ณ ตำหนักหฺวาชิง หอศาลาอันหรูหรางามวิจิตรแห่งนั้นล้อมรอบด้วยสระน้ำ จอกแหนแผ่เต็มผืน เขียวขจีและใสสะอาด
ภายในตำหนักบรรทมของฮุ่ยฮูหยินเวลานี้ องค์หญิงิ่พลันตื่นใเมื่อได้ยินถ้อยคำทั้งหมดของจางเอ่อร์
“อะไรนะ! สวินเอ๋อร์คิดจะหนีไปอย่างนั้นหรือ หากเสด็จพ่อทราบเื่นี้เข้าต้องพิโรธแน่!”
สิ่งที่จางเอ่อร์เป็ห่วงกลับไม่ใช่เื่นี้ เขากระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏความกังวลขึ้นเล็กน้อย เอ่ยคำด้วยท่าทางร้อนใจ “สิ่งที่กระหม่อมกังวลมากกว่าคืออาจมีคนลงมือทำร้ายสวินเอ๋อร์ได้ ตอนเราออกนอกวังคราวก่อนก็เคยประสบเหตุมาแล้ว!”
เขาเป็คนสัญชาตญาณเฉียบไวมาแต่ไหนแต่ไร ผู้บงการเื้ัคนชุดดำเ่าั้ยังไม่สำเร็จผลดังหวัง ย่อมไม่มีทางยอมแพ้เลิกราง่ายๆ แน่! ได้แต่นึกชิงชังตัวเองที่ไม่อยู่ข้างกายเสวี่ยสวิน!
ครั้นได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ อวี้ิ่เองก็กังวลใจมากทีเดียว “ดูท่าคนบางคนยังไม่ยอมวางมือ...เื่นี้ห้ามหลุดแพร่งพรายออกไปเป็อันขาด! เื่ราวไม่อาจรอช้า เ้าตามข้าออกนอกวังตอนนี้เลย”
จางเอ่อร์พยักหน้า รีบรับคำสั่ง ติดตามองค์หญิงใหญ่ออกไปทันที
…
หาก้าออกนอกวังจ้าว ในมือจำเป็ต้องมีป้ายคำสั่ง จางเอ่อร์ไม่มีของสิ่งนี้ จึงได้แต่ต้องซ่อนตัวในรถม้าขององค์หญิงิ่
ครั้นผ่านประตูวังมาก็บังเอิญเจอกับรถม้าอีกคันกำลังจะเข้าวังพอดี ผู้มาคือองค์รัชทายาทจ้าวเคอฉี่
เคอฉี่เห็นรถม้าของพี่สาวดูหนักกว่าปกติก็นึกสงสัย รีบขวางทางหยุดไว้
จ้าวอวี้ิ่สอดส่ายสายตามองไปรอบด้าน ครั้นเห็นว่าไม่มีผู้อื่น คนทั้งคู่ก็โผล่หน้าออกมา “เป็พวกข้าเอง!”
เคอฉี่ใเป็อย่างยิ่ง เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “คุณชายจางเอ่อร์ ท่านมาอยู่บนรถม้าขององค์หญิงิ่ได้อย่างไร”
อวี้ิ่อธิบายที่มาที่ไปของเื่ราวให้เคอฉี่ฟังพอคร่าวๆ หลังฟังจบ แววตาเคอฉี่ก็หม่นแสงลง สีหน้าเผยความละอายใจรู้สึกผิด
ตัวเขาแม้เป็ถึงรัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวผู้สูงส่ง ทว่าในยามที่น้องสาวพบเจอ่เวลาอันตรายยากลำบาก กลับไม่สามารถยื่นมือออกมาช่วยเหลือได้เหมือนที่จางเอ่อร์ทำ!
“ล้วนเป็พี่ชายอย่างข้าผู้นี้ปกป้องสวินเอ๋อร์ไม่ดีพอ...แต่พวกท่านวางใจได้ หากครั้งนี้คนชุดดำยังมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ข้าไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่!”
จ้าวเคอฉี่มอบป้ายคำสั่งตนเองให้จางเอ่อร์ ถือว่าใช้สิ่งนี้ช่วยอย่างสุดกำลังความสามารถอันน้อยนิดของเขาแล้ว จากนั้นก็หันหน้าสั่งกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็การพิเศษ “เื่ในวันนี้ ผู้ใดกล้าเปิดเผยออกไปแม้แต่ครึ่งคำ ต้องโทษปะาสถานเดียว!”
ทั้งคู่บอกลาองค์รัชทายาท รถม้าค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูช้าๆ ตลอดทางนับว่าราบรื่นดี
หลังลงจากรถม้าแล้ว จ้าวอวี้ิ่ก็กล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จางเอ่อร์ ข้าขอสั่งให้เ้าพาเสวี่ยสวินกลับวังอย่างปลอดภัยก่อนคืนวันนี้ เ้าทำได้หรือไม่”
“จางเอ่อร์จะไม่ทำให้องค์หญิงใหญ่ผิดหวังแน่นอน!”
อวี้ิ่ผงกศีรษะกล่าวคำ “มีสิ่งใด้าให้ช่วยก็ไปหาข้าได้ที่จวนแม่ทัพ ระวังตัวด้วย!”
จางเอ่อร์สัญชาตญาณรับรู้ฉับไวเสมอมา ด้วยการสังเกตพิจารณาสีหน้าวาจาใน่หลายวันมานี้ เขาก็พอเดาได้ั้แ่แรกแล้วว่าใครคือผู้ควบคุมอยู่เื้ัคนชุดดำ ทว่าตนทำได้เพียงกล่าวขอบคุณองค์หญิงิ่แล้วรีบหวดแส้เร่งม้าเร็วออกไปตามหาเสวี่ยสวิน
…
มุมถนนแห่งหนึ่งของเมืองซิ่นตู ยามนี้มีการตีกลองลั่นสนั่น เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่
บังเอิญชาวบ้านจัดเวทีมวยประลองยุทธ์ในหมู่ผู้มากฝีมือ ผู้ประลองยุทธ์ไม่แบ่งแยกฐานะสูงต่ำ ทุกอย่างยึดอยู่ในหลักไม่ทำร้ายคนาเ็ถึงแก่ชีวิต ขึ้นเวทีประมือแลกเปลี่ยนวิชายุทธ์ ถ้าชนะแล้วก็มีเงินรางวัลให้ มีชายหนุ่มผู้กล้าจำนวนไม่น้อยขึ้นไปสำแดงฝีมือ บรรยากาศคึกคักไม่เบา ดึงดูดความสนใจผู้คนมากมายมาร่วมชม
หลังผ่านไปสองสามรอบก็มีผู้กล้ารูปร่างกำยำคนหนึ่งเดินขึ้นสังเวียน แผ่รังสีองอาจน่าเกรงขาม พละกำลังแข็งแกร่งเกินกว่าคนทั่วไปจะเทียบได้ ไม่ทันพ้นสามกระบวนท่าก็ล้มคู่ต่อสู้ได้แล้ว เขาสู้อย่างต่อเนื่องและชนะติดต่อกันหลายยก ผ่านไปเพียงชั่วเวลาเดียวก็ไม่มีผู้ใดต่อกรได้ ทำเอาฝูงชนพากันตกตะลึงร้องอุทานชื่นชม!
เวลานี้จ้าวเสวี่ยสวินยืนอยู่กลางฝูงชนที่ล้อมวงมุงดู มองแวบเดียวก็จำได้แล้วว่าผู้กล้าคนนี้คือพี่ใหญ่เซี่ยงอวี่ที่ใจตนเฝ้าคะนึงหา นางร้องะโเอาใจช่วยไปกับกลุ่มชาวบ้าน
ไม่นานก็เห็นผู้ประลองอีกคนถูกโยนทุ่มลงบนสังเวียน ทว่าครั้งนี้เกือบโดนชาวบ้านาเ็ เซี่ยงอวี่รีบลงจากแท่นสังเวียนดึงคนผู้นั้นไว้ คาดไม่ถึงว่ากลับได้พบสหายเก่า
“ยายหนูสวิน เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ใบหน้าขาวนวลหมดจดของเสวี่ยสวินยกยิ้มดุจดอกท้อบานสะพรั่ง “พี่ใหญ่เซี่ยง คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอท่านที่นี่ ช่างดีเหลือเกิน! พี่ใหญ่เซี่ยงแข็งแกร่งห้าวหาญขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว ข้าดีใจกับท่านจริงๆ”
เซี่ยงอวี่ได้เจอเสวี่ยสวินก็ดีอกดีใจมากเช่นกัน มุมปากหยักยิ้มกล่าว “ที่นี่เสียงดังเกินไป เราไปหาที่อื่นคุยกันเถอะ”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงรับเงินจากทางผู้จัดงานแล้วใช้วิชาตัวเบาพาเสวี่ยสวินออกมา ทั้งคู่ข้ามผ่านเวทีประลองเข้าสู่หอสุราในโรงเตี๊ยมด้วยเวลาเพียงชั่วอึดใจ ทิ้งฝูงชนรอบด้านให้ตกอยู่ในอาการตะลึงงันและชื่นชมไม่หยุด
…