ตอนที่ 19: เ้าสำนัก
บนหน้าผาในเขตหวงห้าม เห็นละอองแสงเล็กๆ คล้ายหิ่งห้อยแต่เล็กกว่า ค่อยๆ ลอยลงมาเรื่อยตามแรงโน้มถ่วงและกระแสลม ลอยขึ้นบ้าง ม้วนตัวบ้างหมุนบ้าง จนมากระทบแง่งหินเล็กๆ จนเกิดรอยร้าว
ภาพในฝันฤทธา ฤทธาเห็นตัวเองกำลังหล่นจากหน้าผา!! ฤทธารู้สึกผวา เหมือนใจหล่นวูบ
ฤทธาลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ในกระท่อมหลังเล็กๆ กลิ่นไม้ไผ่อ่อนๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ
เมื่อมองสำรวจไปรอบๆ ก็พบว่ากระท่อมนี้สร้างจากไม้ไผ่ทั้งหลัง ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่สะอาดและเป็ระเบียบ ขณะนั้นเอง เขาได้ยินเสียงสนทนาดังขึ้นจากห้องถัดไป
"จากรายงานที่สามทวีปส่งมา คาดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจเกิดวิกฤตแพทย์โอสถ และความ้าโอสถที่แนวหน้าก็เพิ่มขึ้นทุกที ควรทำอย่างไรดีขอรับ?"
เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ฤทธาฟังแล้วพอจะเดาได้ว่าเป็เสียงของท่านรองเ้าสำนักหานเย่ว
"ออกหนังสือลับไป ให้ภาคีแพทย์โอสถ ทยอยเอาโอสถระดับสูงออกจากตลาดภายในหนึ่งปี และให้แอบกว้านซื้อเก็บไว้ ให้คนที่อยู่ในราชสำนักซื้อจากพวกราชวงศ์และขุนนางเท่าที่ทำได้ เราจะใช้วิกฤตที่จะเกิดขึ้น เป็โอกาสในการยกระดับแพทย์โอสถในอีกสองปี จากที่พวกเขาถูกมองข้ามมานาน และั้แ่นี้ไปให้ทุกสำนักเพิ่มรางวัลและสวัสดิการให้กับศิษย์แพทย์โอสถ"
เสียงชายชราตอบกลับมาอย่างมั่นคงและสุขุม
ก่อนที่ฤทธาจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก
"ตื่นแล้วก็ลุกมาเถอะ เ้าหนู"
ฤทธารู้ตัวทันทีว่าชายชราพูดกับเขา จึงรีบลุกขึ้นและเดินออกจากห้อง
เมื่อเข้ามาในห้องโถง เขาเห็นชายชราผู้หนึ่งที่เขาคุ้นเคยนั่งอยู่บนเสื่อ พร้อมกับรองเ้าสำนัก ฤทธารีบประสานมือคารวะ
"คารวะท่านเ้าสำนัก และท่านรองเ้าสำนัก"
เ้าสำนักที่เขาเพิ่งคารวะไป คือลุงไป๋ผู้ดูแลสวนที่เขาคุยด้วยบ่อยๆ คนนั้นนั่นเอง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าหนูนี่ไม่ธรรมดา"
ท่านรองเ้าสำนักหัวเราะอย่างพอใจ ขณะที่เ้าสำนักเพียงแค่ยิ้มมุมปาก
"เ้าไปจัดการธุระเถอะ"
เ้าสำนักบอกกับรองเ้าสำนัก อีกฝ่ายประสานมือและเดินออกจากเรือนไป
"เป็อย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง?"
เ้าสำนักถามฤทธา
"ไม่เจ็บตรงไหนเลยครับ แถมรู้สึกว่าหลับสนิทดีมากครับ"
ฤทธาตอบตามตรง
"เ้าใช้ร่างกายหนักเกินไป ใช้ความคิดมากเกินไป ตอนนี้ร่างกายและจิตใจของเ้ามัน้าพัก เ้าขาดผู้ชี้นำ จึงไม่รู้ว่าจะจัดการกับสิ่งที่อยากรู้อยากเรียนอย่างไร เอาอย่างนี้ หากเ้ายินดีเป็ศิษย์ของข้า ข้าจะคอยแนะนำให้ คนอื่นคงแนะแนวให้เ้าเข้าใจในสิ่งที่เ้าอยากเรียนรู้มากมายลำบาก เ้าคิดอย่างไร?"
ฤทธาตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ โชควาสนาเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง เขารีบคุกเข่าลงทันที
"ศิษย์ขอคารวะท่านอาจารย์ ข้ายินดีมากครับ!"
ฤทธายังรู้สึกตื่นเต้นอยู่
เ้าสำนักพยักหน้าอย่างพอใจ
"ภารกิจแรกของเ้าคือ ในสองวันนี้ห้ามฝึก ห้ามอ่าน ให้นั่งบ่มเพาะและใช้ความคิด ดูดซับสิ่งที่ฝึกฝนและเรียนรู้มาทั้งหมด"
เ้าสำนักพูดขณะลุกไปที่เตาหลอมยา
“พยายามเข้าใจธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น ธรรมชาติของมนุษย์ ทำไมมนุษย์ตื่น่กลางวันและนอนตอนกลางคืน เ้ารู้ตำรับยาต่างๆ มากมาย ตำรับนั้นต้องผสมอันนั้นอันนี้ แต่เ้าเคยคิดถึงเหตุผลมั้ย ว่าเพราะอะไร ยาตำรับนี้ต้องผสมสามสิ่งนี้ แล้วทำไมต้องใส่อันนั้นก่อน อันนี้หลัง เ้าลองนั่งพิจารณาดู รวมถึงคำสอนต่างๆ ที่พ่อแม่สอน ว่าทำไมเขาถึงสอนเราอย่างนั้น เพราะอะไรกัน ลองนั่งพิจารณาดูนะ”
เ้าสำนักบอกฤทธา
ฤทธารับคำและเริ่มปฏิบัติตาม เขานั่งสมาธิบ่มเพาะพลังในกระท่อม และด้วยความสงบนิ่งนี้เอง เขาเริ่มคิด
“ทำไมมนุษย์ถึงตื่นใน่กลางวันและพักผ่อนใน่กลางคืน”
เขาเริ่มคิดถึงเื่ธรรมชาติของมนุษย์ และสิ่งที่พบเห็นมาั้แ่เด็กจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ก็ตื่นตอนกลางวันและนอนตอนกลางคืน เป็อย่างนี้มาั้แ่โบราณ และอนาคตก็จะเป็เช่นนี้ต่อไป มันคือกลไกธรรมชาติของมนุษย์ มีทำงานมีพักผ่อน ยิ่งใช้ร่างกายก็ยิ่งแข็งแรง ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องพักผ่อนให้สมดุลกัน
“ที่ผ่านมา บางวันข้านั่งบ่มเพาะถึงเช้า ถึงมันจะเหมือนการนอนหลับและไม่รู้สึกง่วงหรือเพลีย แต่มันก็ไม่ใช่การนอนพักผ่อนจริงๆ”
ในขณะที่ฤทธากำลังอยู่ในภวังคจิตสมาธิ คำที่แม่เขาพูดติดปากบ่อยๆ ก็ผุดขึ้นมา
“ลูกกำลังเติบโต ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่ามัวแต่อ่านหนังสือจนดึก”
ท่านแม่ก็ว่าข้าบ่อยๆ ตอนข้าอ่านหนังสือติดพันจนดึกดื่น
อาจารย์ก็อยากให้ข้าพัก เพราะตอนนี้ข้ากำลังเสียสมดุลสินะ
ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้จะเกิดผลเสียอะไรบ้างก็ไม่รู้
หนึ่งปีที่ผ่านมานี่ข้าเรียนรู้แค่ว่าร่างกายนั้นยิ่งฝึกยิ่งแกร่ง พลังปราณยิ่งใช้หมดไปเมื่อเพิ่มระดับขั้นแล้วจะใช้ได้มากขึ้น ร่างกายยิ่งาเ็ก็ยิ่งแข็งแกร่งและฟื้นตัวเร็วขึ้น ข้าเอาแต่ฝึกมากเกินไป หลังจากนี้ถึงเวลาพักข้าจะต้องพัก วันหยุดข้าจะหยุดฝึกและผ่อนคลายบ้าง ถ้ามันสมดุลการพัฒนาของข้าอาจจะเร็วขึ้นกว่าเก่าก็ได้ แทนที่ข้าจะเร่งฝึกอย่างเดียว
“สมดุลสินะความสมดุล ความพอดี”
จู่ๆ สิ่งที่เ้าสำนักพูดกับเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว
“เ้ารู้ตำรับยาต่างๆ มากมาย ตำรับนั้นต้องผสมอันนั้นอันนี้ แต่เ้าเคยคิดถึงเหตุผลมั้ย ว่าเพราะอะไร ยาตำรับนี้ต้องผสมสามสิ่งนี้ แล้วทำไมต้องใส่อันนั้นก่อน อันนี้หลัง เ้าลองนั่งพิจารณาดู”
“นั่นสิ ข้ารู้ตำรับยามากมายตอนนี้ และทำตามตำราทั้งหมดว่าอะไรใส่ก่อนใส่หลังใส่ตอนไหน ตำราบอกหมดข้าแค่จำมันให้ได้ จำสรรพคุณและการใช้งานให้ได้ แต่ไม่เคยคิดถึงเหตุผลเลย ว่าทำไมต้องใส่อันนี้ก่อนตอนอุณหภูมิเท่านี้ ทำไมต้องรอใส่อันนี้ทีหลังตอน่เวลานี้เวลานั้น”
นั่นสินะทำไม เพราะอะไร มีเหตุผลอะไรถึงต้องทำแบบนั้น
แล้วภาพตอนเขาเด็กๆ ที่นั่งดูแม่เขากำลังหลอมยาก็ผุดขึ้นมา
“ฤทธาลูกรู้มั้ย หญ้าิญญานี่เป็ยาสารพัดประโยชน์เลยนะ ลูกต้องจำหญ้านี่ไว้ให้ดีนะ หญ้านี้ใช้ทำยาช่วยรักษาแผลได้ดีมาก ทำได้ทั้งยาทายากิน ถ้ามีคนได้รับาเ็มีแผลเืไหล จวนตัวจริงๆ ไม่มีอุปกรณ์ทำยา ลูกก็เอาหญ้านี่ใช้หินทุบๆ โปะไปที่แผลก็ช่วยได้ แล้วตอนหลอมยา ที่เราต้องบดๆ ทุบๆ หรือสับให้ละเอียดก่อนแล้วใส่ลงไปอันดับแรกเลยเพราะว่า เรา้าให้มันละลายเป็เนื้อเดียวกับน้ำ แล้วค่อยใส่โสมเซียนหรั๋นตามลงไป ตอนหญ้าิญญาละลายหมดแล้ว และน้ำกำลังเดือดๆ เพราะกากใยของโสมจะละลายพอดีกับความเหนียว ก่อนเราจะใส่ผงรากฝานซีตามลงไป เพื่อให้มันเกาะตัวเป็ก้อนพอดี แต่ถ้าลูกใส่ทุกอย่างลงไปพร้อมกันหมด ลูกจะได้แค่น้ำซุปบำรุงที่มีกลิ่นเหม็นไหม้แทน”
ฤทธากำลังคิดถึงสิ่งที่แม่บอก
“คุณลักษณะสินะ คุณลักษณะของสมุนไพรแต่ละชนิด เพราะมีตำรับยาที่บอกส่วนผสมและวิธีปรุงมาให้แล้ว เราจึงลืม และมองข้ามคุณลักษณะของสมุนไพรแต่ละชนิดไปเลย”
หลังจากนั้น ฤทธาก็คิดถึงเื่ราวที่พ่อแม่เขาสอนหลายเื่ราว จนทำให้เขาเกิดความเข้าใจอะไรใหม่ๆ
เขาทบทวนเกี่ยวกับการฝึก และสำรวจร่างกาย นึกถึงั้แ่เริ่มฝึกถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับพลังปราณและปราณิญญาของตน
จนผ่านไปสองวัน พลังภายในของเขาไหลเวียนได้ดีขึ้น และในที่สุด เขาก็ทะลวงไปอีกขั้นได้อย่างไม่คาดคิด
เช้าวันที่สามที่กระท่อมไม้ไผ่
รองเ้าสำนักมารายงานเื่ที่เ้าสำนักมอบหมาย เขาถึงกับใ เมื่อได้รับข่าวว่าเ้าสำนักรับศิษย์สายตรงอีกครั้ง ในรอบหลายสิบปี
เ้าสำนักได้นำป้ายหยกฤทธามาสลักด้านหลังว่าไป๋ิ
แต่ฤทธาหนักใจแล้วสอบถามอาจารย์เขา
“อาจารย์ครับท่านพอทำให้มัน..”
เขาถามไม่ทันจบเ้าสำนักก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงศิษย์ทุกคนจะเห็นว่ามันเหมือนป้ายปรกติทั่วไป”
เ้าสำนักบอกเหมือนรู้ความคิดฤทธา
“อาจารย์ครับข้าขอเลี้ยงแมวได้มั้ยครับ มันเป็สัตว์ิญญา”
ฤทธาขออนุญาตในสิ่งที่อยากขอมานาน เขาลังเลหลายครั้งที่จะขอกับรองเ้าสำนัก
“ได้สิ เดี๋ยวเ้าเอาจดหมายนี่ไปลงทะเบียนภารกิจของเ้า แล้วก็อนุญาตให้เ้าฝึกที่หน้าผาได้”
เ้าสำนักบอกพร้อมยื่นจดหมายให้ฤทธา
และแล้วภารกิจใหม่ของเขาก็มาถึง...
ฤทธาหายใจลึก ก่อนจะพยักหน้ารับ
เขารู้ว่าภารกิจคงไม่ง่าย แต่เขาพร้อมจะทุ่มเทสุดกำลัง!
ก่อนออกจากบ้านไผ่ ฤทธาเหลือบไปเห็นหนังสือในชั้นวาง เขาก็สนใจ
“เ้าสนใจรึ เอาไปอ่านสิข้าให้”
เ้าสำนักใช้ปราณ หนังสือลอยมาอยู่หน้าฤทธา
ฤทธามองที่หน้าปก
“ตำราประวัติศาสตร์สำนักเย่วจี”
จบตอน19.