ตอนที่ 56 สลับร่างกันอย่างงุนงง
ภาพตรงหน้านั้นตัดไปอย่างชั่ววูบแต่ยาวนานจนไม่รู้ว่าภาพตรงหน้านั้นจะเปิดเมื่อไรความรู้สึกทุกอย่างนั้นหายไปชั่วขณะทำให้โพรทาเลียไม่รับรู้เลยว่าตนเองเป็นอะไรไปหรือเกิดอะไรขึ้นกับตนเองหรือเปล่าจนกระทั่งความรู้สึกเริ่มกลับมา ทำให้เธออยากจะลืมตาขึ้นร่างกายที่นิ่งเฉยไม่รู้นานเพียงใดก็เริ่มขยับเล็กๆน้อยๆ จนทำให้คนที่เฝ้าดูอาการนั้นถึงกับตื่นเต้นที่อีกฝ่ายนั้นกำลังจะฟื้นขึ้นดวงตาสีเขียวกำลังค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ก่อนที่ดวงตาจะเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของน้องสาวแต่ดวงตากับจมูกของเธอกับแดงก่ำอย่างน่าแปลกใจ ก่อนที่โพรทาเลียจะเอ่ยเรียกน้องสาว
“โฟกัส...”
“พี่...พี่ค่ะ!!” โฟกัสรีบสวมกอดคนเป็นพี่สาวทันใดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มทั้งสอง “ฮือ...พี่...หนูนึกว่าจะเสียพี่ไปแล้วซะอีก…ฮือ...”
เสียงของโฟกัสสั่นเครือจนโพรทาเลียสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองก่อนจะลูบหลังน้องสาวเบาๆระหว่างที่กอดก็พอเข้าใจถึงความรู้สึกน้องสาวและคำพูดของเธอว่าสื่ออะไร
“นี่พี่...ตายอีกแล้วสินะ?” โพรทาเลียถามอย่างสงสัย
โฟกัสผละตัวออกด้วยใบหน้าที่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจกับคำพูดของคนเป็นพี่
“พูดแบบนั้นได้ไง!!ถ้าเกิดพี่ไม่ฟื้นขึ้นมาจะทำไงกัน!!”
พอได้เห็นสีหน้าของน้องสาวก็ทำเอาโพรทาเลียรู้สึกผิดขึ้นมากับคำพูดของตนเอง
“พี่ขอโทษ...โฟกัส...พี่ไม่นึกว่าการทดสอบนี้จะทำให้พี่บาดเจ็บจนถึงขั้น...เสียชีวิตได้นะ...”
“งื้มมม!” โฟกัสกอดซุกไหล่พี่สาวอย่างเป็นห่วง“อย่าทำแบบนี้อีกนะ หนูไม่อยากเสียพี่ไปอีก”
“อืม พี่จะไม่ให้เกิดเรื่องนี้อีกแล้วล่ะ”โพรทาเลียลูบหัวน้องสาวเบาๆ
“ฮือออ”
โพรทาเลียนั่งปลอบน้องสาวสักพักก่อนจะมีคนคนหนึ่งจะเอ่ยพูดขึ้นมาเมื่อเห็นโพรทาเลียกำลังปลอบอีกคนอยู่
“อ๊า~ มีคนฟื้นแล้วพวกเรารอตั้ง 3 วันกว่าเธอจะฟื้นนะเนี่ย โพรทาเลีย”
“หือ?” โพรทาเลียเงยหน้ามองก็เห็นโทมัสยิ้มให้เธอ“พี่โทมัส!”
โทมัสยิ้มอย่างดีใจที่อีกฝ่ายฟื้นแล้วก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับกระติกที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มอาหารเทพ
“ฉันกำลังนำอาหารเทพมาให้พอดีไม่นึกว่าจะได้เจอข่าวดี งั้นฉันจะเอาเรื่องที่เธอฟื้นไปบอกพ่อก่อนนะ”
“งั้นฉันไปด้วย!ต้องไปคั่นกลางระหว่างสองเทพด้วย”
“เอ๋...เทพียังอยู่เหรอ?” โพรทาเลียได้ยินว่าสองเทพเธอก็คิดว่าเทพียังอยู่เหรอ
“ใช่ค่ะ...เทพีบอกอยากรอจนกว่าพี่จะฟื้นเฮอร์มีสเลยให้พักอยู่ที่นี้ระหว่างซ่อมแซมตึกไปด้วยนะคะ”
“ซ่อมแซม...” โพรทาเลียนึกภาพตอนที่ต่อสู้กับลักซ์คงทำให้ที่นี้ต้องซ่อมแซมอีกสักระยะแน่ๆ“ถึงขั้นต้องปิดเลยสินะ...”
“ใช่ก็ข้างล่างกับห้องทำงานเฮอร์มีสเลอะแบบนั้นทำให้พัสดุที่ต้องส่งต้องถูกย้ายไปอีกสาขาหนึ่งแทนร่วมถึงต้องให้พนักงานตึกนี้พักหลังจากเหตุการณ์นั้นล่ะนะ”
“คงต้องขอโทษเฮอร์มีสยาวล่ะที่นี้” โพรทาเลียถึงกับอยากจะร้องไห้กับการต่อสู้ของเธอจริงๆ
“ได้ขอโทษแน่ๆ ล่ะงั้นพวกเราไปตามพวกเขามาก่อนนะ”
“อืม!”
ทั้งสองคนได้เดินออกไป ทำให้ข้างในนั้นเงียบไปหมดโพรทาเลียทำหน้านิ่งก่อนจะมองรอบๆ เธออยู่ในห้องที่ไม่ใช่ห้องพักทำให้เธอคิดว่าเธอคงโดนแยกออกมา โพรทาเลียมองไปที่มือข้างที่มีสัญลักษณ์แล้วลองส่งพลังเข้าไปก็เห็นสักลักษณ์แค่3 อันเท่านั้น ทำให้สีหน้าของโพรทาเลียเปลี่ยนไป
“นี่ฉัน...ไม่ผ่านการทดสอบเหรอ?”
เสียงโพรทาเลียสั่นเครือเธอนึกว่าตัวเองทำแบบนั้นจะผ่านแล้วซะอีก ก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
‘ผิดแล้วล่ะ...’
“เอ๋?”
โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายที่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เธอเห็นเขาเด่นชัดมากกว่าตอนที่เป็นเงามืด
“ลักซ์...”
สีหน้าของลักซ์ดูเศร้าหมองมากๆจนเธอเห็นแล้วยังเป็นห่วงเลย
“นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ข้า...ข้าขอโทษ...”
“เอ๊ะ...” คำพูดอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียอึ้งไปสักครู่“ทำไม...ถึงขอโทษฉัน...”
“เพราะสิ่งที่ข้าทำ...บางอย่างมันไม่เกี่ยวกับการทดสอบ...”
“ว่าไงนะ?”
“ข้าควรที่จะทดสอบว่าเจ้ารับความเจ็บปวดของข้าได้มากเพียงใดแต่...ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ฝังอยู่ในร่างข้า...จะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องบ้าๆขึ้น พอเจ้าช่วยนำมันออกข้าก็ตาสว่างขึ้นและหวาดกลัว...ข้าเกือบทำร้ายบิดามารดาของตนเอง...แต่ข้าก็...ฆ่าเจ้า...”
เขานึกย้อนกลับไปตอนที่ได้ยินเสียงน้องสาวอีกฝ่ายบอกพี่สาวกำลังจะตายนั้นทำให้เขาหวาดกลัวจนหนีออกมาจากโลกแห่งความจริงไปสู่ความมืด
“ช่างเถอะ...ลักซ์”
“เอ๋?” ลักซ์จ้องมองอีกฝ่ายกอย่างสงสัย
ใบหน้าของโพรทาเลียไม่มีคำว่าโกรธหรือไม่พอใจอีกฝ่ายที่ทำให้เธอต้องได้รับบาดเจ็บใบหน้าของเธอมีแค่ยิ้มกับเห็นใจอีกฝ่ายมากกว่า
“ฉันไม่โทษนายหรอกนะนายไม่รู้ว่าปลายมีดนั้น จะทำให้ตัวเองกลายเป็นอีกคน กลายเป็นปีศาจที่โกรธแค้นพ่อแม่ตนเองแต่ว่า...”
โพรทาเลียยกมือตัวเองขึ้นมา แล้วยื่นมือไปหาอีกฝ่าย
“นายก็หลุดพ้นจากสิ่งนั้นมาแล้วนายไม่ใช่ปีศาจอีกแล้ว ลักซ์ ความเจ็บปวดของนายฉันได้รับรู้แล้วความเจ็บปวดก่อนตายที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนั้นให้แก่ผู้เป็นแม่ได้ ฉันจะส่งมันต่อเอง”
น้ำตาของลักซ์กำลังไหลออกมาระหว่างฟังโพรทาเลียพูดเขาเงยหน้าไม่ให้น้ำตาตัวเองไหลออกมาก่อนที่เขาจะยื่นมือไปจับมืออีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้มที่มีลักยิ้มข้างแก้มขวา
“ขอบใจ...ขอบใจจริงๆ”
“อืม!!” โพรทาเลียยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
ลักซ์ค่อยๆ ลอยขึ้นตัวของเขาเริ่มส่องประกายสีส้มออกมาก่อนจะมีตราสัญลักษณ์คทาของเฮอร์มีสกับงูของเฮคาทีขึ้นมาผสมกันจนเกิดตราแบบใหม่
“ข้า ลักซ์ บุตรแห่งเฮอร์มีสและเฮคาทีขอยอมรับให้โพรทาเลีย แจ็กสัน ร่างจุติของข้า ผ่านการทดสอบในครั้งนี้”
แสงสว่างเกิดขึ้นบนมือของโพรทาเลีย ตราของเฮอร์มีสที่ผสมกับตราของเฮคาทีประทับลงบนมือของเธอตอนนี้เธอก็มีตรา 4อันแล้วเหลืออีกกี่อัน เธอก็ยังไม่รู้
“แล้วก็...” ลักซ์วางมีดสั้นสองเล่มไว้ตรงบนผ้าห่มที่เธอกำลังห่มไว้อยู่“ฉันขอมอบอาวุธของฉันให้เธอฉันว่ามันควรอยู่กับเจ้าของคนใหม่มากกว่าถูกตั้งไว้นะ”
โพรทาเลียจ้องมองมีดอย่างสงสัยเธอพึ่งสังเกตว่ามีดสั้นนี้มีลักษณะโค้งปลายมีดไม่เหมือนดาบหรือมีดสั่นทั่วไปที่จะตรงไม่โค้งไม่ง้อ
“ขอบใจนะ ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเลย” พอเธอยกมีดสั้นขึ้นมามีดทั้งสองเล่มหล่อหลวมต่อหน้าโพรทาเลียแล้วกลายเป็นแหวนขนาดเล็กแทน “เอ๊ะ!?”
“พอได้อยู่กับเจ้านายใหม่ก็ชอบเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งที่เหมาะกับเจ้านายนะ”
“งั้นเหรอ?” โพรทาเลียมองมีดสั้นที่กลายเป็นแหวนไปแล้วก่อนจะนำมาสวมที่นิ้วที่พอดี นิ้วที่พอดีดันกลายเป็นนิ้วกลางซะด้วย “นิ้วอื่นเล็กไปจริงๆสินะ”
“หึๆ” ลักซ์ขำอีกฝ่ายอย่างชอบใจจู่ๆ ก็รู้สึกถึงพลังที่คุ้นเคยขึ้นมา “ข้าขอตัวก่อนล่ะ”
“อ๊ะ...ลักซ์!”
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายหายตัวไปอย่างรวดเร็วเหมือนหนีใครสักคนแต่พอประตูเปิดออกก็ทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายหนีใคร เทพทั้งสองเข้ามายังห้องของเธอพร้อมกับอีกสองคนที่ไปตามเทพมาหาเธอ โฟกัสเดินเข้ามานั่งข้างๆ เตียงของพี่สาวเทพทั้งสองเดินมาอยู่ข้างๆ เตียงของเธอพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนโพรทาเลียรู้สึกตึงเครียด
“อย่ามายิ้มเพียงเพราะดีใจที่ข้าเป็นอดีตสายเลือดของพวกท่านได้ไหม!?”
โพรทาเลียรู้ว่าพวกเขายิ้มเพราะอะไรเพราะเธอก็เผลอไปบอกว่าเป็นคนเดียวกับลักซ์พวกเขาคงคิดออกแล้วว่าเธอเป็นอดีตลูกของพวกเขา
“โธ่ โพรทาเลียเจ้าต้องทำใจที่เจ้าเป็นอดีตสายเลือดของข้านะ!!”
เฮอร์มีสกล่าวออกมาอย่างไม่รู้สึกอะไรเลยที่คนต้องหน้าเขานั้นคนสายเลือดโพไซดอนไม่ใช่สายเลือดตรงๆของเขาสักหน่อย
“หือ...?” โพรทาเลียหน้านิ่งที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเธอก่อนที่เธอจะก้มมองว่าตัวเองมีหน้าอกใช่ไหม พอเห็นว่ามีก็หันไปกระซิบกับโฟกัส “นี่ฉันกลับร่างเดิมตั้งแต่ตอนไหน?”
“หลังจบการต่อสู้เลยนะ...”
“ห๊า...เฮ้อ...” โพรทาเลียกุมขมับก่อนจะมองเทพทั้งสองก่อนจะก้มหัวต่อหน้าเทพทั้งสอง “ข้าต้องขออภัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยเจ้าค่ะ!!”
“ข้าไม่ถือสาหรอกนะยกเว้นห้องข้าต้องซ่อมอีก 2 ถึง 3 วันล่ะนะ”
“ฮ่าๆ เจ้าค่ะ...” โพรทาเลียรับรู้เหมือนอีกฝ่ายประชดเรื่องห้องของเขา
“ไม่ต้องขอโทษหรอกนะ โพรทาเลียเจ้าทำให้เราได้รับรู้ความทุกข์ของลูกชาย...” เฮคาทีจับตัวโพรทาเลียให้เงยหน้ามองตนเองพร้อมกับจับใบหน้าอีกฝ่ายขึ้นมามอง “และข้าต้องเป็นฝ่ายขอโทษแทนด้วยซ้ำ...เพราะตอนนั้นถ้าข้าไม่วู่วามจนทำให้ลูกชายต้องตายจากไปเขาก็คงไม่แค้นเคืองข้าขนาดนี้”
“ไม่เจ้าค่ะ!!” โพรทาเลียกุมมือของเทพีขึ้นมา“ไม่ใช่ความผิดท่าน ตอนนั้นท่านแค่โดนมีดเล่มนั้นครอบงำจิตใจต่างหากท่านถึงเป็นเช่นนั้น!!”
“เจ้ารู้ได้ไง? โพรทาเลีย”เฮอร์มีสถามอย่างสงสัยเพราะมีไม่กี่คนที่รู้ว่ามีดที่เฮคาทีใช้มีบางอย่างสิงอยู่
“ข้ารู้เห็นผ่านความทรงจำของลักซ์รวมถึง...วาระสุดท้ายที่เขาอยากจะพูดบางอย่างกับท่าน...” โพรทาเลียจ้องมองเทพีพร้อมกับกุมมือ
“ข้าเหรอ?”
“ท่านแม่...ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดท่าน...ข้ารับชะตากรรมนี่เองได้โปรดหลังข้าตาย...อย่าโทษตนเองเด็ดขาด…”
เฮคาทีได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดน้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาเธอค่อยๆ เงยหน้ามองอีกฝ่าย แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธออึ้งไปในทันทีร่างกายของโพรทาเลียเริ่มเปลี่ยนไป ใบหน้า ดวงตา ทรงผม จนกลายเป็นลักซ์
“ข้ารักท่าน ท่านแม่” ลักซ์บอกรักคนเป็น
“ละ...ลักซ์!” เฮคาทีกอดลักซ์ทันที
“เอ๋?”
ลักซ์ถึงกับงงที่คนเป็นแม่กอดเขาได้ความรู้สึกอบอุ่นที่แม่เคยกอดมันช่างอบอุ่นกว่าที่เขาจะรับรู้ได้เขากอดคนเป็นแม่ของเขาทันที
“ท่านแม่...”
สามคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับอ้ำอึ้งแบบสุดๆจนโฟกัสเดินถอยมาหาโทมัสทันที โทมัสยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะถามโฟกัส
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? โฟกัส”
“ฉันจะรู้ได้ไง? แล้วพี่สาวฉันอยู่ไหน!!”
โฟกัสยังสับสนว่าพี่สาวอยู่ไหนทางด้านโพรทาเลียยังสับสนอยู่ ที่จู่ๆ เธอมาอยู่รอบๆข้างอดีตชาติที่มีร่างเป็นคนปกติ พวกเขาทั้งสามคนยังมองกันอย่างตกใจที่อยู่โพรทาเลียก็โผล่ออกมาจากต้นไม้ที่กำลังฉายภาพที่พวกเขามองผ่านสายตาของโพรทาเลียทำให้สามอดีตชาติตกใจงงไปหมด
“โพรทาเลียเธอ...” เฟอร์ร่าจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“ออกมาจากต้นไม้นั้น...ได้ไง?” เซเรน่ามองอย่างสับสนสุดๆ
“เมื่อกี้เหมือนลักซ์แตะต้นไม้นะ!!” รัลจ้องไปที่ต้นไม้ที่ลักซ์แตะ
“จริงสิ!!” เซเรน่ารีบไปที่ต้นไม้ทันทีแล้วแตะมือลงบนต้นไม้ “ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่น่า!!”
เฟอร์ร่าเข้าไปใกล้โพรทาเลีย “โพรทาเลียไม่เป็นไรนะแล้วมันเกิดเรื่องนี้ได้ไง?”
“คนที่ถามน่าจะเป็นฉันมากกว่านะ!เฟอร์ร่า” โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าจอที่ฉายภาพจากสายตาของลักซ์อยู่
ทำให้โพรทาเลียสงสัยเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับลักซ์มันคืออะไรกันลักซ์ยังกอดแม่ของเขาอย่างคิดถึง เขาไม่ได้เจอผู้เป็นแม่มานานเกือบร้อยกว่าปีความรู้สึกคิดถึงช่างเยอะกว่าอะไรอีก เฮอร์มีสเข้ามามองอย่างสงสัยว่าใช่จริงๆ เหรอแต่พอมองก็รับรู้เลยว่าเป็นลูกชายเขา
“ลักซ์...”
“ท่านเฮอร์มีส...” ลักซ์มองเทพเฮอร์มีสเมื่อก่อนเขาเรียกอีกฝ่ายอย่างงั้นเสมอ “แก่ขึ้นเยอะเลยนะขอรับ”
“กล้าพูดแบบนี้กับข้าเหรอ? เจ้าเด็กนี่!!”
“ฮ่าๆ”
ลักซ์ขำคนเป็นพ่อของตนเองเฮอร์มีสมองลูกชายแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนที่โฟกัสจะมาขัดจังหวะของครอบครัว
“อย่าพึ่งมาดีใจกันได้ไหมคะ!! ลักซ์พี่สาวฉันอยู่ไหน!!”
“เอ่อ...ข้าไม่รู้เหมือนกัน...”
“ห๊า!!” โฟกัสถึงกับตบะแตกขึ้นมารีบเข้ามาเขย่าไหล่อีกฝ่ายทันที “เอาพี่สาวฉันคืนมาเลยนะ!!”
“อ๊า! ข้าไม่รู้นี่น่าข้าจะคืนได้ไงล่ะ!!” ลักซ์โดนโพรทาเลียเขย่าจนมึนหัวไปทันที
โพรทาเลียจ้องมองภาพหน้าจอก็รู้สึกอยากอาเจียนเลยที่โฟกัสเขย่าแบบนั้นเธอมองรอบๆ ตัวเธอเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้อยู่กลางห้องจนโพรทาเลียสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหนกันแน่แล้วพอมองคนตรงหน้าทั้ง 3คน เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นอดีตชาติใกล้ๆ และในร่างปกติแบบนี้
“เอ่อ...พวกเธอมองภาพนี่ตลอดเหรอ?”
“ไม่ตลอดนะแค่ช่วงเวลาที่จำเป็นเวลาส่วนตัวภาพมันจะตัดไปตลอดนะ!”
“ดีแท้...” เธอโล่งใจนึกว่าภาพมันจะเปิดตลอด“แล้วพวกเราอยู่ไหน?”
“ภายในร่างกายเจ้านะ!” รัลโผล่มาตลอดหน้าของอีกฝ่ายทันที
“ร่างกายฉัน?” โพรทาเลียมองรัลอย่างสงสัย
“ใช่แล้ว! ถ้าให้พูดจริงๆก็น่าจะเป็นภายในจิตใจ!”
“ไม่ๆต้องเรียกว่าที่เก็บวิญญาณมากกว่า!!”
โพรทาเลียมองทุกคนกำลังเถียงกันว่าจะเรียกที่ที่แห่งนี้ว่าอะไรดีเธอยกมือขึ้นมาขัดพวกเขาในทันที
“คือว่า...ขอเรียกง่ายๆ ว่า เซฟโซนของพวกเธอได้ไหม?”
ทั้งสามคนได้ยินแบบนั้นก็ชอบคำเรียกของอีกฝ่ายทันที“ได้เลย!!”
“แล้วแบบนี้ฉันจะเข้าร่างได้ไงกันล่ะเนี่ย?” โพรทาเลียจ้องมองอย่างสงสัย
“ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยล่ะนะ”
“แต่เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ตอนที่ลักซ์ยอมรับเจ้าด้วยนะ” เฟอร์ร่าเอยพูดขึ้น
“เสียงแปลกๆ”
“เสียงติ๊ก”
“ติ๊ก?” โพรทาเลียครุ่นคิดอย่างสงสัยเสียงนั้นคือเสียงอะไร “แล้วมีใครมาแตะต้นไม้นี้มั้งไหม?”
“ข้ากับรัลแต่หลังจากลักซ์โผล่ออกมาจากต้นไม้”
“หือ? จะบอกว่าทุกคนออกเข้าและออกจากต้นไม้นี้เหรอ?”
“เปล่าๆ ปกติเราจะออกทางด้านบนนะ”
พวกเขาเงยหน้ามองใบไม้ที่เต็มไปหมดโพรทาเลียพึ่งเห็นว่าต้นไม้ต้นนี้สูงถึงชั้นที่สอง โพรทาเลียหลับตาใช้ความคิดก่อนจะลองบางอย่างถ้าเธอเป็นเจ้าของร่างน่าจะทำได้เช่นกันเธอเดินตรงไปที่ต้นไม้พร้อมกับแตะมันแสงสว่างขึ้นเมื่อเธอแตะต้นไม้ก่อนที่เธอจะถูกดูดเข้าไปแล้วลักซ์ก็ออกมาทันที
“เอ๋...กลับมาแล้วเหรอ?”
“ใช่!”
พวกเฟอร์ร่าจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจที่พวกเขามาอยู่ก่อนแต่อีกฝ่ายนั้นกลับได้ออกไป
ลืมตาตื่นขึ้นก็เห็นเทพีตรงหน้าแล้วก็โฟกัสที่กำลังมองเธออยู่เธอเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นไปมองตัวเองที่กระจกทันทีร่างกายของเธอกลับเป็นปกติสักทีทำให้เธอนอนซบหน้ากับกระจกอย่างดีใจที่ตัวเองสามารถกลับร่างเดิมของตัวเองทุกคนก็มองอย่างงงๆ ที่โพรทาเลียกลับเป็นคนเดิมแล้ว
“พี่ค่ะ!!” โฟกัสเข้าหาพี่สาวทันที“พี่กลับมาแล้ว”
“พี่ว่าจะต้องอยู่ในสภาพนั้นซะแล้ว!” โพรทาเลียหันไปกอดน้องสาวทันที
“ช่างแปลกประหลาดจริงๆ” เฮอร์มีสจ้องมองเด็กสาวอย่างสนใจกับการเปลี่ยนร่างของเธอคล้ายๆพวกเขาที่เป็นเทพไม่มีผิด
เทพีมองอย่างเซ็งๆที่อยู่กับลูกได้เพียงเสี้ยววิเท่านั้น ทำให้เธอคิดบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเดินตรงไปหาเด็กสาวโดยทันที
“โพรทาเลีย!”
“ค่ะ...เทพี?”
เฮคาทีเข้าใกล้เด็กสาวพร้อมกับกุมมืออีกฝ่ายขึ้นมา “มาเป็นลูกทูนหัวของข้านะ!!”
“เออออออออออออออ๋!?”
ทุกคนต่างอุทานอย่างตกใจหายากที่เทพีเฮคาทีจะรับใครเป็นบุตรบุญธรรมแบบนี้เฮอร์มีสถึงกับตกใจก่อนจะพูดกับเทพีทันที
“เดียวสิ! เฮคาที ข้าต้องพูดก่อนสิ!!”
“เสียใจ เฮอร์มีสข้าอยากให้เด็กน้อยคนนี้เป็นลูกทูนหัวข้าก่อนท่าน!!”
“ก่อนข้าเนี่ยนะ!!” เฮอร์มีสถึงกับของขึ้นทันที“ไม่นึกเลยว่าข้ากับเจ้าเคยเป็นอะไรกัน”
“หึ แต่ตอนนี้เป็นแค่คนรู้จักนี่เจ้าค่ะ!!”
โพรทาเลียจ้องมองเทพสององค์ทะเลาะกันอย่างน่ารำคาญก่อนจะสงสัยอยู่ว่าก่อนหน้าเกิดอะไรขึ้นมั้ง
“ก่อนหน้าเกิดอะไรขึ้นมั้งนะ?”
“อดีตชาติของพี่เขามาสิงร่างพี่แล้วรูปร่างก็เปลี่ยนไปเป็นของอีกฝ่ายด้วยนะ”
“หือ?”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นแอบคิดว่ามีการเปลี่ยนร่างด้วยทำให้เธอสงสัยว่าจะมีอะไรแบบนี้อีกไหม ก่อนจะได้ยินเฮอร์มีสพูดบางอย่างขึ้นมา
“แต่ยังไงเจ้าก็ไม่ใช่คนแรกของนางอยู่ดีเฮคาที!”
“ข้ารู้แล้ว!!” เฮคาทีหันไปหาโพรทาเลียพร้อมกับจับหน้าของเธอ"โธ่ ลูกแม่เจ้าดันเป็นลูกทูนหัวของเจ้าเทพโสดนั้นได้ไง?"
“เอ่อ...ท่านพูดนี่หมายความว่าไงหรือขอรับเทพีเฮคาที”
“ท่านแม่จ๊ะ ต้องเรียกว่าท่านแม่” เฮคาทีใช้นิ้วจิ้มที่จมูกของโพรทาเลียทำเอาเธอถึงกับเหนื่อยใจกับผู้เป็นพ่อแม่ของอดีตชาติของตนเองจริงๆ
“เอ่อ...ท่านแม่...ที่ท่านพูดนั้นหมายความว่าไงหรือขอรับ?”
“ที่เฮคาทีพูดนั้นหมายถึงบนหัวของเจ้ามีตราของอะพอลโลอยู่นะ”เฮอร์มีสพูดอธิบายพร้อมกับชี้บนหัวของตนเอง
“ตราของอะพอลโล!?” โฟกัสกับโทมัสถึงกับตกใจทันที
“ว่าจังใด๋!!” โพรทาเลียถึงกับแปลกใจทันที“เดียวนะ ข้าไม่เคยให้อะพอลโลใส่ตรากับข้านะ”
“แต่บนหัวเจ้ามีนะ ลูกรัก” เฮคาทีกอดอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องมองบนหัวเด็กน้อย“อยากเอาตราเฮงซวยนี่ออกจริงๆ”
“ห๊า!!” โพรทาเลียกลัวคำพูดของเทพีขึ้นมาทันที
“เฮคาทีทำลูกตกใจล่ะ”
“ตายล่ะ!” เทพีผลักโพรทาเลียเพื่อมอง“แม่ขอโทษนะจ๊ะ”
‘เทพีน่ากลัวจริง’ โพรทาเลียคิด
โฟกัสกำลังช่วยคิดว่าทำไมพี่สาวมีตราอะพอลโลได้จนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “อ๋อ!!หรือว่าตอนนั้นล่ะค่ะ! พี่”
“ตอนไหน?”
“ก็ก่อนออกจากสถานีตำรวจอะพอลโลแตะหัวของพี่หนึ่งครั้งนะ”
“เอ๋?” โพรทาเลียนึกภาพเธอก็จำได้ว่าเทพองค์นั้นแตะหัวเธอ“ห๊า!! แล้วทำเพื่ออะไรกัน!!”
“ก็...คงเพื่อบ่งบอกบางอย่างล่ะมั้ง”เฮอร์มีสพูดออกมา“หมอนั้นคงรู้อะไรเขาเลยทำสัญลักษณ์ไว้อย่างเช่น...”
“เขารู้แล้วว่าอดีตชาติที่ข้ากำลังตามหานั้น...มีลูกของตนเองด้วย...”
“หือ!?” ทุกคนมองโพรทาเลียกันอย่างแปลกใจ
“อืมมม ตอนนี้มีสายเลือดเทพคนละ 4 ตน...” โพรทาเลียครุ่นคิดเธอใช้ความทรงจำทุกอย่างที่อยู่ในหัว
‘คำใบ้ คำใบ้...’
โพรทาเลียคิดจนกระทั่งภาพในหัวผุดขึ้นมาคำใบหน้าของตราสัญลักษณ์มากมายตามสิ่งต่างๆในความทรงจำทั้งอดีตของพวกสายเลือดและอดีตของเธอตราของเทพที่โดนแย่งออกจากกันแย่งออกเป็น 6 ตรา และตราที่ใหญ่ที่สุดตรารูปสายฟ้า
“เทพทั้ง 13 องค์...สายเลือดที่ถูกแบ่งออก!”
“สายเลือดที่ถูกแบ่งออก...” โฟกัสมองพี่สาวอย่างสงสัย“พี่รู้แล้วเหรอ?”
“อืม!” โพรทาเลียพยักหน้า“เธอมีสายเลือด 4 ตนเหลืออีก 2 ส่วนฉันมีสายเลือด4 ตน เหลืออีก 3 ตนแล้วหนึ่งในนั้นที่ฉันหายังไม่เจอคือสายเลือดของอะพอลโล แปลว่าอีกสองตนก็อาจจะเป็น...สายเลือดของไดโอนีซุสและก็...ซุส!!”
“!!” ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็นึกไม่ถึงจริงๆ
“นี่…ข้ามาฟังอะไรที่เหนือความคาดหมายจริงๆสินะ” เฮคาทีฟังถึงกับอึ้งสุดๆ
“แล้วการรวบรวมสายเลือดเทพเพื่ออะไรกันนะ?”โทมัสเอ่ยถามขึ้นเขายังยื่นอยู่เฉยๆ
สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนจะตอบพร้อมกัน “เพื่อต่อกรกับแซเทิร์นและปิดผนึกเขา!!”
เฮอร์มีสได้ยินแบบนั้นก็เครียดขึ้นมาทันที “แปลว่าจะเกิดสงครามอีกสินะ!”
“ก็...อาจจะเป็นแบบนั้นที่ไหนเมื่อไรเราไม่มีทางรู้นะคะ...”
เฮคาทีได้ยินเรื่องทั้งหมด ทำให้เธอคิดจะกลับบ้านของเธอดีกว่า“คงมีเรื่องอีกเยอะ งั้นข้าต้องกลับแล้วล่ะ”
“เฮคาที...”
“ข้าว่ายังไงเดียวก็ต้องมีคนบอกเทพตนอื่นๆแน่ล่ะ อะพอลโลคงไม่ยอมปล่อยเฉยเมื่อครั้งก่อนที่เขาโดนลงโทษไปเป็นมนุษย์หน้าตาน่าเกลียดได้หรอกนะ!”
“มันก็จริง...”
“งั้นเราก็ทำตามหน้าที่ตัวเองไปจนกว่าซุสจะสั่งดีกว่างั้นก็...”
เทพีหันมาหาโพรทาเลียพร้อมกับยื่นริมฝีปากไปแตะหน้าผากของเด็กน้อยเบาๆก่อนจะเกิดแสงสว่างขึ้นเป็นตราของเทพีประทับที่หน้าผากแล้วจางหายไปเฮอร์มีสเห็นก็ตกใจทันที
“เห้ย! เฮคาที”
เฮคาทีเดินหนีก่อนจะหันหลังกลับมาโบกมือให้โพรทาเลีย “งั้นแม่ไปก่อนนะลูกรัก”
โพรทาเลียเอามือแตะหน้าผากก่อนจะยิ้มแบบเขินๆแล้วยกมือบอกลาอีกฝ่าย “เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ ท่านแม่”
เฮคาทียิ้มให้ทั้งผู้เป็นลูกก่อนจะเดินออกมาในหัวของเธอมีความคิดที่จะเตรียมตัวไว้สำหรับสงครามที่กำลังจะมาถึงจะไม่รู้ที่ไหนเมื่อไร แต่เธอก็จะเตรียมพร้อมเพื่อสิ่งสำคัญของเธอเฮอร์มีสเดินมาจ้องมองโพรทาเลียอย่างหงุดหงิดเพราะตรงหน้าผากอีกฝ่ายมีตราของเทพีตนนั้นก่อนที่เขาจะใช้นิ้วแตะลงบนหน้าผากอีกฝ่ายแล้วประทับตราทับตราของเทพี
“เจ้าเป็นลูกทูนหัวข้าแล้วนะ โพรทาเลีย!!”
“อ๊ะ...เจ้าค่ะ...ท่าน...เฮอร์-”
เฮอร์มีสจ้องเธอเขม็งอย่างไม่พอใจที่เธอเรียกเขาแบบนั้นก่อนที่โพรทาเลียจะทำหน้าเหวอแล้วพูดใหม่
“ท่าน...ท่านพ่อ...”
“ดี!” เฮอร์มีสยิ้มร่าทันทีแถมยังพบไหล่ของโพรทาเลียซะเต็มที่อีก
“ดูเข้าๆพ่อฉันรับสายเลือดโพไซดอนเป็นลูกทูนหัว ฉันเชื่อเลยว่าเทพองค์อื่นๆ ตรงมาด้วยแน่ๆ”
“ขอล่ะ!! แค่นี้ก็วุ่นวายแล้ว!” สองแฝดพูดพร้อมกันด้วยสีหน้าเซ็งๆ
โพรทาเลียรู้สึกเพลียเลยถ้าคิดว่าเทพองค์อื่นๆจะมาขอให้เธอหรือน้องสาวเป็นลูกทูนหัวกันจนโพรทาเลียปวดหัวไปหมดจนโฟกัสให้พี่สาวพักอีกสักหน่อยอีก 2 ถึง3 ชั่วโมง เวลาผ่านไปจนโพรทาเลียได้พักเต็มอิ่มมากๆตอนแรกพวกเธอจะทำงานต่อ แต่ว่าระยะเวลาของพวกเธอหมดแล้ว จากที่นับๆพวกเธอได้ทำงานแค่ 4 วันเอง เพราะมีเรื่องเข้ามาตลอดเฮอร์มีสฝากคำพูดให้โทมัสบอกพวกเธอให้กลับค่ายไปซะ เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอจนต้องยอมทำตามไม่งั้นโดนเทศน์แน่ๆโพรทาเลียเลยขอเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางกลับค่าย จู่ๆเฮอร์มีสก็ขอเข้ามาคุยกับเธอในห้องที่เธอพักรักษาตัว
“ลูกข้า...”
โพรทาเลียได้ยินก็หันไปมองอย่างสงสัย “ท่านเฮอ...เอ๊ย...ท่านพ่อ...มีอะไรหรือเจ้าค่ะ?”
“พูดปกติก็ได้ ไม่ต้องใช้คำสมัยก่อนกับข้าก็ได้”
“อ๋อ...ค่ะ...แล้ว...”
“ข้าอยากถามนะ...เจ้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่หรือ?แล้วก็...มีแค่ข้ากับเฮคาทีแค่สองคนที่รู้เรื่องนี้สินะ”
“ถ้าสำหรับเทพก็มีอีกสองคือโครนอสกับเรอาที่รู้!”
“อ๋อ...แปลว่าโพไซดอนกับอาธีน่าไม่รู้สินะ”
“…” โพรทาเลียนิ่งเงียบไปในทันที “ฉันยังไม่พร้อมที่จะบอกพวกท่านเท่าไร...”
“กลัวเหตุการณ์ร้ายแรงสินะ”
“หึ...ท่านก็รู้นี่น่า...พวกท่านรักหลานจะตาย...ถ้ารู้สึกอดีตของฉันด้วย...พวกเขาคงจะโกรธน่าดู”
“ก็จริง...น้องเจ้าบอกหมดแล้วว่าอดีตของเจ้านั้นเจออะไรมั้ง”
“งั้นเหรอคะ...” โพรทาเลียถึงกับปลงกับทุกอย่างล่ะที่น้องสาวทำแล้ว
หมดเวลาเศร้ากับเรื่องที่น้องสาวเธอทำตอนนี้เธอแต่งตัวอะไรเสร็จแล้ว “ฉันกำลังจะกลับค่ายแล้วล่ะ?”
“งั้นเหรอ...”
ทั้งสองต่างมองหน้ากันและกันอย่างนิ่งเงียบ พวกทั้งสองไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันต่อ จนเฮอร์มีสพูดบางอย่างขึ้นมา
“ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนสามารถเรียกข้าได้เสมอนะ ขอความช่วยเหลือได้เสมอเพราะตอนนี้ข้าเป็นพ่อทูนหัวเจ้าแล้วนะ”
“ค่ะ ถ้ามีเรื่องจริงๆฉันจะขอความช่วยเหลือค่ะ!”
เฮอร์มีสฉีกยิ้มด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน “อ๊ะ!นี่คือเอกสารที่บอกว่าพวกเจ้าผ่านการฝึกของข้า”
“จะดีเหรอคะ? พวกข้าทำงานได้แค่ไม่กี่วันเอง”
“ดีแล้ว เจ้าทำมากกว่าทำงานซะอีกเจ้าทำให้ข้ากับปรับความเข้าใจกับเฮคาทีด้วยซ้ำ”
“เอ๋? คงไม่กลับไปคบหากันนะคะ”โพรทาเลียพูดแซวออกไป
“พรวดดดดดดดดด!! ไม่มีทาง!ข้ากับนางไม่มีทางเด็ดขาด! นางเล่นเกลียดข้าซะขนาดนั้น!!”
“ฉันจะรอดู!” โพรทาเลียฉีกยิ้มอย่างชอบใจ
เฮอร์มีสเห็นรอยยิ้มอีกฝ่ายแบบนั้นช่างเหมือนกับลักซ์สมัยก่อนไม่มีผิด ทำให้ไม่ถามเลยว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นลูกใคร
“เจ้านี่นะ ช่างสมกับเป็นลูกข้าจริงๆ” เฮอร์มีสยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะลืมของที่มืออีกอย่าง “จริงสิ! อ๊ะนี่...”
เขายื่นกล่องขนาดใหญ่ให้เธอทำให้เธอสงสัยว่าของข้างในคืออะไร “ข้างในคืออะไรนะคะ?”
“ลองเปิดดูสิ”
คิ้วของเธอขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะลองเปิดฝากล่องขึ้นมา โพรทาเลียได้ยินสิ่งของที่อยู่ข้างในคือรองเท้าผ้าใบติดปีก
“นี่มัน...?”
“รองเท้าติดปีกเวอร์ชันรุ่นลิมิเต็ด”
“ลิมิเต็ด...ท่านพ่อ...ขอบคุณสำหรับของขวัญค่ะ”โพรทาเลียปิดกล่องก่อนจะดันเข้ากระเป๋าคาดเอวของเธอแล้วมันก็หายเข้าไปข้างใน
“มีกระเป๋าดีนะ”
“ข้าสร้างเอง!” โพรทาเลียบอกกล่าว
“สมกับมีสายเลือดเฮเฟตัสติดตัวจริงๆ”
“หึๆ” โพรทาเลียยิ้มให้เฮอร์มีสเธอก็คิดบางอย่างได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาไม่แปลกใจกันมั้งหรือ “ข้าถามบางอย่างหน่อยสิ?”
“เรื่องอะไรเหรอ?”
“ท่านไม่ตกใจเลยเหรอที่ข้าเป็นถึงหลานสาวโพไซดอนแล้วอดีตของข้าเป็นบุตรของท่านด้วยนะ”
“อ๋อ...ข้าก็แอบแปลกใจเล็กน้อยแต่ข้าก็เจอเรื่องอะไรแปลกๆ มาเยอะ แต่การได้เจอลูกบุญธรรมที่จริงๆแล้วเป็นลูกชายมันช่างน่ามหัศจรรย์มากกว่าข้าอยากขอโทษต่อเขาที่ข้าบางครั้งอาจจะเลี้ยงดูไม่ดีเท่าที่ควรแต่ข้าก็ดีใจที่ข้าได้เป็นพ่อเขา”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้น้ำตาของโพรทาเลียไหลออกมาจนเธอหันหน้าหนีเธอรับรู้ถึงความรู้สึกของลักซ์ที่กำลังเสียใจกับสิ่งที่เขาทำไป
“ดูเหมือนคำพูดข้าจะทำให้ใครสักคนบ่อน้ำตาแตกสินะ”
“พูดอะไรกัน...ไม่ใช่สักหน่อย...” โพรทาเลียเช็ดน้ำตาออกไปในทันที
“หึ”
เฮอร์มีสรับรู้ว่าลูกชายของเขาคงส่งความรู้สึกถึงตัวโพรทาเลียออกมาโพรทาเลียหลุดน้ำตาไหลไม่ได้จนกระทั่งได้ยินเสียงของลักซ์ออกมาจากข้างใน
‘ข้าก็ขอโทษ...ที่ทำแบบนั้นลงไป...และข้าก็ดีใจที่ได้เป็นลูกของท่าน...ท่านพ่อ...’
โพรทาเลียได้ยินคำพูดของลักซ์เธอเช็ดน้ำตาไปให้หมดก่อนจะหันไปหาเฮอร์มี “ลักซ์เขาฝากบอกกับท่าน...เขาขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็...เขาดีใจที่ได้เป็นลูกของท่าน”
“อ๊ะ...” เฮอร์มีสได้ยินแบบนั้นข้างในของเขานั้นรู้สึกปั่นป่วนไปหมด แต่ก็หายใจเข้าหายออกอย่างใจเย็นแล้วจ้องมองเด็กสาวตรงหน้า “เจ้าไม่เคยเกลียดข้าสินะ...ข้าดีใจที่เจ้าพูดแบบนั้น...ลูกรัก...”
คำพูดของคนเป็นพ่อเข้าไปในใจของคนเป็นลูกเป็นอย่างมากถึงโพรทาเลียจะไม่ใช่ลูก แต่ก็ซึ้งกับคำพูดอีกฝ่ายพอเตรียมตัวอะไรเสร็จโพรทาเลียก็ลงข้างล่างเพื่อออกเดินทาง โฟกัสก็รอพี่สาวอยู่ข้างล่างอย่างตื่นเต้นพอเห็นพี่สาวลงมาแล้วก็เตรียมตัวพร้อมสุดๆ
“จะไปเลยไหมคะ พี่!!”
“อืม ไปกันเลย”
“จะไปกันแล้วเหรอ? ข้างนอกกำลังจะมืดแล้วนะ!”โทมัสเอ่ยถามขึ้น
“เอ๋!!” สองสาวมองข้างนอกผ่านหน้าต่างท้องฟ้าเป็นสีส้มและก็พระอาทิตย์กำลังตกลง
“แบบนี้ได้ออกไปเจอพวกอสูรเยอะแน่ๆแหะ...คงต้องพักที่นี่อีกคืน”
โฟกัสจ้องมองอย่างครุ่นคิด แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “หนูขอเสนอค่ะเราไปค้างที่ที่หนึ่งกัน!”
“ที่ไหนเหรอ?”
“บ้านคุณย่าไง บ้านนั้นดีที่สุดแล้วนี่นา”
“จะดีเหรอ? เราไปรบกวนท่านอีกนะ?”
“ไม่หรอก หนูว่าคุณย่าคงดีใจที่เรากลับไปอีกนะ!!”
“เอางั้นก็ได้ ของก็ครบแล้วงั้นไปบอกลาทุกคนก่อนกลับละกัน”
“โอเค!!”
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะตัดสินใจได้แล้วนะ” เฮอร์มีสเดินลงมาจากชั้นสองมองทั้งสองคน
ทั้งสองคนมองหน้าก่อนจะหันไปตอบอีกฝ่าย “ค่ะ!”
พวกเธอบอกกล่าวลากับเฮอร์มีสและพี่โทมัสเฮอร์มีสรู้สึกเศร้าที่โพรทาเลียต้องกลับค่ายแต่เขาก็บอกว่าจะไปเยี่ยมเป็นบางครั้ง จนโทมัสแซวคนเป็นพ่อว่าพอเป็นลูกๆตัวเองกลับไม่เคยมาเยี่ยม ทำเอาเฮอร์มีสถึงกับเขินเลยที่โดนลูกชายแซวแบบนั้นสองสาวต่างขำกัน พอบอกลาเสร็จพวกเธอก็ออกจากโอลิมปัส พาร์เซล เซอร์วิส แล้วตรงดิ่งไปยังร้านบลูเมอร์เมดที่อยู่ไม่ห่างกี่กิโลพอมาถึงร้านกำลังจะปิด พนักงานชายคนหนึ่งกำลังจะเก็บร่างเขารู้สึกถึงเงาของใครบางคนก่อนจะพูดบางอย่างออกไปโดยไม่ได้มองพวกเธอ
“ขอโทษครับร้านจะปิดแล้ว...”
สองสาวต่างมองหน้ากันก่อนจะพูดบางอย่างออกไป “เรามาหาคุณย่าแซลลี่นะ!”
พนักงานชายได้ยินน้ำเสียงที่คุณเคยก็หันไปมองทันที “ตายล่ะ!คุณหนูทั้งสองไม่เจอกันตั้งหลายวัน ผมนึกว่าทั้งสองกลับไปลองไอส์แลนด์แล้วซะอีก”
“โทษทีนะเรามีธุระจึงอยู่ที่นี่นานหน่อยนะ แล้วคุณย่าล่ะ?”
“เมื่อกี้นายหญิงขึ้นไปข้างบนพร้อมกับคุณหนูเอสเทลแล้วนะขอรับ”
“โอเค เราขอเข้าไปนะ”
“เชิญเลยขอรับ!”
สองสาวต่างรีบพากันเข้าไปข้างในแล้วเดินขึ้นข้างบนไปพวกเธอหยิบกุญแจที่ย่าแซลลี่ให้พวกเธอไว้ แล้วเปิดประตูเข้าไปในทันทีโพรทาเลียก็ตะโกนเข้าไปข้างในทันที
“คุณย่าค่ะ!! โพรทาเลียกับโฟกัสค่ะ!”
แซลลี่ได้ยินเสียงหลานๆ ก็อึ้งไปเลยที่หลานกลับมาหา “สองสาวของย่าเข้ามาข้างในเลยจ้ะ ย่าอยู่ห้องครัว”
“คุณย่าค่ะ พวกหนูขอค้างก่อนกลับค่ายนะคะ”โพรทาเลียกำลังเดินเข้ามาข้างในห้องโถง
“เชิญเลยจ้ะ ดีเลยมีคนอยากเจอหลานๆ พอดี” แซลลี่เห็นโพรทาเลียเข้ามาก็ยิ้มให้ทันที
“ใครเหรอคะ?” โพรทาเลียมองย่าอย่างสงสัยว่าใครอยากเจอพวกเธอ
โฟกัสเดินตามเข้ามาเธอมองย่าก่อนจะหันไปมองทางห้องนั่งเล่น สีหน้าของเธอกับซีดเผือดในทันทีเธอยกมือขึ้นมากระตุกชายเสื้อของพี่สาวอย่างช้าๆ
“พี่! พวกเราซวยแล้ว!”
“อะไรเหรอ?”
โพรทาเลียยกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยหันไปมองน้องสาวที่มองไปยังห้องนั่งเล่นสายตาเธอก็หันมองตามก็เจอกับบุคคลที่พวกเธอนั้นไม่อยากเจอสุดๆนั้นก็คือพ่อของพวกเธอที่มารออยู่ที่นี้ตั้ง 4 วันแล้ว
“ไง ลูกรัก!” เพอร์ซีย์จ้องมองเหมือนสิงโตรอเหยื่อพร้อมกับรอยยิ้มอันน่ากลัว
สองสาวต่างทำหน้าเหวอทันที “พ่อ!!”
จบตอนที่ 56 โปรดติดตามตอนที่57 ต่อไป