พาร์ทของรุกข์
ผมชื่อนายปาทป หรือจะให้เรียกแบบเต็มยศก็คือพันตำรวจตรีปาทป เป็ลูกชายคนเล็กของบ้านปรัชญานนทกุล มีพี่ชายเพียงคนเดียวชื่อพันตำรวจโทบรรพต แต่ถ้าสืบสาวไปถึงผู้ยิ่งใหญ่ของบ้านก็จะรู้ว่าผู้ชายบ้านนี้จบจากสถาบันเดียวกันและอยู่ในสายงานเดียวกัน พลตำรวจตรีสุบรรณ ปรัชญานนทกุล เอาเป็ว่าเพลาเื่ยศลงก่อนที่จะปวดหัวกันไปมากกว่านี้
เรามีกันสองพี่น้องซึ่งอายุห่างกันไม่กี่ปี แต่อุปนิสัยของเราแตกต่างกันมากจนหลายคนไม่มั่นใจว่าเราเป็พี่น้องกัน ซึ่งคุณแม่เองก็เป็หนึ่งในนั้น พยาบาลคนสวยหัวหน้าแผนกเวชปฏิบัติครอบครัวนามว่าคุณกุสุมาลย์ผู้มากับรอยยิ้มสดใสร่าเริงไม่ต่างกับเด็กสาววัยแรกแย้มมักจะจับแก้มผมให้ยกขึ้นเพื่อดึงมุมปากให้ยิ้มแทบทุกครั้งที่เจอหน้า เอาจริงๆ ทุกคนในบ้านยิ้มง่ายและคุยสนุกยกเว้นอยู่คนเดียว ลองทายกันนะครับว่าใคร ... ไอ้รุกข์เอง
พ่อถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นายตำรวจระดับผู้กำกับแต่พอกลับมาบ้านทีไรก็จะกลายร่างเป็คุณตาจอมเห่อหลานไปในทันที เรามักไม่คุยกันเื่งานที่บ้านซักเท่าไหร่เพราะอาจเป็การเปิดเผยความลับของทางราชการซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่บางครั้งเื่ที่หนักและคิดไม่ตกผมก็มักจะแอบไปเรียนถามเป็การส่วนตัว แล้วก็มักจะได้แิดีๆ กลับมาทุกครั้ง พ่อจะไม่เคยบอกว่าต้องทำยังไงแต่จะให้ผมลองเสนอแนวทางและวิเคราะห์ความน่าจะเป็ เหตุและผลที่จะตามมา
แม่ถึงจะได้ชื่อว่าเป็หัวหน้าแผนกเวชปฏิบัติครอบครัวของโรงพยาบาลซึ่งว่ากันว่าเนี๊ยบสุดในบรรดาหัวหน้าแผนกทั้งหมด แต่เมื่อได้ถอดหมวกขาวแถบดำออกล่ะก็ ชีจะกลายเป็คุณแม่บ้านผู้เจนจัดในการทำอาหารและจัดการเื่ในบ้านเป็ที่สุด อันไหนดีอันไหนอร่อยจัดหามาให้โดยไม่ต้องร้องขอ แต่ถ้าอันไหนทำแล้วกินไม่หมดก็กลายเป็ผมกับพี่ชายต้องจัดการให้หมดถ้าไม่อยากร้องไห้ ซึ่งนี่ก็อาจเป็สาเหตุนึงที่ผมต้องหักโหมออกกำลังกายกันแบบเอาเป็เอาตาย
พี่ชายสุดที่รักเพียงหนึ่งเดียวของผม พี่ภูจอมกะล่อนเ้าคารมเปลี่ยนสาวเป็รายอาทิตย์ จริงๆ จะบอกว่ารายวันมันก็จะดูเหมือนพี่ผมเหี้ยไปหน่อย ซึ่งนั่นมันคือเมื่อก่อน ตอนนี้เสือร้ายกลับกลายมาเป็ลูกแมวเหมียวผู้ยอมสยบภายใต้อุ้งมือของพยาบาลสาวสวยแผนกฉุกเฉินอย่างพี่ดา ผู้สวยเพียบพร้อมไปซะทุกอย่างจนไปเตะตาแม่ผมเข้าจนได้ งานนี้โต้โผเรือใหญ่อย่างคุณกุสุมาลย์ก็จัดให้พี่ภูจนแบบแทบน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง เพราะพี่สะใภ้ผมแม่งโคตรเฟอร์เฟ็คทุกอย่าง สวย รวย ใจดี อบอุ่น แม่บ้านแม่เรือน และข้อสุดท้าย โหด!
พี่สะใภ้คนสวยผู้จะก้าวขึ้นมาเป็รองหัวหน้าแผนกผู้ป่วยฉุกเฉินในอีกไม่กี่พี่ พี่วนิดาผู้บอบบางร่างเล็กหากใครมองเผินๆ เธอก็คือผู้หญิงสวย ยิ้มหวาน กิริยาอ่อนช้อยงดงาม หากแต่ยามใดที่ได้สวมใส่ชุดขาวและประดับศีรษะด้วยหมวกขาวแถบดำล่ะก็ ทำอะไรรวดเร็วจนใครก็แทบตามไม่ทัน เห็นตัวเล็กๆ แบบนั้นนะเวลากดหน้าอกทำ CPR พี่แกแรงดีไม่มีตกเลยขอบอก
ปิดท้ายด้วยเ้าตัวเล็กของบ้าน ยายสกายลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพี่ภูและพี่ดา หลานสาวสุดที่รักของคุณสุบรรณและคุณกุสุมาลย์ เด็กหญิงวัยหกขวบผู้มาพร้อมกับพลังงานอันเหลือล้นที่ไม่สามารถระบุชนิดและยี่ห้อที่บรรจุอยู่ในร่างอวบนี้ได้
ปากชมพูและแก้มป่องๆ จะเอ่ยถามทุกครั้งเมื่อเกิดข้อสงสัยกับหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว ซึ่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าเ้าตัวเล็กจะสงสัยวันละไม่กี่ข้อ แต่นี่เดินผ่านอะไรก็มีคำถามไปซะหมด
เกือบลืมไป ยังเหลือผมอีกคนไอ้รุกข์ลูกชายคนเล็กผู้มีนิสัยตรงข้ามกับพี่ชาย ไม่เหมือนพ่อไม่คล้ายแม่ แว่วๆ ว่าเหมือนคุณปู่ที่เสียไปแล้ว ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย การจราจรแออัด ผู้คนพลุกพล่าน ชอบนั่งอ่านหนังสือคนเดียวหรือไม่ก็ฝังตัวที่ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ บางทีก็ไปนอนเงียบๆ คนเดียวที่ชายหาดก็มี ด้วยบุคลิกแบบนี้มันเลยทำให้ผมชอบอยู่คนเดียวไม่ชอบสุงสิงกับใครนอกจากไอ้ต่อ คุณกุสุมาลย์ไปเจอสาวๆ พยาบาลคนไหนถูกใจก็พยายามเต๊าะมาให้ซึ่งก็ผิดหวังไปซะทุกราย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ละความพยายามเวลามีเด็กจบใหม่คุณหัวหน้าแผนกก็จะไปแอบถ่ายรูปและสืบโปรไฟล์มาให้และนำเสนอทุกที ผลลัพธ์ก็คือ.....ไม่สำเร็จซักราย
“อารุกข์สวัสดีค่ะ วันนี้มีขนมมาฝากน้องสกายไหมเอ่ย?”
เด็กหญิงร่างอวบเอ่ยทักทายเมื่อผมสะพายเป้เดินเข้าบ้าน
“วันนี้มีของโปรดเด็กอ้วนด้วยนะ”
ผมล้วงหาขนมที่แวะซื้อจากกระเป๋า
“เพื่อนๆ บอกว่าเด็กอ้วนเป็เด็กน่ารัก งั้นอารุกข์ก็กำลังบอกว่าน้องสกายน่ารักใช่ไหมคะ?”
ดวงตากลมโตจ้องมองผมก่อนจะเริ่มไปสนใจบางอย่างที่อยู่ในมือ
“ว้าว ไข่ของเล่น ขอบคุณค่ะ”
เด็กหญิงพนมมือไหว้พร้อมกับถอนสายบัว ผมถึงกับยิ้มกว้างกับสิ่งที่เห็น
“วันนี้ผีเข้ารึไงถึงได้ยิ้มออกมาได้?”
โห การยิ้มของผมมันเหมือนปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากขนาดนั้นเลยเหรอคุณกุสุมาลย์
“ผีที่ไหนคะคุณย่า น้องสกายกลัวผี”
เด็กอ้วนรีบวิ่งมาดึงกางเกงและกอดขาผมเอาไว้
“ทักซะต้องรีบหุบยิ้มเลยนะครับ”
ผมยกมือไหว้ผู้เป็แม่ ก่อนจะส่งยิ้มกว้างอีกรอบ
“ไปอารมณ์ดีมาจากไหนคะคุณสารวัตร?”
นิ้วมือสวยชี้มาด้วยความอยากรู้
“ไม่มีผีหรอกครับน้องสกาย มานี่มาเดี๋ยวอาช่วยแกะ”
มือใหญ่ลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยกิ๊บอย่างเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงกับพื้นช้า ๆ
“อ้าว ตารุกข์นั่งอย่างกับเด็กๆ เลย”
“งั้นน้องสกายกินขนมรอ อารุกข์ประกอบตุ๊กตานะคะ”
เด็กหญิงนั่งลงบนตักอย่างอารมณ์ดีในขณะที่ผมแกะไข่ออกเป็แล้วส่งส่วนที่เป็ขนมให้
“ไหนย่าช่วยประกอบอีกคน”
คุณย่าคนสวยนั่งแหมะลงกับพื้นพร้อมกับจ้องมองของเล่นที่ผมกำลังแกะ
“ไหนบอกผมนั่งอย่างกับเด็กๆ ไงครับ”
ผมเลิกคิ้วถามพร้อมกับส่งยิ้มให้
“นั่นไง แม่ว่าเราต้องเจอคนที่ใช่แล้วแน่ๆ ถึงได้ยิ้มเรี่ยราดแบบนี้”
ดวงตาคมจ้องมองผมไม่กะพริบ
“ไอ้รุกข์มันยิ้มนะแม่ไม่ใช่ขี้ ขี้เรี่ยราด!”
พี่ชายตัวดีเดินมาร่วมวงสนทนาก่อนจะนั่งลงอีกคน
“เมียไม่อยู่ละหงอยจนต้องหาคนคุยเลยนะสารวัตรภู”
ผมยื่นตุ๊กตาให้พี่ชายก่อนจะยื่นสติ๊กเกอร์ให้แม่
“งานละเอียดเกินจะเป็ของเล่นเด็กจริง ๆ”
“ไหนเอามานี่ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”
ท่านผู้กำกับนั่งลงกับพื้นอีกคน กลายเป็ว่าตอนนี้สมาชิกในบ้านมาตั้งวงประกอบของเล่นให้เด็กอ้วนกันบนพื้นทั้งที่โซฟาก็อยู่ไม่ไกล นี่ล่ะครับคนบ้านปรัชญานนทกุล กินง่าย อยู่ง่าย นั่งก็ง่าย
“ไงไอ้สารวัตรรุกข์ วันนี้เป็ไงมั่งวะ?”
พี่ภูทิ้งตัวลงนอนบนเตียงผม ก่อนจะขยี้หัวด้วยความหมั่นไส้
“มีคนประหลาดโผล่เข้ามาตอนกูปฏิบัติภารกิจอยู่ว่ะ”
ผมวางมือถือก่อนจะพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
“ประหลาดยังไงวะ?”
“ตัวสูงโปร่ง สวมหมวกดำแมสดำเอาจริงๆ แม่งดำั้แ่กบาลจรดส้นตีนนั่นแหละ”
ผมยังพูดไม่จบมันก็รีบพูดแทรก
“คนร้ายก็ชอบแต่งตัวแบบนี้ป่าววะ ประหลาดตรงไหน?”
“มันมาช่วยกูไง ทำอย่างกะเป็ฮีโร่”
พี่ชายตัวแสบลุกขึ้นนั่งข้างๆ ด้วยความสนใจ
“แล้วไงต่อวะ?”
“มันจับคนร้ายโยนมาให้ แล้วแม่งก็คุยอะไรไม่รู้กูก็ไม่เข้าใจ”
ผมไม่รู้ตัวเลยว่ามุมปากทั้งสองข้างกำลังยกขึ้นทีละน้อย แต่พี่ผมมันรู้ครับ แหงสิก็จ้องกันซะขนาดนั้น
“มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่”
“ตัวไอ้หมอนั่นมีกลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคยว่ะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่ไหม”
ไอ้รุกข์ยิ้มออกมาจนได้ พี่แม่งนึกสนุกเอานิ้วมาจิ้มแก้มผมเล่น
“มิน่ามึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ว่าเบาะแสแค่นี้มันจะเพียงพอเหรอวะ?”
เราสองคนไม่เคยมีเื่อะไรปิดบังกัน เขาไม่เคยกล่าวหาว่าผมเหลวไหลปั้นน้ำเป็ตัวเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามเมื่อพูดเื่นี้ทีไรเป็อันต้องทิ้งทุกอย่างแล้วมานั่งฟังอย่างตั้งใจทุกครั้งและนั่นเป็สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กคนนึงรู้สึกว่ามีคนที่พร้อมจะเข้าใจและอยู่เคียงข้างเสมอ
“ตอนเย็นกูเดินเบียดกับเด็กคนนึงที่มีกลิ่นแบบเดียวกัน แต่ว่า...”
ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม เพราะมันอาจจะไม่ได้เป็อย่างที่คิด
“รอฟังอยู่ครับน้องรัก”
“แววตาของคนทั้งคู่ไม่เหมือนกันสักนิด คนแรกแข็งกร้าวดุดันส่วนเด็กนั่นสายตามันดูเศร้าๆ แต่ก็มีเสน่ห์น่าดึงดูดมาก กูมั่นใจนะเว๊ยว่ากลิ่นเดียวกัน”
มันอาจจะฟังดูเหมือนเป็เื่ใหญ่สำหรับผมมากทั้งที่ในสายตาคนอื่นอาจจะเป็แค่ความบังเอิญที่สองคนนั้นฉีดน้ำหอมกลิ่นดอกบัว
“รักสามเส้าซะแล้วน้องกู จะสาวนักบู้หรือสาวนักศึกษาดีวะเนี่ย?”
มันทำหน้าเพ้ออย่างกับว่าตัวเองต้องเป็คนตัดสินใจเลือกซะเองงั้นแหละ สาวบ้าอะไรตัวผู้ทั้งคู่ต่างหากล่ะ
“เยอะไปนะมึงอ่ะ!”
ผมเอามือดันไอ้นิ้วที่พยายามจิ้มหน้าออกไป เล่นเป็เด็กไปได้ มันควรพุ่งประเด็นไปที่เื่การช่วยเหลือของพลเมืองดีมากกว่ากลิ่นหอมป่าววะ?
“เออ วันนี้ดาไม่ได้เอารถยนต์ไปอ่ะ ไปรับเมียเป็เพื่อนกูหน่อยดิ”
ปากก็ถามมือก็เขี่ยโทรศัพท์ มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาปิดปากแล้วหาว เออ เอากะมันสิ
“มึงง่วงเหรอ งั้นกูไปรับแทนก็ได้”
ผมหันไปดูนาฬิกาที่วางบนโต๊ะข้างเตียงนอน มันบอกว่าเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงจะเที่ยงคืน
“บางครั้งเราก็ควรใส่ใจกับเื่เล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะกับคนที่รัก”
ร่างสูงบิดี้เีก่อนเลื่อนตัวลงไปนอน
“ความรักนี่มันเปลี่ยนมึงได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ผมอดสงสัยไม่ได้ เมื่อก่อนพี่ชายไม่เคยเป็แบบนี้
“มันก็ไม่ถึงกับเปลี่ยนกูนะแค่ขยายสิ่งดีๆ ที่มีในตัวให้ชัดขึ้น พูดตามตรงกูไม่เคยอึดอัดหรือลำบากใจที่จะทำเพื่อดาเลย แต่กลับมีความสุขในการได้ดูแลคนที่รักมากกว่า”
“ถ้าเกิดวันนึงกูมีความรักขึ้นมา ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปไหมวะ?”
ผมพึมพำเบา ๆ
“อย่างน้อยมันก็ทำให้มึงยิ้มได้ล่ะวะ ไอ้เสือยิ้มยาก”
มือใหญ่ตบต้นขาผมเบาๆ นั่นสินะทำไมถึงได้รู้สึกอารมณ์ดีขนาดนี้ก็ไม่รู้
“อ้าว! คุณรุกข์ก็มาด้วยเหรอ ลำบากแย่เลย”
พี่สะใภ้ผมเอ่ยทักเมื่อเห็นผมเดินตามพี่ชายไปติด ๆ
“ไม่ลำบากอะไรหรอกครับ”
“งั้นพี่ขอแวะเซเว่นสักครู่นะ” พี่ดาบอกอย่างเกรงใจ ก่อนจะหันไปมองสามี
“ไม่ไหวก็น่าจะบอกกันตรงๆ ดาจะได้เอารถมาเอง”
“เป็ผู้หญิงขับรถดึกๆ ดื่นๆ มันอันตรายพี่ถึงอยากมารับด้วยตัวเองไง”
“ใครจะกล้าทำอะไรเมียตำรวจล่ะ จริงไหมคุณรุกข์?”
พยาบาลคนสวยหันมาส่งยิ้มให้
“ก็เขาเป็ห่วงภรรยานี่ครับ”
ผมส่งยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปหาอะไรกินในร้าน
“ดาไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมคะ คุณรุกข์ยิ้มให้ดาด้วย”
“มันยิ้มั้แ่เดินเข้าบ้านตอนเย็นแล้ว สงสัยเราต้องตามเผือกสักหน่อยแล้วล่ะที่รัก”
“เอ๊ะ คุณนี่ยังไงนะ แต่จะว่าไปก็ชักอยากจะรู้เหมือนกันว่าใครกันที่ทำให้เสือยิ้มยากของเราอารมณ์ดีได้แบบนี้”
พี่สะใภ้คว้ามือสามีก่อนจะรีบเดินตามมา แอบนินทาเหรอได้ยินนะ!
“ขอโทษครับ!”
ผมรีบปล่อยมือออกจากมือใหญ่ที่ยื่นไปหยิบขวดเครื่องดื่มประเภทวิตามินเมื่อได้รู้ว่าเขาเองก็้ามันเหมือนกัน
“เหลือแค่สองขวดซะด้วยสิ”
เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผมสีน้ำตาลเข้มหมุนตัวออกจากตู้แช่เครื่องดื่มก่อนจะหันมาสบตา กลิ่นหอมจางๆ แบบนี้มาอีกแล้ว วันนี้ผมััมันได้ถึงสามครั้ง อย่าบอกนะว่านี่ก็เป็อีกคน
“งั้นผมแบ่งให้ขวดนึงก็แล้วกัน”
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจ้องมองผมในระยะไม่ถึงสองฟุต ไม่ผิดแน่เด็กผู้ชายเมื่อตอนหัวค่ำ
“ขอบใจนะ”
ผมยื่นมือไปรับขวดขนาด 60 มิลลิลิตรช้าๆ แต่เพราะจุดสนใจอยู่ที่ดวงตาคู่สวย มือผมเลยกุมมือเขาเอาไว้อย่างลืมตัว
ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
ทำไมอวัยวะในทรวงอกที่อัตราเร็วไม่ถึง 60 ครั้งต่อนาทีของผมถึงได้เต้นเร็วและแรงแบบนี้ด้วยล่ะ เด็กหนุ่มจ้องมองอย่างไม่วางตาเช่นกัน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูยกยิ้มขึ้นมาช้าๆ ยิ่งทำให้ใบหน้าเนียนนั้นมีเสน่ห์น่าหลงใหล
“เด็กๆ ได้ของครบรึยัง เราต้องรีบกลับเข้าหอแล้วนะ”
ผู้ชายตัวโตเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งก่อนจะตบไหล่เพื่อเรียกสติให้กลับมายังร่างสูงโปร่ง
“นี่แย่งวิตามินซีกันเหรอ แกมีแล้วก็แบ่งเขาขวดนึงสิฌาน”
ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ ก่อนจะมองมายังมือที่กำขวดเอาไว้
“คะ ครับพี่เรียว”
ผมมองมือตัวเองก่อนจะปล่อยมือเขาออกช้า ๆ
เด็กผู้ชายร่างสูงหน้าฝรั่งเดินเข้ามาสมทบก่อนจะเอ่ยทัก
“อ้าวพี่! เจอกันอีกแล้ว อยู่แถวนี้เหรอครับ?”
ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ไม่สามารถละสายตาจากเด็กผู้ชายตรงหน้าได้แม้จะไม่ได้ััมือแล้วก็ตาม
“แล้วพี่อีกคนไม่มาเหรอ?”
“ไม่อ่ะ”
ผมหันไปมองหน้ามันอย่างเสียไม่ได้
“กลับกันเถอะแบงค์”
เ้าของดวงตากลมโตสีน้ำตาลหันหลังไปโอบไหล่เพื่อนก่อนจะเดินไปที่แคชเชียร์
“ผมแบงค์นะครับ ไว้เจอกันพี่!”
มันโบกไม้โบกมือราวกับว่ารู้จักผมมานาน กูไม่ได้อยากรู้จักกับมึงโว๊ย อยากรู้จักกับเพื่อนหน้าสวยของมึงต่างหากล่ะ
“อ่ะแฮ่ม!”
ผมหันกลับไปมองต้นเสียงก่อนจะยกคิ้วอย่างรู้ทัน
“ไม่สนใจสาวนักบู้กับน้องนักศึกษาแล้วเหรอครับสารวัตร?”
พี่ภูส่งยิ้มยียวน ส่วนพี่สะใภ้กลับทำหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“ก็นี่ล่ะน้องนักศึกษาที่กูพูดถึง”
พี่ชายตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ศรีภรรยาแกยังทำหน้าเดิมๆ อยู่
“ผู้ชายเนี่ยนะ?”
มันยังไม่เลิกทำตาโตครับ พี่สะใภ้ผมก็เช่นกัน หน้างง
“อยากได้ว่ะ!”
ผมยื่นขวดวิตามินซีให้พี่ชายก่อนจะเดินผ่านไป
“คุณรุกข์อยากได้ขวดนี้เหรอคะ?”
พี่สะใภ้ถามหลังจากจ้องมองเครื่องดื่มในมือสามี
“เปล่าครับ”
ทั้งคู่หันมามองผมด้วยความสงสัย
“อยากได้น้องนักศึกษา”
“ผมอยากได้...”
เหมือนทุกอย่างรอบตัวพร้อมใจกันเงียบแบบไม่ได้นัดหมาย ไม่มีแม้เสียงกระซิบหรือเสียงยิงบาร์โค๊ด มีเพียงเสียงลมเบาๆ จากแอร์คอนดิชั่นเท่านั้น
“ผมอยากได้...น้องฌาน !”
***************************
นี่มันอะไรกันวะ ไอ้กลิ่นที่ผมตามหามาตลอด
บทจะเงียบหายแม่งก็หายไปแบบไม่มีปีไม่มีขลุ่ย
บทจะมามันก็มาแบบวันละสองสามรอบ
แต่ที่น่าแปลกที่สุดก็คือทั้งสายตาและหัวใจ
มันมีปฏิกิริยารุนแรงต่อเด็กหนุุ่มคนนี้เป็อย่างมาก
มันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่แข็งแกร่งเป็หินอย่างผมกันนะ
ใครก็ได้ช่วยที...
ไอ้รุกข์อยากได้ อยากได้น้องฌาน !!!
เตรียมพบกับตอนต่อไป >>>>>
ชายชุดดำกับถ้อยคำกวนตีน