ถึงสองพ่อลูกจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉินไห่หยางยังเดินเข้าไปช่วยยกชามซะด้วยซ้ำ
"เก่งมาก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอ่ยชมโดยไม่ได้คิดอะไร "เริ่มเป็เด็กดีรู้จักช่วยงานแล้ว"
ฉินไห่หยางเงียบไปต่งเสี่ยวเสี่ยวถือชามที่ใส่น้ำแกงมาตรงหน้าฉินซู่ "จะให้ฉันป้อนไหม?"
"ไม่เป็ไร" ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลัวจะทำลายศักดิ์ศรีของเขา เธอจึงปรับเตียงให้สูงขึ้นแล้วเอาหมอนสองใบหนุนหลังให้เขา "นายกินเองเถอะเดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง"
พูดจบเธอก็เรียกมาเด็กสองคนมากินข้าวต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
คิดๆ ดูแล้วก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนในหมู่บ้านยุคนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากถ้าบ้านไหนมีปัญหาอะไรขึ้นมา มันก็จะทำให้ชีวิตลำบากยิ่งกว่าเดิม
ตลอดทั้งวันร่างกายของร่างเดิมที่ไม่เคยใช้แรงงานหนักอะไร ก็เหนื่อยล้าจนแทบขยับไม่ไหว
เธอต้องฝืนอดทนเอาไว้ก่อน
"พวกลูกกินไปก่อนเลยนะอีกสักพักค่อยเรียกแม่" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็เอนตัวพิงตู้ข้างๆเธอแค่อยากจะพักสักหน่อย
แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วด้านนอกเต็มไปด้วยแสงไฟ
"ฉันหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบหน้า รีบลุกขึ้นมาอย่างร้อนรน "ทำไมลูกๆ ไม่ปลุกแม่ล่ะ?"
ฉินไห่หยางกับฉินไห่เยว่นั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆในมือถือหนังสือที่ผู้ชายทรงผมสั้นเกรียนเอามาให้ส่วนฉินซู่ก็ช่วยอธิบายเนื้อหาให้พวกเขาเป็ระยะๆ
พอเห็นเธอตื่นขึ้นมาแล้วสายตาของทั้งสามคนก็จ้องมองมาที่เธอเป็ตาเดียว
มองไปที่โต๊ะที่ถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยิ่งสับสน "พวกเธอ..."
พูดยังไม่ทันจบฉินไห่เยว่ก็เดินเข้ามาจับมือเธอ และบังเอิญไปโดนตรงที่แผลเริ่มเน่า
"ซี๊ด!"
ครั้งนี้เธอทนไม่ไหวจริงๆต่งเสี่ยวเสี่ยวย่นคิ้ว ร้องออกมาเบาๆ เมื่อสบตากับทั้งสามคน เธอก็หัวเราะแห้ง ๆ"ไม่เป็ไร แค่โดนน้ำมันกระเด็นใส่เฉยๆ น่ะ!"
"จริงเหรอคะ?" ฉินไห่เยว่เอียงคอ เธอมองด้วยความใสซื่อ ดวงตาเล็กๆ กะพริบปริบๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันได้ตอบฉินไห่หยางก็วางหนังสือแล้วเดินเข้ามา ถกแขนเสื้อของเธอขึ้นตรงนั้นมีแผลขนาดใหญ่ที่เริ่มเน่า ดูแล้วไม่น่ามองแล้วสักนิด
"เกิดอะไรขึ้น?" เมื่อฉินซู่เมื่อเห็นแบบนั้นก็ใ "แผลนี้มัน..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะอีกครั้งรีบร้อนดึงแขนเสื้อลงมาปิดไว้ "ไม่มีอะไรหรอกแค่โดนอะไรมานิดหน่อย เดี๋ยวฉันออกไปทายาเอง"
ฉินซู่หยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบากจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบ "ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เธอเพิ่งกลับไปไม่นานแม้ว่าพวกเขาจะมีน้ำแกงไก่ มีเนื้อหมูป่าให้กินแต่เื่มันจะง่ายขนาดนั้นจริงเหรอ?
ฉินซู่รู้สึกแปลกๆ ั้แ่แรกแล้วเมื่อกี้นี้เขาก็แค่ให้ฉินไห่หยางกับฉินไห่เยว่ลองหยั่งเชิงดู ใครจะรู้ว่า...
"พูดมา!" บรรยากาศรอบตัวฉินซู่เย็นลงทันทีคิ้วของเขายิ่งขมวดแน่น ดวงตาลึกล้ำจ้องเขม็งจนคนตรงหน้ารู้สึกอึดอัดไปหมดเหมือนกับว่ารอบตัวเขากำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอยหลังไปก้าวหนึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้ชายคนนี้เวลาโกรธจะน่ากลัวขนาดนี้
เธอคิดว่าถ้าฉินซู่ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงป่านนี้คงลุกขึ้นมาคว้ามือเธอไปแล้ว
"เฮ้อ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเองก็ไม่ใช่คนชอบยืดเยื้อในเมื่อถูกจับได้แล้ว เธอจึงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะพูดว่า "ฉันเข้าไปในป่าเพื่อเสี่ยงดวงดูน่ะ แต่สุดท้ายก็โดนงูตัวหนึ่งเล่นงาน"
"ฉันจัดการงูไปแล้วแต่มันพ่นพิษใส่แขนฉัน" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็ก้มหน้าลงเธอลังเลว่าควรจะพูดเื่เฮ่อเจี้ยนิด้วยดีไหม
เมื่อฉินซู่ได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาทันที มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็ค่อยๆ กำแน่นขึ้นสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด
"เธอ..." พอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เงยหน้าขึ้นมา "ตอนที่ฉันขึ้นเขาเฮ่อเจี้ยนิก็ตามฉันไปด้วย"
สิ่งที่เธอเพิ่งพูดออกมาต่งเสี่ยวเสี่ยวคิดว่าฉินซู่ต้องโกรธแน่ๆ แต่เปล่าเลย เขากลับแค่จ้องเธอเขม็งเหมือนกำลังรอให้เธอพูดต่อ
พอมองไปที่สายตาคู่นั้นแล้วในใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
แสดงว่าฉินซู่ยังเชื่อในตัวเธออยู่บ้างการที่วันนี้เธอขึ้นเขาไปเสี่ยงโชค เพื่อให้พวกเขาได้กินกระต่ายกับไก่ป่านี่มันคุ้มแล้ว!
หลังจากเล่าเื่ราวทั้งหมดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินมาที่ข้างเตียง "ที่ฉันช่วยเขาก็เพราะฉันไม่อยากใช้วิธีที่ไม่เข้าท่าแบบนั้น"
ฉินซู่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสองเพียงแค่สบตากันเท่านั้น
สักพัก เผยเห่อก็เปิดประตูห้องเข้ามาทั้งสองคนจึงรีบหลบสายตา เขาถือผลตรวจเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม"ผมมาดูว่าคุณฟื้นตัวเป็ยังไงบ้าง?"
เผยเห่อเข้ามาตรวจดูอาการแล้วสั่งให้เขาไปซีทีสแกน "พรุ่งนี้คุณต้องไปซีทีสแกนเพิ่มถ้าไม่มีปัญหาอะไรมาก ก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับ"
เผยเห่อคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขามีต่งเสี่ยวเสี่ยวซึ่งเป็ผู้เชี่ยวชาญอยู่ด้วยต่อให้ไม่ได้อยู่โรงพยาบาลก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
"ขอบคุณครับ" ฉินซู่พยักหน้าเล็กน้อย เผยเห่อหมุนตัวกำลังจะพูดกับต่งเสี่ยวเสี่ยวเขาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง "รบกวนคุณหมอเผยช่วยรักษาแผลที่แขนภรรยาผมด้วยนะครับ"
ภรรยา!
เมื่อได้ยินคำสองคำนี้หัวใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ถึงเธอจะเป็แม่โดยไม่ได้ตั้งใจแถมยังมีสามีรูปหล่อ แต่พอได้ยินคำเรียกที่เต็มไปด้วยความหวังดีนี้เธอก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง
"คุณเป็อะไร?" เผยเห่อรีบเดินเข้ามา ฉินไห่เยว่จึงถกแขนเสื้อของต่งเสี่ยวเสี่ยวขึ้นทันที
ทันทีที่แผลที่น่าสยดสยองถูกเปิดออกมาเผยเห่อก็ใ "คุณไปทำอะไรมา?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเล่าเื่คร่าวๆ ให้ฟังเผยเห่อก็ให้พยาบาลเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้
เขาใช้คีมคีบตรวจดูแผลนอกจากิัชั้นนอกที่เน่าเปื่อยแล้ว ข้างในก็ไม่มีอะไรผิดปกติแถมยังได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง พิษก็ไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
หลังจากทายาอย่างง่ายๆ แล้วเผยเห่อก็ถอนหายใจออกมา ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวเผลอเหลือบไปเห็นสายตาลึกซึ้งของฉินซู่ก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอลูบท้องเบาๆ ก่อนจะพูดว่า"ฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยนะ แล้วก็ซื้ออะไรกินด้วย"
พูดจบก็รีบหันหลังเดินจากไปฉินซู่ยังคงเงียบ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวออกจากโรงพยาบาลตอนนี้เป็เวลาประมาณสองทุ่มแล้ว
เธอไม่เคยมาที่ตัวตำบลมาก่อนร้านค้าที่นี่ล้วนมีเอกลักษณ์ของยุคนี้
เธอนึกขึ้นได้ถึงเื่ที่ต้องซื้อเข็มเงินต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเดินไปที่ร้านขายยาแผนโบราณใกล้ๆ
เพิ่งเดินเข้าไปข้างในชายหนุ่มที่กำลังหาวหวอดก็เตรียมจะปิดร้านแล้ว
"ฉัน้าเข็มเงินหนึ่งชุดค่ะ"ทันทีที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูด ชายหนุ่มก็ใ หันกลับมามองเธอ
ถึงปากจะบ่นพึมพำแต่ก็ยังเอาเข็มเงินวางเรียงกันบนโต๊ะ "คุณลองดูเอาเถอะว่าจะเอาอันไหน?"
มองไปที่เข็มเงินที่เรียงกันต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ค่อยพอใจกับเข็มเงินพวกนี้เท่าไหร่"คุณเอาอันที่ดีกว่านี้มาให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?"
เวลาซื้อของอย่างอื่นเธออาจจะเสียดายเงินแต่สำหรับเข็มเงินแล้ว เธอต้องตั้งใจเลือกให้ดรเพราะมันสำคัญต่อการรักษาโรคมาก
จะประมาทไม่ได้
"เฮ้อ" ชายหนุ่มเหนื่อยมาทั้งวัน"ร้านเรามีแค่เข็มเงินพวกนี้แหละ คุณรีบเลือกๆ แล้วก็ไปเถอะผมจะได้ปิดร้าน"
"ร้านใหญ่ขนาดนี้มีแต่ของไม่ได้เื่พวกนี้เหรอ?" เมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียง
พูดยังไม่ทันจบชายหนุ่มก็เท้าสะเอวทั้งสองข้าง กำลังจะด่าเธอ
หญิงชราคนหนึ่งอุ้มเด็กวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ"หมอเสิ่นอยู่ไหม? หมอเสิ่นช่วยหลานชายฉันด้วย!"