“พวกเราเพิ่งรู้จักกันตอนไปร่วมงานแต่งงานเอง อย่าลืมสิว่า เมื่อก่อนเพราะโจวเซี่ยสุขภาพไม่ค่อยดีเลยเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน น้อยครั้งนักที่จะออกมาเจอผู้คน ตอนนั้นที่สวีกังจีบเธอ ก็มักจะไปหาเธอที่บ้านอยู่บ่อย ๆ เธอจะไม่รู้จักพวกเราก็เป็เื่ปกติแล้ว”
"แต่พี่หย่วนหาง ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็ใครได้อีก? พวกเราแอบถามคนทั้งหมู่บ้านแล้ว มีแค่เธอคนเดียวที่ขึ้นเขาในวันนั้น แถมยังกลับมาในเวลานั้นด้วย"
ซ่งหย่วนหางมองตามหลังโจวเซี่ยพลางจมอยู่ในความคิด ‘หรือว่าจะเป็เธอจริง ๆ แต่ยัยเด็กชนบทคนนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมขนาดนั้นเลยเหรอ? ถึงขั้นแกล้งทำเป็ไม่รู้จักพวกเขา?’
ความจริงแล้ว เธอจะเห็นหรือไม่เห็นก็ไม่สำคัญ ขอแค่เธอเลือกที่จะไม่พูด ก็จะไม่มีผลกระทบอะไรกับพวกเขาทั้งคู่ "ไปเถอะ ซานซาน พวกเรากลับไปที่เดิมกัน"
“ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ฉันกลัวแล้ว ถ้าเธอเอาเื่นี้ไปพูดจะทำยังไง?" หานซานซานเสแสร้งทำเป็หวาดกลัวสุดขีด
แต่ซ่งหย่วนหางกลับหัวเราะ "เธอจะกลัวอะไร ตอนนั้นอีกฝ่ายเห็นไม่ชัดด้วยซ้ำว่าพวกเราเป็ใคร ไปเถอะ! ฉันคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว"
หานซานซานพยายามดิ้นให้หลุดจากซ่งหย่วนหาง แต่แรงของเธอสู้เขาไม่ได้ จึงถูกเขาลากเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่า วันนั้น่หัวค่ำ พวกเขาพบบางสิ่งบางอย่างบนเนินเขา นั่นคือถ้ำหินแห่งหนึ่ง ด้านในมีกองฟางแห้งปูไว้เป็ที่นอน
คืนนั้น หานซานซานยังคงพ่ายแพ้ต่อการรบเร้าของซ่งหย่วนหาง จนถูกเขาเผด็จศึกในที่สุด ในตอนนั้นหานซานซานเองก็กึ่งปฏิเสธกึ่งยินยอม ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่เมืองหลวง เธอรู้จักทั้งฉินเจิงและซ่งหย่วนหาง โดยทั้งสามคนอาศัยอยู่ในเขตบ้านพักแห่งเดียวกัน
หานซานซานตามจีบฉินเจิงมาตลอด ส่วนซ่งหย่วนหางก็ตามจีบหานซานซาน ในตอนนั้น พ่อของฉินเจิงและซ่งหย่วนหางต่างก็ดำรงตำแหน่งสำคัญ และพ่อของฉินเจิงก็มีตำแหน่งสูงสุดในบรรดาคนกลุ่มนี้
ฉินเจิงไม่ได้สนใจหานซานซานเลย เขาวางตัวห่างเหินกับเธอเสมอ แต่หานซานซานไม่เคยยอมแพ้ เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งฉินเจิงจะซึ้งใจและยอมรับเธอในที่สุด
ต่อมา เมื่อพ่อของฉินเจิงถูกส่งตัวมาทำงานในชนบท หานซานซานก็เริ่มหวั่นไหว เธอไม่ได้ทำท่าทางเมินเฉยใส่ซ่งหย่วนหางเหมือนเมื่อก่อน บางครั้งยังยอมออกไปกินข้าวกับเขาด้วย
ความจริงแล้วเธอใช้แผน ‘ยิ่งไล่ยิ่งหนี ยิ่งถอยยิ่งตาม’ เธอจะปล่อยให้ตัวเองะโเข้าสู่อ้อมกอดของซ่งหย่วนหางทันทีที่ตระกูลฉินล่มสลายไม่ได้
เธอจำเป็ต้องรักษาภาพลักษณ์กุลสตรี ครั้งก่อนเธอก็ตั้งใจแสร้งทำเป็สงวนตัว ไม่อย่างนั้น ในเมื่อมีคนช่วยแก้สถานการณ์ให้แล้ว เธอจะยอมตามซ่งหย่วนหางมาทำไม! แต่สุดท้ายก็จบลงที่การนอนกับซ่งหย่วนหางอยู่ดี
การลงมาชนบทครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉินเจิงต้องมาดูแลพ่อของเขา จึงต้องมาอยู่ในหมู่บ้านยากจนแห่งนี้ ส่วนพ่อของซ่งหย่วนหาง้าให้ลูกชายมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม จึงเสนอทางเลือกสองทางให้เขา คือการเข้ากรมทหารหรือไม่ก็ลงมาชนบท โดยให้เขาเลือกเอง
ซ่งหย่วนหางทนความลำบากของการเป็ทหารไม่ได้ สุดท้ายเขาจึงเลือกมาชนบท แต่เขาไม่คิดว่าการมาชนบทจะลำบากขนาดนี้ เมื่อก่อนตอนไปบ้านญาติในชนบท ทุกวันก็จะมีอาหารดี ๆ ให้กิน จึงรู้สึกว่าชีวิตในชนบทนั้นดีมาก
แต่ตอนนี้เขาต้องใช้ชีวิตในบ้านพักรวม ไม่สามารถใกล้ชิดกับผู้หญิงได้เลย ตอนอยู่ที่เมืองหลวงเขามีเพื่อนฝูงล้อมรอบมากมาย แฟนก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว เป็เสือผู้หญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวงคนหนึ่ง
หานซานซานก็ตามเขาลงมาที่นี่ เพราะถ้าเธอไม่ลงมาชนบท เธอจะต้องเข้าทำงานในโรงงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าเป็แบบนั้น เวลาหาคู่ เธอก็คงหาได้แค่คนงาน ยากที่จะได้เจอคนที่มีฐานะทางบ้านดีแบบซ่งหย่วนหาง
ดังนั้น หานซานซานจึงตัดสินใจเด็ดขาด เธอรู้ว่าการมาชนบทของซ่งหย่วนหางเป็เพียง่เปลี่ยนผ่าน เมื่อกลับไปเขาจะได้เข้าทำงานในหน่วยงานที่ดี เธอคิดว่าหากร่วมลำบากมากับเขาจนซ่งหย่วนหางซึ้งใจ ในอนาคตเขาก็จะรักและดีกับเธออย่างหมดหัวใจ
ตำแหน่งภรรยาข้าราชการระดับสูง เธอต้องคว้ามาให้ได้
หลังจากลงมาชนบท เธอก็วนเวียนอยู่ข้างกายเขาตลอด ่แรกซ่งหย่วนหางยังพอทนได้ แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งปี เขาก็รู้สึกว่ามันลำบากจนเกินทน จึงเริ่มมองหาความตื่นเต้นและเื่สนุก ๆ ทำ
ตอนแรกที่เขาตามจีบหานซานซาน ก็เพราะเห็นว่าเธอสวย อีกอย่างเธอยังชอบฉินเจิง ซึ่งซ่งหย่วนหางไม่ถูกชะตากับฉินเจิงมาั้แ่เด็ก ไม่ว่าเื่อะไรเขาก็อยากจะเอาชนะฉินเจิงให้ได้
ตอนอยู่ที่เมืองหลวง หานซานซานบอกใครต่อใครว่าเธอเป็แฟนของฉินเจิง ซ่งหย่วนหางได้ยินแล้วก็อยากจะแย่งมา จึงแกล้งทำเป็ตามจีบหานซานซาน แต่พอมาถึงชนบทถึงได้รู้ว่า ฉินเจิงกับหานซานซานไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เขาถูกยัยผู้หญิงคนนี้หลอกเข้าให้แล้ว
กล้าหลอกเขา หานซานซานสมควรได้รับบทลงโทษ แน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ ต้องหาความสุขใส่ตัวให้ทันท่วงที! เขาต้องตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายของหานซานซานให้เต็มที่ ได้นอนฟรี ๆ แล้วไม่นอนก็คงเป็คนโง่แล้ว
และเพื่อที่จะไม่เป็คนโง่ เขาจึงจัดการคว้าตัวหานซานซานมาจนได้
หานซานซานถูกซ่งหย่วนหางลากไปยังถ้ำ ในใจของเธอรู้สึกปลาบปลื้มมาก เพราะคิดว่าในที่สุดเธอก็จับซ่งหย่วนหางได้ ความลำบากในการมาชนบทครั้งนี้ไม่สูญเปล่าเสียที
ในเขตบ้านพัก พ่อของเธอมีตำแหน่งเป็เพียงหัวหน้าแผนกเล็ก ๆ เมื่อก่อนตอนที่คุณปู่ยังมีชีวิตอยู่ฐานะทางบ้านยังพอไปได้ แต่ใครจะรู้ว่าคุณปู่จะเสียชีวิตเร็วขนาดนี้
เธอจึงต้องคว้าเอาไว้สักคนระหว่างตระกูลฉินหรือตระกูลซ่ง เพื่อให้ครอบครัวรุ่งเรืองในอนาคต และเพื่อให้ตัวเองสามารถเชิดหน้าชูตาต่อหน้าคนในครอบครัวและญาติพี่น้องได้
พอทั้งสองคนมาถึงถ้ำ ซ่งหย่วนหางก็ผลักเธอลงบนกองฟางอย่างไม่เกรงใจ แล้วเริ่มััร่างกายเธอ ก่อนจะทำเื่ที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็คำพูดได้...
…
โจวเซี่ยเดินมาถึงหน้าบ้าน ก็พบว่าย่าโจวกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งตัวเล็กหน้าประตู พอเห็นโจวเซี่ย ขอบตาหญิงชราก็เริ่มแดง "เซี่ยเซี่ยกลับมาแล้ว"
โจวเซี่ยประคองคุณย่าให้ลุกขึ้น เพียงแค่คืนเดียว ย่าโจวก็ดูเหมือนแก่ลงไปหลายปี ทั้งซูบซีดและไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย
"คุณย่า เป็อะไรไปคะ? หรือว่าตอนฉันไม่อยู่บ้าน โจวเจวียนมาหาเื่คุณย่าอีก?"
คุณย่าตบมือเธอเบา ๆ "มีอาสามอยู่ เธอไม่กล้าหรอก"
สองย่าหลานเดินเข้าไปในบ้าน โจวเซี่ยนำขนมที่ซื้อมาวางบนโต๊ะข้างเตียง แล้วรินน้ำให้คุณย่าหนึ่งแก้ว พร้อมกับหยิบขนมวอลนัทอบกรอบส่งให้ในมือ "คุณย่าคะ ทานนี่สิคะ หอมมากเลย"
หญิงชราหยิบขนมขึ้นมากัดคำหนึ่งแล้วก็น้ำตาไหล โจวเซี่ยรีบช่วยเช็ดน้ำตาให้ย่า "คุณย่าคะ คุณย่ายังทำใจเื่แยกบ้านไม่ได้ใช่ไหมคะ?"
หญิงชราน้ำตาไหลพราก เธอพยายามฝืนยิ้มและเช็ดน้ำตา "ตอนเด็ก ๆ เด็กพวกนี้รักกันดีเหลือเกิน ย่าหวังมาตลอดให้คนในครอบครัวอยู่กันอย่างปรองดอง แต่ทุกคนต่างก็มีความคิดเป็ของตัวเอง ย่าแก่แล้ว ไม่มีใครฟังย่าเลย ย่าแค่รู้สึกว่ายอมรับไม่ได้นิดหน่อย"
"คุณย่าคะ ฉันเข้าใจคุณย่านะคะ แต่พวกอา ๆ โตกันหมดแล้ว ทุกคนมีความคิดของตัวเอง คุณย่าดูแลแค่ตัวเองให้สุขภาพแข็งแรงก็พอค่ะ เื่อื่นไม่ใช่สิ่งที่คุณย่าจะจัดการได้ อย่าทำให้ตัวเองต้องทุกข์ใจเลยค่ะ"
"นั่นสินะ! ต่อไปย่าจะดูแลแค่ตัวเอง และจะพึ่งพาหลานแล้วนะ ชีวิตย่าต่อจากนี้จะดีหรือร้าย ย่าก็ฝากไว้กับหลานแล้ว"
"คุณย่าไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะทำให้คุณย่ามีความสุขแน่นอน ทานอีกคำนะคะ มันอร่อยจริง ๆ ว่าแต่คุณย่าคะ แล้วโจวชิวกับโจวตงล่ะ?"
"ออกไปเล่นข้างนอกกันน่ะ เดี๋ยวย่าจะไปเรียกพวกเขากลับมา"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณย่าทานไปเถอะ ฉันจะไปทำกับข้าว เย็นนี้พวกเรากินเกี๊ยวนะคะ"
โจวเซี่ยไปเด็ดพริกเม็ดใหญ่สามเม็ดและขึ้นฉ่ายหนึ่งกำมือ ล้างผักให้สะอาดโดยไม่ต้องเด็ดใบขึ้นฉ่ายออก เพราะมันอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ จากนั้นก็นำผักทั้งสองชนิดมาสับละเอียด แล้วใส่เกลือลงไปคลุกหมักไว้เพื่อขับน้ำผักออก
จากนั้นก็เริ่มสับเนื้อ เนื้อหมูป่ามีเยอะขนาดนั้น ต้องใส่ให้เยอะหน่อย พอสับเนื้อเสร็จแล้ว ก็นำต้นหอมซอย ฮวาเจียว พริกไทยป่นมาหมักใส่เนื้อสับเอาไว้ แล้วบีบน้ำออกจากผักที่หมักไว้
เธอใช้น้ำจากผักมานวดแป้ง เพื่อไม่ให้สารอาหารในน้ำผักสูญเสียไปและได้ใช้ประโยชน์สูงสุด แป้งที่นวดเสร็จจึงมีสีเขียวอ่อน ๆ
เมื่อนวดแป้งเสร็จก็นำไปพักไว้ โจวเซี่ยก็ยกชามไส้เกี๊ยวออกมาคน แล้วหันไปถามย่าโจว "คุณย่าคะ ยังต้องทำผัดถั่วแขกอีกสักจานไหมคะ?”
ขณะที่สองย่าหลานกำลังคุยกัน ทันใดนั้นประตูใหญ่ก็เปิดออก โจวเหล่าต้าเดินเข้ามาจากนอกรั้วบ้าน โจวเซี่ยเห็นจึงยิ้มต้อนรับพ่อของเธอ "พ่อคะ กลับมาแล้วเหรอคะ?"