"เ้ามันยโสโอหัง!!! ไร้เดียงสา!!! เชื่อใจคนง่าย!!..... เ้ามันโง่! โง่!โง่!!!!"
บุรุษชายชุดดำขอบตาแดงกล่ำดวงตาสีม่วงประกายร่างกายกำยำมือซ้ายเปื้อนเืรินไหลตามแนวแรงหยดลงพื้นทีละหยด สองหยด เขากระแทกกระทั้นเสียงใส่นางสตรีชุดขาวสะอาดใบหน้าเคลือบด้วยความหดหู่ ดวงตามีน้ำใสไหลรินไม่หยุดหยอน สตรีนางนั้นกำมือแน่นด้วยความโกรธ
"หวังเซี่ยอวิ๋น!!! ข้าเคยเตือนเ้าแล้วว่าอย่าแตะต้องคนรอบตัวข้า!!!!"
"มาสิ..... อ้อนวอนข้า บอกรักข้า...บอกสิว่าเ้าจะอยู่กับข้า บอกสิว่าเ้าคือคนของข้า แล้วข้าจะปล่อยเขาไป......ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
หวังเซี่ยอวิ๋นบุตรชายคนเดียวของตระกูลหวังสำนักหวังซ่าน ตระกูลหวังได้ก่อเหตุโจรกรรมคนในตระกูลสำนักไป๋เฉียน สองตระกูลมีความแค้นนับแต่รุ่นบรรพบุรุษ สู้รบกันไม่มีสำนักใดยอมกัน ต่อมาเ้าสำนักหวังได้เดินทางเข้าสู่ลัทธิปีศาจร่างกายธาตุไฟเข้าแทรก ถูกไป๋ิต้าบุตรชายคนโตเ้าสำนักไป๋เฉี่ยนลงมือกำจัดเ้าสำนักหวังซ่าน แต่ทว่ากลับไม่ตาย เพียงแต่จิตถูกถอดออกมาอีกที่หนึ่ง
"เฮอะ....ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.....อ้อนวอนเ้า...ต่อให้เขาตายข้าก็จะตายตามเขาไป!!!!"
ใบหน้าสตรีสาวเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแสนเ็าคู่นั้นแม้แต่หวังเซี่ยอวิ๋นก็พึ่งเคยได้เห็นเป็ครั้งแรก ดวงตาที่ผู้ใดต่างก็ไม่เคยเห็น ร่างกายที่ดูอ่อนแอดูทีท่าเหมือนหญิงสาวที่มิเคยได้จับฝึกกระบี่ ข้อมือหรือมือที่หวังอวิ๋นเซี่ยเคยจับดูเมื่อครั้งก่อนสู้กัน ยังนิ่มดั่งคุณหนูที่ไม่เคยตกระกำลำบาก เธอหยิบกระบี่ไป๋หงเหลียงด้วยท่าทีที่ไม่คุ้นชินกับการต่อสู้ เธอจ้องมองไปยังบุรุษชายที่นอนกองที่พื้นที่เต็มไปด้วยคราบเื รอบกายมีรอยแส้นับสามสิบแส้ได้ เธอจ้องอย่างโศกเศร้าร่างกายเดินเซอย่างไร้แรงกำลัง ทันใดนั้นนางก็ได้นึกถึงคำพูดของท่านพ่อที่คอยพูดพร่ำกับนางอยู่บ่อยครั้งขึ้นมา "อย่าเผยความเก่งของตนเองให้ผู้ใดรับรู้ ถ้าหากไม่จำเป็จงอย่าให้ผู้ใดจับได้ถึงแก่นพลังของตน".......
"ไป๋หงลู่!!! เ้า....เ้ามันสตรีไร้ใจ เ้ามันต่ำช้า ไม่คู่ควรกับข้า!!!"
ไป๋หงลู่ บุตรีคนเดียวของสำนักไป๋เฉียนน้องสาวของไป๋ิต้า หญิงสาวที่ไม่เคยมีประวัติการสู้รบ มีเพียงใบหน้าที่งดงามและมารยาทสตรีหญิงที่เพรียบพร้อม ต่อหน้าผู้คนเธอคือดั่งดอกไม้หอมที่เหล่าผู้คนต่างรุมล้อมที่จะอยากได้เธอเป็ฮูหยินของจวน แต่หารู้ไม่ว่าใบหน้าที่เธอซ่อนไว้คือสตรีหญิงที่ฝึกจับกระบี่เก่งกล้าอันดับหนึ่งของสำนักไป๋เฉี่ยนที่เร้นซ่อนกาย ปกปิดใบหน้าขณะสู้รบ
"เ้าก็ไม่คู่ควรกับข้า"
เสียงตอกกลับอย่างเยือกเย็นจ้องมองหวังเซี่ยอวิ๋นด้วยสายตาว่างปล่าว.....
"ดี ดี ดี!!!!! ฆ่ามัน ฆ่ามันให้ข้า ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่าาาาาามันนนน!!!!!!"
หวังเซี่ยอวิ๋นจิตใจระส่ำระส่าย เมื่อถูกคนที่ตัวเองแอบรักมานานตอบกลับด้วยเสียงเ็า เขาทรมาณ บ้าคลั่ง เขาสั่งลูกน้องฆ่านางอย่างบ้าคลั่ง คำสั่งที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเสียงสั่นเครือ เสียงร้องไห้ ปะปนกันอย่างสับสน เขาเคียดแค้นนาง ที่นางไม่รักตน เพราะเหตุใดกัน........ท้องฟ้าสั่นคราม ความมืดปกคลุมบนพื้นที่เต็มไปด้วยสีเืนองทั่ว สำนักไป๋เฉี่ยนบัดนี้จนตรอกถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ ไป๋หงลู่ฟาดฟันกระบี่ฆ่าลูกน้องหวังเซี่ยอวิ๋นจนไม่เหลือเพียงผู้เดียว
"สวะสิ้นดี....เสียแรงที่สั่งสอนสวะอย่างพวกเ้า..."
"หากต้องโทษลูกน้องเ้ามิสู้โทษนายของมันไม่ดีกว่างั้นหรือที่สั่งสอนให้ตนเองสู้ในแบบของคนโง่เขลาไร้สติ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า........งั้นหรือ........มีเื่นึงที่ข้าคิดไม่ตกอยากถามเ้า เหตุใดร่างกายปวกเปียกเช่นเ้าถึงมีวิชาแกร่งกล้าได้เพียงนี้"
"ข้าไม่จำเป็ต้องตอบเ้า....!!!!!"
ไป๋หงลู่แทงกระบี่เสียบไปยังอกซ้ายของหวังเซี่ยอวิ๋นอย่างไม่ลังเลไร้ความรู้สึก ไร้มิตร ใบหน้าที่ไม่แสดงสีหน้าอาการใดๆ ดวงตาสีแดงระเรื้อจ้องเซี่ยอวิ๋นอย่างเ็า
"เ้าเคย....รักข้าบ้างไหม"
"เคย..."
"ถ้าหากข้ายอมปล่อยพี่ชายเ้าและเ้าเ้าจะรักข้าอีกไหม"
"ไม่..."
"ดังนั้นไม่ว่าจะทางไหนเ้าก็ไม่รักข้าใช่หรือไม่"
"ใช่"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..........................เ้าไปเถอะ ไปให้ไกลไกลเท่าไหร่ยิ่งดี"
"....................."
"ิเกอเกอ พี่ได้ยินข้าหรือไม่ ิเกอเกอ"
"เสี่ยวลู่....เ้ามาได้อย่างไร....ไม่เป็....อะไรใช่หรือไม่...."
"ข้าไม่เป็อะไร เราไปกันเถอะ"
"พี่หวังว่าเ้าจะแข็งแกร่งขึ้นหากวันใดที่พี่ไม่อยู่ที่นี่กับเ้าแล้ว"
"ิเกอเกอ พี่อย่าพูดเช่นนี้พี่ต้องอยู่กับข้า"
"อย่าเผยด้านอ่อนแอให้ผู้ใดง่ายๆอย่าร้องไห้ออกมา......จำเอาไว้เ้าต้องแข็งแกร่งขึ้น ลุกขึ้นสู้กับมันใจเ้าต้องนิ่ง พี่รักเจ้..า........อึก!!!!"
ไป๋หงลู่รีบคว้าตัวพี่ชายของตนพยุงสุดกำลังแต่ไม่ทันที่จะก้าวไปเพียงไม่กี่ก้าวจู่จู่ก็มีเสียงที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพุ่งตรงเข้ามาที่กลางอกไป๋ิต้า
"ต้าเกอ ต้าเกอ ท่านได้ยินข้าหรือไม่ ท่านอย่าหลับสิ ท่านตื่น ท่านตื่นขึ้นมา ิเกอเกอ ข้าอยู่ไม่ได้หากขาดท่าน ิเกอเกอท่านฟื้นสิ ต้าเกอออ!!!!!!!!!!!!"
ไป๋หงลู่กรีดร้องอย่างทรมาณ ชีวิตของนางเหมือนขาดทุกอย่างในชีวิตของตนเองไปหมดไร้สิ้นสิ่งที่รั้งให้อยู่มีชีวิต ดวงตามีน้ำใสๆไหลรินอาบแก้มของนาง ร่างพี่ชายที่ไร้ดวงจิตยังคงอยู่ภายใต้อ้อมกอดของนาง ชายอาภรชุดขาวที่เคยสะอาดของนางเวลานี้เปื้อนเืสีแดงสด ดวงจิตแตกซ่านคลุ้มคลั่งสับสน
"เจ็บใจใช่หรือไม่ไป๋หงลู่ ทรมาณหรือไม่ เ็ปหัวใจหรือไม่ เ้าจะได้ลิ้มรสเฉกเช่นข้า"
หวังเซี่ยอวิ๋นเดินก้าวมายังด้านหลังของนาง เสียงทุ้มไร้สีสันแต่กลับเป็เสียงของคนที่มีสติดีระดับหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เ้าสำนักหวังซ่านท่านชอบการใช้วิธีสุนัขลอบกัดหรือ หึ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าาาาา..........ช่างเป็สุนัขที่กัดไม่ปล่อยน่าเทิดทูญท่าน.....มิสู้ท่านช่วยแสดงความฉลาดของท่านให้ข้าดูอีกได้หรือไม่"
"............."
หวังซ่านหลิ่งใระดับหนึ่งที่นางรู้จักเขาทั้งๆที่ร่างที่เดินมานี้เป็หวังเซี่ยอวิ๋นเพียงแต่ถูกสะกดจิตและจิตของหวังซ่านหลิ่งมายืมใช้ชั่วคราว เพียงแต่นางไม่เคยพบกับเขามาก่อนเลยสักครั้งนับว่าเป็นางสตรีที่ไม่อาจจะปล่อยไปได้
"หวังซ่านหลิ่งแสดงความฉลาดของเ้าสิ ยื่นมือหน่อยมา.....สุนัข...ซ่าน...หลิ่ง...."
ไป๋หงลู่เผยรอยยิ้มที่น่าเศร้า ดวงตาขอบแดงกล่ำ สายตาคู่แดงกลับตาลปัตรเป็ฟ้าครามประกายเยือกเย็น เสียดสีแสงกลับกลายเป็ไอะเืเย็น นางลอยตัวขึ้นเหนือฟ้าแวดล้อมรอบนางเต็มไปด้วยไอน้ำแข็ง วงเวทย์ปรมาจารย์สายเหมัญภูผา ไอรอบตัวเปลี่ยนกายเป็เข็มไอน้ำแข็งนับแสนเข็ม หวังซ่านหลิ่งกันเข็มไอน้ำแข็งอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่นั่นมิใช่เข็มธรรมดามันเปลี่ยนทิศทางได้ทุกที่ตามปรารถนา กระทั่งเข็นนับพันทะลุเข้าที่จิตเบื้องลึกของหวังซ่านหลิ่งทำให้เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นางเก็บเวทย์และลอยตกลงพื้นสลบหมดสติไป น้ำตาไหลรินอาบลงเป็หยดประกาย ครู่หนึ่งมีสตรีสองคนคนหนึ่งสวมอาภรเขียวอ่อนหน้าตาอ่อนหวานน้ำตาอาบแก้ม คนหนึ่งสวมอาภรสีเงินด้วยชุดบุรุษหน้าตาไร้สี และบุรุษหนึ่งคนสวมชุดเงินครามหน้าตาสะเพร่าสะอาด วิ่งกรูเข้ามาอุ้มร่างของเธอและร่างของไป๋ิต้า.........