี้ โปรดตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงตัวแรกของท่านที่ “ตั้งค่าสัตว์เลี้ยง” –
- ขอแสดงความยินดีต่อผู้เล่น เนื่องจากท่านปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ ทั้งยังสามารถครอบครองสัตว์เลี้ยง “ราชาหนูขาว” ได้สำเร็จ ท่านได้รับสิทธิในการเพาะเลี้ยง “หนูขาวพิเศษ” ในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ เงื่อนไขในการเพาะได้รับตัวอ่อนหนูขาวพิเศษคือ “แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์จำนวน 10 ชิ้น” โปรดพยายามยกระดับฟาร์มและเข้าร่วมอีเว้นท์ต่อไปอย่างเต็มที่เพื่อของรางวัลพิเศษที่มากกว่า –
ไม่คาดคิด จู่ๆราชาหนูขาวที่แข็งแกร่งนี้ก็เลือกที่จะสยบต่อเธอเสียอย่างนั้น ซูหยวนมองดูเจ้าสัตว์เลี้ยงทั้งสองที่ระบบแจ้งให้เธอตั้งชื่อให้ ตัวหนึ่งมีสีขาวลวดลายสีทองดูสูงส่ง อีกตัวมีสีดำทมิฬจนดูน่ากลัว
“เสี่ยวหยาง”
“เสี่ยวหยิน”
ซูหยวนตั้งชื่อให้ทั้งสองโดยที่ไม่ได้คิดอะไรให้มากความ ทั้งสองเป็นสัตว์เลี้ยงสองตัวแรกของเธอที่มีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นเธอจึงตั้งชื่อให้พวกเขาเป็นหยินและหยางตามลักษณะ
ด้วยการนี้...ซูหยวนจึงมีความสามารถในการโจมตีเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะราชาหนูขาวที่เก่งกาจ หรือแม้แต่สุนัขทมิฬที่มาจากเขต E ก็ตาม
โดยไม่คาดคิด เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เธอได้กลับมาบ้านเพื่อพักผ่อน ซูหยวนก็ได้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายไปอีกครั้งแล้ว ยังดีที่มีเวลาเหลือให้พักหายใจบ้าง ไม่อย่างนั้นเธอก็คงทำได้แค่หัวเราะให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับตนเองเช่นนี้
แต่เพราะเธอผ่านการต่อสู้ที่เอาชีวิตเข้าแลกมาอีกครั้ง มันทำให้ซูหยวนรู้ดีว่าบอลกาวตัวหนืดมีประโยชน์ขนาดไหน เวลานี้เธอยังไม่ต้องการใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงหนูขาวพิเศษ หากแต่ยังอยากจะเพิ่มเวลาในการเพาะเลี้ยงตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ให้มากขึ้นอีกเท่านั้น
เนื่องจากเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา ซูหยวนจึงมีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการใช้วิชาเกาทัณฑ์แสงที่อาจารย์เติ้งมอบไว้ให้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตนเองสามารถเข้ามาอยู่ในขั้นของศรพริบตาได้แล้ว เหลือแค่ทำให้เชี่ยวชาญและสมบูรณ์พร้อมก็เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ซูหยวนไม่สามารถใช้เวลาอยู่ในฟาร์มได้ตลอดไป เธอไม่ลืมว่ากลับมาที่บ้านครั้งนี้ก็เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตครอบครัวของตนเองให้ดีขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้าสู่เขตพื้นที่ล่า แต่ซูหยวนก็พยายามที่จะพัฒนาฝีมือของพ่อด้วยการเพิ่มพลังงานให้เขาอย่างต่อเนื่อง
และท้ายที่สุดน้ำ “ผักรวม” ที่ซูหยวนนำออกมาจากฟาร์ม เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยมากนัก เธอปั่นผักรวมกันจนกลายเป็นสีเขียวเหมือนสสารจากพวกกลายพันธุ์
เพราะพ่อของซูหยวนไม่เคยกินผัก เรียกว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นพวกมันเลยก็ว่าได้ ดังนั้นพอซูหยวนบอกว่ามันคือ “น้ำยาเพิ่มพลังงาน” ที่มีขายอยู่ในเขตชั้นใน และเธอก็ได้รับมันมาจากองค์กรนักล่าสกุลจางอย่างลับๆ พ่อของเธอจึงยอมกินมันทุกวันตามที่ซูหยวนบอก
ร่างกายของอันเฉินนั้นไม่ดีนักในตอนแรก ก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดกลับมา ดีที่เขาได้รับน้ำดื่มที่สะอาดและเต็มไปด้วยพลังงานอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงสามารถปรับตัวเข้ากับพลังงานจากผักผลไม้รวมเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
แต่แม่ของซูหยวนไม่สามารถดื่มน้ำผักผลไม้ที่อัดแน่นด้วยพลังงานได้เท่ากับบิดาของเธอ ซูหยวนให้บิดาดื่มน้ำผักผลไม้รวมวันละ 1 แก้ว ในขณะที่แม่ของเธอกินได้แค่วันละ 1 ช้อนชาเท่านั้น
รวมกับแกนพลังงานจำนวนมากที่มอบให้บิดา เธอเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นผู้ใช้พลังงานที่แข็งแกร่งในไม่ช้า เพื่อให้พ่ออันกลายเป็นสุดยอดในพื้นที่ล่าเขต 1 หากทำเช่นนั้นได้จริง เธอก็จะเบาใจไปอีกมาก
ดีที่พ่อของเธอเข้าใจ ตอนนี้เขาไม่เหมือน “อันเฉิน” คนเดิมที่แค่อยากจะมีชีวิตรอดไปวันๆ เขากลายเป็นคนที่มีความหวัง มีความทะเยอทะยาน เขากำลังตั้งเป้าหมายที่ซูหยวนเองยังพอใจ เพราะอย่างน้อยๆ...เขาก็ไม่ได้คิดที่จะอยู่ในเขตชั้นนอกตลอดไปอีกแล้ว
แม้เขาจะคิดว่าเขตชั้นกลางเป็นเป้าหมายที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เดี๋ยวเวลาก็จะทำให้เขามีความฝันใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเองนั่นแหละ ซูหยวนไม่รีบร้อนที่จะเปลี่ยนคน ขอแค่รู้ว่ามีโอกาสพัฒนา...เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว
เมื่อผ่านไป 5 วัน ตระกูลจางก็ส่งคนมาเรียกซูหยวนกลับเข้าไปในเขตชั้นในอีกครั้ง ซูหยวนที่ยังเหลือเวลาพักอีก 2 วันจำเป็นต้องกลับไปทำงานอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกเรียกตัวให้มาทำงานในช่วงวันหยุด จะบอกว่าคุ้นเคยกับเจ้านายแบบนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่ได้เสียใจมากนัก เธอทำได้แค่บอกกับที่บ้านเพื่อให้พวกเขากินน้ำผักผลไม้ปั่นอย่างลับๆ เธอจะคอยส่งของดีเหล่านี้กลับมาที่บ้านเสมอ แม้ทั้งสองจะกังวลว่าเธอเหนื่อย แต่เมื่อซูหยวนยืนยันบ่อยครั้งเข้า ก็ไม่มีใครมีปัญหาอีก
นอกจากเรื่องอาหารการกิน และบอกแม่เกี่ยวกับโอกาสได้รับงานดีๆจากเขตชั้นในแล้ว หญิงสาวก็ไม่มีอะไรให้กังวลอีก เรื่องปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากจัดการกลุ่มอันธพาลเหล่านั้นยิ่งแล้วใหญ่ ในขณะที่พ่อของเธอเตือนให้ระวังตัวให้ดีอย่าประมาทเพราะกลัวว่าจะถูกแก้แค้น ซูหยวนกลับคาดว่าคนจากเขตชั้นในคงไม่มาสืบสาวเอาเรื่องแล้วล่ะ
ไม่ใช่แค่เธอจัดการหลักฐานแทบจะทั้งหมด จนชนิดที่ว่า...ต่อให้พวกเขาคาดเดาได้ว่าใครอาจจะเป็นคนลงมือ ก็ต้องดูว่าตัวเองมีปัญญาในการทำลายหลักฐานพวกนั้นทิ้งทั้งหมดเหมือนที่ซูหยวนทำหรือไม่
แค่คิดเท่านี้ก็เข้าใจแล้ว หลักฐานทั้งหมดที่ถูกทำลายจนไม่เหลือร่องรอย ไม่ว่าจะเป็นศพจำนวนมากหรือซากของสัตว์กลายพันธุ์ คนที่จะทำแบบนั้นได้จะเป็นคนระดับต่ำหรือ?
เพราะแบบนั้น พวกเขาย่อมต้องคิดว่าครอบครัวสกุลอันมีคนหนุนหลังที่ยิ่งใหญ่อยู่ และซูหยวนที่เป็นนักเรียนทุนขององค์กรนักล่าสกุลอัน แถมยังกลายเป็นทหารยศสิบเอกอย่างรวดเร็วก็มีความได้เปรียบกว่าคนอื่นด้วย หากจะเข้าใจว่าตระกูลจางสนับสนุนเธอ “เป็นพิเศษ” ก็เข้าใจได้
ถ้าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่อยากเป็นศัตรูกับตระกูลจาง พวกเขาย่อมไม่กล้า...
ซูหยวนที่อาศัยบารมีของตระกูลจาง บัดนี้ต้องเดินตามหลังพวกเขาต้อยๆกลับเข้าสู่เขตชั้นในอีกครั้ง พ่อกับแม่ยังคงมองตามส่งลูกสาวด้วยความห่วงใย ต่อให้รู้ว่าซูหยวนแข็งแกร่งมากกระทั่งถูกเรียกว่า “อัจฉริยะคนใหม่” แต่ทั้งสองก็ยังไม่อาจวางใจอยู่ดี
สำหรับพวกเขาแล้ว ซูหยวนตัวน้อยก็ยังเป็นซูหยวนตัวน้อยวันยันค่ำ ถ้าเลือกได้...พ่ออันอยากจะไปเป็นนักล่าแทนลูกสาว แล้วขอให้เธอรอเขากลับมาที่บ้านก็เพียงพอแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...ลูกสาวของเขาแข็งแกร่งกว่าตัวเองหลายเท่า ยื่นหน้าออกไปก็มีแต่จะทำให้ตัวเองขายหน้าเสียเปล่าๆ
คนตระกูลจางทั้งสองไม่ใช่นักเรียนจากเขตชั้นนอกหรือพวกคนระดับต่ำ ซูหยวนมองดูเครื่องแต่งกายของอีกฝ่าย รวมถึงพลังที่แผ่ออกมา ย่อมเข้าใจว่าทั้งสองคนนี้เป็นคนระดับสูงที่ทางจางอู่หยางส่งมาแน่ แม้ว่าซูหยวนจะเตรียมพร้อมสำหรับการเรียกตัวเช่นนี้อยู่แล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องไปพูดคุยตามลำพังกับคนแซ่จางคนนั้น
เขาเป็นประธานใหญ่ของเธอ และเป็นประธานที่ฉลาดเกินไป หากเธออยากจะพูดอะไร จำเป็นต้องคิดทบทวนมากกว่าสองรอบเสมอ ไม่อย่างนั้นหัวหน้าคนนี้คงจะจับอะไรบางอย่างได้ แล้วใช้มันเป็นประเด็นในการต่อรองกับเธอ
เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา ร้านอาหารระดับสูงยังคงเป็นสถานที่ที่จางอู่หยางนัดหมายกับเธอ เขารออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว พร้อมกับกองเอกสารจำนวนหนึ่งที่เลขาฯหอบหิ้วมาให้ตรวจสอบเพื่อฆ่าเวลาขณะรอเธอด้วย เมื่อเห็นว่าซูหยวนเข้ามา เขาก็โบกมือครั้งหนึ่ง เลขาฯและผู้ติดตามทั้งหมดพากันออกไปจากห้องอาหารส่วนตัวอย่างรู้งาน ทิ้งให้ซูหยวนนั่งกับเขาตามลำพังเท่านั้น
“ที่ผ่านมาก็ยังเป็นเธอที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง” เสียงทุ้มของจางอู่หยางกล่าวขึ้นมา ในขณะที่สายตาของเขาจับจ้องมายังซูหยวนราวกับประเมินราคา
เห็นแบบนี้แล้ว ซูหยวนก็พลันนึกถึงฉายา “ดวงตาทองคำ” ของเขาไม่ได้
ฉายานี้ไม่ใช่ได้มาเพราะดวง เขามีดวงตาที่สามารถประเมินมูลค่าของสิ่งต่างๆได้ โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลที่จะมองเห็นเป็นกรณีพิเศษ ว่ากันว่า...ถ้าคนๆนั้นเป็นนักดาบ แต่ประธานจางบอกให้พวกเขาไปจับธนู เช่นนั้นก็แปลว่าสามารถใช้ธนูหาเงินได้มากกว่าดาบ หรือถ้าบอกว่าประธานจางคนนี้ใช้เงิน 1 เครดิตเพื่อซื้อก้อนหินหนึ่งก้อน ให้นึกเอาไว้เลยว่าใต้ก้อนหินนั้น แท้จริงแล้วอาจจะมีเครดิตจำนวนมากซ่อนอยู่
คนอย่างประธานจาง แม้แต่ 1 เครดิต เขาก็ไม่เคยใช้จ่ายอย่างเสียเปล่าเลยสักครั้ง และก็นั่นแหละ ที่มาของฉายาดวงตาทองคำนี้ของเขา
หญิงสาวมองกลับไปที่เจ้าตัว ดวงตาทั้งสองประสานกัน รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองนั้นได้เจอพวกเดียวกันอยู่ แต่แค่เป้าหมายของทั้งคู่ต่างกันออกไปก็เท่านั้น
จางอู่หยางแสยะยิ้มเย็น เขาเคาะไปที่โต๊ะตรงหน้าเป็นสัญญาณให้ซูหยวนมองไปยังอาหารชั้นยอดที่เขาภาคภูมิใจ ทว่า...มันก็ยังคงเป็นข้าวต้มและผักไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ทำให้ซูหยวนพอใจได้เลย
หญิงสาวเตรียมจะกล่าวขอบคุณตามมารยาท แต่จู่ๆจางอู่หยางก็พูดแทรกขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ฉันเริ่มจะไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเธอจึงไม่อยากได้ “อาหารชั้นยอด” เหล่านี้ แต่ต้องการเครดิตเดือนละ 1 แสนเครดิตแทน เพราะนั่นอาจจะหมายถึงว่าเธอมีความสามารถในการหา “อาหารชั้นยอด” มาด้วยตนเองอยู่แล้วสินะ”
รอยยิ้มของซูหยวนค้างไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น จางอู่หยางแค่นหัวเราะออกมาอีกคำก่อนจะพูด
“เหมือนกันกับฉัน อาหารพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ “ขยะ” เลย ไม่สิ...มันก็แค่เศษขยะราคาแพงเท่านั้น เพราะฉันมีความสามารถพอที่จะได้รับอาหารชั้นยอดจำนวนมาก ทั้งยังดีกว่านี้ด้วยอย่างไรล่ะ เธอว่าอย่างนั้นไหม?”
ซูหยวนได้ยินที่เขาพูด ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจบางส่วน แต่เธอรู้ว่าคนอย่างเจ้านายคนนี้ไม่ใช่พวกที่จะชอบให้ลูกน้องพูดแทรก ดังนั้นจึงรอฟังคำของเขาอย่างตั้งใจ
“ขอเพียงไปยังเขตที่มีระดับสูงขึ้น อาหารมากมายย่อมหาได้จากที่นั่น เธอเองก็คงจะได้เรียนรู้วิธีจัดการพวกกลายพันธุ์ที่มีพิษแล้วนำมาทำเป็นอาหารกินชั่วคราวไม่ใช่หรือ? อาหารพวกนั้นยังกินได้ แล้วอาหารที่มีระดับสูงกว่าจะกินไม่ได้ได้อย่างไร? น่าเสียดายที่อาหารพวกนั้นถูกกฎหมายห้ามเอาไว้ไม่ให้นำกลับมา ไม่อย่างนั้น...จะมีผู้คนอดตายจำนวนมากแบบนี้หรอ?”
“เพื่อควบคุมฟาร์มขนาดใหญ่นี้ให้ได้ การสร้างแรงกดดันและทำให้ผู้คนรู้จักเพียงการใช้แรงงานทั้งหมดที่มีเพื่อสารอาหารระดับต่ำเพียงพอแค่การอยู่รอด ดังนั้นการที่ไม่ให้พวกเขาพบเจอความสุขใดๆเลยจึงเป็นประโยชน์มากกว่า”
“ความคิดที่น่ารังเกียจนี้ไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก เว้นก็แต่พวกระดับสูงเท่านั้น ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึง “อาหารที่แท้จริง” ได้ แต่ก็นั่นแหละ...ฉันมีความลับของฉัน เธอเองจะมีความลับทางธุรกิจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ดังนั้นฉันจะไม่เปิดเผยต่อพวกระดับสูงเกี่ยวกับ “อาหาร” ที่เธอมี แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
“คุณอัน...ฉันต้องการ “อาวุธ” ที่เธอมี”
……………………….