แก่นโลกได้ปล่อยคลื่นความร้อนจำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น แจ๊คไม่มีเวลาหลบหนีหรือทำอะไรได้นอกจากยอมรับชะตากรรม
ตูม ตูม
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
คลื่นความร้อนมาถึงตัวแจ๊ค ร่างกายแจ๊คได้ละลายอย่างรวดเร็วถึงแม้จะได้รับการอัพเกรดจากปลาลาวาจำนวนมาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าความร้อนของแก่นโลก
สิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันไร้ประโยชน์ ในช่วงเวลาที่แจ๊คกำลังจะกลายเป็นจุณ ความคิดของเขาอยู่ ๆ ได้นึกย้อนกลับไปตอนที่เป็นลืมตาครั้งแรกในวัยทารกต่อมาเป็นวัยเด็ก วัยเรียนและมาหนุ่มมหาลัยก่อนจะถูกดูดมาที่ต่างโลก เจอกับหู่เสวียครั้งแรก ออกผจญภัยในดาวดวงเคอเซอร์
เมื่อคิดดังนั้นแจ๊คก็หัวเราะออกมาอย่างไร้เสียง ก่อนจะถูกความร้อนอันมหาศาลเผาไหม้จนไม่เหลือซาก
.....
หู่เสวียที่อยู่ด้านบนเมฆได้ลืมตาขึ้น พร้อมกับมองตรงไปในประตูแก่นโลก ภายในดวงตาของหู่เสวียนั้นโศกเศร้า
บนท้องฟ้าได้มีใบหน้าของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ปรากฏขึ้น พร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่า ๆ แม้แต่เทพอย่างเธอก็ไม่สามารถต่อต้านความร้อนจากแก่นโลกได้แล้วผู้นำพาแห่งความมืดมดปลวกจะสามารถต่อต้านได้งั้นหรือ”
ทั่วทั้งดวงดาวเคอเซอร์ได้มีฝนตกทั่วดาว ฝนที่ตกลงมามีสีเขียว ฟ้า แดงสลับกันตก ฝนนั้นไม่ใช้ฝนธรรมดามันคือฝนอวยพรจากสวรรค์
ฝนสีเขียวช่วยทำให้ผู้คนอายุยืนถึง 20-30 ปี ฝนสีฟ้าช่วยเพิ่มพลังวิญญาณของผู้คน ฝนสีแดงช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่ไม่สามารถรักษาได้ตามปกติหรือพิษร้าย คำสาปต่าง ๆ
ราชาของแต่ละอาณาจักรรู้ว่าฝนพวกนี้คืออะไร อาณาจักรต่าง ๆ ได้สั่งให้ทายาทหรือทหาร ผู้อาวุโสหรือแม้แต่ตัวราชาเองก็ตากฝนอวยพรจากสวรรค์นี้เหมือนกัน
ราชาแต่ละอาณาจักรได้ใช้ให้ทหารทุกคนนำอาหารจากคลังมาแจกชาวบ้าน เจ้าเมืองและเจ้าของหมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน ทำให้ทุกคนภายในดวงดาวเคอเซอร์มีความสุขและเฉลิมฉลองกันทั่วดวงดาว
ผู้คนที่อยู่มาถึง 1000ปี จะรู้ว่าฝนนี้มีคุณสมบัติอย่างไร ครั้งล่าสุดที่ฝนตกคือตอนที่ผู้กล้าทั้ง 10 สามารถปิดผนึกปีศาจทั้งหมดที่มาบุกดวงดาวเคอเซอร์
ตอนนี้ฝนอวยพรแห่งสวรรค์ตกมาลง ทำให้ผู้คนพอจะเดาออกว่าภัยพิบัติตัวไหนตาย
สัตว์อสูรต่าง ๆ ต้นไม้ ใบหญ้าแม้แต่สมุนไพรบ้างชนิดที่ได้ตากฝนนี้เกิดการพัฒนาหรือกลายพันธุ์ ภายในหลุมหญ้าหนึ่งได้มีกระต่ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่
กระต่ายตัวนั้นยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ร่างกายของกระต่ายตัวนี้น่ากลัวมากเพราะมีบาดแผลจำนวนมากในร่างกาย ขนสีขาวได้หลุดเป็นจำนวนมากราวกับเป็นโรคติดต่อ
กระต่ายนั้นกำลังจะกินอะไรบางอย่างอยู่ หลังกระต่ายได้ยินเสียงฝนมันก็ตกใจและออกหลุมไปดูว่าด้านนอกนั้นมีอะไร
เนื้อที่กระต่ายกำลังกินอยู่นั้นคือ สิงโตลายดำ สิงโตลายดำเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้าย พวกสิงโตลายดำมีความรวดเร็วมาก และกรงเล็บของมันสามารถตะปบสัตว์อสูรระดับเดียวกันตายได้ในทีเดียว
แต่ตัวสิงโตลายดำนี้อาจจะเป็นลูกของสิงโตลายดำเพราะตัวยังเล็ก แต่สัตว์ป่าที่ดูไม่ได้เป็นอันตรายอย่างกระต่ายสามารถฆ่าลูกสิงโตลายดำได้
ไม่รู้ว่ากระต่ายตัวนี้โหดร้ายขนาดไหน กระต่ายมีดวงตาสีน้ำเงินกำลังจ้องมองฝนหลายสีที่กำลังจะตกลงมา บาดแผลที่ได้รับการจากต่อสู้มากมายเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว
ขนเริ่มงอกออกมาใหม่ ขนกระต่ายตัวนั้นยาวสลวยเงางามราวกับอัญมณีอันล้ำค่า อยู่ ๆ กระต่ายตัวนั้นได้คำรามและร้องไห้ขึ้น
เสียงคำรามของกระต่ายทำให้สัตว์อสูรรอบตัวนั้นได้แตกตื่น สัตว์อสูรต่าง ๆ กำลังรู้สึกสบายจากการตากฝนหลายสีนี้ เมื่อเสียงคำรามของกระต่ายทำให้พวกสัตว์อสูรจำนวนมากโกรธ
พวกมันวิ่งหรือกระโจนมาหากระต่ายอย่างรวดเร็วราวกับจะฆ่ากระต่ายเพื่อถวายต่อสวรรค์ที่ให้ฝนอวยพรแห่งสวรรค์นี้มา
กระต่ายร้องไห้และเห็นสัตว์อสูรวิ่งมาหาตนเองอย่างบ้าคลั่ง กระต่ายตัวนั้นไม่ได้มีหวาดกลัวภายในสายตาแม้แต่น้อย มันกระโดดไปหางู 2 หัวอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะใช้ปากที่มีฟันอันแหลมคม ฉีกกระชากงู 2 หัวขาดเป็น 2 ท่อน เป็นเพราะฝนอวยพรทำให้งู 2 หัวยังไม่ตายและร่างกายของมันเริ่มที่จะสมานตัว
งู 2 หัวขู่กระต่ายและกัดเข้าที่ขากระต่ายอย่างรุนแรง กระต่ายร้องด้วยความเจ็บปวด ขาที่ถูกกัดเริ่มมีสีม่วงขึ้น กระต่ายยกมือขั้นเผยให้เห็นกรงเล็บอันเล็ก ๆ
กระต่ายตวัดกรงเล็บตัวมันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเงา ในวินาทีต่อมาหัวงูทั้ง 2 หัวได้แยกเป็นชิ้น ๆ และตายลง
ฝนอวยพรแห่งสวรรค์สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ แต่ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ แผลงูกัดตรงขากระต่ายเริ่มหายดีเพราะฝนอวยพรแห่งสวรรค์
ไม่ทันที่กระต่ายจะได้พัก อยู่ ๆ กระต่ายถูกกระแทกอย่างรุนแรง กระต่ายกระอักเลือดและมองคนที่กระแทกตน มันคือกระทิงไฟ
กระทิงไฟมองกระต่ายอย่างหยิ่งผยองราวกับกระต่ายเป็นแค่อาหารของตนเท่านั้น กระต่ายตัวนี้ทำให้มันตกใจ เจ้ากระต่ายต้องชดใช้ด้วยความตาย ระหว่างที่กระต่ายกระเด็นอยู่กลางอากาศ
ด้านข้างของกระต่ายมีเงาสีดำปรากฏขึ้น เงาสีดำนั้นวิ่งตามกระต่ายที่อยู่กลางอากาศและพุ่งกระโจนเข้ามาโจมตีอย่างรวดเร็ว
กระต่ายเห็นกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่กำลังจะบดขยี้หัวตน กระต่ายหมุนตัวกลางอากาศเพื่อหลบกรงเล็บนั้น ก่อนจะมองว่าใครเป็นเจ้าของกรงเล็บ
พอกระต่ายเห็นเจ้าของกรงเล็บก็ตกตะลึงเพราะมันคือสิงโตลายดำ ที่เป็นพ่อของสิงโตลายดำที่ถูกกระต่ายกินเข้าไป สิงโตลายดำนั้นมองกระต่ายก่อนพูดขึ้น
“เจ้าใช่ไหมที่ฆ่าลูกชายของข้า”
กระต่ายกระอักเลือดคำโตพร้อมกับพยายามทรงตัว การโดนกระทิงไฟขวิดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อวัยวะภายในกระต่ายเสียหายถ้าไม่ใช้ช่วงเวลาฝนอวยพรแห่งสวรรค์ตกอยู่
กระต่ายอาจจะตายไปแล้วก็ได้ กระต่ายไม่ได้ตอบสิงโตลายดำหันไปมองรอบ ๆ พบว่ามีดวงตาสีแดงอีกหลายกำลังจ้องมองตน
กระต่ายเห็นดังนั้นไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัว แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสู้ตาย ก่อนกระโดดไปหาสิงโตลายดำ
สิงโตลายดำเห็นกระต่ายไม่หวาดกลัวตนและยังโจมตีเข้ามาด้วย จึงเสียหน้าพร้อมกับกระโจนไปทางกระต่าย
“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย”
ผู้คนในดวงดาวเคอเซอร์ไม่คิดหรอกว่าวันนี้เป็นวันดีที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองกันอยู่นั้น แต่ภายในป่านี้ได้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น
กระต่ายตัวนั้นคือกระต่ายที่แจ๊คไปเจอตอนที่กำลังจะไปเมืองบาซ่า ไม่มีใครคิดว่ากระต่ายป่าตัวน้อยที่แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถฆ่าได้จะเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้
หลังจากที่แจ๊คไป และหลงเหลือแต่ซากหมาป่าสายลม เจ้ากระต่ายตัวนี้ได้กินซากศพหมาป่าสายลมทั้งหมดและมันไม่ได้กินแค่ซากศพหมาป่าสายลมเท่านั้น
แต่มีเลือดของแจ๊คอีก ตอนแรกหลังจากที่กระต่ายกินซากศพหมาป่าสายลมเข้าไปจึงเกิดการกลายพันธุ์ครั้งที่หนึ่ง แต่การกลายพันธุ์ของกระต่ายตัวนั้นก็ยังไม่สามารถฆ่าสัตว์อสูรตัวที่อ่อนแอสุดไม่ได้
ทำให้มันต้องกินพืชผลไม้ต่อไป แต่มีการกลายพันธุ์ครั้งต่อไปเป็นการกลายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะว่าเลือดของแจ๊คเริ่มมีชีวิต แต่เลือดแจ๊คตอนที่กระต่ายกินเข้าไปตอนนั้นยังไม่มีชีวิต
เลือดของแจ๊คได้ผสมผสานเข้ากับร่างกายของกระต่าย แต่กระต่ายได้รับพลังบางอย่างหนึ่งและไม่ได้ตกเป็นทาสของแจ๊คอีกด้วย
หลังจากนั้นกระต่ายได้มีสายสัมพันธ์บางอย่างกับแจ๊ค แต่แจ๊คไม่รู้ตัว หลังจากที่แจ๊คตายทำให้กระต่ายเกิดอาการบ้าคลั่ง
ภายในภูเขาที่ต้นไม้เรียงเป็นทางเดิน ใต้ต้นไม้มีดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา นกน้อยใหญ่ได้ร้องเพลงอย่างไพเราะเสนาะหู
หลังจากฝนอวยพรแห่งสวรรค์ได้ตกลงมาทำให้ต้นไม้เรืองแสง ดอกไม้ใต้ล่างเคลื่อนไหวไปมาราวกับเต้นระบำ สัตว์ป่าตามต้นไม้ได้ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ
ตรงทางเดินนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่ง มีผมสีแดงราวกับเปลวเพลิง ดวงตาสีแดงที่ทำให้คนจ้องมองต้องหวาดกลัว รูปร่างสูงใหญ่กำยำ สวมชุดสีขาวทอง มีตราแสงที่มีปีก 10 ข้างหรือ 20 ปีก
ชายหนุ่มคนนั้นเห็นฝนอวยพรแห่งสวรรค์ก็รู้สึกโศกเศร้าก่อนจะร้องไห้ตามสายฝนที่กำลังจะตกลงมา
“พ่อ-----”
ด้านหลังชายหนุ่มผมแดงมีชายแก่ที่ดูท่ากำลังจะตาย ได้เดินมาหาชายหนุ่มผมแดงแล้วพูดขึ้นว่า
“บัด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานายได้เรียนรู้หลายอย่างเพิ่มเติมมาก นอกจากความดีที่นายได้ทำและนายก็รู้สึกสบายที่ได้ทำความดี ทำไมนายยังคิดถึงผู้นำพาแห่งความมืดนั้นอีก ผู้นำพาแห่งความมืดแค่จะใช้นายเป็นหุ่นเชิดทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเท่านั้น พอนายหมดประโยชน์เขาก็ทิ้งนายเหมือนอย่างตอนนั้น”
เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ที่ชายหนุ่มท่าทางแข็งแกร่งคนนั้นคือ บัดที่แจ๊คได้เลือกเป็นผู้ร่วงหล่น ด้านหลังบัดคืออูหลิน อูหลินได้ทำให้บัดสลบพร้อมกับนำบัดกลับมาที่ศาสนาแห่งแสง
บัดตื่นขึ้นมาพบว่าแขนขาถูกมัดด้วยโซแสง บัดไม่สามารถหนีหรือต่อสู้ได้ อูหลินเข้ามาหาบัดในวันแรกที่บัดตื่นพร้อมกับเสนอให้บัดเข้าร่วมกับศาสนาแห่งแสง
หลังจากเดินทางได้ไม่นานบัดรู้ว่าศาสนาแห่งแสงเป็นองค์กรใหญ่ที่สุดในดวงดาวเคอเซอร์ บัดยังรู้อีกว่าปีศาจกับศาสนาแห่งแสงไม่ถูกกันและพ่อของเขาผู้นำพาแห่งความมืดอยู่ฝ่ายปีศาจ
ต่อให้ตายยังไงบัดก็ไม่เข้าร่วมกับศาสนาแห่งแสง หลังผ่านไปหลายวัน บัดคิดว่าจะฆ่าตัวตายดีกว่าต่อสู้กับพ่อตนเอง ในระหว่างที่บัดกำลังจะฆ่าตัวตาย อูหลินได้โผล่ขึ้นพร้อมกับเล่าถึงตำนานผู้นำพาแห่งความมืดให้ฟังว่าชั่วร้ายขนาดไหน
บัดที่ฟังตอนแรกนั้นไม่เชื่อว่าพ่อตนจะชั่วร้ายถึงขนาดนั้น แต่อูหลินเสนอว่าทำไมเจ้าไม่มีชีวิตดูความชั่วร้ายของผู้นำพาแห่งความมืดละ บัดกับอูหลินได้พนันกันว่าถ้าผู้นำพาแห่งความมืดชั่วร้ายให้บัดมาเป็นลูกศิษย์ตน ถ้าผู้นำพาแห่งความมืดไม่ชั่วร้ายอูหลินจะมอบทุกสิ่งอย่างให้กับบัด
ด้วยความที่บัดอ่อนต่อโลกทำให้ตกลง หลังตกลงอูหลินให้บัดมาเป็นผู้ช่วยตนพร้อมกับให้ทรัพยากรศาสนาแห่งแสงกับบัดเป็นจำนวนมากพร้อมพาบัดไปทำความดีต่าง ๆ
อูหลินไมได้สนใจการพนันนั้นอยู่แล้ว หลังจากที่บัดมาเป็นผู้ช่วยกันก็เท่ากับว่าบัดเป็นลูกศิษย์ของตนเช่นกัน ส่วนให้ทุกสิ่งอย่างตอนนี้อูหลินก็ให้ทุกสิ่งอย่างที่ตนสามารถหามาได้ให้กับบัด
บัดเดินบนเส้นทางโลหิต ระดับนักรบก่อตั้ง บัดมีพลังมากมายพ่อของตนเองอีก บัดร้องไห้พร้อมตอบกลับไปว่า
“ไม่พ่อไม่ได้ทิ้งฉันและฉันไม่เชื่อว่าพ่อเป็นคนชั่วร้าย”
อูหลินถอนหายใจ แต่ไม่ว่าผู้นำพาแห่งความมืดเป็นคนเป็นชั่วหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงแล้วเพราะผู้นำพาแห่งความมืดได้ตายลง อูหลินมองฝนอวยพรแห่งสวรรค์ที่กำลังตากอยู่
“น่าคิดถึงมาก ฝนอวยพรแห่งสวรรค์”
.......
หู่เสวียเห็นเจตนารมณ์แห่งสวรรค์หัวเราะและใช้พลังดวงดาวเปลี่ยนเป็นของเหลวและทำเป็นฝน ตกไปทั่วดวงดาวเพื่อเฉลิมฉลอง
“นายคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วหรือ”
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................