EP 3 — สัญญา
POV : ตฤณ
กล่องไม้ยาวบรรจุระนาดถูกวางไว้กลางห้องซ้อมของผม
ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้า โลงศพ ที่ภายในบรรจุสมบัติที่รอการปลุกเสก
รินยืนเงียบ ๆ อยู่ที่มุมห้อง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจ
แต่ผมไม่สนใจ
ความตื่นเต้นของผมมันบดบังเสียงเตือนจากทุกทิศทาง
"สุบรรณมรณะ"
ระนาดที่อาจารย์พิศาลหวงยิ่งกว่าชีวิต กำลังจะมาเป็ของผม
“อย่าเพิ่งเปิดมันตอนนี้”
เสียงอาจารย์พิศาลดังมาจากโทรศัพท์ ผมกดเปิดลำโพงให้เขาได้พูดกับระนาดของเขาเป็ครั้งสุดท้าย
“ผมเข้าใจครับอาจารย์” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด
“ระนาดชิ้นนี้...มันไม่ได้ถูกทำขึ้นมาเพื่อแสดงความสุข”
เสียงของอาจารย์แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของกาลเวลา
“มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ บันทึกความทุกข์ ของนักดนตรีที่เล่นมัน”
ผมหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อถือ
“อาจารย์พิศาล...คุณกำลังพูดเหมือนมันมีชีวิต”
“มันมี...ยิ่งกว่าที่เอ็งคิด” อาจารย์พิศาลไอค่อกแค่ก “เสียงที่เอ็งจะได้ยิน...มันไม่ใช่เสียงไม้ระนาดที่กระทบผืน มันคือ เสียงที่ถูกกลืนกิน”
ผมเดินไปแตะที่กล่องไม้ระนาด
รู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ออกมา แม้จะถูกปิดกั้นด้วยไม้หนา
“อาจารย์...เื่สัญญา...” ผมถามเข้าประเด็น
ผมรู้ดีว่าอาจารย์พิศาลไม่้าเงิน แต่้า การยืนยัน บางอย่างจากผม
“สัญญาคือ การแลกเปลี่ยน” อาจารย์พิศาลกล่าวเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังทำพิธี
“เอ็ง้าเสียงที่สมบูรณ์แบบ...เสียงที่ยิ่งใหญ่จนเป็ตำนาน
ระนาด้า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเอ็ง”
ผมมองไปที่รินที่กำลังจ้องผมอยู่
เธอส่ายหน้าเบา ๆ พยายามห้ามผมด้วยสายตา
เธอไม่เข้าใจ...เธอไม่เข้าใจความหิวโหยของศิลปิน
“ผมขอสัญญา” ผมพูดด้วยเสียงหนักแน่น
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม คือ ความสามารถในการบรรเลง และ ความสมบูรณ์แบบทางดนตรี ที่ไม่มีใครเทียบได้
ผมยอมแลกมัน เพื่อให้สุบรรณมรณะบรรเลงเสียงที่แท้จริงออกมา”
ความเงียบเข้าปกคลุมสายโทรศัพท์นานหลายวินาที
“เอ็ง...มั่นใจนะตฤณ” อาจารย์พิศาลถาม
“มั่นใจที่สุดครับ” ผมตอบ
“ดี!” อาจารย์พิศาลพูดด้วยเสียงที่ดูเหมือนจะพึงพอใจและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน
“ข้าจะรับเอาคำสัญญานั้นไว้
ั้แ่นาทีนี้เป็ต้นไป สุบรรณมรณะเป็ของเอ็งโดยสมบูรณ์
แต่จำไว้...เมื่อเสียงมันดังขึ้น... สิ่งที่เอ็งรักจะถูกดึงดูดเข้าไปสู่ผืนระนาด”
สิ่งที่ผมรักคือดนตรี...และนั่นคือสิ่งที่ระนาด้า
ผมยิ้มด้วยความรู้สึกชนะ
โทรศัพท์ถูกตัดไป
ผมหันไปหาริน
“เห็นไหม? ง่ายนิดเดียวเอง”
รินเดินเข้ามาหาผม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ง่ายเหรอตฤณ? คุณเพิ่ง ขาย จิติญญาของคุณไปให้ใครก็ไม่รู้ที่กำลังเล่นกับความอยากของคุณ”
เธอเอามือจับที่กล่องระนาด
“คุณไม่รู้สึกถึงความเย็นนี่เหรอ? นี่มันไม่ใช่แค่ไม้...นี่มันเหมือน ก้อนน้ำแข็งที่มีชีวิต”
“นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องดนตรีโบราณต่างหาก ริน” ผมดึงมือเธอออกเบา ๆ
ผมไม่สนใจคำเตือนของเธออีกต่อไป
มือของผมแตะที่ฝาปิดกล่อง
ผมรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว...นี่คือ่เวลาที่รอคอย
ผมเปิดฝากล่องออกช้า ๆ
ผืนระนาดเอกโบราณเผยตัวออกมา
เนื้อไม้สีดำเข้ม มีรอยแตกเล็ก ๆ ที่ผ่านกาลเวลา
และมีลวดลายสลักเป็ ปีกนกที่ถูกหัก อย่างที่เล่าลือกัน
ทันทีที่แสงไฟกระทบผืนระนาด
ผมได้ยิน เสียง
ไม่ใช่เสียงดนตรี
แต่มันคือ เสียงสะท้อน ที่แ่เบา...เหมือนมีใครกำลังพึมพำจากที่ไกล ๆ
เสียงนั้นบอกผมว่า: "ในที่สุด...ฉันก็ได้คนเล่นใหม่"
ความเย็นะเืแล่นไปทั่วร่าง
ผมมองไปที่เม็ดระนาดทุกเม็ด
และผมเห็น เงา บาง ๆ ปรากฏขึ้นในเนื้อไม้
เป็เงาของ ใบหน้าคน
ใบหน้าของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน...และกำลัง ยิ้มให้ผม
ผมสะดุ้งถอยหลัง
รินกรีดร้องเบา ๆ และเอามือปิดปาก
“ตฤณ! คุณเห็น...เห็นไหม?!”
“เห็น...” ผมพูดเสียงเบา “นี่มัน...งานศิลปะ”
ผมโกหก
สิ่งที่ผมเห็น...ไม่ใช่แค่ศิลปะ
มันคือ ความจริง ที่ถูกผนึกไว้
ผมก้มลง หยิบไม้ระนาดคู่เก่าของผมขึ้นมา
มือของผมสั่น
ผมกำลังจะแตะ สุบรรณมรณะ เป็ครั้งแรก
สมบูรณ์แบบ...ฉันกำลังจะได้เสียงสมบูรณ์แบบ
ผมหลับตาลง และเคาะไม้ลงบนเม็ดระนาดแรก...
ดั่ง!
เสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงระนาด
มันคือเสียง แก้วแตก ที่บาดลึก...และตามมาด้วยเสียงร้องไห้ของเด็กที่แ่เบา
แต่ในเสียงร้องไห้นั้น...ผมกลับได้ยิน โน้ตเพลง ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต
(โปรดติดตามตอนต่อไป)